บทที่ 15 น้องสาวปีศาจ (รีไรท์)
“งั้นก็ขอขอบคุณเสิ่นเว่ยจวินนะคะ รอบ้านสร้างเสร็จแล้วต้องมาดื่มด้วยกันนะคะ” หลิวเยว่พูด
“แล้วค่อยว่ากันเถอะ” เสิ่นเว่ยจวินยินดี ถึงแม้ว่าบ้านจะยังไม่ทันได้เริ่มก่อสร้าง แต่พอได้ยินหลิวเยว่พูดขึ้นแบบนี้ก็รู้สึกดีใจ
“นีเอ๋อร์ กลับกันเลยไหมลูก?” หลิวเยว่ะโถามไปทางห้องเสิ่นชิงชิง
แม้เสิ่นชิงชิงยังไม่อยากให้กลับ แต่เสิ่นทิงหงบอกว่าอีกไม่กี่วันก็เปิดเทอมแล้ว ไว้ค่อยคุยกันให้หนำใจตอนนั้นก็ได้ เด็กสาวเลยยอมปล่อยเสิ่นทิงหงออกมา
“ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็จะไม่กลับไปพร้อมลูกแล้วนะ พ่อแม่สามีของลูกคงไม่ยินดีจะเจอพวกเราตอนนี้นักหรอก” เซียวเจี้ยนฟางพูดขึ้น
“ค่ะ งั้นแม่กับพี่ ๆ กลับกันดี ๆ นะคะ” หลิวเยว่บอก
“แม่ครับ พี่ พี่สะใภ้ครับ วันนี้ลำบากทุกคนแล้ว” เสิ่นต้าเฉียงพูดขึ้นอย่างเกรงใจ ยังไงนี่ก็เป็เื่ในครอบครัวเขา แต่เขากลับไม่สามารถจัดการเองได้ ยังต้องไปรบกวนทางบ้านภรรยาให้ช่วยอีก เสิ่นต้าเฉียงเลยรู้สึกละอายใจเล็กน้อย
“อย่าพูดอย่างนั้นสิ แม่รู้ว่าเธอเป็คนซื่อ ๆ ตรง ๆ สำหรับเื่นี้แค่เห็นเธอคอยยืนอยู่เคียงข้างลูกฉันแบบนี้ ฉันก็คิดไม่ผิดที่ให้ลูกสาวแต่งกับเธอแล้ว” เซียวเจี้ยนฟางบอก
ไม่ว่ายังไง การแสดงออกของเสิ่นต้าเฉียงในวันนี้ก็ทำให้หญิงชรารู้สึกพอใจมาก
ถ้าเวลามีเื่เกิดขึ้นในบ้านแล้วรู้จักแต่พูดเข้าข้างบ้านตัวเอง ต่อให้ต้องพาหลิวเยว่กลับหลานสาวสายนอกกลับไปเลี้ยงดู หญิงชราก็จะไม่ยอมให้หลิวเยว่กับเสิ่นต้าเฉียงได้อยู่ด้วยกันต่อเด็ดขาด
“แน่นอนอยู่แล้ว เยว่เยว่เป็คนใกล้ชิดที่สุดของผม เื่นี้ผมรู้ดีครับ” เสิ่นต้าเฉียงตอบ ใบหูแดงขึ้นเล็กน้อย อย่างไรเขาก็อายุไม่น้อยแล้ว ยังมาพูดเื่แบบนี้ต่อหน้าพวกเด็ก ๆ เลยรู้สึกเขินขึ้นมาบ้าง
หลังจากนั้นครอบครัวทั้งห้าคนก็เดินไปส่งกลุ่มของเซียวเจี้ยนฟางถึงทางเข้าหมู่บ้าน หลิวต้าบอกว่าถึงเวลา้าแรงงานเมื่อไหร่ก็ให้มาบอกพวกเขา พวกเขาจะมาช่วยเอง
เสิ่นต้าเฉียงพูดขอบคุณไม่หยุด เื่อื่นไม่ต้องพูดถึงแล้ว แต่เื่ที่จะให้พวกเขามาช่วยออกแรงอีกก็คงไมได้ ได้แต่ขอบคุณที่พวกเขามีน้ำใจคิดช่วยเหลือมากมายขนาดนี้
“ภรรยา ทั้งแม่แล้วก็พวกพี่ชายนี่ดีจังนะ”
“แน่นอนอยู่แล้วสิ!” หลิวเยว่พูดจบก็หันไปทางเสิ่นทิงเหวินกับเสิ่นทิงอู่
“พวกเธอก็เรียนรู้เอาไว้นะ พวกเราสามารถใช้ชีวิตกันได้ดีแบบนี้ก็เพราะได้ลุง ๆ และป้าสะใภ้เขาคอยช่วยเหลือ ต่อไปพวกเธอก็ต้องคอยดูแลน้องแบบนี้เหมือนกัน รู้ไหม?”
