ข่าวลือว่าเรนเดลท้าพนันกับผู้สำเร็จราชการ ในการสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนมาเกีย ถูกลือออกไปจนรู้กันทั่วทั้งวังภายในไม่นานนัก ตอนนี้ทุกคนต่างรับทราบแล้ว ว่าเรนเดลจะต้องสละราชสมบัติ หากไม่สามารถสอบเข้าโรงเรียนมาเกียได้ ซึ่งนั่นเป็ข้อตกลงข้อแรกเท่านั้น ยังมีข้อตกลงข้ออื่นๆอีก
ไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะทำได้จริง ขุนนางบางคนถึงขั้นมาพบเรนเดล เพื่อเสนอบ้านพักตามชายแดน หรือบ้านพักตากอากาศนอกประเทศราคาถูกให้กับเรนเดลถึงที่เลยด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาเข้าใจว่าเรนเดลหาทางลงจากบัลลังค์อย่างสมศักดิ์ศรีที่สุด หรือไม่ก็เพื่อรักษาชีวิตตัวเองให้รอดปลอดภัย ในการเปลี่ยนแผ่นดินครั้งต่อไป
วันต่อมาหลังเดิมพันธ์ เรนเดลพบว่าผู้สำเร็จราชการได้สั่งให้นางในนำวิชาคัมภีร์เวทมนตร์ในระดับต่ำ และระดับกลางกว่าห้าสิบเล่ม มามอบให้กับเรนเดล มันเป็คัมภีร์เวทที่ขุนนางทั้งหลายต่างมอบให้เขา เพื่ออวยพรสำหรับการสอบเข้าเรียน เขาได้รับการกำชับมาว่าหากอยากสอบเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ จำเป็ต้องเรียนรู้คัมภีร์พวกนี้ให้ได้มากกว่าครึ่ง
แน่นอน ว่าไม่มีใครมาสอนเขา เรนเดลต้องอ่านและเรียนด้วยตัวเองทั้งหมด และการที่เขาได้รับคัมภีร์เวท ทั้งที่ไม่เคยได้แม้แต่จะััมาก่อนในชีวิต นั่นก็เพราะพวกขุนนางไม่้าให้เขามีข้ออ้างเพื่ออยู่บนบัลลังค์ต่อนั่นเอง
เรนเดลจึงอาศัยโอกาสนี้ ทดสอบพลังเวทในร่างใหม่ของเขา ด้วยการเรียนวิชาเวทในตำราทั้งหมด เพื่อดูว่าร่างใหม่นี้จะทนทานการใช้พลังของเขาได้มากน้อยแค่ไหน เพราะตอนนี้เรนเดลฝึกโคจรพลังเวทในร่าง เพื่อดูดกลืนมานาในอากาศได้คล่องตัวกว่าเดิม
เรนเดลทดลองใช้เวทเบื้องต้นตามคัมภีร์ที่ได้รับมา ทั้งเวททำให้น้ำอุ่น หรือทำให้น้ำแข็งตัว ซึ่งเป็เวทมนตร์เบื้องต้นของธาตุน้ำ การเรียกลมหรือการเปลี่ยนกระแสลมเบื้องต้น สำหรับธาตุลม การสร้างกองไฟสำหรับทำอาหารและให้ความอบอุ่นของธาตุไฟ การสร้างกองดิน หรือปรับขนาดดินให้แข็งและร่วนสำหรับการเกษตร และการก่อสร้างของธาตุดิน การส่งพลังงานกระแสไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์วิทยาศาสตร์โบราณ เช่นพัดลม โทรทัศน์ ให้มันทำงานได้เองโดยไม่ต้องเสียบปลั๊ก เป็ต้น
ส่วนในระดับกลาง มักเป็เวทพื้นฐานในการต่อสู้สำหรับโจมตี ป้องกัน ก่อกวน และสนับสนุน ในระดับนี้มีเงื่อนไขเล็กน้อยก่อนจะเรียนรู้ เช่นเวทเท้าแมวย่องเบา สำหรับเคลื่อนที่ไร้เสียง ้าความสามารถของเวทธาตุลมและธาตุดินระดับต่ำเป็พื้นฐาน เวทลูกบอลไฟ ที่้าเวทไฟ และเวทคุมกระแสลมในระดับต่ำสำหรับใช้งาน เป็ต้น
หนังสือทั้งห้าสิบเล่มเรนเดลได้อ่านทำความเข้าใจและฝึกตามได้ทั้งหมด โดยใช้เวลาแค่หกวันเท่านั้นนับั้แ่เริ่มได้คัมภีร์มา เรนเดลใช้เวลาทั้งหมดอ่านทวนความรู้พวกนี้ มันเป็ความรู้เดิมที่เขามีอยู่แล้วทั้งนั้น ไม่มีอันไหนใหม่สำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย หลายๆเล่มเขาแทบจะพลิกรัวหน้ากระดาษเปิดดูผ่านๆแล้วโยนทิ้งได้เลยด้วยซ้ำ เมื่อหยิบจับมาดู
