[จบ] ทะลุมิติทั้งที ดันมาอยู่ในร่างตัวแม่สุดแซ่บพร้อมลูกชายทั้งสาม

    บทที่ 38 หญิงชราคนนั้นให้กำเนิดลู่ชิงเหยี่ยออกมาได้ยังไง (รีไรต์)

    บทที่ 38 หญิงชราคนนั้นให้กำเนิดลู่ชิงเหยี่ยออกมาได้ยังไง (รีไรต์)

             

            เฟิงอวี้เหม่ยพูดยังไม่ทันจบก็หันหลังวิ่งออกไปข้างนอก

             

            เมิ่งว่านถังรู้สึกเขินอายจนไม่กล้ามองหน้าลู่ชิงเหยี่ย

             

            เธอร้องตะโกนออกไปข้างนอกอย่างร้อนรน “จะวิ่งไปไหน กลับมานี่”

             

            เฟิงอวี้เหม่ยชะงักฝีเท้า พลางยืนถามอยู่ที่ประตู “งั้นฉันเข้าไปได้ไหม?”

             

            “ทำไมจะเข้ามาไม่ได้? ฉันกำลังนวดเอวให้พี่รองของเธออยู่ เอวของเขาเจ็บ ถ้าไม่นวดสักหน่อยมันจะหายช้าเกินไป ไม่ได้ทำเรื่องที่มันน่าอายสักหน่อย ทำไมจะเข้ามาไม่ได้ล่ะ?”

             

            เมิ่งว่านถังพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ พร้อมกับลงมาจากตัวลู่ชิงเหยี่ย พลางช่วยดึงเสื้อเชิ้ตลงมา

             

            เธอมองไปที่ประตู ก็สบตากับเฟิงอวี้เหมยที่กำลังชะโงกหน้ามองเข้ามา “รีบเข้ามาสิ”

             

            เด็ก ๆ ยังไม่ตื่น เมิ่งว่านถังจึงลดเสียงลงพูด “เมื่อกี้เธอบอกว่าไปเรียกอาห้าแล้วใช่ไหม?”

             

            “อืม อาห้าบอกว่าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ฉันเลยมาบอกพี่ก่อน”

             

            เมิ่งว่านถังรู้ว่าบ้านของเฟิงอวี้เหม่ยอยู่ในหมู่บ้านถัดไป ถ้าเดินไปก็ใช้เวลาราว ๆ ครึ่งชั่วโมง

             

            “วันนี้ตั้งใจจะแยกบ้าน เธอกลับไปตอนนี้เลย ไปตามพี่น้องทางบ้านเดิมของเธอมาช่วยด้วย ถ้าตั้งใจจะหย่าจริง ๆ ก็ถือโอกาสจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จไปเลย”

             

            เมิ่งว่านถังไม่เห็นด้วยที่เฟิงอวี้เหม่ยจะใช้ชีวิตอยู่กับลู่ชิงซุ่นอีกต่อไป

             

            ดูจากท่าทางของลู่ชิงซุ่นแล้ว เขาดูเหมือนผู้ชายที่ชอบทุบตีผู้หญิง ก่อนหน้านี้เขามีคนแก่ทั้งสองคนคอยประจบเอาใจ เขาจึงไม่มีอะไรที่ไม่พอใจ คาดว่าอารมณ์คงดีตลอดเวลา

             

            ครั้งนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเฟิงอวี้เหม่ยพูดเรื่องหย่าขึ้นมาอย่างกะทันหัน ลู่ชิงซุ่นก็คงไม่เผยธาตุแท้ออกมา

             

            ใครจะคิดว่าลู่ชิงซุ่นที่ปกติดูเหมือนคนไม่เอาไหน เลายิ้มก็ดูซื่อ ๆ จริงใจ แท้จริงแล้วกลับเป็นผู้ชายวิปริตที่ชอบทุบตีผู้หญิง

             

            “งั้นฉันจะออกไปหาโกวต้านกับโกวเซิง แล้วพาเสี่ยวเป่ากลับบ้านด้วย”

             

            เด็ก ๆ กินข้าวเร็ว พอพี่ชายคนโตกินข้าวเสร็จ พี่ชายทั้งสองก็พาน้องชายไปเล่นที่หลังบ้าน

             

            ตอนนี้เฟิงอวี้เหม่ยอยากกลับบ้านเดิม ก็เลยตั้งใจจะอุ้มลูกกลับไปด้วยกัน

             

            เมิ่งว่านถังคิดว่าต้องเดินไปกลับไกลขนาดนั้น จึงพูดขึ้นว่า “ให้พวกเขาเล่นกันอยู่ที่สวนหลังบ้านเรานั่นแหละ พวกเราไปที่บ้านเก่าด้านหลังกันเถอะ ลู่ชิงซุ่นก็ออกมาไม่ได้เธอไม่ต้องห่วงว่าเขาจะมาอุ้มลูกไป กลับบ้านไปเถอะ แล้วรีบกลับมาด้วยล่ะ”

             

            เฟิงอวี้เหม่ยคิดว่ามันก็ถูกต้อง “ก็ได้ งั้นฉันกลับก่อนนะ”

             

            “เราไปกันเลยไหม?” 

