เสียงบ่นพึมพำเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์น้อยใจดังขึ้นไม่มากนัก แต่กลับกังวานสะท้อนก้องไปทั่วห้วงอารมณ์ที่เดียวดาย หลังจากใช้เวลาศึกษาหาความรู้อยู่นาน ในที่สุดกระบวนการที่ต้องอ่านหนังสือและพิสูจน์สิ่งที่หนังสืออธิบายไว้ก็ได้จบลง หนังสือทุกเล่มได้รับการยืนยันและแก้ไขดัดแปลงให้เนื้อหามีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ถึงขั้นที่เด็กหนุ่มค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่มีทฤษฎีใดสามารถหักล้างสิ่งที่ตนเองแก้ไขได้ ธุรกิจค้าขายโอสถก็ยังคงขายดีอย่างต่อเนื่อง มีเท่าไหร่เจสันก็ซื้อทั้งหมด
เรียกได้ว่ามีเหรียญทองใช้ไม่ขาดมือ แต่ด้วยการสิ้นเปลืองเงินทองจำนวนมากที่หมดไปกับการค้นคว้าและพัฒนา รวมทั้งการทดลองมากมายหลายวิธี เหรียญทองที่สมควรจะมี ก็ลดน้อยลงจนน่าใจหาย สำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไปด้วยจำนวนเหรียญทองที่เท่ากัน ล้วนสามารถทำให้พวกมันอยู่กินได้อย่างสบายใจ แต่ไม่ใช่กับมิเนอร์วา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเหรียญทองจำนวนมากเ่าั้ล้วนถูกใช้จ่ายไม่ต่างกับเศษเงิน
วัตถุดิบและอุปกรณ์นับไม่ถ้วนถูกใช้แล้วทิ้งอย่างไม่เสียดาย แต่ก็ยังไม่ถือว่าไร้ประโยชน์เสียทีเดียว เพราะนอกจากความรู้ที่ได้กลับมาแล้ว กอบัวพื้นฐานไม้ที่ตอนนี้มีใบบัวกลมโผล่พ้นแม่น้ำแห่งความมืดออกมาสูงขึ้นไปอีกนิดกลับมีดอกบัวตูม 3 สีโผล่เพิ่มเข้ามาอีก 1 ดอก ัน้อยที่ตอนนี้กำลังนอนหมอบก็เติบโตขึ้นมากเช่นกัน มันมีขนาดตัวใหญ่ขึ้นจนสังเกตให้ได้ด้วยตาเปล่า ั้แ่ส่วนศีรษะตลอดไปจนถึงส่วนหางล้วนยืดยาวออก กรงเล็บและคมเขี้ยวที่แหลมคมก็ยาวแตกต่างจากเดิม นิสัยก็ดูท่าจะสุขุมขึ้นมาก
"หรือไม่มันก็ี้เี ฮะๆ ๆ ๆ"
เด็กหนุ่มส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ ให้กับตัวเอง ภายในใจก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปตามประสา
"ผู้ใดเกียจคร้าน มักโดนคำสาป เ้าหมายถึงข้าใช่หรือไม่… เด็กน้อยไม่เจอกันเพียงครู่เดียว เ้าก็กล้านินทาข้าเสียแล้ว"
เสียงสตรีละมุนหูดังขึ้นทางด้านข้าง มิเนอร์วาสะดุ้งหันไปมองลนลาน ในสายตาก็เห็นหญิงสาวที่ตนกำลังเฝ้ารอคอย นางเยื้องย่างเดินเข้ามาหาหมายจะเอาเื่ตน แต่อีกฝ่ายก็ต้องใร้องดังขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ เป็เพราะชั่วขณะที่ในสายตามองเห็นผู้มาเยือน ร่างกายของมิเนอร์วาก็พุ่งเข้าไปสวมกอดทันทีด้วยความคิดถึง
