คะแนนที่ 4-1
บูชาสามี
คืนที่สองของการเข้านอนร่วมกับสามีนั้นอุ่นใจมากขึ้นเมื่อหญิงสาวมีอาวุธไว้ป้องกันตัว ไม่ว่าจะอาบน้ำ แต่งตัว หรือทำอะไรก็ไม่ต้องระแวงเหมือนเมื่อคืนก่อน พ่อเลี้ยงไม่กล้าเข้ามาป้วนเปี้ยนกับเธออีกเลยั้แ่มีเ้าก้านมะยมที่รัก
ยาหยีกำลังเตรียมตัวจะเข้านอนแล้ว เธอวางก้านมะยมไว้ใต้หมอนแล้วพนมมือสวดมนต์ก่อนนอน การกระทำนั้นเองที่ทำให้คนมองทนไม่ได้อีกต่อไป เขาก้าวขึ้นมาบนเตียงในมือถือกล่องปฐมพยาบาลมาด้วย
“แปลกคน ผัวก็มีให้กราบไม่กราบดันไปกราบก้านมะยม สมัยก่อนเขาว่าคนที่กราบบูชาสามีก่อนนอนจะเจริญนะ”
“หัวโบราณ บูชาทำไม สามีนะไม่ใช่พระหรือพ่อเลี้ยงอยากเป็พระ ยาหยีจะได้กราบไหว้ทุกวัน” ยาหยีเพิ่งรู้ตัวว่าเธอเก่งเื่เถียงคนก็เมื่อได้เจอกับเขา
“จะเป็พระทำไม เป็ผัวเธอดีกว่าเยอะ อย่างน้อยคืนนี้ก็มีเื่สนุกให้ทำ” นี่ก็ยอกย้อนเก่งไม่แพ้กัน
“อยากโดนอีกใช่มั้ยพ่อเลี้ยง ทำไมชอบหาเื่ยาหยีจัง” คนตัวเล็กตลบผ้าห่มฝั่งตัวเองขึ้นแล้วสอดตัวเข้าไปนอนด้านใน เธอพยายามไม่ถือสาคำพูดหยาบโลนพวกนั้น มันเป็ธรรมชาติของเขาจะเปลี่ยนให้มาพูดจาสุภาพคงยาก เธอเปลี่ยนหูตัวเองให้ชินเสียง่ายกว่า
คนในผ้าห่มพยายามเมินอีกคนทั้งที่กลัวเขาจะนึกแกล้งเธออีก จากที่ได้พูดคุยกันมาเธอพอจะรู้ว่าหากทำเป็กลัวเขาจะยิ่งได้ใจและแกล้งหนักขึ้น วิธีเอาตัวรอดคือต้องข่มความกลัวแล้วตีหน้านิ่งใส่ ห้ามแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น
“แล้วไปบูชามันทำไมไอ้ก้านมะยมโง่ๆ นั่น” เขาชี้ไปทางอาวุธของเธอที่วางไว้ใต้หมอน คงจะตั้งใจกราบไว้บูชาแทนผัวทุกคืนเพื่อเสริมความขลังให้มันล่ะสิ
เหอะ! ย่าคิดอะไรอยู่ถึงเอามันมาให้แม่ตุ๊กตาของเขา
ไม้เรียวในมือย่ายังไม่น่ากลัวเท่าไม้เรียวในมือเมียเลย ยิ่งเมียที่เป็ครู น่ากลัวมากกว่าเท่าตัว
“ไม่ได้บูชาแค่วางไว้ใต้หมอนมันผิดตรงไหน ก้านมะยมดีจะตายสามารถสอนคนห่ามๆ เถื่อนๆ บางคนให้ทำตัวดีได้ ไม่งั้นพ่อเลี้ยงจะได้ดีอย่างทุกวันนี้เหรอคะ” ยาหยีทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้ ไม่วายกำชับสั่งเขาไล่หลัง “ปิดไฟให้หน่อยสิคะ ยาหยีจะเข้านอนแล้วพรุ่งนี้ต้องไปสอนแต่เช้า”
“ใครบอกว่าจะให้นอนกัน” คนถูกเมินไม่ยอมทำตาม คว้าตัวเมียลุกขึ้นมานั่งแล้วยัดกล่องปฐมพยาบาลใส่ตักอีกฝ่าย “มาล้างแผลให้เลย”
“ง่วงแล้วนะ เหนื่อยด้วย พ่อเลี้ยงล้างเองไม่ได้เหรอคะ”
“ไม่ได้ ฝีมือเธอนะที่ทำให้ฉันต้องเป็แบบนี้ ไม่รู้จะเป็แผลเป็หรือเปล่าด้วย” ชายหนุ่มเขย่าตัวเธอเบาๆ เมื่อเห็นว่าเธอพยายามจะหลับตาหนี “ลืมตาก่อนยาหยี อย่าเพิ่งหลับ”
“ก็ได้ รอแปปนึง” เธอควานหาโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ใต้หมอนข้างก้านมะยม ไม่ลืมหยิบมันมาวางขู่เขาไว้บนตัก มือก็กดเปิดหาอะไรบางอย่างอยู่สักพักแล้วเปิดกล่องปฐมพยาบาลไปด้วยระหว่างดู
“ดูอะไรน่ะ” ด้วยความสงสัยเลยขอเสียมารยาทแอบดูโทรศัพท์ของอีกฝ่าย สิ่งที่เห็นคือคลิปวิดีโอสอนการล้างแผลอย่างละเอียด
หมับ!