แต่การที่เขายอมเสียเวลาอ่านมันอีกรอบ ก็เพื่อเปรียบเทียบความรู้เดิมของเขากับความรู้ในโลกอีกสามร้อยปีข้างหน้า ว่าต่างกันตรงไหน และเขาไม่พบความต่างที่ว่านั้นเลย ทำให้เขาได้รู้ว่าวิทยาการเวทมนตร์ไม่ได้เสื่อมถอยลง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้นเลยแม้แต่น้อย
แต่การอ่านหนังสือตลอดทั้งวัน เป็แค่ฉากหน้าของเขาเท่านั้น หลังจากที่ทุกคนหลับกันหมดในตอนเที่ยงคืน และพวกนางในที่แอบจับตาดูเรนเดลกลับไปนอนแล้ว ก็ได้เวลาฝึกเวทมนตร์ของจริง ตามแบบฉบับจอมเวทเจ็ดดารา เรนเดลเรียกการฝึกนี้ว่า การฝึกโคจรประสานเวท เป็การฝึกเวทมนตร์ในระดับสูง ที่จอมเวทเจ็ดดาราจะถ่ายทอดคำสอนนี้ให้กันและกันเท่านั้น
เรนเดลใช้หนังสือเวทมนตร์ทั้งห้าสิบเล่ม ซึ่งแต่ละเล่มมีพลังเวทและมานาแฝงในตัวของมันเองเป็ตัวช่วยเร่งฝึกพลังเวท เขาโคจรพลังเวทในตัว ส่งผ่านหนังสือเวทมนตร์ และบังคับให้พลังที่โคจรในหนังสือเวทมนตร์ โคจรผ่านไปสู่หนังสืออีกเล่ม จนวนกลับมาหาเขา เมื่อพลังเวทนั้นผ่านมาหาเขา มันก็กลายเป็พลังเวทรูปแบบใหม่ ร่างกายเขาจะต้องปรับตัวเพื่อรับมันไว้
ผลจากการปรับตัวจะช่วยกระตุ้นพลังเวทในตัวเขาให้แข็งแกร่งขึ้น และเมื่อเขาส่งพลังที่แข็งแกร่งขึ้นวนออกไปอีก เขาก็จะได้พลังรูปแบบที่แตกต่างเข้ามาในร่างเรื่อยๆ เมื่อทำเช่นนี้ซ้ำๆ และเปลี่ยนการโคจรเวทตอนส่งออกไป เขาก็จะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ โดยไม่จำเป็ต้องขยับตัวไปใหน หากเทียบกับกำลังภายใน นี่อาจเรียกได้ว่าการเข้าฌาณเพื่อฝึกสมาธิและลมปราณ ยกระดับพลังของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น ด้วยการบำเพ็ญเพียร
ด้วยความที่หนังสือแต่ละเล่มมีพลังในตัวแตกต่างกัน จึงไม่ใช่เื่ง่ายเลย ที่จะทำการโคจรประสานให้พวกมันเข้ากัน จนวนมาหาตัวเองได้อีกครั้ง ในครั้งแรกเรนเดลทำได้แค่สิบเล่มเท่านั้น ก่อนจะขยับเป็ยี่สิบ สามสิบ และสี่สิบเล่ม จนสุดท้ายเขาก็สามารถโคจรประสานเวทมนตร์ร่วมกับหนังสือเวททั้งห้าสิบเล่มได้ในที่สุด
และเรนเดลก็ฝึกพลังเวทด้วยวิธีที่พิศดารกว่านั้นอีก เมื่อเขาสามารถฝึกโคจรประสานเวทสำเร็จ เรนเดลฝึกโคจรกระแสเวทแบบสลับธาตุ เขาเอาพลังเวทธาตุไฟ โคจรใส่หนังสือเวทธาตุน้ำ เอาธาตุน้ำโคจรใส่ธาตุสายฟ้า เอาสายฟ้าโคจรใส่ดิน เอาดินใส่ลม และเอาลมใส่ไฟ
การกระทำของเขาหากผิดพลาด ไม่ตัวเขาก็หนังสือจะถูกทำลาย เพราะเรนเดลต้องใช้สมาธิมากกว่าเดิม นอกจากจะต้องควบคุมธารกระแสมานาแล้ว ยังต้องควบคุมความเข้ากันได้ของการโคจรพลังที่ขัดแย้ง สิ่งที่เรนเดลทำนั้น เป็ศาสตร์การฝึกพลังเวทขั้นสูงสุด ที่เหล่าพลพรรคจอมเวทเจ็ดดารา ผู้เป็ดั่งพี่น้องของเขาคิดค้นร่วมกัน และเรนเดลมั่นใจว่านอกจากจอมเวทเจ็ดดาราแล้ว จอมเวททั่วโลกไม่มีทางฝึกเวทด้วยวิธีนี้ได้อย่างเด็ดขาด
เมื่อแสงแดดยามเช้าของสัปดาห์สุดท้ายสาดส่อง เรนเดลถอนจิตตัวเองจากการเข้าฌาณ พร้อมยิ้มรับให้กับพลังเวทในร่างของเขา ที่เทียบเท่ากับผู้ฝึกเวทมนตร์มาแล้วถึงห้าปี ทั้งที่เขานั่งเข้าฌาณแค่สามสิบหกชั่วโมง หรือเทียบได้กับหนึ่งวันครึ่งเท่านั้น นี่น่าจะเป็พลังมาตรฐานทั่วไปแล้ว สำหรับเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา
ผู้สำเร็จราชการที่มอบหมายให้นางในคอยสอดส่องถึงพัฒนาการในการฝึกเวทมนตร์ของเรนเดล เขารู้สึกแปลกใจที่เห็นว่าเรนเดลเอาแต่อ่านหนังสือ ไม่เคยแสดงให้เห็นถึงการฝึกฝนเวทมนตร์เลยแม้แต่น้อย ทำเอาตัวเขาที่เคยแอบหวังว่าจะได้เห็นปฏิหาริย์จากเรนเดล รู้สึกผิดหวัง
“แค่อ่านมันไม่ช่วยให้สำเร็จหรอกนะ” มาริคเอ่ยด้วยน้ำเสียงผิดหวังกับนางในที่มารายงานข่าว เขาตัดสินใจเดินทางไปพบเรนเดลด้วยตัวเองทันที
“ฝ่าา วันนี้เราจะออกเดินทางเพื่อไปทดสอบการเข้าเรียน หม่อมฉันจึงมาเพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าในวิชาเวทของพระองค์ และรายงานความคืบหน้าการสมัครสอบด้วย” มาริคกล่าวถึงจุดประสงค์ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของเรนเดลที่เปิดกว้างเอาไว้
“เื่การแก้ไขประวัติของฉันสินะ”เรนเดลตอบกลับ ขณะที่เขากำลังอ่านคัมภีร์วิชากระแสมานาในระดับกลาง มาริคสังเกตุว่าเรนเดลแค่พลิกรัวหน้ากระดาษดูคร่าวๆเท่านั้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็เล่มอื่น
“หากสอบติด พระองค์จะไปเข้าเรียนในฐานะญาติห่างๆของข้า นามสกุลของพระองค์จะใช้สกุลเดวิดสัน แปลตรงตัวว่าบุตรแห่งเดวิด เป็ตระกูลรองของบาชอค”
“ทำแบบนั้นข้าก็ได้อภิสิทธิพิเศษในระดับหนึ่งน่ะสิ” เรนเดลกล่าว “และถ้าข้าประสบความสำเร็จพวกขุนนางก็จะอ้างว่าไม่ใช่ความสามารถตัวเอง”
มาริคถอนใจด้วยความเบื่อหน่าย ดูเหมือนเรนเดลคนนี้จะจริงจังกว่าที่เขาคิด
“ข้า้าจะไปในฐานะสามัญชน และะไม่ขอรับอภิสิทธิใดๆของขุนนางหรือราชวงศ์ เป็นักเรียนเวทธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น ที่เข้าไปเรียนและใช้ความสามารถของตัวเองทั้งหมดจบออกมา”
“ข้าจะทำตามประสงค์ของท่าน”มาริคกล่าว “หากท่านไม่รับการช่วยเหลือของข้า ท่านจะต้องอยู่กินแบบนักเรียนธรรมดาๆ อาจจะลำบากไปบ้างสำหรับเชื้อพระวงศ์ แต่ทว่าในเื่การเรียนการสอน ล้วนเท่าเทียมกัน ข้าหวังว่าท่านจะไม่เอาตรงนี้มาอ้าง หากสอบเข้าไปได้แล้วเรียนไม่จบ”
มาริคได้ยื่นเื่ส่งเอกสารการสมัครสอบไปก่อนหน้านี้แล้ว ที่เหลือเรนเดลก็แค่ต้องเข้าทดสอบในวันนี้เท่านั้น
“ก่อนอื่น ข้าขอทดสอบท่านดูหน่อยได้ไหม ว่าความสามารถทางเวทมนตร์ของท่านไปถึงไหนแล้ว”
“ได้สิ จะทดสอบเื่อะไรกันล่ะ” เรนเดลเอ่ยถาม มาริคจึงควักเหรียญทองออกมาจำนวนสิบเหรียญ ก่อนจะวางตรงหน้าเรนเดล
“ท่านจะทำยังไงกับมันก็ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าท่านได้ศึกษาหาความรู้จากตำราเวทมนตร์ ที่เหล่าขุนนางมอบให้กับท่าน”
เรนเดลรับเหรียญทั้งหมดมาไว้ที่มือ ก่อนจะพิสูจน์ถึงความรู้ที่เขาจงใจทำให้เหมือนกับในตำราเรียน มือของเขาเรืองแสงสีแดงของธาตุไฟ สีน้ำตาลของธาตุดิน สีเขียวของธาตุลม และสีฟ้าของธาตุน้ำ ทั้งสี่สีสลับบนฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว
เรนเดลใช้สองมือกำรวบเหรียญทองเอาไว้ ก่อนจะใช้พลังของธาตุลมยกเหรียญทองนับสิบลอยเหนือฝ่ามือ และใช้พลังของไฟและดินแยกสสารในเหรียญทองออกมาจากกัน ส่วนของทองคำแท้ และส่วนของโลหะอื่นๆที่เจือปนในเหรียญทอง แยกตัวออกจากกันอย่างง่ายดาย ก่อนเขาจะใช้ความเย็นของน้ำ บังคับให้ทองและโลหะอื่นๆที่แยกออกมาเย็นตัวลง และใช้พลังควบคุมโลหะของธาตุดินอีกครั้ง เรียงก้อนทองบริสุทธิ และโลหะเจือปนอื่นๆออกมาเป็สี่เหลี่ยมสวยงาม กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ก้อนทองคำบริสุทธิและก้อนโลหะเจือปนทั้งสิบชุด วางแยกกันอย่างสวยงามบนโต๊ะของเขา
มาริคกำลังตะลึงกับสิ่งที่เรนเดลทำ ความสามารถของเขานั้นละเอียดอ่อน และต้องใช้สมาธิกับความชำนาญอย่างมาก มันเป็ไปไม่ได้เลย ที่เด็กที่เอาแต่อ่านหนังสือ จะสามารถใช้เวทประสานกันได้ขนาดนี้ โดยเฉพาะเวทประสานพร้อมกันถึงสี่เวท และไม่มีการท่องบทเวทเลยสักคำ
“ทำได้ดีมาก” มาริคกล่าวชมเชย เขาพยายามซ่อนสีหน้าตะลึงเอาไว้ ก่อนจะรีบทำตัวเป็ผู้เหนือกว่า“แต่ข้าคาดหวังการทำให้มันกลับคืนมาในสภาพเดิมด้วย เหรียญทองนั้นเป็เงินตราตามกฏหมายนะพะยะค่ะ”
“ข้าจะทำให้กลับคืนได้เช่นไร ในเมื่อตำราทั้งห้าสิบเล่มของท่านที่ข้าอ่านจนจบ ไม่มีสอนวิธีการฟื้นฟูหรือย้อนสภาพเลยแม้แต่น้อย” เรนเดลถามกลับด้วยท่าทีลองเชิง เขาอยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายรับรู้มั้ย ว่าหนังสือทั้งห้าสิบเล่มที่เอามาให้เขา มีอะไรบ้าง หรือสักเอามาให้แบบส่งๆ
อันที่จริงเรนเดลสามารถทำให้เหรียญกลับคืนสภาพเดิมได้ แต่มันไม่มีสอนในหนังสือเรียนที่มาริคมอบให้ มันจะเป็ที่น่าสงสัยเกินไป หากเขาทำอะไรนอกตำรา
“ทำตามหนังสือเป๊ะๆเลยสินะ” ไอรินกล่าวก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง ดูเหมือนว่าเธอจะมาทันฟังบทสนทนาของเขา ไอรินยิ้มเยาะให้กับเรนเดล ก่อนจะกล่าวต่อ
“บ่งบอกให้รู้ว่าไม่มีความคิดสร้างสรรค์ในการประยุกต์ใช้เวทมนตร์ ให้ไปสอบที่มาเกีย คงไม่ผ่านแหงๆ เก็บของออกนอกอาณาจักรไปเถอะนะ”
เรนเดลยิ้มรับกับคำพูดของไอรินพอเป็พิธี ก่อนเขาจะหันไปคุยกับมาริคต่อ
“ระหว่างเดินทางเพื่อไปเตรียมสอบ ข้าขอหนังสือเวทมนตร์ธาตุแสงและธาตุมืดได้หรือไม่ ข้าเชื่อว่าหากได้อ่านเวทมนตร์สองสายนั้น จะช่วยในการสอบเข้าได้ดียิ่งขึ้น” เรนเดลเอ่ยถามมาริค มาริคมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า
“ข้าต้องขออภัย แต่หนังสือธาตุแสงและธาตุมืดทั้งหมด อยู่ในความดูแลของตระกูลราฟบลัด เราจำเป็ต้องทำเื่ขออนุญาติจากตระกูลนั้น จึงจะเอาออกมาได้”
“อำนาจเยอะเสียจริงนะ ตระกูลราฟบลัด”เรนเดลกล่าวก่อนจะส่ายหัว
“การสอบใช้ความถนัดทางเวทเบื้องต้น” ไอรินกล่าวขึ้น เมื่อเห็นเรนเดลผิดหวัง “ต่อให้ไม่อ่านสองเล่มนั้น มันก็ไม่ส่งผลกับการสอบเข้าหรอกนะ”
“รู้เยอะนี่” เรนเดลกล่าว “มีคนคอยบอกมาสินะ ต่างจากฉันจริงๆ ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโรงเรียนนั้นเลย”
“ฟรังซัวร์บอกฉันมาย่ะ ว่าเขาทดสอบความรู้ความเข้าใจ ในการใช้งานเวทเบื้องต้น หากพื้นฐานเราแน่น เราก็มีโอกาสเข้าไปเรียนสูง...ตายล่ะ เผลอบอกแนวทางนายเสียแล้วสิ”
“ง่ายขนาดนั้นฟรังซัวร์ยังสอบไม่ผ่านอีกหรือ” เรนเดลจงใจกล่าวยอกย้อน ทำเอาไอรินกัดฟันแน่น แต่มาริคยกมือห้ามทั้งคู่เอาไว้ก่อน