"เด็กน้อย… เดี๋ยวนี้เ้ารู้วิธีกอดสตรีด้วยสินะ เติบโตขึ้นมากเลยนี่ ดูท่าที่นี่ก็ไม่ได้แย่ไปเสียหมด"
หลังจากหายใ เกรเซียเองก็กอดอีกฝ่ายกลับพร้อมกับลูบหัว ปลอบประโลมจิตใจที่ได้ผ่านเื่ราวอันเลวร้าย เยียวยาความอ้างว้างเดียวดายของเด็กหนุ่ม
'เขาคงผ่านเื่เลวร้ายมาเยอะสินะ ไม่เข้าใจพวกราชวงศ์เลยทำไมปีนี้ถึงส่งคนเข้าสมัครเยอะจนเต็มจำนวนแบบนี้'
เกรเซียได้ฟังสาเหตุจากดีมัวร์มาแล้วจึงเข้าใจหัวอกของเด็กหนุ่มดี สถานที่แห่งนี้อันตรายเกินไปสำหรับคนปกติ และไม่เหมาะสมที่จะอาศัยอยู่ที่นี่
"สาเหตุที่เ้าถูกส่งมาที่นี่ได้รับการตรวจสอบแล้ว จากข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมดเป็เพราะจำนวนคนที่ยื่นชื่อเข้าสถาบันหลวงนั้นมีเป็จำนวนมาก ส่วนใหญ่ล้วนเป็คนของทางราชวงศ์ เมื่อรายชื่อเต็มเ้าจึงกลายเป็ตัวเลือกของทั้งสามสถาบันที่เหลืออยู่ และก็อย่างที่เ้ารู้สถาบันทั้งสองล้วนมีแต่ผู้ที่้าเข้าไปศึกษาร่ำเรียน บ้างจ่ายเงินยัดใต้โต๊ะ บ้างก็เป็ญาติพี่น้องกัน จึงต้องลงเอยด้วยการที่เ้าถูกส่งมาที่นี่ ท่านพ่อยังฝากให้มาบอกอีกด้วยว่า อดทนหน่อย 3 ปีก็ทำเื่จบได้แล้ว เดี๋ยวท่านจะช่วยจัดการเื่ค่าใช้จ่ายให้เพื่อเป็การขอโทษ"
เกรเซียไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องคิดมากจึงเอ่ยอธิบายพลางเล่าให้ฟังไปด้วย ยังคงไม่คลายอ้อมกอดที่กระชับแน่น
'ราชวงศ์?... 3ปี… จะจ่ายเงินให้ข้า? ดีมัวร์เ้าได้จ่ายแน่ หึ... ช่างมันเถอะ!'
เด็กหนุ่มคิดในใจ ปลดปล่อยร่างกายให้รับัันุ่มนิ่มจากการกอดต่อไป กลิ่นหอมอ่อนจางราวดอกกล้วยไม้ป่าของนาง ลอยฟุ้งติดจมูกจนต้องหายใจเข้าลึกไม่อยากปลดปล่อยออกมา หมายจะกลั้นกักเก็บกลิ่นกายนี้ให้นานที่สุด
"งั้นตอนนี้… เอาเป็ว่าข้าขอเก็บดอกเบี้ยจากเ้าก่อนก็แล้วกัน"
มิเนอร์วาเอ่ยขณะคลายสองมือที่โอบกอด จากนั้นจึงเลื่อนมาจับที่หัวไหล่นุ่มทั้งสองข้าง ออกแรงผลักเล็กน้อยแต่ในจังหวะที่กำลังจะถอนศีรษะนั้นเอง เมื่อแก้มของทั้งสองอยู่ในตำแหน่งเดียวกันมิเนอร์วาตวัดหน้าสูดลมเข้าปอด หอมแก้มขาวนุ่มเข้าไปฟอดใหญ่ เกรเซียยืนตัวแข็งตกตะลึงสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ กลิ่นหอมอันรัญจวนปั่นป่วนกายที่ยั่วเย้ามอมเมาจิตใจบุรุษนั้น ช่างน่าตราตรึงจิตให้หลงใหลจดจำตราบนานเท่านาน
