ภารกิจพิชิตสามี
บทที่ 7 ป่าเถาวัลย์แดง
เฟยหลงที่นั่งอยู่ในเกมได้แต่นั่งเหม่อออกไปด้านนอกหน้าต่าง จู่ๆใบหน้าหวานๆของภรรยาก็ลอยมาในหัวแวบหนึ่ง เขาคลุกคลีและใช้ชีวิตอยู่กับเกมนี้มาปีกว่า เมื่อได้ยินคำพูดของซูฉีในครั้งนั้นว่า 'ถ้าฉันเอาชนะคุณในเกมได้ คุณจะเลิกเล่นเกมนี้แล้วหันมาสนใจฉันมั้ยคะ' ทำให้เขารู้สึกขบขันและสนใจในตัวภรรยามากขึ้น ถ้าซูฉีจะเอาชนะเขาในเกมคือต้องเอาชนะบอสใหญ่ในเกมให้ได้ เพราะเขาคือคนสร้างเกมและคิดค้นเกมนี้ขึ้นมา
ตอนสมัยเรียนอยู่ต่างประเทศ เพื่อนของเขาเล่าถึงเื่บริษัทเกมของพ่อที่กำลังเจอวิกฤตให้ฟัง เฟยหลงมีไอเดียทำเกมวังัอยู่ในหัว เลยบอกเล่าความคิดนี้ให้กับเพื่อนของเขา เพื่อนๆที่ฟังก็รู้สึกสนใจ จึงแนะนำให้เขาลองไปเสนอบริษัทเกม เขาจึงวางเค้าโครงเกมแล้วเอาไปนำเสนอบริษัทแห่งนั้น หลังจากบริษัทเกมสนใจก็เริ่มรวบรวมเงินก้อนหนึ่งจ้างผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาคอยปรับแต่งเกมตามความคิดของเฟยหลง เขาได้เซ็นสัญญาขายลิขสิทธิ์เกมนี้เป็เงินก้อนโต อีกทั้งยังได้รับการจ้างให้เป็ผู้ควบคุมการสร้างระบบต่างๆตลอดจนดูแลความเรียบร้อยของเกม ซึ่งจริงๆแล้วตัวเขาไม่ได้เข้าไปเล่นเกมแต่อย่างใด แต่มันคืองาน คือผลงานที่สรรค์สร้างออกมาจากความคิดของเขา
แม่ของเขาเป็กังวลเื่การแต่งงานของเขาเป็อย่างมาก ทำให้เธอพยายามหาคู่ครองมาให้ ก่อนหน้านี้เขาเคยไปดูตัวตามที่แม่ของเขานัดให้ แต่เขาไม่เคยยอมรับการแต่งงานกับหญิงสาวคนไหนเลย จนมาถึงซูฉี ใบหน้าแสนเศร้าของเธอในตอนนั้นทำให้เขาตัดสินใจตกลงแต่งงาน
พวกเขาแต่งงานกันมาได้หนึ่งเดือนแล้ว หลังแต่งงานเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจผิดแต่อย่างใด ภรรยาที่แต่งเข้ามาดูเป็คนมีอารมณ์ขันและมุ่งมั่นเป็อย่างมาก อารมณ์ขันอย่างไรน่ะหรือ เพราะเธอเล่าเื่ตัวละครในเกมของเธอได้ตลกสุดๆไปเลย เมื่ออาหารมื้อกลางวันที่ผ่านมา เฟยหลงได้ถามซูฉีว่า
"คุณว่าเกมวังัเป็ยังไงบ้างครับ"
"อดอยากสุดๆไปเลยค่ะ"
เฟยหลงได้ยินคำตอบของซูฉีถึงกับหัวเราะขึ้นมา เกมวังัเป็เกมเสมือนจริงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความ้าของคนที่อยากใช้ชีวิตแบบโบราณ แต่จะบอกว่าอดอยากคงไม่ถูกต้องนัก เพราะเกมถูกออกแบบให้มีภารกิจและรางวัล ดังนั้นอาหารย่อมไม่มีทางขาดแน่นอน เฟยหลงจึงคิดว่าซูฉีเล่นมุกกับเขา
ั้แ่ซูฉีเข้าเล่นเกม ทำให้ทั้งสองมีเื่พูดคุยกันมากขึ้น โดยเฉพาะเื่เกี่ยวกับเกม
---------
ซูฉีเข้าสู่เกมอีกครั้ง เธอเริ่มเดินทางเข้าไปในป่าเถาวัลย์แดงตามภารกิจที่นักพเนจรสาวมอบให้ ในป่าทั้งมืดทั้งวังเวง ความเสมือนจริงทำให้เธอถึงกับตัวสั่นเทา แต่เธอก็ต้องเดินหน้าต่อไป หากเธอไม่เดินเข้าป่าแล้วจะออกไปเมืองอื่นที่มีผู้คนได้อย่างไร ดังนั้นเธอจึงข่มความกลัวแล้วก้าวเข้าป่าไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง ด้วยโชควาสนานำพา ทำให้เธอเดินทางถึงบ้านเป้าหมายของภารกิจโดยไร้อุปสรรค
