หลังจากเที่ยงตรง ซึ่งเป็เวลากินข้าว เรนเดลแอบมาดูที่หน้าทางเข้าสถาณีรถไฟฟ้าใต้ดิน เขาอยากจะรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ คือการลงไปซ่อมบาเรียชั้นล่าง
แต่เขาก็พบว่ามีอาจารย์หกคน และนักเรียนซึ่งน่าจะเป็นักเรียนชั้นปีที่สามสิบกว่าคน กำลังลงไปที่ดันเจี้ยนข้างล่าง เรนเดลเดาว่าเื่ที่เขาแอบเข้าไปคงถูกสงสัยแล้ว จึงมีการลงไปตรวจสอบอย่างเข้มงวด ดังนั้นเขาคงไม่มีความจำเป็ต้องแอบลงไปซ่อมบาเรียอีก
เรนเดลซึ่งเฝ้ามองดูอาจารย์และรุ่นพี่กำลังลงไปที่ดันเจี้ยน สังเกตุว่ารุ่นพี่คนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งออกมา ก่อนจะะโว่า “มานา อีตเตอร์” เรนเดลไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น อาจารย์อีกห้าคนที่อยู่ด้านนอกก็สนธิกำลังลงไปจัดการทันที
และแล้ว ศพของอันเดดสาวที่เรนเดลเจอข้างล่าง ก็ถูกยกออกมาจากดันเจี้ยนนั้น มันถูกเวทผนึกกว่าเก้าชั้นกักขัง และถูกวางกระแทกลงกับพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนที่อาจารย์ทั้งหกคนจะร่ายเวทประสานธาตุแสง สวดใส่มันจนร่างของมันสลายหายไปทันที พร้อมกับทิ้งก้อนศิลานักปราชญ์ขนาดเท่ากำปั้นเอาไว้
“นั่นคือตัวอะไรครับ” เรนเดลเดินเข้ามา หลังทุกอย่างสงบลง อาจารย์ฟิลิปปาที่อยู่ในกลุ่มอาจารย์ทั้งหกมองเรนเดลด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย ก่อนจะเริ่มกล่าว
“อันเดดที่อยู่มานานกว่าร้อยปี จะกลายเป็ปีศาจ และปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า มานา อีตเตอร์ (Mana Eater) มันกินพลังงานเวท และผู้ใช้เวทมนตร์เป็อาหาร จอมเวทอย่างเราถือเป็เหยื่อของมัน”
“หมายความว่าถ้าเจอมันเข้า ก็อาจไม่รอดสินะครับ” เรนเดลเอ่ยถามพลางเสียวสันหลัง เขารู้สึกขอบคุณตัวเอง ที่ไม่คิดลองดีกับมันเมื่อตอนนั้น
“การโจมตีด้วยเวทแทบจะไม่ส่งผลกับมัน ต้องจัดการด้วยการโจมตีทางกายภาพ หรืออาวุธเวทมนตร์ที่กินมานาเป็อาหารเหมือนมันน่ะ” อาจารย์หนุ่มแว่นข้างๆฟิลิปปากล่าวอธิบาย “แต่ถ้าเธอยังไม่ใช่จอมเวทระดับลูกแก้วสีฟ้า ก็แนะนำว่าให้หนีดีกว่า เพราะเ้ามานาอีตเตอร์มันฆ่าจอมเวทอย่างเราๆตายไปเยอะล่ะ”
อาจารย์หนุ่มใส่แว่น เส้นผมขาวฟูราวกับขนแมวที่กำลังอธิบาย ท่าทางอายุแค่สามสิบต้นๆ เขาดูเด็กที่สุดในกลุ่ม และดูไม่เข้าพวกที่สุด
“แม็คเบธ” อาจารย์ฟิลิปปาเอ่ยเรียกชื่ออาจารย์หนุ่มที่พึ่งคุยกับเรนเดล “หลังจบนี่แล้ว เธอต้องซ่อมแซมเวท และตรวจตราให้เข้มงวดล่ะ ถ้าคณะกรรมการนักเรียนไม่มาสังเกตุว่าวงเวทมีรอยเสียหาย ป่านนี้เ้ามานาอีตเตอร์ และอันเดดตัวอื่นๆได้หลุดรอดออกมาจากดันเจี้ยนแล้ว”
“ผมมั่นใจว่าเวทบาเรียของผมแข็งแรงไม่แพ้อาจารย์คนอื่นๆครับ ด้วยความเคารพ” อาจารย์หนุ่มที่ชื่อแม็คเบธกล่าวเสียงแข็ง “ผมคิดว่าต้องมีมือดีแอบเจาะเวทของผม จนเวทเกิดความไม่เสถียรมากกว่า”