             

            เมิ่งว่านถังถามลู่ชิงเหยี่ย ขณะที่เก็บน้ำมันดอกคำฝอย

             

            ลู่ชิงเหยี่ยลุกขึ้นนั่งตัวตรง เขาพบว่าเอวที่ถูกนวดรู้สึกสบายขึ้นกว่าเดิม

             

            พลางอดมองเมิ่งว่านถังอีกครั้งไม่ได้ ไม่คิดว่าเมิ่งว่านถังจะมีฝีมือแบบนี้ หรือว่าเธอจะมีความรู้ทางการแพทย์จริงๆ?

             

            เมิ่งว่านถังออกไปล้างมือข้างนอก แล้วเข้ามาถามลู่ชิงเหยี่ยว่า “ฉันไปยืมรถวัวมาให้คุณนั่งไปดีไหม ไม่งั้นคุณต้องเดินไกล...”

             

            ลู่ชิงเหยี่ยไม่อยากนอนบนรถวัว จึงปฏิเสธความหวังดีของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

             

            “ไม่ต้อง เดินไปก็ได้”

             

            หลังพูดจบ ลู่ชิงเหยี่ยก็เดินไปที่หลังบ้าน

             

            เขายังคงเดินค่อนข้างเร็วเหมือนเดิม ถ้าไม่สังเกตให้ดี ๆ ก็คงดูไม่ออกว่าปวดเอว

             

            เมิ่งว่านถังรู้สึกชื่นชม ผู้ชายคนนี้ใจแข็งจริง ๆ ทรมานตัวเองได้ขนาดนี้เชียว

             

            ถ้าเธอไม่ใช่หมอ ก็คงคิดว่าเอวของลู่ชิงเหยี่ยไม่เจ็บเลยสักนิด

             

            ทั้งสองคนมาถึงบ้านเก่าทางด้านหลัง

             

            และบังเอิญลู่กวางจวินก็มาถึงพอดี

             

            “ชิงเย่ ฉันได้ยินจากเมียของชิงซุ่นว่าเธอบอกให้ฉันมาใช่ไหม?” ท่าทีของลู่กวางจวินที่แสดงออกต่อลู่ชิงเหยี่ยนั้นแตกต่างจากเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง

             

            ลู่ชิงเหยี่ยพูดอย่างสุภาพว่า “เมื่อคืนคุณก็น่าจะเข้าใจสถานการณ์ของบ้านเราแล้ว พวกเราตั้งใจจะแยกบ้าน ก็เลยเชิญคุณมาเป็นสักขีพยาน”

             

            การแยกบ้านของคนในหมู่บ้าน แต่ละฉบับจะมีการเขียนรายละเอียดไว้ในเอกสารอย่างชัดเจน

             

            แบ่งให้แต่ละบ้านอย่างเท่าเทียมกัน สุดท้ายก็จะส่งมอบสำเนาหนึ่งชุดเก็บไว้ที่ทำการหมู่บ้านเพื่อเป็นหลักฐาน

             

            หากมีข้อพิพาทใดๆ ในภายหลัง หรือเอกสารฉบับนี้หาย ก็สามารถไปที่ทำการหมู่บ้านเพื่อค้นหาได้

             

            แต่โดยทั่วไปแล้ว หลังจากที่แยกบ้านกันแล้ว ก็ไม่มีใครไปหาเอกสารที่ที่ทำการหมู่บ้าน

             

            โดยพื้นฐานแล้ว หลังจากแยกครอบครัว ก็แทบไม่มีเรื่องให้ต้องโต้เถียงกันอีก

             

            “ตกลง”

             

            คนอื่นพูดว่าครอบครัวลู่อยากแยกบ้านกัน อาจจะเป็นแค่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง

             

            แต่เมื่อลู่ชิงเหยี่ยบอกว่าจะแยก แปดในสิบส่วนก็คือแยกจริง ๆ

             

            ลู่กวางจวินอดไม่ได้ที่จะมองเมิ่งว่านถังสักหน่อย การแต่งงานนี่อย่าได้แต่งกับสะใภ้ที่สวยเด็ดขาด ลู่ชิงเหยี่ยเป็นหนุ่มที่มีไหวพริบเป็นอันดับต้น ๆ ทั้งยังรับราชการทหารมาหลายปี ตอนนี้เกษียณแล้วก็ไปทำงานที่สถานีรถแทรกเตอร์ ถือว่าเป็นคนที่มีหน้ามีตาในหมู่บ้าน

             

            แต่ชายหนุ่มที่เพียบพร้อมถึงเพียงนี้ เมื่อแต่งงานไปแล้วกลับยอมให้ภรรยาของตัวเองก่อเรื่องวุ่นวายไปทั่ว

             

