“หนูรู้ใช่ไหมว่า จนป่านนี้แล้วสเลเตอร์ก็ยังไม่ได้แต่งงานกับใครอย่างเป็เื่เป็ราวไม่แน่นะ บางทีหนูกับเขาอาจจะ..”
“เป็ไปไม่ได้หรอกค่ะแม่”
ดอว์นปฏิเสธทันทีด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะ
“ในเมื่อหนูทำกับเขาถึงขนาดนั้นแล้วไม่มีทางที่เราสองคนจะกลับมาคืนดีกันได้อีก เื่ที่เราจะกลับมาถึงขั้นแต่งงานกันนั้นมันไม่มีทางเป็ไปได้เลยแม้ว่าเราจะเห็นแก่แรนดี้สักเท่าไหร่ก็ตามสเลเตอร์เขาดูถูกหนูจะตาย..ซึ่งหนูจะไปตำหนิเขาไม่ได้ด้วย”
“แม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเื่นั้นแต่เื่มันก็ผ่านไปตั้งหลายปีแล้ว”
“แม่คะเมื่อเวลาเปลี่ยนไปคนเราก็เปลี่ยนตาม นั่นมันเป็สัจธรรม หนูเชื่อค่ะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเราก็แยกทางกันไปนานแล้วไอ้ความรู้สึกรุนแรงน่ะมันอาจจะไม่เหลืออยู่ก็จริงแต่หนูก็ไม่ใช่เด็กสาวคนที่เดินทางออกจากเมืองนี้ด้วยเรือยอร์ทช์อีกแล้วนะคะ”
ซึ่งเธอก็ขอบคุณพระเ้าสำหรับเื่นี้แม้ว่ามันจะสายเกินไปสำหรับเธอกับสเลเตอร์ก็ตามเธอได้สูญเสียเขาไปแล้วและจะไม่มีวันหลอกตัวเองด้วยการสร้างความเชื่อขึ้นมาว่าเธอจะสามารถชนะใจเขาได้
แต่อย่างน้อยการที่ได้พูดถึงเขากับความหายนะที่เกิดขึ้นทั้งชีวิตในอดีตและอนาคตมันทำให้จิตใจเธอโล่งเบาได้อย่างประหลาด ที่จริงแล้วดอว์นไม่เคยคิดที่จะสร้างความทุกข์ใจให้มารดาเลยโดยเฉพาะเมื่อเธอเพิ่งเดินทางกลับมาถึงบ้านได้ไม่กี่ชั่วโมงแต่เมื่อเื่มันผ่านพ้นไปแล้วเธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
เธอหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาถือไว้อีกครั้งเอ่ยเรียบๆว่า
“หนูจะช่วยล้างจานอาหารกลางวันเลยนะคะเดี๋ยวพอพ่อกับแรนดี้กลับมาก็ถึงเวลาทำอาหารเย็นอีกแล้ว”
“ไม่ต้องช่วยหรอกน่า”
ริต้าทักท้วง
“มาถึงเหนื่อยๆพักผ่อนเสียก่อนเถอะ แค่นี้เองแม่ทำได้ ไปเติมกาแฟใหม่เถอะจานชามนั่นเดี๋ยวแม่จัดการเอง”
“ไม่ละค่ะแม่”
ดอว์นยิ้มให้มารดาขณะเดินไปที่อ่างล้างจาน
“หนูต้องเริ่มฝึกงานแม่บ้านไว้แม่ก็รู้นี่ว่าถ้าได้อยู่บ้านใหม่หนูก็ยังไม่มีปัญญาจ้างคนครัวคนรับใช้มาปรนนิบัติหรอก”
“แม่ดีใจนะดอว์นที่หนูกลับมาอยู่บ้านกับเรา”
หยาดน้ำใสๆหล่อรื้นขึ้นในดวงตา
“ค่ะ หนูก็ดีใจ”
ดอว์นสูดลมหายใจลึกความเมตตาของแม่เป็สิ่งที่สร้างกำลังใจให้เกิดขึ้นได้อย่างมาก
ขณะขี่จักรยานไปตามถนนสายของคีย์เวสท์..ดอนมีความรู้สึกราวเข็มนาฬิกาได้พาเธอย้อนกลับไปสู่วันเวลาเมื่อครั้งที่จักรยานเป็พาหนะเพียงอย่างเดียวที่เธอจะใช้เที่ยวท่องไปรอบเกาะแห่งนี้ได้เธอเกือบจะเชื่อว่า ขณะนี้ตนเองได้หวนกลับไปสู่อดีตอีกครั้งถ้าไม่มีแรนดี้ขี่จักรยานคันของแกอยู่ข้างหน้า
“เร็วๆ หน่อยสิครับมัวคลานเป็เต่าอยู่นั่นแหละ”