“แล้วใครมันจะมาเจาะล่ะ” อาจารย์ฟิลิปปากล่าวเสียงขุ่น “นักเรียนแทบทุกคน ไม่มีทางเจาะบาเรียได้อยู่แล้ว เธอพูดแบบนี้ก็หมายความว่ากำลังกล่าวหาอาจารย์คนใดคนหนึ่งในโรงเรียนอยู่”
“อาจเป็นักเรียนฝีมือดี ซึ่งเป็ศิษย์เอกของอาจารย์ท่านไหนก็ได้ละมั้งครับ” อาจารย์แม็คเบธกล่าวพลางผายมือ “ยังไงตัวผมที่เป็อาจารย์ซึ่งมาจากอาณาจักรเสือขาว ก็คงไม่มีใครชอบขี้หน้าอยู่ดี อาจถูกกลั่นแกล้งอยู่ก็ได้”
“หยุดเถียงกันต่อหน้าเด็กเถอะ ให้ตายสิ” อาจารย์าุโ อายุน่าจะเกินห้าสิบปีคนหนึ่งกล่าว เขาไว้ผมและหนวดเครายาวเหมือนพ่อมดเมอลิน “เอาเป็ว่าซ่อมแซมบาเรีย และให้สภานักเรียนตรวจตราอย่างเข้มงวดเหมือนที่ทำอยู่ทุกวัน แต่เพิ่มเวรยามให้มากขึ้น และเพิ่มจำนวนคนตรวจตราด้วย จากครั้งละสองคน เป็ห้าคน”
“รับทราบครับ/ค่ะ ท่านหัวหน้าอาจารย์เฮคเตอร์” ทั้งฟิลิปปา และแม็คเบธกล่าวตอบรับคำสั่งของอาจารย์ตรงหน้าทันที ดูท่าว่าอาจารย์ที่ชื่อเฮคเตอร์จะมีอำนาจพอสมควร
ด้วยเหตุนี้เรนเดลจึงไม่ต้องกังวลอะไร เพราะเื่ทุกอย่างมันจบแล้ว และเขาสาบานกับตัวเองว่าจะไม่แอบลงไปสำรวจอีก เพราะดูเหมือนการกระทำของเขาจะส่งผลกระทบเป็วงกว้าง
เรนเดลกลับมาที่หอพัก พลางทบทวนวิชาของเขา เพื่อคิดว่าจะสอนอะไรให้กับเซร่าดี ถึงชาติที่แล้วเขาจะเก่งขนาดไหน แต่ในชีวิตจริงเขาก็ยังไม่เคยสอนใครเป็เื่เป็ราว จึงต้องมานั่งทบทวนความรู้อีกครั้ง เพื่อเรียบเรียงว่าจะถ่ายทอดออกไปยังไง ให้ได้ผลที่สุด เพราะการที่เรามีความสามารถ ไม่ได้หมายความว่าเราจะสอนคนเก่ง มันเป็เื่คนละเื่กัน
“รอนานมั้ยครับ คุณเซร่า” เรนเดลกล่าวทักทายเมื่อมาถึงที่นัดหมาย เขาพบว่าหญิงสาวตรงหน้ามารอเรนเดลอยู่ก่อนแล้ว
“ไม่นานค่ะ ทางฉันก็พึ่งมา” เซร่ากล่าวขณะควบคุมวงเวทดาวหกแฉกจนเริ่มนิ่งแล้ว มันเป็วงเวทที่สมบูรณ์และไร้ที่ติ
“สวยจังเลยนะครับ” เรนเดลกล่าวพลางมองหน้าหญิงสาว เขาไม่ได้มองวงเวทเลย ทำเอาเซร่าหน้าแดงระเรื่อ
“หมายถึงวงเวทสินะคะ”
“เปล่า หมายถึงเ้าของวงเวทต่างหาก”
วงเวทเซร่ากระพริบถี่และดับทันที ก่อนที่ฝ่ายหญิงสาวจะอ้าปากค้าง หน้าของเธอแดงสุดๆ เรนเดลยิ้มรับก่อนจะเริ่มอธิบาย
“เอาล่ะ เมื่อร่ายเวทได้แล้ว เรามาฝึกพลังของวงเวทขั้นที่หนึ่งเถอะครับ” เรนเดลกล่าวแนะนำ ก่อนจะทำให้ดูเป็ตัวอย่าง วงเวทสีรุ้งแปดเหลี่ยมปรากฏบนมือของเรนเดล ก่อนที่เขาจะบังคับให้มันขยายขนาด ทำให้เล็กลง และเคลื่อนไหวตามมือที่วาดได้อย่างคล่องแคล่วโดยวงเวทไม่เสียรูปเลยแม้แต่น้อย และเรนเดลยังก้าวเท้าเคลื่อนไหวไปมาผสมผสานด้วย สิ่งที่เขาทำ เรียกว่าการร่ายเวทแบบเคลื่อนไหวโดยสมบูรณ์
“ฝึกพื้นฐานด้วยร่ายเวทแบบเคลื่อนไหวโดยสมบูรณ์หรือคะ” เซร่าเอ่ยถาม ก่อนที่เรนเดลจะพยักหน้า