            เมิ่งว่านถังคนนี้ นอกจากจะหน้าตาดีแล้ว ก็ไม่มีอะไรดีเลย

             

            แถมยังเป็นสะใภ้ตัวแสบที่มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือในหมู่บ้านอีกด้วย

             

            ลู่กวางจวินส่ายหน้าอย่างเสียดาย แล้วเดินเคียงข้างกับลู่ชิงเหยี่ยเข้าไปข้างใน

             

            เมิ่งว่านถังเดินตามหลังไป ตั้งใจจะมาดูความวุ่นวายในวันนี้

             

            หญิงชรานั่งอยู่บนเตียง บนหัวพันผ้าพันแผลไว้ ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาดูมืดมน

             

            เมิ่งว่านถังรู้สึกว่านี่แหละคือธาตุแท้ของหญิงชราคนนี้

             

            ทันทีที่แม่เฒ่าลู่เห็นว่ามีคนมา ก็แสร้งหลับตาลง แถมยังบีบน้ำตาออกมาอีกสองหยด

             

            เมิ่งว่านถังอยากจะปรบมือให้คนคนนี้เสียเหลือเกิน

             

            “พี่สี่ พี่สะใภ้สี่ คิดดีแล้วเหรอว่าจะเอายังไง? บอกมาเลยว่าจะแยกบ้านหรือไม่แยกบ้าน?”

             

            อีกสักพักก็ต้องไปทำงานแล้ว ลู่กวางจวินไม่อยากมาเสียเวลาอยู่ที่นี่

             

            พอเข้าไปในบ้านเขาก็เข้าประเด็นทันที

             

            พ่อเฒ่าลู่เคาะกล้องยาเส้น แล้วยกขึ้นมาสูบ

             

            “แยกบ้านอะไรกัน? บ้านเราก็ไม่มีอะไรให้แบ่งแล้ว” พ่อเฒ่าลู่พูดอย่างไม่ยอมแพ้เรื่องการแยกบ้าน

             

            ลู่กวางจวินขมวดคิ้ว เขาเป็นคนนอกจึงไม่กล้าเสนอความเห็นโดยตรง

             

            ลู่ชิงเหยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ “พ่อ แม่ แยกเถอะ ถ้าไม่แยก ต่อไปนี้ครอบครัวของเราก็จะมากินข้าวที่นี่ทุกมื้อ”

             

            จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง?

             

            แม่เฒ่าลู่ลืมตาขึ้น มองพ่อเฒ่าลู่อย่างร้อนใจ หญิงชรารู้ดีว่าพ่อเฒ่าลู่ไม่อยากแยกบ้าน

             

            การแยกบ้านแบบนี้มันไม่น่าฟังเลย

             

            พวกเขาทั้งสองคนใกล้จะตายแล้ว ถ้ามีข่าวแบบนี้แพร่ออกไป ต่อไปจะเดินไปไหนมาไหนในหมู่บ้านได้อย่างไร

             

            “เหล่าลู่ แยกบ้านเถอะ อย่าให้ลูกหลานเกลียดเราเลย พวกเราก็อยากให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน แต่ถ้าเขาอยากจะแยก พวกเราก็ต้องยอม”

             

            คำพูดของหญิงชราทำให้ลู่ชิงเหยี่ยกลายเป็นคนไม่ดีในทันที

             

            นี่มันไม่ต่างอะไรกับการบอกว่าลู่ชิงเหยี่ยเป็นลูกอกตัญญูเลยไม่ใช่เหรอ?

             

            เมิ่งว่านถังอดไม่ได้ที่จะมองสีหน้าของลู่ชิงเหยี่ย แล้วก็หันกลับมองไปที่คนแก่ทั้งสองคน

             

            ลู่ชิงเหยี่ยเป็นคนเที่ยงธรรม แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่หลังของเขาก็ยังเหยียดตรง เหมือนกับยอดฝีมือที่สิ่งชั่วร้ายใดๆ ไม่สามารถบุกรุกเข้ามาได้

             

            ส่วนคนแก่ทั้งสองคนนั้น ไม่เพียงแต่รูปร่างไม่สูงนัก แต่หน้าตาก็ยังเทียบเคียงไม่เท่า

             

            เมื่อหวนคิดถึงลู่ชิงเต๋อที่ไม่เอาไหน แล้วกลับมานึกถึงลู่ชิงซุ่น

             

            ลู่ชิงเหยี่ยนี่ช่างผลิตสิ่งดี ๆ จากต้นไผ่ที่ไม่ดีจริง ๆ

             

            “ตกลง แยกก็แยก” พ่อเฒ่าลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงกัดฟันกรอด “ของในบ้านก็แบ่งเป็นสี่ส่วน เราสองคนแก่จะไปอยู่กับลู่ชิงซุ่น”

             



    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ทะลุมิติทั้งที ดันมาอยู่ในร่างตัวแม่สุดแซ่บพร้อมลูกชายทั้งสาม ที่คุณอ่าน

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988