เสิ่นทิงเหวินกับเสิ่นทิงอู่ผงกหัวงก ๆ
“แม่ครับ ผมรู้แล้ว ตอนนี้เงินเดือนของผมก็ไม่ต้องส่งไปที่คุณปู่คุณย่าแล้ว ทุกเดือนจากนี้ไป เงินเดือนในส่วนของผม ผมจะเก็บไว้ใช้เองสองหยวน ที่เหลือจะเก็บเอาไว้ให้น้องเล็กนะครับ”
เสิ่นทิงเหวินพูดออกมา แน่นอนย่อมต้องให้หลิวเยว่เห็นด้วยก่อน ถึงจะแยกบ้านแล้ว เงินเดือนของเขาทั้งหมดก็ยังต้องส่งมอบให้ผู้เป็แม่อยู่ดี
“ผมก็ด้วย ถึงผมจะยังไม่มีเงินเดือน แต่หลังทำงานในส่วนของผมเสร็จ ทุกวันผมก็ไปทำในส่วนของน้องเล็ก จะไม่มีทางให้น้องต้องอดแน่ครับ”
เสิ่นทิงอู่รีบแสดงความคิดเห็นออกไป แน่นอนว่าถึงเสิ่นทิงหงจะไม่ได้พื้นที่ทำกินมาก็ไม่มีทางยอมให้น้องทนอดอยู่แล้ว แต่ถ้าพื้นที่ทำกินน้อยลงไปหนึ่งส่วน อาหารที่ได้ก็จะน้อยลงไปหนึ่งส่วนเช่นกัน แถมโรงเรียนที่เสิ่นทิงเหวินไปทำงานก็ไม่มีอาหารเลี้ยง ให้คนสามคนทำงานเกษตรเพื่อหาเลี้ยงห้าปากท้องย่อมไม่พอให้กินอิ่ม
หลิวเยว่ไม่ออกความเห็นอะไร ขอแค่เป็เื่ที่เป็ประโยชน์ต่อลูกสาว เธอล้วนไม่มีความเห็นเป็อื่น
“ได้สิ ก็เอาตามที่ว่ามานั่นแหละ” หลิวเยว่พูดยิ้ม ๆ กลับไป ความหวังในการใช้ชีวิตของบ้านเธอนั้นมีอย่างล้นปรี่
เสิ่นทิงหงที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะมุ่ยปากขึ้น แม่เรานี่ไม่กลัวว่าพี่ชายทั้งสองจะหาภรรยาไม่ได้เลยรึไงนะ คิดดูแล้วจะมีบ้านไหนบ้างที่จะยอมให้ลูกสาวตัวเองแต่งเข้าบ้านที่มีน้องสาวปีศาจกัน
แต่มันก็เจ๋งดีนะ ไม่เห็นว่าเื่แบบนี้จะผิดเลย
พอเอาไปรวมกับห้วงมิติที่เธอมีอยู่ เสิ่นทิงหงรู้สึกว่าการที่ตัวเองหลุดมาในยุคสมัยนี้ มีทั้งญาติมิตร มีทั้งทรัพย์สิน ถือได้ว่าสบายกว่าชาติก่อนเยอะเลย
ถึงเทคโนโลยีจะไม่ดีเหมือนชาติที่แล้ว หลายเื่ก็ไม่สะดวกสบายเหมือนก่อน แต่ต่อให้เป็แบบนี้ เสิ่นทิงหงยังรู้สึกชอบการใช้ชีวิตในตอนนี้มาก
“แม่คะ เื่ที่หนูเสนอให้ไปสร้างบ้างแถวท้ายหมู่บ้าน แม่ไม่มีความเห็นอะไรเหรอคะ?” เสิ่นทิงหงถาม
“ความเห็นอะไรล่ะ ปลายหมู่บ้านก็ดีนี่ สงบ สะอาด เราก็ปิดประตูใช้ชีวิตของตัวเองไป แถมยังเลี่ยงพวกหูตายื่นยาวได้อีกด้วย” หลิวเยว่บอก
จริง ๆ แล้วก่อนหน้านี้เธอก็ไม่เห็นว่าพื้นที่แถวปลายหมู่บ้านจะดียังไง แต่พอเสิ่นทิงหงบอกว่าอยากสร้างบ้านที่ปลายหมู่บ้าน หลิวเยว่ก็ค่อย ๆ เริ่มมองเห็นข้อดีของพื้นที่ปลายหมู่บ้านขึ้นมา
“ใช่ แม่พูดถูกแล้ว น้องเล็ก ต่อไปเงินเดือนของพี่ก็ไม่ต้องส่งให้คุณปู่คุณย่าอีก พี่ก็จะซื้อเนื้อมาให้เธอกินได้แล้วนะ” เสิ่นทิงเหวินพูดขึ้นมาบ้าง
เสิ่นทิงอู่ “…”
พูดซะพี่รองอย่างฉันดูเป็คนไร้ประโยชน์ไปเลยนะ