“การต่อสู้ที่แท้จริงของจอมเวท ไม่ใช่ยืนนิ่งเป็ต้นไม้ แล้วร่ายเวทแลกใส่กันซึ่งๆหน้าเสียหน่อย เราต้องเริ่มจากร่ายเวทได้ทุกสถาณการณ์ครับ” เรนเดลอธิบายขณะสาธิตร่ายเวทจากจุดอื่นที่อยู่นอกเหนือด้านหน้าของเขาด้วย เช่นด้านข้างหรือด้านหลังของเซร่า เพื่อสอนเธอกลายๆว่าวงเวท จะร่างให้มันปรากฏตรงไหนก็ได้ ไม่จำเป็ต้องเป็ด้านหน้าเราเสมอไป
เซร่าพยักหน้า ก่อนจะลองทำตาม เธอพบว่าวงเวทของเธอช้ากว่ามือของเธอที่วาดเอาไว้ และเมื่อฝืนขยายขนาดหรือย่อให้มันเล็กลง วงเวทของเธอก็เพี้ยนไปหมด เธอทำให้มันสมบูรณ์ได้เฉพาะด้านหน้า และไม่ขยับตัวไปไหน หมายความว่าหากเธอจะใช้เวทนี้ เธอต้องเป็เป้านิ่ง
“ต้องฝึกพื้นฐานตรงนี้ให้มั่นคงก่อนครับ” เรนเดลกล่าว “ลองนึกสภาพที่เราต้องต่อสู้กับศัตรู หรือใช้งานเวทของจริงดู เราคงไม่ยืนร่ายเวทอยู่กับที่แน่ๆ เพราะมันจะเป็เป้านิ่งเชื้อเชิญศัตรูให้เล่นงานเรา”
“นี่คือพื้นฐานแน่หรือคะ” เซร่าถามด้วยความสงสัย “การเคลื่อนไหวขณะร่ายเวทฉันได้ยินมาว่ามันเป็ความสามารถของพวกปีสองน่ะค่ะ ปีหนึ่งอย่างเราควรท่องบทเวท ร่างวงเวท และทำให้เวทสัมฤทธิผลก่อน”
“ศัตรูหรือพวกอันเดด มันไม่แยกแยะหรอกนะครับ ว่าเราอยู่ปีไหน” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาเซร่ารู้สึกเครียดขึ้นมาทันที “ถ้าเราพลาด ก็เท่ากับความตาย”
“จะพยายามค่ะ” เซร่ากล่าว ก่อนเธอจะควบคุมการคงสภาพของเวทในขณะเคลื่อนไหวไปด้วย เหงื่อเม็ดโตผุดบนใบหน้าเรียวงามของเธอทันที ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเต็มไปด้วยความกดดัน เธอกำลังกดดันตัวเองอยู่ และเรนเดลก็เลือกจะไม่ให้กำลังใจหรือปลอบ เื่นี้เซร่าต้องผ่านไปได้ด้วยตัวของตัวเองเท่านั้น
ที่เรนเดลต้องบังคับให้เธอร่ายเวทแบบเคลื่อนที่ได้ เพราะวิชาเวทสายผู้พิทักษ์ เวทโกรธาวารี อาศัยการร่ายเวทแบบเคลื่อนไหวเป็พื้นฐานนั่นเอง เธอจะต้องเจออะไรที่หนักกว่านี้เยอะ นี่ยังแค่น้ำจิ้ม วิชาที่พี่สาวของเรนเดลใช้ในอดีตชาติ ไม่ใช่วิชาที่เด็กอมมือจะฝึกได้ หากไม่ตั้งใจจริง
เซร่าตั้งสมาธิอย่างมั่นคง เธอทำตามที่เรนเดลเคยสอน ไม่ได้เพ่งสมาธิไปยังฝ่ามือที่ร่ายเวท แต่เพ่งไปยังจุดที่วงเวทจะเคลื่อนไหว พร้อมจับกระแสมานาตามไปหล่อเลี้ยงจนเธอสามารถคงสภาพของเวทได้ แม้ในยามที่เคลื่อนไหวฝ่ามือไปมา และเธอยังสามารถย่อหรือขยายขนาดเวทได้อีก ตอนนี้เธอบรรลุการร่ายเวทแบบเคลื่อนที่เรียบร้อยแล้ว
เรนเดลปรบมือให้กับความพยายามของเซร่า เธอเรียนรู้ได้ไวมาก อันที่จริงแล้วการร่าย และรักษาวงเวทให้ได้ในทุกสภาวการณ์ ถือเป็พื้นฐานของนักรบเวทด้วยซ้ำ เรนเดลเองก็ยังไม่เข้าใจ ว่าทำไมในยุคนี้ ถึงบังคับให้แสดงเวทมนตร์ให้สัมฤทธิผลให้ได้ก่อนที่จะฝึกเื่พวกนี้ มันจะไปมีประโยชน์อะไร ที่ร่ายเวทได้ในขณะที่ต้องยืนนิ่งอยู่กับที่
“เอาล่ะ บทต่อไป ผมจะหลบหลีกไปมา เซร่าต้องพยายามร่างวงเวทบนตัวผมให้ได้อย่างสมบูรณ์นะครับ คิดเสียว่าต้องประทับเวทบนร่างผมให้ได้ จึงจะสอบผ่าน”