ไม่รอให้หญิงงามได้ตั้งตัว เด็กหนุ่มก็ผละร่างถอยหลังจากออกมาหนึ่งก้าวยืนยิ้มมองให้กับสตรีเบื้องหน้า เกรเซียที่ยืนนิ่งตัวแข็งค้างตกตะลึงในขณะนี้กำลังใช้มือลูบไปตรงแก้ม ลูบยังบริเวณที่พึ่งถูกโจรร้ายขโมยสูดดม และโจรรูปงามตาสีเขียวผู้นั้นกำลังยืนยกยิ้มให้ตน ใบหน้าของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความพึงพอใจ หญิงสาวหรี่ตามองเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอมยิ้มอย่างเขินอาย
"ใครสอนให้เ้าทำแบบนี้กัน!... มิเนอร์วาของเราโตขึ้น แถมยังชั่วร้ายอีกด้วย ปีศาจบ้ากาม!… เื่นี้เ้าต้องมีคำตอบให้แก่ข้า"
"ฮะๆ ๆ ก็ดอกเบี้ยที่ทำให้ข้าต้องรอไงเล่า ถ้าคราวหน้าเ้ามาหาข้าช้ากว่านี้รับรองไม่จบที่แค่หอมแก้มแน่"
มิเนอร์วาหันหลังเดินเผ่นหนีทันทีกลัวอีกฝ่ายใช้ความรุนแรง ระบายอารมณ์ไม่พอใจกับตนเอง
"เด็กบ้า!... เดินรอข้าด้วยนะแล้ว… เ้าก็ต้องรับผิดชอบข้าด้วย"
เกรเซียะโโหวกเหวก กระทืบเท้าส่งเสียงตึงๆ อย่างเขินอาย ด้วยความที่ตนตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของอีกฝ่ายจึงรู้สึกเสียเปรียบอยู่เล็กน้อย ส่วนประโยคที่ถามหาความรับผิดชอบจากเด็กหนุ่มนั้นกลับพูดเสียงเบา ด้วยพัฒนาการที่เพิ่มมากขึ้นของพื้นฐานิญญา มิเนอร์วาที่หันหลังเดินออกได้แค่ไม่กี่ก้าวก็ย่อมได้ยินอย่างชัดเจน เด็กหนุ่มอมยิ้มส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
เกรเซียที่วิ่งตามมาทันก็ะโเกาะแขนเกาะคอขู่จะเอาเื่ต่างๆ นานา ทั้งคู่เดินหยอกล้อกันไปตลอดทาง ผู้คนที่เดินสวนผ่านไปมาล้วนจ้องมองมาอย่างอิจฉาตาร้อน และในวันนี้ก็เกิดข่าวลือแพร่กระจายไปทั่วพื้นที่ใต้การดูแลของกลุ่มใบไม้หอม ว่ายุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว กลายเป็ยุคสมัยที่หญิงงามชมชอบคนบ้า มีคนไม่น้อยที่คิดว่าจะไปจ้างอาจารย์มาสอนทำตัวราวคนบ้าบ้างแต่เมื่อคิดไปถึงสภาพที่ต้องหนีตายจากเ้าหนี้นั้นไม่ใช่สิ่งที่น่าลองเลยสักนิดจึงทำได้แค่ร่ำลือกันไปเรื่อยเปื่อย
เมื่อมาถึงที่พักเกรเซียก็ต้องสงสัยว่าทำไมในห้องถึงมีสองเตียง หญิงสาวตวัดหน้าหรี่ตาถามอย่างจ้องจับผิด
"เ้าพักอยู่กับเพื่อนสองคนสินะ… ผู้หญิงหรือผู้ชายกันล่ะ?"