“ับินเตรียมพร้อมแล้ว มันจอดรอพระองค์อยู่ที่ลานกว้างของพระราชวัง มันรู้ว่าควรจะไปส่งพระองค์ที่ไหน” มาริคกล่าวก่อนจะมอบคฑาเวทหัวั เอาไว้สำหรับควบคุมใช้งานับิน เพื่อให้มันทำงานและกันการพยศผู้ขี่ เรนเดลรับไว้ก่อนจะเดินออกไปทันที
“ไอรินจะตามท่านไปติดๆ ข้าขอคุยกับไอรินสักครู่” มาริคกล่าวไล่หลังเรนเดล ก่อนจะมองไอรินด้วยสายตาจริงจัง
“ไอริน เ้าควรจะรู้เอาไว้นะ ว่าฝ่าาไม่ได้อ่อนแออย่างที่ลูกคิด เข้าแสร้งทำเป็เรียนรู้เวท ทั้งที่มีความชำนาญในเวทมนตร์อยู่แล้ว”
มาริคหยิบก้อนทองคำบริสุทธิสี่เหลี่ยมขึ้นมา กับก้อนโลหะเจือปนเพื่อให้ทองคงสภาพ ที่ถูกแยกออกมาด้วยฝีมือของเรนเดล เขามอบให้ไอรินถือเอาไว้
“สังเกตุอะไรไหม” มาริคเอ่ยถาม ในขณะที่ไอรินทำสีหน้าสงสัย ก่อนเธอจะบีบก้อนทองคำแท้เล่น มันยุบอ่อนตัวลงอย่างง่ายดาย เพราะเป็ทองบริสุทธิไร้สิ่งเจือปน ไอรินสามารถแยกมันออกจากกันได้ง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย
“เขาแยกองค์ประกอบในเหรียญทองได้อย่างสมบูรณ์ค่ะ” ไอรินกล่าว “แต่มันก็แค่การแยกสสาร ที่อาศัยเวทธาตุไฟ และธาตุดินผสมเข้าด้วยกันนี่คะ หากเขาตั้งใจฝึกฝนอย่างจริงจังตลอดหกวัน นี่อาจเป็สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตที่คนอย่างเขาจะทำได้”
“แล้วลูกทำได้ไหมล่ะ” มาริคกล่าวก่อนจะยื่นเหรียญทองหนึ่งเหรียญให้ไอริน เธอวางก้อนทองและโลหะลง ก่อนจะรับเหรียญทองมา
“การผสานเวทสองสายเข้าด้วยกันหรือคะ...ถ้าเรนเดลทำได้ มีหรือที่หนูจะทำไม่ได้” ไอรินกล่าวก่อนจะรวบรวมสมาธิ มือขวาของเธอมีวงเวทสีแดงของไฟ และวงเวทสีน้ำตาลของดินที่มือซ้าย เธอร่ายเวทสองสายขึ้นมาบนมือพร้อมๆกัน
แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ง่ายดายเท่าไหร่สำหรับไอริน เพราะแขนทั้งสองข้างของเธอสั่นน้อยๆ เหงื่อบนใบหน้าของเธอผุดขึ้นมาเต็มราวกับว่าเธอกำลังออกกำลังกายมาเหน็ดเหนื่อย ไม่ได้มีทีท่าสบายๆ เหมือนที่เรนเดลทำเลยแม้แต่น้อย
เพียงแค่เห็นเท่านี้ มาริคก็สำนึกได้ว่าพลังในตัวของลูกสาวเขากับเรนเดลมันต่างกันราวฟ้ากับเหว เขายืนดูเงียบๆ เพื่อที่จะไม่รบกวนการร่ายเวทของลูกสาว
“ตัวข้าไอริน บาชอค ผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่งมนตรา ขอใช้พลังเวทสองประสาน เวทแห่งไฟและดินเอ๋ย จงเป็พลังให้กับตัวข้า...พลังเวทแยกสสารระดับกลาง จำสำฤทธิ์ผลเถิด”
เธอผสมมันด้วยกัน ก่อนจะใช้พลังควบคุมไปที่เหรียญทอง เธอตั้งสมาธิและจินตนาการถึงทองคำแท้ และโลหะที่เจอปนในเหรียญทองแยกกันออกมา ตัวเหรียญทองสั่นไหวน้อยๆ ไอรินมีสีหน้าดีใจ ที่เธอเห็นว่าความพยายามของเธอเริ่มแสดงผล
แต่ทว่าจู่ๆพลังเวทของเธอโดนตีกลับ เหรียญร่วงลงสู่พื้น อักขระวงเวทสีรุ้งเล็กๆเรืองแสงในเหรียญทอง เพื่อป้องกันไม่ให้เวทมนตร์แทรกแทรงเหรียญนี้ได้ ก่อนจะมีข้อความของสมาคมจอมเวทสากล ขึ้นมาเตือนว่าการทำลายเหรียญสำหรับชำระหนี้ตามกฏหมาย มีความผิดทางอาญา ขอให้หยุดการกระทำนี้เสีย
“นี่มันอะไรกันคะ ทำไมหนูทำไม่ได้” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เธอจ้องมองเหรียญทองของเธอที่ร่วงลงสู่พื้น ก่อนจะจ้องอดีตเหรียญทองนับสิบเหรียญ ที่เรนเดลแยกส่วนประกอบเรียบร้อยแล้ว