เซร่ากำลังพยักหน้ารับ ก่อนจะเตรียมเริ่มบทต่อไปด้วยสีหน้าเบิกบาน เธอรู้ว่าเรนเดลกำลังจะเริ่มสอนเธอโจมตีแบบติดตามตัว ซึ่งเป็ศาสตร์การต่อสู้ระดับสูงของชั้นปีที่สาม แต่เธอไม่โต้แย้งใดๆ ใจของเธอเองก็อยากจะรู้ว่าเรนเดลนั้นแท้จริงแข็งแกร่งขนาดไหน
แต่ทว่าเรนเดลรู้สึกได้ถึงพลังเวทที่มุ่งปองร้ายมาทางเซร่า เขารีบพุ่งเอาตัวเข้ามาบังเซร่า วงเวทธาตุสายฟ้าสีเหลืองจากมือของเรนเดล กันพลังะุน้ำแข็งที่พุ่งเข้ามาได้อย่างทันท่วงที
“เอ้า มาขวางทำไมกัน ฉันอุตส่าห์จะช่วยฝึกสอนด้วย”
เสียงหญิงสาวที่เกรี้ยวกราดตวาดลั่น เมื่อเรนเดลเอาตัวมาขวาง มือของเรนเดลสั่นเทิ้มไม่หยุด บ่งบอกว่าอีกฝ่ายนั้นยิงเวทมาด้วยพลังที่รุนแรงอย่างมาก รุนแรงพอจะฆ่าคนที่ไม่ได้ตั้งตัวให้ตายได้
“กะเอาตายหรือยังไง ยัยบ้า” เรนเดลกล่าวเสียงขุ่นใส่อีกฝ่าย พลางสะบัดมือไล่ความปวด ในขณะที่เซร่าหน้าซีดทันที เมื่อเจอหน้าคนที่เรนเดลกำลังถกเถียงอยู่
“โจแอนนา” เซร่ากล่าว พลางมองไปยังคนที่มีเื่กับเธอและเรนเดล
หญิงสาวหน้าตาละม้ายคล้ายเซร่า แต่ผมของเธอเป็สีน้ำเงินเข้มไว้ทรงหางม้า ดวงตาของเธอสีแดงเื เธอดูงดงามกว่าเซร่าเล็กน้อยและหุ่นดีกว่า แต่แววตาของเธอที่ฉายออกมานั้นกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ดูก็รู้ว่าเธอเกลียดเซร่าขนาดไหน
“นี่เธอ อย่ารบกวนการเรียนการสอนของคนอื่นได้ไหม” เรนเดลกล่าวห้ามอีกฝ่าย แต่หญิงสาวที่ชื่อโจแอนนาไม่ฟังเขาเลยสักนิด ดวงตาสีทับทิมจ้องเขากลับด้วยท่าทีเ็า ก่อนที่เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นจากด้านหลังของโจแอนนา จะก้าวออกมาด้านข้าง เพื่อมาหาเรนเดล
“อย่ามาเรียกคุณหนูของผมอย่างสนิทนะครับ” เสียงเย็นะเืจากชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งดังมาจากด้านหลังของโจแอนนา เขาเป็หนุ่มร่างแกร่งเพราะถูกฝึกฝนมาดี ดวงตาสีน้ำตาลของเขาคล้ายเหยี่ยว ผมสีดำของเขาตัดซอยสั้นไม่ตกแต่งใดๆ ดูท่าว่าจะเป็องครักษ์ของโจแอนนา
“งั้นจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ” เรนเดลกล่าว “ฉันไม่ได้รู้จักอีกฝ่าย จนสามารถเรียกนามสกุลซะด้วยสิ”
“กำลังแอบทำเื่งามหน้าให้กับวงศ์ตระกูลหรือ ยัยเซร่า” โจแอนนากล่าวด้วยเสียงเยือกเย็น พลางใช้หางตามองมาทางเรนเดล ราวกับว่ากำลังพิจารณาตัวของเขาอยู่
“เซร่าไม่ได้ทำเื่น่าอับอายใดๆ” เรนเดลออกตัวแทน เพราะเขาเห็นเธอก้มหน้านิ่ง ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมีอำนาจมากกว่าเธอ “ผมกำลังสอนวิชาเวทมนตร์ให้กับเธออยู่”
“สอนวิชาเวทมนตร์หรือ” องครักษ์หนุ่มมองเรนเดลพลางถามด้วยเสียงแปลกใจ “ดูจากสภาพ นายเองก็อายุพอๆกับเรา แต่กำลังจะทำตัวเป็อาจารย์สั่งสอนงั้นหรือ”
“ไม่ใช่กงการอะไรของนายนี่” เรนเดลกล่าวโต้กลับ “ฝ่ายนายต่างหาก ที่มายุ่งอะไรกับพวกเรา”
“ยุ่งได้สิครับ” เด็กหนุ่มฝั่งตรงข้ามกล่าวอย่างท้าทาย “เพราะคุณน่าจะกระทำการหลอกลวงท่านเซร่า บุตรีอนุภรรยาของท่านโจเซพ ไพรมารี่ยังไงล่ะ”