มิเนอร์วาก็ใเช่นกันไม่ได้คิดคำตอบเผื่อเอาไว้ นึกไม่ถึงว่านางจะช่างสงสัย จึงเลือกตอบไปตามตรงแต่กลับทำท่าทางให้ลึกลับน่ากลัว ้าจะหยอกอีกฝ่ายให้ใ
"ไม่ใช่ 2… แต่เป็ 3… "
"เอาอีกแล้ว!... เ้าโตขึ้นอีกแล้ว เ้าไปเรียนวิชามารมาจากมารราคะตนใดกัน ตอนแรกก็ขโมยฉวยโอกาสหอมแก้มข้า แต่ตอนนี้หนักข้อถึงขั้นพักห้องเดียวกับสตรี 2 คน เ้าอยากให้ข้าเป็สตรีคนที่ 3 ของเ้าสินะ เวลาหลับเวลานอนคงมีความสุขมากเลยสิท่า… ตอนแรกข้าก็แปลกใจทำไมห้องนี้ถึงมีสองเตียง คงพลิกแพลงตีลังกากันสนุกเลยสินะ ไม่ได้แล้วเกเรมากไปแล้ว… ข้าต้องดัดนิสัยเ้าให้รู้จักกลัวเสียบ้าง จะได้ไม่กล้าทำแบบนี้อีก"
เกรเซียสาวเท้าเดินเข้าหา เตรียมตัวจะบิดหูอีกฝ่ายแล้วดึงมาสั่งสอน แต่ต้องถูกหยุดด้วยประโยคถัดมาของมิเนอร์วา
"เ้ากัดพลาดแล้วแม่เสือสาว… เป็บุรุษ 1 สตรี 1 ต่างหาก… คนหนึ่งโดนโจรที่เข้ามาปล้นทรัพย์ฆ่าตาย ศีรษะโดนฟันจนขาดหายไปครึ่งหัว เหลือเพียงจมูกครึ่งเดียว นอนตายจมกองเือยู่บนเตียงทางนั้น ส่วนอีกคนเป็โสเภณีถูกลูกค้าชั่วโรคจิตหลอกซื้อตัวมา หลังเสร็จกิจมันก็ใช้มีดฟันจนคอขาดแยกออกจากลำตัวนางนอนตายอยู่ตรงนั้น ส่วนข้าเลยนอนแยกอยู่ตรงนี้ เ้าของห้องพักนี้เป็คนดีไม่น้อย น่าจะเตรียมเตียงแยกไว้ให้ลูกค้า ถ้าเ้าไม่เชื่อข้าก็ลองไปถามดูข้างล่างสิว่าเื่จริงหรือไม่"
ท่าทางจะเอาเื่ของเกรเซียเปลี่ยนไปในทันที เส้นขนทั่วร่างลุกขัน ความสยดสยองไร้ที่มาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นบริเวณแขนทั้งสองข้างอย่างไม่ทันตั้งตัว ะโทีเดียวก็ถึงข้างตัวมิเนอร์วาแล้ว และที่เป็เช่นนั้นย่อมมีที่มา เป็เด็กหนุ่มส่งเสียงพูดผ่านััิญญาโดยตรง ออกคำสั่งไปให้ผีทั้งสองที่กำลังยืนมองเ้านายพูดกลับสตรีผู้มาใหม่ ทันทีที่ได้รับคำสั่งให้มาจับแขนของเกรเซีย พวกมันก็ลอยหวือมาอย่างรวดเร็ว จับๆ ลูบๆ จนอีกฝ่ายะโหนีไป มิเนอร์วาอ้าแขนออกรับอย่างเป็งาน โอบแขนลูบหลังอีกฝ่ายที่สั่นกลัว ใบหน้ายังคงยกยิ้มพึงพอใจ พยักหน้าให้กับิญญาทั้งสองแทนคำเชยชม เวลาแค่ 3 เดือนที่มาอาศัยอยู่ที่นี่กลับทำให้คนขี้อาย เรียบร้อย และไม่ค่อยเข้าสังคมอย่างมิเนอร์วาเปลี่ยนไปได้มากถึงขนาดนี้
สาเหตุนั้นย่อมต้องเป็เพราะพบเห็นและผ่านอะไรมามากพอ จึงรู้จักการเอารัดเอาเปรียบเล็กน้อยจากฝ่ายตรงข้าม ราวกับเป็สัญชาตญาณที่ถูกปลูกฝังเอาไว้ว่า
'ข้าเอาเปรียบคนทั้งโลกได้ แต่ผู้คนทั้งโลกไม่สามารถเอาเปรียบข้าได้'
เป็ความเ้าเล่ห์ที่จะไม่ยอมให้ตัวเองเสียเปรียบ รู้จักฉกชิงคว้าเอาความได้เปรียบมาไว้ในมือ ทุกสิ่งย่อมต้องถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากสถานที่แห่งนี้ บ้านเมืองที่ไร้ข้อบังคับทุกชีวิตเป็อิสระแม้แต่คำพูดคำจาก็ไร้ขอบเขต การสบถก่นด่าทำตัวดิบเถื่อน ล้วนเป็เื่ธรรมดาในสายตาเด็กหนุ่มไปเสียแล้ว สภาพแวดล้อมได้หล่อหลอมให้เอาตัวรอด จนกลายเป็บุคคลที่ต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง มิเนอร์วาหัวเราะคิกคักอย่างย่ามใจ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ช้าๆ ส่งเสียงกระซิบจนรู้สึกแปลกพิกล