“ไม่แปลกที่หนูทำไม่ได้ ไอริน คนที่แปลกน่ะคือฝ่าา เหรียญเวทมนตร์นี้หากไม่ใช่จอมเวทที่มีความชำนาญในสายเล่นแร่แปรธาตุ ก็ยากที่จะเข้าไปแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือทำลายมัน” มาริคกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะก้มตัวเก็บเหรียญทองขึ้นมา
“พ่อจะบอกหนูว่าเขามีเวทมนตร์ในตัวระดับสูงอยู่แล้ว แต่แกล้งทำเป็ไร้ความสามารถมาโดยตลอดหรือคะ” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เธอรู้สึกใ ที่คนที่เธอดูถูกมาทั้งชีวิต กลับซ่อนความแข็งแกร่งโดยที่เธอไม่รู้เลยแม้แต่น้อย
“พ่อสงสัยว่าเื่นี้มันซับซ้อนกว่าที่คิด” มาริคกล่าว “เด็กใสซื่ออย่างเรนเดลหากมีความสามารถย่อมไม่มีทางปกปิด เขาต้องแสดงความสามารถนั้นเพื่อให้ลูกสนใจในตัวเขา พ่อคิดว่ามีคนบงการเขาอยู่เื้ั”
“ถ้าเป็แบบที่ท่านพ่อว่ามาจริง ก็แสดงว่าในอนาคตเรนเดลอาจเป็ภัยต่อตระกูลราฟบลัด เพราะเขาไม่มีทางยอมให้ตระกูลราฟบลัดมาชิงอำนาจของเขาแน่ๆ”
“พ่อเองก็คิดแบบนั้น” มาริคกล่าว “และหากเขาทำสำเร็จ มันไม่เป็การดีเลย ที่เราจะเป็ศัตรูกับเขา แม้ไม่มีอำนาจ แต่เขาก็ขึ้นชื่อว่าเป็กษัตริย์...ลูกน่ะ หยุดหาเื่ใส่ตัวได้แล้วล่ะนะ”
“หนูจะพยายามค่ะ” ไอรินกล่าว “คุณพ่อว่ายังไง หนูก็ว่าอย่างนั้น”
“จบเื่แล้ว รีบตามเรนเดลไปสิ” มาริคโบกมือไล่ ไอรินพยักหน้ารับ ก่อนที่เธอจะใช้เวทอัญเชิญ วงเวทสีแดงปรากฏบนฝ่ามือของเธอ พร้อมกับัเพลิงสีแดงร่างใหญ่โตกว่าห้าเมตร บินลงมาจากฟากฟ้า มานอนหมอบรอเธออยู่ที่ลานกว้าง
เวทอัญเชิญนี้ไอรินถูกฝึกมาั้แ่จำความได้ เธอจึงใช้มันได้อย่างชำนาญ และที่สำคัญเป็เวทมนตร์บทเดียว ไม่ใช่สองเวทประสานเพื่อก่อให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ แบบที่เธอทำไปเมื่อกี้
เรนเดลนั้นพยายามจะทำตัวให้สมกับความสามารถในยุคนี้แล้ว แต่เขาจะจงใจเล่นบทบาทเด็กอัจฉริยะเสียหน่อย จึงทำเป็ว่าสามารถเรียนรู้เวทในหนังสือทั้งห้าสิบเล่มได้จนจบ โดยเขาไม่รู้เลย ว่าเขาทำผิดพลาดอย่างมาก จนมาริคสงสัยในความสามารถของเขา
อย่างแรก คนในยุคนี้ น้อยคนนักที่จะร่ายเวทได้โดยไม่ร่างวงเวทขึ้นมาก่อน การใช้เวทโดยไร้วงเวทและการท่องบทเวท มีแต่จอมเวทระดับลูกแก้วสีฟ้าขึ้นไปเท่านั้น และใช่ว่าระดับสีฟ้าจะทำได้ทุกคน
อย่างที่สอง การใช้เวทมนตร์มากกว่าสองสายผสานกัน เพื่อเวทมนตร์บทใหม่นั้น เด็กที่พึ่งอ่านหนังสือครั้งแรกอย่างเรนเดลไม่มีวันทำได้ เรนเดลเอาความสามารถของจอมเวทเมื่อสามร้อยปีก่อน มาเทียบกับยุคปัจจุบัน จึงทำให้การเล่นละครของเขาไม่แเีเอาเสียเลย มาริคในตอนนี้สงสัย และคิดว่าจะจับตาดูเรนเดลเป็พิเศษ
“ก็หวังว่าท่านจะเก่งจริง จนรอดเขี้ยวเล็บของตระกูลราฟบลัดนะเรนเดล” มาริคกล่าวกับตัวเองอย่างแ่เบา พลางนั่งบนเก้าอี้เพื่อครุ่นคิด “เพราะพวกนั้นไม่มีทางปล่อยให้ท่านอยู่จนถึงอายุสิบเจ็ด เพื่อเตรียมรับตำแหน่งกษัตริย์อย่างเต็มตัวแน่ๆ”