เซร่าก้มหน้านิ่ง ดูเหมือนเธอจะรู้สึกอับอาย ที่อีกฝ่ายประจานว่าเธอเป็ลูกเมียน้อย โจแอนนายิ้มเยาะทันที เมื่อเห็นทีท่าของเซร่า
“เราย้ายที่ฝึกกันก็ได้นะครับ” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ เซร่าพยักหน้า ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินออกไปจากสวนหย่อม แต่ทว่าองครักษ์ของโจแอนนายกมือบังเรนเดลเอาไว้
“ท่านโจแอนนายังไม่อนุญาติให้ลูกของอนุภรรยาไป นายห้ามพาท่านเซร่าไปไหนเด็ดขาด”
“เป็ประเทศสาธารณรัฐแท้ๆ แต่กลับถือยศไม่ต่างอะไรกับพวกอาณาจักรเลยน้า” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงรำคาญ ก่อนจะปัดมือของอีกฝ่ายออกไปเบาๆ และจูงมือเซร่าออกไปทันที
โจแอนนามองไล่หลัง เธอรู้สึกแปลกใจที่องครักษ์ของเธอยอมปล่อยอีกฝ่ายไปอย่างง่ายดาย แต่เมื่อเธอมองไปที่องครักษ์ของเธอก็ได้เข้าใจทันที
มือขององครักษ์เธอโดนเวทสะกดการเคลื่อนไหวธาตุมืดเอาไว้ พาลทำให้ทั่วทั้งร่างเขาไม่สามารถขยับได้ ร่างทั้งร่างของเขาสั่นเทิ้ม แม้แต่จะส่งเสียงก็ยังทำไม่ได้
“ไม่นะลูเธอร์” โจแอนนากล่าวด้วยน้ำเสียงใ เธอรู้ทันทีว่าองครักษ์ของเธอโดนเวทสะกด ตัวเธอเองก็ไม่เก่งพอจะแก้เวทนี้ เนื่องจากยังไม่เคยเรียนรู้วิธีแก้
วงเวทสีดำขนาดใหญ่ ที่เป็รูปโซ่ไขว้กันนับไม่ถ้วนจนเป็วงกลม ปรากฏที่ข้อมือของลูเธอร์ มีโซ่สีดำปรากฏออกจากวงเวทนั้น และโซ่นั้นลุกลามมัดทั่วทั้งร่างของลูเธอร์เอาไว้ จนทำให้เขาขยับตัวไม่ได้
“รอก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปตามอาจารย์มาช่วย” โจแอนนาวิ่งหน้าตั้งไปหาอาจารย์ทันที ก่อนที่ลูเธอร์จะอ่อนแรงและค่อยๆล้มพับลงกับพื้น เวทสะกดของเรนเดลกำลังดูดมานาในร่างของเขาอย่างไร้ปราณี จนเขาไม่มีแรงพอจะยืนอยู่ได้
เมื่ออาจารย์คุมหอหญิงมาถึง เธอถึงกับสะดุดเมื่อได้เห็นเวทสะกดระดับสูง ชื่อของมันคือพันธนาการสมบูรณ์ เป็เวทเอาไว้จับเชลยศึกา หรือลงโทษทาสที่ขัดขืนต่อผู้เป็นาย เพราะนอกจากมันจะกั้นไม่ให้ผู้ถูกสะกดเคลื่อนไหวแล้ว มันยังอาศัยมานาในร่างของผู้ถูกสะกดเป็ตัวหล่อเลี้ยงด้วย และแน่นอน มันกั้นกระแสมานาในอากาศผ่านร่างของผู้ถูกพันธนาการอีกต่างหาก เป็การสะกดโดยสมบูรณ์ตามชื่อของมัน
อาจารย์ใช้เวลาร่วมอยู่ห้านาที ในการคลายเวทสะกดของเรนเดล โจแอนนาไม่กล้าเล่าให้อาจารย์ฟังว่าใครเป็คนทำ เพราะถ้ามีเื่ขึ้นมา พวกเธอเองก็จะมีความผิดฐานทะเลาะวิวาทด้วย เื่จึงจบลงแค่นี้ พร้อมกับคำกล่าวเตือนของอาจารย์ว่าอย่าไปมีเื่อีก เพราะถ้าคนที่สะกดลูเธอร์เอาจริง อาจไม่จบแค่ถูกสะกดให้อยู่นิ่ง
“ไอ้หมอนั่นเป็ใครกัน ถึงขนาดลูเธอร์ที่เป็จอมเวทเขียวระดับหนึ่งหมดทางสู้” โจแอนนากล่าวด้วยความสงสัย “แถมยังอยู่ข้างนังลูกเมียน้อยอีก ไม่ได้การ ต้องรีบสั่งสอนก่อนที่มันจะเหลิงไปมากกว่านี้...เซร่า ฉันจะไม่ยอมให้ลูกอนุอย่างเธอมาทำตัวเด่นในโรงเรียนนี้อย่างเด็ดขาด”