"ฮิๆ ๆ คืนนี้ดูท่าคงจะหนาวมาก ว่ากันว่ายามิญญาเข้าใกล้ตัว ร่างกายมักเย็นวาบั้แ่ศีรษะจนถึงขา ยามหลับใหลก็มักจะทรมานหายใจไม่ออก เหลืออยู่เตียงเดียวที่สามารถนอนได้ ท่านคนไม่ใจร้ายให้ข้าไปนอนกับพื้นหรอกนะ"
เกรเซียได้สติรีบผลักอีกฝ่ายออกเบาๆ ใบหน้าแดงก่ำก้มหน้าไม่ยอมสบตา คิดเอาเองว่าเด็กหนุ่ม้าวางแผนเอาเปรียบตน จะอย่างไรก็โดนมาแล้วย่อมต้องมีกำแพงเกิดขึ้นในจิตใจ
"ข้าจะไปนอนเตียงนั้นเอง เ้าก็นอนที่เดิมเป็อันจบเื่"
"ท่านจินตนาการไม่ออกหรอก ในขณะท่านกำลังนอนหลับฝันดี ในราตรีอันมืดมิดที่มีแค่แสงจันทร์ส่องให้เห็นรางๆ เช่นนี้ หากท่านลืมตาตื่นขึ้นมากลางดึกขณะนอนตะแคง ภาพตรงหน้าที่สมควรเป็ผนังห้อง หรือไม่ก็ที่โล่งกลับมีคนผู้หนึ่งนอนตะแคงหันหน้าเข้าหา จ้องมองสบตาเ้าไม่กะพริบ และที่สำคัญคนผู้นั้นอาจมีแค่ครึ่งหัวหรือหากเลวร้ายไม่ก็ไม่มีเลยทั้งหัว ข้าเคยเจอมาแล้วในตอนแรกที่ยังไม่รู้ความเป็มา เกือบเป็ลมล้มหมดสติ… น่ากลัวมาก"
มิเนอร์วายังคงทำท่าทางลึกลับน่าหวาดกลัว เล่าเื่ที่แต่งขึ้นอย่างได้ใจ มันกำลังคิดถึงตัวเองในครั้งแรกที่แข้งขาอ่อนแรง หวาดกลัวเป็อย่างมาก ยิ่งมาเห็นเกรเซียออกอาการหวาดกลัวเหมือนตัวเอง เด็กหนุ่มยิ่งชอบใจที่ตัวเองไม่ได้เป็คนเดียวที่เจอเื่แบบนี้ ถึงไม่เห็นเป็ตัวเป็ตน แต่ก็โดนขู่ให้กลัวในสิ่งเดียวกัน
"เด็กบ้า! งั้นข้าจะนอนที่พื้น ข้าไม่คุยกับเ้าแล้ว แยกย้ายไปทำธุระของใครของมันแล้วนอนซะ"
เกรเซียหวาดกลัวเข้าแล้วจริงๆ ถึงขั้นจะนอนบนพื้นแข็งและเย็นเช่นนี้
"บนพื้นข้าก็เคยลองแล้ว ตอนที่ข้ายังคงไม่ได้ถามเื่นี้กลับเ้าของห้อง ข้าโดนหลอกไปในทีแรก คราถัดมาข้าก็ยังคงหวาดกลัว คิดว่าทั้งสองเตียงต้องมีเ้าของอยู่แล้วแน่ๆ ก็เลยจำใจนอนบนพื้น แต่กลับไม่คาดคิดว่าในคืนนั้นที่เป็เช่นคืนนี้ ขณะกำลังนอนหลับอย่างไม่รู้ตัว ข้าได้ยินเสียงกลิ้งกุกกักทางเตียงนอนตัวเดิม จึงพลิกตัวหันกลับไปจ้องมอง ปรากฏว่ามีเงาดำเลือนรางทรงกลมกำลังกลิ้งอยู่ใต้เตียง มันกลิ้งเข้ามาหาข้าที่นอนงัวเงียอยู่บนพื้น เนื่องจากมีเพียงแสงจันทร์สลัวส่องสว่างเพียงเล็กน้อย ในตอนที่มันอยู่ใต้เตียงมืดมองเห็นไม่ชัดก็แล้วไปเถอะ แต่จังหวะที่มันกลิ้งโผล่พ้นเตียงออกมาเท่านั้นแหละ ข้าใดีดตัวยืนขึ้นได้ก็เผ่นหนีลงไปถามเ้าของห้องทันที ท่านต้องไม่เชื่อแน่!... ข้าเห็นศีรษะสตรีที่ใบหน้ากำลังยิ้มกว้างหัวเราะเสียงแหลม ส่งสายตาบ้าคลั่งกำลังกลิ้งหลุนๆ เข้ามาหาข้า"
"งั้นข้านอนกับเ้า แต่ห้ามเ้าข้ามเส้นแบ่งมาหาข้าตกลงหรือไม่?"
