บทที่ 13 ถ้าร้องไห้อีกจะกลายเป็กระต่ายน้อย
ซิงซิงมองอะไรไม่เห็นเลย
นอกจากเสียงเบรกตอนเริ่มต้น เธอก็ไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องพวกนั้น เพราะถูกพาขึ้นมาบนรถแท็กซี่แล้ว
จนกระทั่งรถแท็กซี่เลี้ยวไปเซี่ยจื่ออวี้จึงเพิ่งปล่อยมือ
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างมึนงง ในดวงตาสีดำขลับมีความสงสัยอยู่
“พี่ชาย?”
ใบหน้าเล็กกดอยู่บนคอเสื้อของเซี่ยจื่ออวี้จนทิ้งรอยไว้ รวมกับท่าทีที่มองมาอย่างมึนงงทำให้ดูน่ารักมาก
แต่เซี่ยจื่ออวี้กลับยิ้มไม่ออก
นี่เป็เื่บังเอิญเหรอ?
ซิงซิงเพิ่งพูดจบ พวกเขาก็เกิดเื่...
เขารู้สึกอยู่ตลอดว่าซิงซิงไม่ใช่เด็กน้อยธรรมดา แต่กลับคาดไม่ถึงว่าเธอจะมีความสามารถที่น่าหวั่นเกรงแบบนี้
ไม่สิ อย่ากังวลไปเลย อาจเป็แค่เื่บังเอิญก็ได้
ตอนนี้บนแท็กซี่มีคนนอกอยู่ด้วย เซี่ยจื่ออวี้เก็บซ่อนความสงสัยในใจก่อนจะลูบใบหน้าของเธอ
“ไม่เป็ไร ซิงซิงกำลังกลับบ้านกับพี่ชายแล้วนะ ดีใจรึเปล่า?”
เด็กน้อยถูกเบี่ยงเบนความสนใจในทันที
กลับบ้าน! เธอก็มีบ้านเหมือนกัน!
ซิงซิงออกแรงพยักหน้าด้วยดวงตาแวววาว มือข้างหนึ่งกอดตุ๊กตาหมีน้อยไว้แน่น ในขณะที่อีกมือกอดพี่ชายไว้ราวกับกลัวว่าเซี่ยจื่ออวี้จะหนีไป
รถขับเลี้ยวเข้าไปในบริเวณคฤหาสน์ที่ไม่ค่อยเป็จุดเด่นนัก
คนขับเหลือบมองเซี่ยจื่ออวี้จากกระจกหลังอย่างสงสัย ราวกับไม่ค่อยเชื่อว่าเด็กหนุ่มที่ดูเป็อันธพาลคนนี้จะอาศัยอยู่ในเขตคนรวยแบบนี้
เซี่ยจื่ออวี้อุ้มซิงซิงลงจากรถ ก้าวเข้าไปข้างในทีละก้าว ทั้งยังแนะนำบริเวณโดยรอบให้เด็กน้อยด้วย
“ตรงนี้มีสนามเด็กเล่นอยู่ พวกเรากลับบ้านไปกินข้าวก่อนค่อยลงมาเล่นดีไหม?”
เธอพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ดีค่ะ!”
เซี่ยจื่ออวี้พูดอย่างอ่อนโยน โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าทำไมตนถึงได้มีความอดทนมากขนาดนี้
ดูเหมือนตอนที่พูดคุยกับเธอจะล้วนรู้สึกสงบอยู่เสมอ
เขาไม่ได้มี่วัยเด็กที่ดี แต่ซิงซิงต้องมี
เซี่ยจื่ออวี้มาถึงประตูหน้าบ้าน เขาลูบนิ้วที่ละเอียดอ่อนของเธอ และปลดล็อกประตู
“นี่คือล็อกสแกนลายนิ้วมือ ลายนิ้วมือของซิงซิงถูกบันทึกไว้แล้ว ที่นี่เป็บ้านของซิงซิงแล้วนะ”
“ว้าว” เด็กน้อยอ้าปากกว้าง
น่ามหัศจรรย์มากเลย ปลายนิ้วัักับความเย็นเฉียบ ทุกครั้งที่แตะลงไปก็จะมีแสงสว่างขึ้น
พี่ชายมีเวทมนตร์แน่เลย!