เบื้องหน้าที่มองเห็นเป็บ้านไม้เล็กๆหลังหนึ่งที่สร้างอยู่ท่ามกลางต้นไม้ มีดอกไม้บางอย่างปลูกรอบๆตัวบ้าน คาดว่าน่าเป็ดอกไม้ที่ใช้ป้องกันสัตว์ร้ายเข้าใกล้ ซูฉีเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง จนเธอเห็นหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าบ้าน เธอจึงคลายความระมัดระวังลงและเดินเข้าไปหาหญิงชราผู้นั้น
"ขออภัยนะเ้าคะ ที่นี่ใช่บ้านของผู้าุโชี่จือหรือไม่เ้าคะ"
หญิงชราที่ได้ยินก็หันมาหาซูฉีก่อนจะยิ้มอย่างใจดีและเอ่ยว่า
"ข้าคือชี่จือ แม่หนูมีธุระอะไรกับข้างั้นหรือ"
"ข้าน้อยได้ยินจากนักเดินทางพเนจรว่าผู้าุโมีเื่้าให้ช่วยเหลือ มีอะไรให้ข้าน้อยช่วยได้บ้างหรือไม่เ้าคะ"
หลังหญิงชราได้ยินคำพูดของซูฉีก็ดวงตาเป็ประกายขึ้นทันที ก่อนจะถามขึ้นว่า
"เ้าช่วยข้าได้แน่นอน เพียงแต่เ้าจะช่วยข้าหรือไม่เท่านั้น"
ซูฉีที่ได้ฟังก็ตอบรับอย่างแข็งขันทันที
"หากเป็เื่ที่ข้าทำได้ ข้าจะทำอย่างต็มที่แน่นอนเ้าค่ะ"
หลังจบคำพูดของซูฉีน้ำตาของหญิงชราก็ไหลออกมาทันที นางได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเองว่า
"ตาเฒ่า มีคนยอมช่วยเหลือข้าแล้ว ในที่สุดข้าก็จะไปหาเ้าได้เสียที"
ซูฉีที่ได้ยินหญิงชราบ่นพึมพำถึงกับงุนงง อะไรคือจะไปหาตาเฒ่า ภารกิจนี้มันคือภารกิจอะไรกันแน่ ยังไม่ทันที่นางจะได้คิดไปมากกว่านี้ หญิงชราก็เอ่ยเฉลยขึ้นว่า
"แม่หนู ขอบใจเ้ามากที่ยอมเป็ผู้สืบทอดอาชีพทอผ้า จากหญิงชราอย่างข้า ผ่านมานับสิบๆปีไม่มีผู้ใดเลยจะยอมรับอาชีพนี้ไป พวกเขามองว่ามันเป็อาชีพชั้นต่ำ มีเพียงเ้าเท่านั้นที่ยอมรับ ข้าไม่รู้จะขอบคุณเ้าอย่างไร หากไม่มีผู้สืบทอดรุ่นต่อไป อาจารย์ของข้าต้องสาปแช่งข้าจนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเป็แน่"
~ติ๊ง~
"คุณได้รับอาชีพทอผ้า ศาสตร์ลึกลับจากหญิงชราชี่จือ อาชีพทอผ้านี้ไม่ใช่เพียงอาชีพทอผ้าธรรมดา แต่สามารถต่อยอดไปจนถึงขั้น 'ปรมาจารย์ทอผ้าไร้ด้าย' แต่การจะขึ้นสู่ขั้นสูงสุดท่านต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก มีเพียงปรมาจารย์รุ่นรกเท่านั้นที่ไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพได้ คุณยืนยันจะรับอาชีพนี้ใช่หรือไม่"
เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของซูฉี จนซูฉีที่ได้ยินถึงกับมึนงงไปหมด อยู่ๆ ทำไมเธอถึงจะมีอาชีพทอผ้าได้ล่ะ อย่าบอกนะสิ่งที่หญิงชราจะขอให้ช่วยคือช่วยรับอาชีพทอผ้า!! ซูฉีคิดจะปฏิเสธคำขอ แต่เมื่อมองไปที่ใบหน้าของหญิงชรา เธอกลับพูดอะไรไม่ออกได้แต่กลืนปฏิเสธลงคอ หน้าตาของหญิงชราที่มองมาทางเธอย่างคาดหวังทำให้ซูฉีก้มหน้าลง ก่อนจะพูดเสียงเอื่อยๆ ว่า
"ใช่"
หญิงชราจับมือทั้งสองข้างของซูฉีขึ้นมาก่อนจะเอ่ยว่า
"เ้าช่างเป็สตรีที่งดงามจริงๆ มาๆ ข้าจะสอนเ้าทอผ้าเอง"
กล่าวจบหญิงชราก็พาซูฉีเข้าไปในบ้านไม้หลังนั้น ก่อนจะเคี่ยวเข็ญนางให้ทอผ้าอยู่ในบ้านเป็เวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ซูฉีได้แต่น้ำตาตกใน ก่อนหน้านี้ก็ติดอยู่ในเมืองร้าง เกือบสองสัปดาห์ ต่อมาก็มาติดอยู่ในบ้านหญิงชราอีกหนึ่งสัปดาห์ ชีวิตนี้เธอจะมีโอกาสพิชิตสามีได้ไหมล่ะเนี่ย
'ทุกครั้งที่ฉันเปิดรายการรีวิวเกมในทีวี พิธีกรหรือผู้เล่นคนอื่นๆต่างก็บอกว่าเกมนี้เล่นง่ายๆ แต่ไหงตอนนี้...ฮือๆๆๆ การเล่นเกมนี้มันยากจริงๆ' ซูฉีได้แต่คร่ำครวญในใจ