เกรเซียก็จนปัญญาจะร้ายจะดียังไง จะเป็ผู้วิเศษชั้นสูงหรือเหนืุ์แล้วอย่างไร หากไม่สามารถต่อสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็นได้ก็ไร้ค่า อีกอย่างสตรีบอบบางนางนี้ก็เป็แค่ลูกคุณหนูผู้หนึ่งที่ไม่เคยประสบพบเจอโลกกว้างมากนัก ย่อมต้องหวาดกลัวในสิ่งลึกลับสยองขวัญอยู่แล้ว
"แน่นอน! ข้าไม่ข้ามเส้นแบ่งไปหาท่าน ท่านก็ระวังอย่าข้ามมาหาข้าเองก็แล้วกัน ฮ่าๆ ๆ เ้าอยากไปอาบน้ำก่อนหรือไม่"
เกรเซียส่ายหน้าปฏิเสธรัวเร็ว มิเนอร์วาจึงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินจากไป ทิ้งเกรเซียให้ยืนวังเวงอยู่ในห้องเงียบเพียงผู้เดียว หลังมื้ออาหารค่ำ การถามไถ่เื่ราวใน่ที่ไม่ได้พบเจอกัน ย่อมเป็ประเด็นพูดคุยหลัก ทั้งคู่นอนคุยกันจนดึกดื่น มิเนอร์วาที่เห็นเกรเซียผล็อยหลับไปก็ปิดตาอมยิ้มนอนมีความสุข ไม่มีความคิดที่จะเอาเปรียบอีกฝ่ายไปมากกว่านี้ จนกระทั่ง...
"เมื่อฟ้ามืด… ข้าเริ่ม เดินตามหา…"
"เมื่อจันทรา… ส่องแสง กลับไม่เจอ…"
"ใครกันหนอ… ใจร้าย ทำลายข้า…"
เสียงเยียบเย็นร้องขึ้นมาเป็ทำนองน่าขนลุก มันดังแว่วลอยมากับสายลมหนาวยามค่ำคืน เกรเซียและมิเนอร์วารู้สึกตัวทันทีทั้งคู่ พวกเขาไม่ได้ขยับตัว มีเพียงเกรเซียที่หรี่ตาเงี่ยหูตั้งใจฟัง หญิงสาวยังคงเห็นมิเนอร์วานอนหงายหายใจสม่ำเสมอนอนหลับเป็ปกติ ราวกับมีเพียงตนเองเท่านั้นที่ได้ยินเสียงแว่วนี้ เส้นขนทั่วร่างพร้อมใจกันลุกชัน แผ่นหลังเย็นวาบอย่างไร้ที่มา เมื่อเสียงเศร้าโศกนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง ทำลายความเงียบ
"ยามตีห้า… ข้าออก ตามหาหัว…"
"มีแต่ตัว… เดินไป ไร้จุดหมาย…"
"เดินเดียวดาย… มาอยู่ ข้างหลังเ้า!"