ทางด้านของเรนเดลซึ่งอยู่บนหลังัด้วยความเร็วสูง เขาพบว่าพื้นดินเบื้องล่างไม่เหมาะสำหรับเดินเท้าเท่าไหร่ เพราะมันรกไปด้วยป่าทึบ อีกทั้งยังมีซากอาคารบ้านเรือนสมัยก่อนล้มระเนระนาดเต็มไปหมด ซากรถยนต์และมอเตอร์ไซนับพันคันค้างเติ่งบนถนน ซากทางด่วนที่ตะไคร่ขึ้นและบางส่วนหักโค่นลงมากองกับพื้น ทำให้เขาหวนนึกถึงอดีตเมื่อสามร้อยปีก่อน ครั้นที่วิทยาศาสตร์ยังเจริญก้าวหน้า แต่ทว่าบัดนี้มันเหลือเพียงเศษซากของความเจริญ
ไม่เพียงเท่านั้น พื้นดินเบื้องล่างเรนเดลพบกับซากศพที่ยังเคลื่อนไหวได้ จากความทรงจำในชาติก่อน ทำให้เขาเข้าใจได้ทันที ว่าศพพวกนี้โดนภัยพิบัติจากต่างดาวเมื่อสามร้อยปีก่อน ทำให้เป็แบบนี้ พวกสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว เมื่อตายแล้วจะมีชีวิตที่สอง นั่นคือชีวิตในร่างของซากศพ หรืออันเดดนั่นเอง
และความเป็อันเดดของพวกมัน สามารถแพร่มาสู่สิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้ได้ เรนเดลสังเกตุซากศพคน ซากของสุนัข กวาง ม้า หรือแม้แต่สิงโตเพ่นพ่านเต็มพื้นด้านล่างไปหมด พวกอันเดดบางตัวมีการโผล่ออกมานอกบ้าน หรือออกมาจากซากคอนโด ทำให้รู้ว่าสิ่งปลูกสร้างในยุคอดีต ไม่สามารถใช้อยู่อาศัยหรือหลบซ่อนจากพวกอันเดดได้ เพราะมันเอาไว้หมดแล้ว
ระหว่างทางที่ัของเรนเดลบินผ่านคอนโดหลังหนึ่งที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ พวกอันเดดบางตัวยื่นมือออกมาจากระเบียง ราวกับจะคว้าัของเรนเดลเอาไว้ อันเดดบางตัวถึงขั้นตกตึกลงมา เพราะมันพยายามะโตาม
เรนเดลได้เห็นเส้นทางของซากเมืองในอดีตกว่าสิบกิโล ก่อนจะพบว่ามีบาเรียขนาดใหญ่สูงกว่าสิบเมตรล้อมปิดซากเมืองนี้เอาไว้ทุกทิศทาง และมีปราการกำแพงสูงซึ่งมีทหารมาประจำการปิดกั้นอีกทีหนึ่ง เผื่อกรณีเลวร้ายบาเรียเกิดถูกทำลาย หรือหยุดทำงานลง
เมื่อพ้นเขตบาเรียไป ก็เริ่มเข้าสู่เขตตัวเมืองสากล อันเป็ที่ตั้งของโรงเรียนเวทมนตร์มาเกีย เมืองนี้ไม่มีอาณาจักรใดเป็เ้าของ แต่เป็เขตปกครองพิเศษ ที่อยู่ในการดูแลของสมาคมเวทมนตร์อาร์คาเดีย ผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้นั่นเอง และเมืองแห่งนี้ต้อนรับทุกๆคน ที่มาจากเครือจักรภพ
เรนเดลเห็นปราสาทสีขาวไข่มุกสง่างามตั้งอยู่กลางูเาสูง เบื้องล่างรายล้อมด้วยเมืองและสายน้ำใสสะอาดดูน่าอยู่อาศัย เมืองรอบๆโรงเรียนเวทมนตร์มาเกียดูคับคั่งไปด้วยผู้คน เพราะตอนนี้เป็่สอบเข้าโรงเรียนนั่นเอง
ัที่เรนเดลขี่มานั้น มาส่งเรนเดลถึงลานกว้างของโรงเรียนจนเขาดูเด่นสะดุดตาทันที แต่ท่วากลับไม่มีใครสนใจเขาแม้แต่น้อย สายตาของทุกๆคนจ้องไปยังอาคารหลังเล็กหลังหนึ่งแทน
เ้าัคาบคฑาในมือของเรนเดล ก่อนเตรียมจะบินกลับไปเองตามหน้าที่ของมัน เรนเดลรู้สึกขอบคุณที่มันต้องบินไกลกว่าสิบกิโลเพียงเพื่อมาส่งเขาคนเดียว เรนเดลจึงแอบโคจรพลังเวทธาตุไฟ ซึ่งเป็พลังสายเดียวกับัเพิ่มเข้าไปในร่างของมัน เตรียมพร้อมฟื้นฟูพลังของมันให้เต็มเปี่ยม
พลังของเรนเดลใหลไปทั่วร่างของัอย่างอ่อนโยน เขารับรู้ได้ว่า่ปีกของมันมีร่องรอยาเ็ และ่หลังที่คดงอเล็กน้อย ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาอย่างหนัก เรนเดลรู้สึกสงสาร จึงแอบโคจรพลังธาตุแสงสายรักษา เข้าไปฟื้นฟูสภาพร่างกายของมัน ร่างของัเพลิงเปล่งแสงสีรุ้งทันที เพราะแสงแห่งการชำระกำลังวิ่งไปทั่วทั้งร่างของมัน