ซิงซิงมองไปที่ล็อกของประตู ก่อนจะมองเซี่ยจื่ออวี้ด้วยแววตาแห่งความชื่นชมและความรู้สึกว่าพึ่งพาได้
หลังจากเซี่ยจื่ออวี้บันทึกลายนิ้วมือของซิงซิงเรียบร้อยแล้วก็หันไปเห็นดวงตาทั้งสองข้างของเธอเข้า ทำให้หน้าแดงขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก
ความรู้สึกที่บริสุทธิ์แบบนี้ทำให้เขาอยากหายตัวไปเป็ครั้งแรกจริง ๆ
เซี่ยจื่ออวี้กระแอมครั้งหนึ่งก่อนจะวางเธอลง
“มาสิซิงซิง เปิดประตูเลย”
เด็กน้อยยืนอยู่บนพื้น มือข้างหนึ่งกอดตุ๊กตาหมีน้อย ส่วนอีกมือยังจับชายเสื้อของเซี่ยจื่ออวี้อย่างขลาดกลัว เงยหน้ามองเขาด้วยความระมัดระวัง
เซี่ยจื่ออวี้ลูบหัวของเธอ ยกหินก้อนใหญ่ที่เป็ของประดับก้อนหนึ่งด้านข้างมา ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นไป
ในที่สุดเด็กตัวน้อยก็มาถึงตัวล็อกของประตู
ที่นี่คือบ้านของซิงซิง! ซิงซิงกำลังจะเปิดประตูบ้านของตัวเองแล้ว!
เธอรู้สึกว่าใจเต้นเร็วมาก
มือเล็กกดลงไปในทันทีก่อนจะมีเสียง ‘คลิก’ ดังขึ้นและประตูก็ค่อย ๆ เปิดออก
ตุ๊กตาหมีตัวั์ตัวหนึ่งที่ใหญ่กว่าซิงซิงสองคนรวมกันปรากฏอยู่ตรงหน้าสายตาของเธอ!
เธอเบิกตากว้างทันที
อ้าปากค้างกลายเป็รูปตัวโอ
ตุ๊กตาหมีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ตุ๊กตาหมูน้อย ตุ๊กตาหมาน้อย ตุ๊กตาแมวน้อย ตุ๊กตาเป็ดน้อย...
ในห้องรับแขกมีของพวกนี้เต็มไปหมด
ทั้งหมดล้วนเป็ของที่เธอเพิ่งเห็นในห้างสรรพสินค้า เป็ของที่เธอชอบแต่ไม่กล้าบอก!
ตุ๊กตาสัตว์ขนยาวถูกวางเรียงรายเอียงหัวมาทางทิศทางของซิงซิง
พวกมันแยกออกเป็สองแถวเพื่อเว้นทางสายหนึ่งไว้
ทางเดินสายนี้ถูกพวกตุ๊กตาวางเรียงรายเป็การต้อนรับสองข้างทางยาวไปถึงชั้นบน
เซี่ยจื่ออวี้อุ้มซิงซิงไปวางไว้ที่ทางเดินเล็ก ๆ ซึ่งเป็จุดเริ่มต้น
เสียงของชายหนุ่มอ่อนโยนอย่างไม่รู้ตัว ทั้งยังมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น
“เดินไปข้างหน้าสิซิงซิง ดูว่าพวกสัตว์ตัวน้อยจะพาเธอไปที่ไหน”
เธอชะงักมองตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ก่อนจะยื่นมือออกไปลูบ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกประหลาดใจ
มันนุ่มกว่าตุ๊กตาหมีตัวน้อยในอ้อมกอดของเธอมากเลย
ข้างหน้ายังมีตุ๊กตาหมูน้อยที่เป็หมูน้อยสีชมพูด้วย
ทั้งยังมีตุ๊กตาเป็ดน้อยขี้เหร่ ซึ่งดูน่ารักน่าชังอีก...
ซิงซิงตกตะลึงไปหมดแล้ว
เธอราวกับเป็เ้าหญิงตัวน้อยกำลังเดินไปนั่งบนบัลลังก์ของตัวเอง
เหล่าตุ๊กตาสัตว์ทั้งสองข้างทางต่างพากันต้อนรับเธอ
ขาสั้น ๆ ของเธอยิ่งวิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตอนที่ขึ้นบันไดก็ออกแรงมากขึ้น
หลังจากปีนไปได้ไม่กี่ขั้นเด็กน้อยก็เหนื่อยจนหมดแรง
เซี่ยจื่ออวี้ปวดใจขึ้นมาทันทีจนอยากจะเข้าไปอุ้ม แต่เมื่อเห็นใบหน้าตื่นเต้นดีใจของซิงซิง ทั้งยังมีท่าทีลุกลี้ลุกลนก็ดึงมือกลับ
เขาบีบฝ่ามือตัวเอง และก้าวตามหลังเธอไปทีละก้าว
สุดท้ายทางเดินสายเล็กก็มาถึงจุดสิ้นสุด
ปลายทางคือประตูบานหนึ่ง บนประตูมีกระดิ่งลมสีชมพูแขวนไว้พร้อมกับดวงดาวเล็ก ๆ ที่ส่องประกาย
ซิงซิงยื่นมือออกไปอย่างระมัดระวังและผลักออกเบา ๆ
ทันใดนั้นเธอก็คิดว่าตัวเองกำลังอยู่บนท้องฟ้าจริงๆ เธอมองเห็นดวงดาวอยู่ทั่วทั้งท้องฟ้าเต็มไปหมด
บนเพดานห้องก็เต็มไปด้วยดวงดาวส่องประกายชวนฝัน มีพรมนุ่มสีชมพูที่นุ่มมากจนทำให้คนอยากลงไปกลิ้งบนนั้น
พวกตุ๊กตาบาร์บี้สวย ๆ ก็นั่งอยู่บนพื้น
ลูกแก้วคริสตัล กล่องดนตรี ไหนจะบล็อกตัวต่อ...