เมื่อสิ้นเสียงร้องเศร้าโศกที่กำลังพรรณนาถึงหัวที่หายไป อีกทั้งความเย็นเยียบไร้ที่มาน่าสยดสยองที่แผ่นหลังก็เย็นวาบขึ้นมาทั่วกาย เกรเซียตัดสินใจพลิกตัวกลับหลัง นอนตะแคงจ้องฝ่าความมืดไปข้างหน้าด้วยความกล้าหาญ ภาพที่เห็นทำให้สาวงามแทบช็อกจนเป็ลมหมดสติ ร่างกายขาวซีดเลือนรางของสตรีในชุดผ้าผืนบางสีแดงเื นางที่ยืนอยู่ด้านหลังกำลังยืนใช้สองมือประคองหัวที่ขาดเอาไว้ สายตาจ้องมองกลับมาด้วยรอยยิ้ม รูปร่างหน้าตาค่อนข้างสวยและหุ่นดี ไร้รอยเืหนองให้หวาดผวา แต่ผีก็ย่อมเป็ผี เกรเซียดีดตัวได้ก็ร้องกรี๊ด กลิ้งตัวเข้าไปหามิเนอร์วา เด็กหนุ่มที่ในตอนนี้เปลี่ยนท่ามานอนตะแคงหันหน้าเข้าหา ได้รออยู่นานแล้ว เด็กหนุ่มลืมตามองเล็กน้อยอย่างงัวเงีย อ้าแขนคว้ากดศีรษะอีกฝ่ายกอดซุกคอเอาไว้ ปากก็เอ่ยปลอบอมยิ้มไม่ให้มีพิรุธจนแผนแตก
"นางมาหาเ้าบ้างแล้วสินะ… ไม่เป็ไรๆ… นอนให้ข้ากอดเสียั้แ่ทีแรก เ้าก็ได้นอนหลับฝันดีไปแล้ว นอนเถอะข้าจะปกป้องเ้าเอง รับรองไม่มีผีตัวไหนกล้าหลอกเ้าอีกแน่"
มิเนอร์วาลูบหัวเกรเซียที่กำลังตื่นใ ตัวสั่นหวาดกลัวราวลูกนก เอ่ยปลอบอีกฝ่ายที่หลับตาแน่นพยักหน้าหงึกๆ อ้อมกอดอันอบอุ่นย่อมพาให้ผู้ถูกสวมกอดรู้สึกปลอดภัย และทั้งคู่ก็นอนกอดกันไปจนถึงรุ่งเช้าอย่างมีความสุข เมื่อฟ้าเริ่มสว่าง เหล่าสรรพสัตว์จอมขยันก็ตื่นขึ้นมาส่งเรียกปลุกผู้อื่น มิเนอร์วายังคงนอนกอดเกรเซียแน่นอย่างมีความสุขไม่อยากตื่นขึ้นมา อีกฝ่ายราวกับพึ่งรู้สึกตัว มองเห็นฟ้าสว่างก็รีบกุลีกุจอแยกตัวออกห่าง เอ่ยขึ้นอย่างฉุนเฉียวไม่พอใจ
"เด็กบ้า! ขโมยหอมแก้มข้าไม่พอ เ้ายังกล้านอนกอดข้าทั้งคืนอีกนะ เ้าต้องรับผิดชอบให้หมดเลยนะ คนเลว"
มิเนอร์วาลืมตาจ้องมองอีกฝ่ายที่กำลังนั่งอยู่ที่ปลายเตียง ในสภาพสวมชุดนอนตัวใหญ่ เด็กหนุ่มอมยิ้มอย่างมีความสุข แล้วบิดตัวไม่พูดไม่จาก็คว้าแขนอีกฝ่ายกระตุกเข้าหาตัว แต่เป็เกรเซียที่ระวังตัวอยู่ก่อนแล้วสะบัดแขนหนีอย่างทันท่วงที หลบรอดเงื้อมมือจอมปีศาจตนนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด มิเนอร์วาเอ่ยอธิบายไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย
"เป็ท่านร้องกรี๊ดพุ่งมาหาข้าเอง และก็เป็ท่านเองไม่ใช่หรือยังไง ท่านเป็คนบอกให้ข้าอย่าคลายอ้อมกอดออกจากตัวท่าน"