“พวกนั้นคงไม่ตามเรามาแล้วล่ะครับ” เรนเดลกล่าวหลังจากพาเซร่ามาที่สนามบอลข้างๆหอพักชาย
“ขอบคุณค่ะ” เซร่ากล่าว “คุณเรนเดลเป็คนดีจังเลยนะคะ ช่วยฉันออกมาจากสถาณการณ์ที่ลำบากโดยไม่ลังเลเลย”
“ผมแค่ไม่ชอบพวกที่ข่มคนอื่นด้วยจุดด้อยของเขาน่ะครับ” เรนเดลกล่าว “ผมไม่รู้หรอกนะ ว่าพวกคุณมีความสัมพันธ์กันแบบไหน แต่ถ้าผมเป็คุณ เซร่า ผมจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขา ชนิดที่พวกเขาตามไม่ทัน ผมจะไม่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง แล้วยอมรับคำดูถูกเหยียดหยามอีกฝ่ายแน่ๆ”
“คงยากค่ะ” เซร่ากล่าวเสียงเศร้า “ฉันเป็บุตรีของลุกอนุ มีลำดับศักดิ์ต่ำกว่าลูกเมียหลวง ว่าง่ายๆก็คือเป็ข้ารับใช้เขากลายๆ หากทำตัวเสมอหรือแว้งกัดผู้เป็นาย ทั้งฉันและแม่ก็จะไม่มีที่อยู่”
“เซร่า นั่นไม่เรียกว่าที่อยู่หรอกนะ นั่นเรียกว่ากรง” เรนเดลกล่าวทำเอาเซร่าถึงกับทำอะไรไม่ถูก “ที่อยู่น่ะ เราต้องสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองสิ ฉันจะช่วยเธอเอง ไม่ต้องห่วง”
ระหว่างที่เรนเดลกำลังคุยกับเซร่านั้น เขาเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่คุ้นหน้าคุ้นตา โคโตโนฮะนั่นเอง ผมน้ำตาลยาวเลยเอวและผูกรวบปลายนั้นเป็เอกลักษณ์ของเธอ ที่สังเกตุได้แต่ไกล
“เรนเดล...เจอกันเสียทีนะ เมื่อวานนั่งคุยกับไอรินทั้งวันเลยล่ะ เธอบอกว่านายอยู่แถวนี้”
เสียงของโคโตโนฮะเอ่ยทักทายเขาจากระยะไกล ก่อนที่เธอจะเดินเร็วเข้ามาหาเขาและเซร่า โคโตโนฮะในตอนนี้ไม่ได้ใส่ชุดมิโกะแล้ว เธออยู่ในชุดนักเรียนของโรงเรียน ทำให้ดูน่ารักไปอีกแบบ
“โคโตโนฮะ” เรนเดลกล่าวทักทายพลางมองดูเธออย่างพิจารณาถี่ถ้วน “”ใส่ชุดนักเรียนก็ยังน่ารักไม่แพ้ชุดมิโกะนะครับ
โคโตโนฮะแก้มแดงระเรื่อ เธอไม่ชินกับการถูกชมเชย ก่อนที่เธอจะมองไปที่เซร่า เพื่อรอให้เรนเดลแนะนำตัวคนที่อยู่ข้างๆ เซร่าเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงชิงแนะนำตัวก่อน
“ฉันเซร่า ไพรมารี่ค่ะ เป็เพื่อนของคุณเรนเดล”
“ฉันก็เพื่อนของเรนเดลเหมือนกัน ชื่อโคโตโนฮะ ไทจิ” โคโตโนฮะกล่าว “ตระกูลไพรมารี่ ใช่ญาติของคุณโจเซฟ ไพรมารี่ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสาธารณรัฐเหยี่ยวดำไหมคะ เห็นนามสกุลเดียวกัน”
“ใช่ค่ะ...แต่ดิฉันเป็บุตรีของอนุภรรยา” เซร่ากล่าวแนะนำตัวเสียงแ่เบา เธอชิงลงมือบอกก่อนที่ใครจะถาม โคโตโนฮะยิ้มรับก่อนจะเดินเข้ามาใกล้
“มิน่าล่ะ ถึงไม่คุ้นชื่อเลย เพราะเป็บุตรีของอนุ เลยไม่มีสิทธิออกตัวในงานสังคมสินะคะ” โคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงเห็นใจ
“เป็ธรรมเนียมของประเทศเราน่ะค่ะ” เซร่ากล่าวยอมรับราวกับเป็เื่ปกติ “อันที่จริงแล้วฉันไม่มีสิทธิเรียนที่เดียวกับลูกของภรรยาหลวงด้วยซ้ำ แต่กรณีของดิฉันเป็กรณีพิเศษ เลยถูกทาบทามมาน่ะค่ะ เพราะฉันได้รับเลือกโดยคัมภีร์พระเวท ให้สืบทอดมนต์ของสายผู้พิทักษ์”