“อย่าบอกนะว่าไม่เคยล้างแผลมาก่อน” ชายหนุ่มรั้งมือเล็กที่กำลังจะแกะผ้าที่หัวของเขาออก เริ่มลังเลที่จะให้เธอล้างแผลให้
“ไม่เคย แต่ดูจากในคลิปแล้วไม่ยากหรอก ยาหยีน่าจะทำได้” คนตัวเล็กยืนยัน แล้วเริ่มแกะผ้าพันแผลเขาออก พยายามลงน้ำหนักให้น้อยที่สุด
“ฉันฝากชีวิตไว้กับเธอได้แน่นะ”
“เว่อร์แล้ว แค่ล้างแผลเอง”
พูดแล้วก็ดูนางพยาบาลในวีดีโอสอนไปด้วย ยาหยีหยิบขวดน้ำเกลือเทใส่สำลีก้อนให้พอชุ่มแล้วมองคนตัวโตที่ทำท่าไม่ไว้ใจ อะไรอีกล่ะ เขาเป็คนคะยั้นคะยอให้เธอล้างเองนะ
“นั่นมันยาหยอดตาไม่ใช่น้ำเกลือ!” เขาหมุนฉลากหน้าขวดมาให้เธอดูชัดๆ
“เอ่อ...ก็สีมันคล้ายกันนี่ ไม่เป็ไร เอาใหม่ๆ ” ยาหยียิ้มหวานขอโทษขอโพยแล้วเปลี่ยนมาเทน้ำเกลือของจริงใส่สำลีอันใหม่
“ฉันจะไม่ตายใช่มั้ยเนี่ย”
“บ้า! คนเราก็พลาดกันได้ มาๆ เขยิบมาใกล้ๆ หน่อยสิคะ ล้างไม่ถนัดเลย” เธอประคองศีรษะเขาให้เข้ามาใกล้ ด้วยความที่เขาตัวสูงกว่าเธอเกือบเท่าตัว แม้จะนั่งด้วยกันทั้งคู่แต่เธอต้องยืดตัวขึ้นเพื่อให้สายตาเสมอกับแผลบนหน้าผากเขา ในขณะที่อีกฝ่ายก็ก้มหัวลงให้ ขาของทั้งสองเกยซ้อนกันอย่างสนิทชิดเชื้อโดยไม่รู้ตัว
ยาหยีบรรจงซับคราบเืรอบรอยแผล แผลไม่อักเสบและปิดสนิทดีจึงโล่งใจแต่แอบเกร็งเล็กน้อยเมื่อถูกสองมือหนาเกาะเอวไว้เพื่อช่วยพยุงให้เธอทรงตัวได้ถนัด ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอก็เริ่มปั่นป่วนหัวใจ ยาหยีเปลี่ยนสำลีก้อนใหม่ เทเบตาดีนลงไปแล้วเช็ดแบบเดิมอีกครั้ง คุณพยาบาลในคลิปบอกว่าต้องรอให้ยาแห้งก่อนจึงจะปิดผ้าก๊อตได้ เธอเลยเป่าลมเบาๆ ให้มันแห้งแล้วปิดแผลตามขั้นตอนในวีดีโอ
“เสร็จแล้วค่ะ”
พยาบาลจำเป็บอกเสียงเบา พยายามขยับตัวหนีแต่อีกคนไม่ยอมปล่อย เขากอดเธอแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาสื่อความหมายบางอย่าง แม่ตุ๊กตาน้อยคงไม่รู้ว่าความอ่อนโยนที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวนั้นทำให้อีกคนหวั่นไหว อารมณ์บางอย่างตีตื้นขึ้นมาในจิตใจของชายหนุ่ม