และก็เป็เช่นนั้นจริงๆ เหตุการณ์เมื่อคืนเกิดขึ้นจากการที่ผีสาวอยากหลอกเอง นาง้าประจบเอาใจมิเนอร์วาผู้เป็เ้านาย การปรากฏตัวและส่งเสียงร้องสื่อสารกับโลกคนเป็นั้นต้องใช้พลังิญญาจำนวนมาก มากยิ่งกว่าการเปลี่ยนรูปลักษณ์มากนัก แต่ถ้าเ้านายพอใจพวกมันก็ยินดี ใน่ก่อนหน้านี้มิเนอร์วาได้ปรุงยาเพิ่มพลังิญญาขึ้นมา และยาตัวนี้ถ้าเอาไปปรับวิธีผลิตอีกสักนิด
เหล่าภูตผีิญญาก็สามารถใช้บำรุงรักษาตัวเองได้เช่นกัน ไม่แปลกที่ผีสาวกล้าลงทุนใช้พลังิญญาออกอย่างไม่เสียดาย เด็กหนุ่มลุกขึ้นอิงหัวเตียงมองเกรเซียยิ้มๆ ไม่รู้นึกพิเรนทร์อะไรอีก เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าอีกฝ่ายเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลังหอมแก้มเข้าไปอีกฟอดใหญ่
"ส่วนนี่เป็ค่าจ้างและค่าทำขวัญของข้า เมื่อคืนท่านกล่าวหาว่าข้าพาผู้หญิงสองคนเข้าห้อง และทั้งคืนข้าต้องนอนปกป้องท่าน ที่นี่พวกเราเรียกกันว่าการเก็บค่าคุ้มครอง เป็หนี้ย่อมต้องรีบชำระไม่ให้ค้างคา"
มิเนอร์วาคลายแขนออกดึงขวดยาสองขวดออกมาจากแหวน แล้วเดินไปโยนไว้ที่เตียงเ้าปัญหา เอ่ยพูดกับอากาศราวกับในห้องยังมีผู้อื่นอาศัยร่วมอยู่อีก
"เมื่อคืนข้าอาจจะลืมแนะนำตัวนางให้พวกท่านได้รู้จัก ถือว่านี่คือของเซ่นไหว้ขอขมาก็แล้วกัน ในเมื่อรู้จักกันแล้วก็อย่าไปหลอกนางอีก ต่างคนต่างอยู่รู้หรือไม่"
เด็กหนุ่มไม่ได้อธิบายอะไร ทำราวกับเป็เื่ปกติ เดินไปถอดเสื้อเตรียมจะอาบน้ำด้วยความเคยชินแต่แล้วก็ต้องหยุดลง ภาพของหุ่นบุรุษที่ถึงแม้จะตัวไม่ใหญ่โตมากนัก แต่กล้ามเนื้อกลับเป็มัดเป็ลอนมีไขมันส่วนเกินแทรกเพียงเล็กน้อย หน้าท้องที่แบนราบเป็ลอนคลื่น ปีกหลังที่กางออกปรากฏเต็มสองตาของเกรเซีย อาการโลหิตสูบฉีดด้วยความเร็วมากเกินไป ส่งผลให้หญิงงามหน้าแดงก่ำ รู้สึกวิงเวียนที่ศีรษะอยู่ชั่วครู่ หัวใจเต้นตัวเร็ว เกรเซียตกตะลึงจ้องมองอยู่สักพักก็เบือนหน้าหนี
มิเนอร์วาทำทีเป็เื่ปกติ ถอดเสื้อเหลือเพียงกางเกงเดินไปอาบน้ำไม่แยแสสิ่งใด ทำตัวตามใจราวกับราชสีห์หนุ่มผู้จองหอง เยื้องย่างก้าวเดินจากไป
'3 เดือน… ที่ผ่านมาเขาไปทำอะไรมากันแน่ ตอนนั้นยังเป็แค่เด็กน้อยร่างกายบอบบางอยู่เลย ถ้าไม่เห็นกับตาข้าคงไม่เชื่อแน่ สถานที่แห่งนี้สามารถฝึกศิษย์ออกมาได้เยี่ยมยอดขนาดนี้เชียว หรือข่าวลือของวังมรณะสาบสูญจะเป็เื่ลวง? ไม่ได้การ จะล่อลวงสตรีบอบบางเช่นข้ามากเกินไปแล้ว'
เกรเซียบ่นในใจให้กับภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่ม