ของเล่นที่ทำให้เธอตาโตอย่างตื่นตาตื่นใจเมื่อครู่ ซึ่งได้แต่มองดูมันจากระยะไกล ทั้งหมดต่างมาปรากฏตรงหน้าเธอแล้ว
“ชอบไหมซิงซิง ทั้งหมดเป็ของเธอนะ นี่คือห้องของเธอ”
เสียงของเซี่ยจื่ออวี้ดังขึ้นข้างหลังเธอ
เสียงนี้เรียกสติของเธอที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ให้กลับมา
ขนตายาวของเธอกะพริบสองครั้งก่อนจะร้องไห้ “แง!” ออกมาทันที!
เซี่ยจื่ออวี้ “!!”
เด็กน้อยร้องไห้ราวกับพายุโหมกระหน่ำ พูดได้ว่าไม่มีต้นสายปลายเหตุแม้แต่นิดเดียว
เซี่ยจื่ออวี้รีบอุ้มซิงซิงขึ้นมาอย่างตื่นตระหนกแล้วลูบปลอบเธอ
“ซิงซิงอย่าร้อง...”
เขากล่อมเด็กไม่เป็จริง ๆ
เสียงร้องไห้ของเธอเบาลง แต่น้ำตายังไหลไม่หยุด หยดน้ำตากลิ้งลงมากระทบกับข้อมือของเซี่ยจื่ออวี้ทีละหยด
เซี่ยจื่ออวี้สูดหายใจเข้าลึก มองไปที่ปลายทางอย่างดุร้าย...
ทั้งหมดเป็ความผิดนายที่ทำให้น้องสาวฉันร้องไห้!
หลี่หยวนที่ซ่อนตัวอยู่หลังกระถางดอกไม้พลันมีเหงื่อเย็นไหลออกมา!
เขาแต่งห้องตามที่เ้าหญิง้าแล้ว! เขาเหนื่อยแทบตาย! ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้!
แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ใบหน้าของหลี่หยวนยิ่งบิดเบี้ยวก็คือน้ำเสียงอ่อนโยนของเซี่ยจื่ออวี้ที่กำลังปลอบโยนเด็กน้อย
ความรู้สึกงดงามนี้ หลี่หยวนไม่มีทางเข้าใจหรอก
“ซิงซิงเด็กดี อย่าร้องเลยนะ...ถ้าซิงซิงไม่ชอบทั้งหมดนี่ก็โยนทิ้งไปเลย ซิงซิงชอบอะไรเหรอ...”
ปลายนิ้วของเซี่ยจื่ออวี้เช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน
ซิงซิงกอดตุ๊กตาหมีน้อยในอ้อมแขน ร้องไห้สะอึกสะอื้นแต่ถึงอย่างไรก็สามารถพูดประโยคที่สมบูรณ์ออกมาได้
“พี่ชาย ฮือ...ใช้เงินเยอะมาก ซิงซิงใช้เงินเปลือง...พี่ชายไม่มีเงินแล้ว ถ้าพี่ชายไม่มีเงินอย่าขายซิงซิงเลยนะ...”
ปลายนิ้วของเซี่ยจื่ออวี้ชะงักไป
ในใจของเขารู้สึกอ่อนยวบอย่างอธิบายไม่ถูก ทั้งยังมีความรู้สึกโกรธที่ควบคุมไม่ได้อีกด้วย
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าคำพูดนี้เป็หลี่ฟางที่เคยพูดกับเธอ
น้ำเสียงของเขาแหบขึ้น แขนที่อุ้มซิงซิงกระชับแน่นขึ้น
“ซิงซิง ฟังฉันพูดนะ ที่นี่เป็บ้านของเธอ ของทุกอย่างที่นี่เป็ของเธอ”
“พี่ชายไม่ขายซิงซิงหรอก ไม่มีทางขายแน่นอน”
“ฉันมีเงินเยอะ มีเงินเยอะมาก ๆ เธออยากได้อะไรฉันซื้อให้ได้หมดเลย”
“ซิงซิงเป็สมบัติที่ล้ำค่าที่สุด”
“ไม่ร้องนะ เดี๋ยวกระต่ายน้อยจะหัวเราะซิงซิงนะถ้าร้องไห้จนตาแดง”
เด็กหนุ่มหยิบตุ๊กตากระต่ายน้อยด้านข้างขึ้นมาวางไว้เบื้องหน้าเธอ ก่อนจะดัดเสียงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ซิงซิงสวัสดี ฉันคือกระต่ายน้อย ตาเธอเป็สีแดงด้วย เธอก็เป็กระต่ายน้อยเหรอ พวกเรามาเป็เพื่อนกันเถอะ!”