ทันทีที่ทั้งสองดวงตาสบตาประสาน ทางฝ่ายหญิงก็ยิ้มให้เยี่ยหลงตามวัฒนธรรมไทยที่หวานและเป็มิตร
ส่วนทางเยี่ยหลงเมื่อสบตาฝ่ายหญิง คนก็ตะลึงงันตาค้าง หน้าแดง หัวใจเต้นแรงในฉับพลัน พร้อมกับเพลง บรรยายความสวยของหญิงสาวนั้น ดังบรรเลงขึ้นในหัว
ฝ่ายหญิงที่เห็นว่าคนกำลังชะงักนิ่งมองหน้าตนพลางจับเครื่องสำอางชิ้นสุดท้ายเอาไว้ แต่ไม่หยิบขึ้นมา
คนจึงกล่าวเรียก " นาย "
เยี่ยหลงไม่ตอบ
" นาย " หญิงสาวเรียกอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย
เยี่ยหลงก็ยังไม่ตอบอีกเช่นเคย
จนสุดท้ายฝ่ายหญิงะโเรียก " นาย "
" ครับ ครับ ครับ ว่าไงครับ " เยี่ยหลงตอบด้วยท่าทีตะกุกตะกัก
" เราขอตลับแป้งพัฟที่นายจับอยู่คืนด้วย "
เยี่ยหลงไม่ตอบในทันที คนมองที่มือก่อน " อ๋อ ครับ " ก่อนจะยื่นตลับแป้งพัฟที่จับคืนไป
เมื่อคืนเสร็จ หญิงสาวก็กล่าว " ขอบคุณนะ " และก็เดินจากเข้าตัวร้านไป
เยี่ยหลงที่หน้าแดง ใจเต้นแรง และกำลังยืนยิ้มเคลิ้มอยู่คนเดียวเมื่อหญิงสาวจากลา
ครั้นคนหลุดหายจากอาการเคลิ้ม เยี่ยหลงที่รู้ตัวว่าตนต้องกลับไปร้องเพลง คนก็ไม่ตระหนกอะไร แถมยังเดินมุ่งไปยังเวทีอย่างมีความสุขอีกด้วย
ฟีนิกซ์ที่เห็นคนเดินมาด้วยอากัปกิริยามีความสุข คนที่เห็นดังนั้นก็กล่าวทักขึ้น ก่อนที่คนจะได้เริ่มร้องเพลง " มึงไปเข้าห้องน้ำมา แล้วกลับมาอารมณ์ดี ให้กูเดานะ ไม่มึงปลดปล่อยขี้ที่ค้างในลำไส้ไว้จนหมด ไม่ก็มึงไปเติมกัญชามาเต็มปอดใช่มั้ย "
เยี่ยหลงไม่มองฟีนิกซ์ ทำเพียงชะเง้อชะแง้มองไปที่โต๊ะต่างๆเพื่อหาอะไรบางอย่าง
ไม่นานคนก็เจอสิ่งที่หา อยู่ที่โต๊ะที่อยู่ทางสิบสี่นาฬิกา ทันทีที่คนเจอสิ่งที่หา คนก็หลุดกล่าวออกมา " เจอแล้ว แม่นางฟ้า "
ฟีนิกซ์ ฝัด ที่หูดีบังเอิญได้ยิน ก็มองไปที่ทิศทางเดียว กับเยี่ยหลง จนพบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทิศสิบสี่นาฬิกาเพียงคนเดียว
" มึงชอบเขาหรอวะ " ฟีนิกซ์กล่าวถาม
" ก็นิดหน่อยอะครับ " เยี่ยหลงตอบกลับพลางมีท่าทีเขินอายทางใบหน้า
" กูว่าไม่นิดหน่อยแล้วมั้ง หน้าแดงหูแดงแบบนี้ " ฝัดกล่าว
" ถ้ามึงชอบก็จีบเลยสิ " ฟีนิกซ์บอก
เยี่ยหลงบอกกลับ " ก็อยากจีบอยู่ครับ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดีอะ "
" ถ้ามึงไม่รู้จะเริ่มไง กูมีวิธี แค่จ่ายกูมาห้าร้อย เดี๋ยวกูเปิดทางจีบของมึงให้ " ฟีนิกซ์กล่าว
" เปิดทางจีบให้ ยังไงเหรอครับ ? "
" จ่ายมาก่อน เดี๋ยวกูจัดการให้ " ฟีนิกซ์กล่าว