“งั้นเองหรือคะ ยินดีด้วยค่ะ” โคโตโนฮะกล่าว “ทางสายภรรยาหลวงคงจะโกรธแค้นมากสินะคะ ที่สายอนุภรรยาได้รับเลือก”
“ประมาณนั้นค่ะ” เซร่ากล่าวพลางอมยิ้ม “ตอนนี้กำลังรับการชี้แนะจากคุณเรนเดล ให้ช่วยสอนเื่พื้นฐานเวทมนตร์อยู่ค่ะ”
“ได้อาจารย์ดีเลยนะคะเนี่ย” โคโตโนฮะกล่าวหัวเราะ “ถ้าเป็เรนเดลเขาล่ะก็ รับรองไม่ผิดหวัง หมอนี่คมในฝักอยู่แล้ว รับรองว่าคุณต้องแซงหน้ายัยโจแอนนาอย่างแน่นอน”
“รู้จักพี่น้องต่างมารดาของฉันด้วยหรือคะ” เซร่าเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ
“ยิ่งกว่ารู้จักค่ะ เราเคยเรียนด้วยกันตอนประถม ที่โรงเรียนสาธิตเวทมนตร์ชั้นต้นของจักรวรรดิัไฟ เคยตีกันเพื่อแย่งที่นั่งด้วย”
หลังจากนั้นเซร่ากับโคโตโนฮะก็คุยกันอย่างถูกคอ หัวเราะพร้อมกันในหลายๆเื่ จนทั้งคู่เริ่มสนิทกัน
เรนเดลฟังสองสาวคุยกันอย่างสนิทสนม ทั้งที่พึ่งเจอกันไม่นาน ทำเอาเรนเดลแอบคิดว่าทำไมเพศหญิงถึงสนิทกันได้ไวขนาดนี้นะ เขาต้องหาเื่คุย เพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดวงโคจรจากการสนทนานี้
“โลกกลมจังเลยน้า” เรนเดลกล่าว “ไปๆมาๆดันเป็เพื่อนกันเสียแล้ว ทำเอาฉันรู้สึกเหมือนเป็คนนอกเลย”
โคโตโนฮะยิ้มให้กับคำพูดของเรนเดล ก่อนจะเอ่ยว่า “ถ้าอยากสนิทกันเหมือนอย่างฉันและเซร่า นายก็คงต้องบอกเื่ทั้งหมดของตัวเองนะ เรนเดล”
เรนเดลนิ่งเงียบทันที เมื่อเจอตอบกลับมาแบบนี้ ก่อนที่โคโตโนฮะจะส่งสายตาแบบรู้กันมาที่เขา
“เอาล่ะ ปล่อยคุณเรนเดลรอนานแล้ว เรามาเริ่มกันเถอะค่ะ” เซร่ากล่าวก่อนจะเริ่มฝึกต่อจากเมื่อกี้ เธอร่ายวงเวทขึ้นมา พลางฝึกเคลื่อนที่โดยไม่ให้วงเวทเสียรูป
“กำลังฝึกอะไรกันอยู่” โคโตโนฮะถามเรนเดลด้วยเสียงกระซิบ ก่อนจะขยับตัวมาใกล้จนแทบจะแนบชิด
“ปูพื้นฐานของนักรบเวทให้กับเซร่าน่ะ” เรนเดลกล่าว “เซร่ายังไม่สามารถใช้เวทมนตร์ต่อสู้ได้จริง ตอนนี้เธอต้องร่ายเวทโดยยืนอยู่กับที่”
“อย่างนี้นี่เอง” โคโตโนฮะพยักหน้า ก่อนจะกล่าวตอบ “เพราะไม่ได้รับการกวดวิชาเวทอย่างเข้มงวดสินะ เลยต้องฝึกตามมาตรฐานของการเรียนการสอนทั่วไป โดยปกติแล้วปีหนึ่งทุกคนในโรงเรียนนี้ ฝึกเคลื่อนที่ร่ายเวทกันมาแล้วทั้งนั้น”
“น่าจะเป็แบบนั้น” เรนเดลกล่าว “หากเซร่าจะอยู่รอดในโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นนำ เธอต้องไม่มีความสามารถดาษดื่น แต่เธอต้องไต่ระดับตัวเอง ให้ใกล้เคียงกับฉันหรือเธอให้ได้”
“รู็สึกเป็เกียรติจังเลยนะคะ” โคโตโนฮะกล่าวพลางส่งยิ้ม “ที่ยกฉันให้อยู่ระดับเดียวกับนายน่ะ”
“ฝีมือเธอน่ะของจริง” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ “ฉันไม่ได้พูดเกินไปเลย ร่ายเวทประสานคู่ แถมยังใช้เวทสร้างสัตว์อัญเชิญได้อีก ทั้งหมดนี้ทำได้ั้แ่ตอนอายุสิบสี่ อนาคตไม่พ้นจอมเวทเจ็ดดาราแน่ๆ หากฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ”