“งั้นต่อไปพี่จะไปจับปลามาให้เธอเพิ่มนะ” เสิ่นทิงอู่ไม่ยอมน้อยหน้า
“ไม่ว่ามีอะไรก็เอามาให้นีเอ๋อร์น่ะถูกแล้ว” เสิ่นต้าเฉียงเป็ลูกผู้ชายที่ซื่อสัตย์คนหนึ่ง ถึงจะไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไร แต่เขาก็อยากจะดูดีต่อหน้าลูกสาว เลยพูดแบบนี้ออกไป
ทั้งครอบครัวพูดไปหัวเราะไปตลอดทางกลับตระกูลเสิ่นเดิม
บรรยากาศรอบบ้านไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่แค่พวกเขาไม่สนใจก็ได้แล้ว
เสิ่นต้าเฉียงรีบตรงไปหาพ่อเฒ่าเสิ่นเพื่อพูดคุยเื่สร้างบ้าน
หลังความคิดในหัวต่อสู้กันไปสักพัก ตอนนี้ผู้ใหญ่สองคนเริ่มรับความจริงเื่แยกบ้านได้แล้ว พอได้ยินเ้าสามเอ่ยถึงเื่แยกบ้านก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาเล็กน้อย
“เอาสิ เื่อื่นพวกเธอคนหนุ่มสาวก็จัดการกันไปเอง พอถึงตอนนั้นก็ให้พ่อไปช่วยอะไรบ้างแล้วกัน” พ่อเฒ่าเสิ่นรู้สึกว่าอารมณ์ดีขึ้นเยอะแล้ว
บ้านอิฐเลยนะนั่น ตอนนี้นอกจากบ้านเยี่ยเสิ่นเหยียนแล้วก็มีแต่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านเท่านั้นที่มี แถมเยี่ยเสิ่นเหยียนยังเป็หลานเขยในอนาคต พอคิดว่าบ้านอิฐสามหลังในหมู่บ้านเป็ของครอบครัวเ้าสามตัวเองไปแล้วสอง พูดออกไปก็มีแต่จะได้หน้า
“แม่ก็เห็นด้วยนะ ถึงเวลานั้นจะขาดคนมาช่วยเื่ข้าวปลาอาหารไปไม่ได้ ไว้แม่จะไปช่วยทำอาหารให้แล้วกัน” แม่เฒ่าเสิ่นพูดขึ้นมาบ้าง
เสิ่นต้าเฉียงกับหลิวเยว่ไม่ได้พูดอะไรออกมาทั้งคู่ พอถึงเวลานั้นคงได้มารวมกันกินข้าวกับพ่อแม่ แต่คงไม่ไปกินกับบ้านใหญ่บ้านรอง อย่าว่าแต่ตอนนี้ที่ได้แยกบ้านกันออกมาแล้วเลย พวกเขาไม่มีสิทธิ์มายุ่งวุ่นวายทั้งนั้น แล้วทั้งสองก็ไม่กลัวว่าพวกนั้นจะไม่พอใจด้วย
เื่นี้จึงถูกสรุปลงแบบนี้ เพราะว่าการสร้างบ้านยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เวลานี้บ้านสามคงต้องอาศัยอยู่ที่ห้องเดิมไปก่อน
ต่อให้แยกบ้านแล้วก็ไม่มีใครมาไล่ให้ออกไปได้ เพียงแต่หลังจากแยกบ้านกันแล้ว ห้องครัวก็ถูกแบ่งออกเป็สี่ส่วน
ต่างคนต่างทำอาหารกินเอง
ต่อมาหลิวเยว่รู้สึกว่าไม่อยากจะไปแย่งกันใช้ห้องครัวกับพวกเขา เธอจึงสร้างเตาดินเล็ก ๆ ขึ้นมาชั่วคราวที่ด้านหลังห้อง
รวมถึงพอคิดว่าต้องให้ผู้ใหญ่ทั้งสองมารอบ้านสองเข้าครัวทำอาหารให้เสร็จก่อนทุกวันก็ออกจะดูไม่ค่อยดี เลยเรียกท่านทั้งสองให้มากินข้าวด้วยกันเสียเลย
ทำแบบนี้ต่อให้จางซู่ฉินคิดอยากจะอ้างเื่แยกบ้านมาไล่พวกเขาออกไป ก็ได้แต่เงียบปากไว้เท่านั้นแหละ บวกกับอาการผวาจากเื่ที่เพิ่งเกิดก็เลยได้แต่สงบสติอารมณ์ตัวเองเอาไว้