เขาสะกดสายตาของเธอไว้ไม่ให้เคลื่อนหนี ริมฝีปากหนาไต่ระดับจากต้นคอมาหาปากอิ่มอมชมพูที่เม้มแน่น เขาเลาะเล็มกลีบปากจนอีกฝ่ายใเผลอเปิดทางต้อนรับลิ้นอันช่ำชองให้สอดเข้าไปเกี่ยวพันทักทายลิ้นด้านใน ลิ้นลายดูดชิมและส่งมอบความหวานให้กันและกัน ยาหยีเรียนรู้รสจูบที่เขาเฝ้าป้อนได้ไวจนเริ่มโต้ตอบกลับ
“...”
มันเป็การกระทำที่สิ้นคิดที่สุดเท่าที่เธอเคยทำ เพราะมันยิ่งทำให้ชายหนุ่มลำพองใจ เขาเปลี่ยนรสจูบอ่อนหวานละมุนละไมเป็ร้อนแรงเผ็ดซาบซ่านแผดเผาสติสัมปะชัญญะ ยาหยีสอดมือเขาไปกำเส้นผมสีดำนุ่มลื่นของอีกฝ่ายเป็การระบายความรู้สึกหวาบหวิวที่ได้รับ เธอต้านทานเขาแทบไม่ไหวจนอ่อนระทวยทรุดซบอกแกร่งโดยไม่รู้ตัว คณาธิปโอบกอดเธอไว้อย่างเต็มใจ
เขาจับคางเล็กให้หันมาหา ส่งแววตาร้อนแรงให้ยาหยียอมจำนน ร่างกายเธอร้อนวูบวาบยามสบตา หญิงสาวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังนั่งบนตักเขาและประคองใบหน้านั้นไว้ให้มองเพียงแต่เธอ มือบางลูบััหนวดเคราที่ปกคลุมรอบกรอบหน้าของชายหนุ่ม พอได้มีโอกาสมองเขาดีๆ แล้ว ผู้ชายเถื่อน ถ่อย ที่เธอเคยว่ากลับมีใบหน้าหล่อเหลาทรงเสน่ห์จนทำให้หัวใจเธอสั่นไหว ริมฝีปากเขาเอ่อบ่วมเล็กน้อยจากการฉากจูบเมื่อครู่ เธอลูบมันเบาๆ เหมือนกลัวว่าเขาจะเจ็บ แล้วค่อยไล่นิ้วขึ้นไปหาจมูกโด่ง วาดนิ้วตามคิ้วหนาทั้งสองข้างอย่างเพลิดเพลินก่อนจะมาสะดุดเมื่อสบแววตาคมกริบ ััได้ว่าสายตาที่เขามองกำลังบอกว่าเขา้าเธอมากกว่านี้
“...”
ในความเงียบมือของชายหนุ่มเริ่มเคลื่อนไหว ไล้เลื้อยสำรวจตรวจตราร่างกายสตรีเพศอย่างช่ำชอง เขานวดคลึงบริเวณท้ายทอยเอาใจคนที่บอกว่าเหนื่อย ใช้วิชานวดที่ย่าเคยสอนตอนเด็กมาปรนนิบัติเมีย ยาหยีหลับตาพริ้มปล่อยให้คนใจดีนวดหัวไหล่บรรเทาความเมื่อยล้าที่สั่งสมมา
“...ชอบมั้ย”
...........................................................
น้องเคยบอกจะสมยอมเองไม่ต้องใช้กำลัง พ่อเลี้ยงเลยเปลี่ยนมาใช้มารยาแทน คราวนี้จะได้กินสมใจมั้ยหนอ??