“จอมเวทเจ็ดดารา...” โคโตโนฮะทวนคำของเรนเดล “ไม่ได้ยินคำนี้มานานแล้วนะคะ เรนเดล คำพูดของนายเหมือนกับคนเฒ่าคนแก่เลย ปู่ของฉันชอบพูดถึงบ่อยๆนะ จอมเวทเจ็ดดาราน่ะ”
เรนเดลกลืนน้ำลายคำโต ก่อนจะตัดสินใจไม่พูดอะไรออกมาอีก อย่างที่โคโตโนฮะว่า ตัวเขาในตอนนี้เป็เด็กอ่อนต่อโลกอายุสิบสี่ปี ไม่ใช่จอมเวทเจ็ดดาราแบบชาติที่แล้ว
“จะว่าไป...เมื่อชาติที่แล้วฉันก็อายุแค่ยี่สิบสองปีเองนี่หน่า ไม่ได้แก่ซะหน่อย” เรนเดลกล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแ่เบา ก่อนจะเริ่มเดินไปหาเซร่า เพื่อฝึกฝนเธอในบทเรียนต่อไป
ไกลออกไปกว่าสิบเมตร โจแอนนา ลูเธอร์ และชายปริศนาคนหนึ่งกำลังจับตาดูกลุ่มของเรนเดลที่กำลังฝึกฝนเวทมนตร์ โจแอนนายิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนจะมองไปยังชายผู้มาใหม่
“เห็นไหม เร็น ว่าท่านโคโตโนฮะ มิโกะศักดิ์สิทธิของนาย ยังถูกไอ้หมอนั่นล่อลวงเลย พวกเราคงต้องร่วมมือกันเสียแล้วล่ะ ต้องรีบกำจัดมัน ก่อนที่มันจะทำอะไรมิดีมิร้ายต่อน้องสาวที่น่ารักของฉัน และมิโกะศักดิ์สิทธิของนาย”
ชายผู้มาใหม่ที่ชื่อเร็นเป็หนุ่มมาดขรึมดูเ็า ผมของเขาสีดำสนิทไว้ยาวรากไทร ดวงตาสีเขียวมรกตเข้ม และในแววตาของเขาที่ปกติจะดูเบื่อโลก กลับสะท้อนแต่เงาของเรนเดลเท่านั้น
“ตอนแรกก็ไม่อยากเชื่อที่เธอพูดหรอกนะยัยแอน” เร็นกล่าวเรียกโจแอนนาด้วยท่าทีสนิทสนม “แต่ถึงขนาดมิโกะศักดิ์สิทธิอย่างท่านไทจิ ที่ปกติไม่ค่อยยุ่งกับผู้ชายเท่าไหร่ ยังใกล้ชิดไอ้หมอนั่นขนาดนั้น เห็นทีคงปล่อยไว้เฉยๆไม่ได้”
“ระวังด้วยล่ะ วิชาประจำตัวไอ้หมอนั่นคือพันธนาการสมบูรณ์ ธาตุเอกลักษณ์ของมันเป็ธาตุมืดแน่ๆ” ลูเธอร์กล่าวเตือนด้วยเสียงหวั่นๆ เพราะเขาโดนมันมาแล้ว
“อย่าห่วงไปเลย” เร็นกล่าวเสียงเบื่อไม่สนโลก ก่อนจะหันมามองลูเธอร์ด้วยแววตาจริงจัง “ต่อให้มันเป็จอมเวทเจ็ดดารากลับชาติมาเกิด ถ้ามันกล้ายุ่งกับมิโกะศักดิ์สิทธิ ฉันก็จะฆ่ามันซะ”
เร็นยืนนิ่ง มองเรนเดลตาไม่กระพริบ เพื่อจำรูปพรรณสันฐาน ก่อนที่เขาจะโบกมือลาโจแอนนาและลูเธอร์ เพื่อแยกตัวไปต่างหาก
“จะลงมือเมื่อไหร่บอก ฉันจะไปร่วมด้วยทันที” เร็นกล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่เขาจะเปิดประตูมิติด้วยเวทธาตุมืด แล้วหายเข้าไปในนั้น ทำเอาโจแอนนาและลูเธอร์มองด้วยท่าทีตะลึง
“เวทประตูมิติ เวทธาตุมืดระดับสูง...เร็น นายสำเร็จวิชานี้แล้วหรือ” โจแอนนากล่าวด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะฉีกยิ้มที่ริมฝีปาก
“ยัยเซร่า ไม่รู้ว่าคนของเธอจะแน่แค่ไหน แต่ไม่มีทางชนะเร็น อากุมะ บุตรชายเพียงคนเดียวของจิน อากุมะ สุดยอดซามูไรในจักรวรรดิัทองได้หรอกนะ เธอและคนของเธอ คงจะถึงคราวตายเร็วๆนี้แล้วล่ะ”