เด็กชายเอี้ยวหน้ามามองรอยยิ้มอย่างยั่วเย้าฉาบอยู่บนใบหน้า
“อยากจะเร็วสักแค่ไหนก็ไปเลย”
เธอโบกมือให้ลูกชายรู้ดีว่าแรนดี้หงุดหงิดที่เธอไปอย่างช้าๆ ในวัยขนาดนี้แรนดี้พร้อมที่จะแข่งกับอะไรทุกอย่างยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี
“แม่อาจจะเป็เต่าแต่เต่ามันก็เคยชนะกระต่ายมาแล้วนะ”
ท่อนขาเพรียวคล้ำเริ่มออกแรงปั่นจักรยานอีกครั้งแรนดี้หมอบตัวลงเพื่อเร่งความเร็วให้มากที่สุด ดอว์นส่ายหน้าอย่างขบขันกับความคะนองของลูกชายไม่เข้าใจเลยว่า การขี่จักรยานเร็วๆอย่างนั้นมันสร้างความสนุกให้เกิดขึ้นได้ตรงไหน
เพียงครู่แรนดี้ก็หายตัวไปแล้วแต่ดอว์นก็วางใจเพราะไม่มีทางที่แรนดี้จะหลงได้ เพราะที่นี่เป็เกาะซึ่งไม่ได้มีพื้นที่ใหญ่โตมากนักยิ่งกว่านั้น ตลอดเวลาสองวันที่ผ่านมา ลูกชายของเธอก็ออกสำรวจบริเวณเกาะทั้งด้วยการเดินและขี่จักรยานไปทั่ว แรนดี้ย่อมรู้ทางว่าจะกลับมาที่เดิมได้อย่างไร
ั้แ่กลับมาถึงบ้านดอว์นก็ไม่ได้ออกไปไหนเลยจนกระทั่งบ่ายวันนี้ ที่แรนดี้มาเกลี้ยกล่อมให้ขี่จักรยานออกไปเที่ยวกันดอว์นรู้สึกสนุกที่ได้ขี่จักรยานไปรอบๆบริเวณที่เป็บ้านเกิดของเธออีกครั้งได้เห็นทั้งความเปลี่ยนแปลงและภาพความหลังเก่าๆ ที่ยังจารึกอยู่ในใจ
เมื่อครั้งที่ยังเป็สาวรุ่นวัยสิบแปดคีย์ เวสท์ ดูไม่อาจสนองความ้าให้เธอได้อย่างเพียงพอเลย ไม่ว่าจะเป็ชีวิตความสนุกตื่นเต้น หรืออนาคตอย่างที่เธอวาดความฝันไว้ตามใจ้าแต่ขณะนี้เธอมีความรู้สึกอยู่ว่า มันเป็เมืองที่เหมาะกับลูกชายแรนดี้ควรได้เติบโตขึ้นด้วยสิ่งแวดล้อมแบบนี้มากกว่า
ท้ายเกาะทางด้านทิศใต้เป็แนวหินโสโครกและบริเวณท่าเรือน้ำลึกซึ่งคุณสมบัติทั้งสองประการนี้ทำให้คีย์ เวสท์ เป็ถิ่นโจรสลัดไปโดยปริยายตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลอย่างสูงทำให้เกาะนี้กลายเป็หมู่บ้านชาวประมงนิวอิงแลนด์ มีรีสอร์ตที่พวกนักทัศนาจรหลั่งไหลเข้ามาพักผ่อนเพื่อชื่นชมกับความงามของธรรมชาติและยังสามารถเดินทางผ่านเข้าไปในคิวบาอันเป็ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ชิดพรมแดนได้อีกด้วย
ท้องทะเลสีครามรายล้อมอยู่รอบเกาะและเหนือขึ้นไปก็ยังมีท้องฟ้าสีเดียวกันครอบคลุมไว้ แสงแดดสาดส่องให้ความอบอุ่นชั่วนาตาปีเนื่องจากมันเป็เกาะที่อยู่ในเขตค่อนข้างร้อน ดังนั้นคีย์ เวสท์จึงมีพันธุ์ไม้นานาชนิดที่เขียวชอุ่มอยู่ทั้งปีและคงความลึกลับอันน่ามหัศจรรย์ไว้ยิ่งกว่านั้นพันธุ์ไม้ดอกก็ยังแต่งแต้มสีสันอันวิจิตรให้กับผืนแผ่นดินออกดอกสลับสีสล้างอยู่ตลอดทั้งปี
พุ่มโอลีนเดอร์ที่หนาทึบเกือบทำให้ดอว์นไม่เห็นแนวรั้วสีขาวใกล้แนวที่เธอขี่จักรยานผ่านไปเธอสอดส่ายสายตามองไปทางนั้นด้วยความอยากรู้ว่า มันเป็รั้วที่กั้นอาณาเขตอะไรไว้ทันสังเกตเห็นทางรถวิ่งสายสั้นๆที่พันธุ์ไม้เลื้อยขึ้นรกรุงรังทอดเข้าสู่ที่ตั้งของบ้านหลังหนึ่ง