จุดนี้เรนเดลซึ่งเพ่งสมาธิกับภายในร่างของั ไม่ได้รับรู้เลย ว่าไอรินที่บินตามมาติดๆ กำลังตกตะลึงกับพลังแสงรักษาของเรนเดล รวมทั้งนักเรียนที่มาสมัครโดยรอบก็ด้วย บางคนชี้มาที่เรนเดลเป็ทางเดียว
“เอ๋ ทำไมทุกคนมองมาที่ฉัน” เรนเดลจับััสายตาได้หลายคู่ ที่จับจ้องมาทางเขา บางสายตาชื่นชม บางสายตาแปลกใจ และบางสายตาก็ส่งแววอิจฉาริษยาและเกลียดเขาทันที แม้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
เ้าัเพลิงร่างใหญ่ คุกเข่าคำนับให้กับเรนเดลทันที พลางส่งเสียงคำรามแ่เบา ทำเอาเขารู้สึกแปลกใจ
“มันกำลังจะขอสาบานเป็ข้ารับใช้นาย” ไอรินเดินเข้ามาหาเขาทันที เมื่อเห็นเรนเดลกำลังงงกับการกระทำของัตรงหน้า “ตอบรับมันด้วยการลูบที่หัวของมัน และใส่พลังเวทพันธสัญญาของนายลงไปในตัวมันสิ”
ไม่มีข้อมูลตรงนี้ในหัวของเรนเดล ตัวเขาในอดีตชาติก็ไม่รู้เื่นี้ เพราะสมัยนั้นัเป็สัตว์ป่าสงวน และหลบซ่อนให้พ้นจากการถูกมนุษย์พบเห็น เนื่องจากมันถูกมนุษย์ใช้ปืนและอาวุธไล่ล่าเพื่อเป็เกมกีฬา จึงมีกฏหมายคุ้มครองั และห้ามนำมันมาเป็สัตว์เลี้ยงทุกกรณี
“ไม่ดีกว่า” เรนเดลปฏิเสธ พลางผลักหัวของัออกไป “ฉันกลัวจะซ้ำรอยเมื่อหกปีก่อน ที่คนรับใช้แสนดีของฉันถูกปะา เพียงเพราะเธอแอบสอนหนังสือและเวทมนตร์ให้กับฉันน่ะสิ เธอตายเพราะความจงรักภักดีที่มีให้ฉัน ฉันไม่้าให้แกเป็เหมือนเธอ”
ไอรินนิ่งเงียบ ดูเหมือนว่าเธอไม่เคยรู้เื่นี้ ันั้นฟังภาษาคนรู้เื่ มันจึงพยักหน้ารับคำสั่งของเรนเดล และบินจากไปทันที
“พวกเธอทั้งสองคนเป็ผู้สมัครสอบใช่ไหม” หญิงสาวในชุดนักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์เดินมาหาไอรินและเรนเดล ดูเหมือนเธอจะเป็นักเรียนรุ่นพี่ ที่มาทำหน้าที่ช่วยเหลืออาจารย์ในการคัดเลือกคนสอบรอบนี้ ที่รู้ว่าเธอเป็นักเรียน ก็เพราะชุดของเธอมันเด่นสะดุดตาเหลือเกิน เรนเดลมองเพราะความสวยงามของชุด ส่วนไอรินมองชุดที่อนาคตตัวเองอาจจะต้องใส่
รุ่นพี่หญิงนั้นใส่แว่นและไว้ผมสั้นสีดำ เธอใส่เสื้อเชิร์ตรัดรูปแขนยาวสีครีม มีโบว์ลายสก็อตสีแดงตรงคอเสื้อ ปลายโบว์ยาวลงมาถึง่อก ด้านหลังของเธอมีโบว์ลายสกอตสีแดงขนาดใหญ่ติดประดับไว้ตรง่เอวอีก ทำให้ดูน่ารัก กระโปรงที่สั้นเหนือเข่าของเธอก็สีแดงลายสก็อตเหมือนกับโบว์ ่ขาของเธอใส่ถุงน่องดำปกปิดเอาไว้ทำให้ไม่ดูแต่งกายวาบหวิว ส่วนรองเท้าของเธอเป็รองเท้านักเรียนหัวกลมสีแดงดูเข้ากันกับชุดนักเรียน
“ใช่ครับ” เรนเดลตอบกลับ ส่วนไอรินพยักหน้ารับ
“พวกเธอมาสายนะ รีบไปที่จุดลงทะเบียนเถอะ ท่านอาจารย์ฟิลิปปากำลังโมโหมาก ที่ผู้สมัครอีกสามรายชื่อมาช้ากว่าชาวบ้านเขา”
“หมายความว่ามีคนมาช้ากว่าเราสินะครับ” เรนเดลเอ่ยถาม แต่ไอรินตีที่ใหล่ของเขา ราวกับจะต่อว่าที่เรนเดลไปยุ่งเื่ชาวบ้าน
“พวกเธอรีบไปกันเถอะ เพราะถ้าเธอสองคนช้ากว่าอีกคน อาจจะเจอการทดสอบสุดโหดของท่าน เพื่อแก้แค้นที่ปล่อยให้เธอรออยู่นานเชียวนะ”
ทันทีที่นักเรียนรุ่นพี่กล่าวจบ พร้อมชี้ไปที่จุดลงทะเบียน เรนเดลและไอรินมองหน้ากัน ก่อนจะเดินตรงไปที่จุดนั้นทันที