มันเป็บ้านเก่าของสกุลแวน เดอเวียร์..ดอว์นกับแคทธี่ เวน เดอ เวียร์เคยเป็เพื่อนสนิทเมื่อครั้งเรียนหนังสืออยู่โรงเรียนเดียวกันเมื่อเห็นบ้านหลังนี้เข้าเธอก็นึกไปถึงที่แม่เล่าให้ฟังว่าครอบครัวนี้ได้ย้ายไปอยู่แผ่นดินใหญ่เมื่อสองปีที่แล้ว
ดอว์นอดเสียดายไม่ได้เมื่อได้เห็นบ้านหลังนี้ตั้งอยู่อย่างเงียบเหงาไร้จิติญญาเนื่องจากไม่มีผู้อยู่อาศัย เธอเบรกจักรยานลงตรงถนนด้านข้างของตัวบ้านอยากดูมันให้ถนัดชัดเจนขึ้น
บ้านหลังนี้มีเสน่ห์และลักษณะพิเศษอยู่ในตัวของมัน..แม้เวลานี้จะมีหญ้าขึ้นรกรุงรังทั้งไม้พุ่มและต้นไม้ใหญ่ก็ไม่ได้รับการตัดตกแต่งแต่กระนั้นก็ดูราวกับว่า ไม่มีสิ่งใดจะมาทำลายความยืนยงของมันลงได้ลักษณะของบ้านที่ปลูกสร้างขึ้นด้วยไม้มีระเบียงด้านหน้ากว้างขวางยังแข็งแรงมั่นคงมากซึ่งบ้านหลายหลังที่เคยมีรูปแบบเดียวกันนี้ ได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปจนหมดแล้ว
ดอว์นมองดูบ้านหลังนี้อย่างหลงรักอยากได้มันไว้ เพื่อที่เธอจะได้ตกแต่งให้เป็บ้านแสนสุขสำหรับตัวเองกับแรนดี้
มีเสียงล้อรถจักรยานดังขึ้นทางเื้ัแต่ดอว์นไม่ได้ให้ความสนใจกับเสียงนั้นเท่าไรนักจนเมื่อได้ยินเสียงเบรกดังเอี๊ยดขึ้นเกือบจะชิดตัวจึงได้หันขวับไปมองคิดว่าคนขี่จะลงไปนอนอยู่ข้างถนนแล้วแต่ปรากกว่าแรนดี้ยิ้มเผล่อยู่บนอาน
“ผมทำให้แม่ใใช่ไหมล่ะ?”
เด็กชายถามล้อๆ
“แม่คิดว่าผมจะชนเข้าให้แล้วสิใช่ไหม?”
“เปล่าเลยแม่คิดว่าคนขี่คงไปกลิ้งโค่โล่อยู่ข้างถนนแล้วเสียอีก”
เธอมองหน้าลูกชายอย่างไม่ใคร่พอใจในความคึกคะนอง
“แล้วแม่มาหยุดอยู่ตรงนี้ทำไมล่ะ?”
แนดี้ถามขยับรถถอยหน้าถอยหลังอยู่ใกล้ๆท่าทางกระวนกระวายอยากจะออกไปให้พ้นจากที่นั่นเสียเร็วๆ
“แม่กำลังดูบ้านหลังนี้อยู่”
ดอว์นพยักหน้าไปทางตัวบ้านที่เมื่ออยู่ตรงทางรถวิ่งจะเห็นได้ถนัดชัดเจนขึ้น
“ครั้งหนึ่งมันเคยเป็บ้านของเพื่อนแม่เองแต่เวลานี้ไม่มีใครอยู่แล้ว เขาย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมด”
“โอ้โฮ..มันรกอย่างกับป่านะแม่..!”
แรนดีวิจารณ์ขณะกวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณบ้านด้านหน้าที่มีพันธุ์ไม้ไร้ค่าขึ้นปกคลุมและยังพันธุ์ไม้เลื้อยที่ทอดยอดขึ้นไปยึดครองแนวระเบียงไว้
“ผมว่าถ้าจะให้ดีเราก็สำรวจบริเวณบ้านเสียเลยเป็ไง..”
พูดยังไม่ทันขาดคำแรนดี้ก็ขี่จักรยานเข้าไปยังทางวิ่งนั้นเสียแล้ว
“แรนดี้..นั่นน่ะเป็ทางส่วนตัวของเขานะ”
ดอว์นร้องห้ามอย่างใ
“บุกรุกเข้าไปอย่างนี้เ้าของเขาเห็นเข้าจะถูกจับนะ”
“โธ่แม่..ผมไม่ได้เข้าไปขโมยอะไรเขาสักหน่อย อยากจะดูมันใกล้ๆเท่านั้นไม่ได้เสียหายอะไรหรอกน่า” เด็กชายเถียง