เยี่ยหลงที่มีความรู้สึกอยากเข้าหาคนอย่างแรงกล้า คนก็ไม่คิดอะไรมากล้วงเงินห้าร้อยในกระเป๋ากางเกงให้ฟีนิกซ์
ทันทีที่ฟีนิกซ์ได้เงินมา คนก็ดมเงินก่อน ก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง
จากนั้นคนก็บอกให้เยี่ยหลงเอาไมโครโฟนกับสมาร์ทโฟนคนมาให้ตน " เอาไมโครโฟนกับมือถือมึงมาให้กู "
" เอาไปทำไมครับ " เยี่ยหลงถาม
" เอามาเถอะหน่า นี่คือส่วนหนึ่งในวิธีเปิดทางจีบให้มึง ฉะนั้นจงเชื่อใจกู " ฟีนิกซ์กล่าว
เมื่อกล่าวเสร็จ ฟีนิกซ์ที่เห็นว่าเยี่ยหลงยังไม่ยื่นไมโครโฟนกับสมาร์ทโฟนมาให้ตน คนก็แย่งคว้ามาแทน จากนั้นก็กล่าวใส่ไมโครโฟน " สวัสดีครับ ท่านลูกค้าผู้มีเกียรติทั้งหลาย ก่อนที่ทางเรานักดนตรีจะเริ่มบรรเลงเพลงต่อไป พวกเรามีกิจกรรมเล็กๆน้อยๆแจกเงินอยากเล่นกันน่ะครับ โดยตัวผมผู้บอกกิจกรรมนี้จะเดินเข้าไปถาม สองคำถามกับอีกหนึ่งคำขอ ถามหนึ่งคือ ชื่ออะไร ถามสอง สถานะเป็ไง คำขอคือเปิดวาร์ปได้มั้ย แค่นี้เองเท่านั้นครับง่ายๆ ส่วนผลสรุปว่าใครจะได้เงินไป ก็ขึ้นอยู่กับที่ยอดผู้ติดตามใครจะมากที่สุดก็เท่านั้นเองครับ "
" ทุกคนพร้อมมั้ยเอ่ย " ฟีนิกซ์กล่าวถามลูกค้า
""" พร้อม """ ลูกค้าหลายคนกล่าวออกมาอย่างพร้อมเพรียง
" ถ้าพร้อมแล้ว งั้นก็เริ่มกันเลย " ฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ คนก็ลงไปจากเวทีและเดินไปที่โต๊ะที่ใกล้ที่สุด จากนั้นก็กล่าวถามสองคำถาม และเอ่ยขอหนึ่งคำขอ
คนทำอย่างงี้ไปเรื่อยๆ จนมาถึงโต๊ะสุดท้ายที่คนกำหนดไว้ คือโต๊ะที่หญิงสาวที่เยี่ยหลงชอบ
เมื่อคนเดินมาถึงโต๊ะหญิงสาว คนก็เริ่มถามคำถามแรกในทันที " สวัสดีครับน้องสาว ไม่ทราบว่าชื่ออะไรเอ่ย "
" ชื่อดาวหางค่ะ " หญิงสาวตอบ
" แล้วสถานะเราเป็ไง โสดหรือไม่โสด บอกหนุ่มๆในร้านหน่อยได้มั้ย " ฟีนิกซ์กล่าวถามคำถามที่สอง
" อ๋อ สถานะโสดค่ะ " ดาวหางตอบ
" อ๋อ โสด งั้นคำขอพี่ ก็ทำให้ได้น่ะสิ " ฟีนิกซ์ถาม
" ได้ค่ะ " สาวดาวหางตอบ
" งั้นจัดเปิดวาร์ป บอกมาได้เลย "
เมื่อฟีนิกซ์บอกให้ดาวหางเปิดวาร์ปได้ ดาวหางก็กล่าวประกาศบอกวาร์ป ไอจี ตน แก่ทุกคนในร้าน
พอฟีนิกซ์แอดเพื่อนและกดติดตาม สาวดาวหาง ในไอจี ด้วย ไอจี ของเยี่ยหลงเสร็จ
คนก็ลาสาวดาวหาง และเดินกลับขึ้นไปยังบนเวที จากนั้นก็ประกาศผู้ชนะในกิจกรรมนี้และเรียกผู้ชนะมารับเงินหนึ่งร้อยบาทที่หน้าเวที
ครั้นแจกเงินเสร็จ คนก็หันมาคืนไมโครโฟนและสมาร์ทโฟนให้แก่เยี่ยหลง ต่อมาจึงค่อยกล่าวบอกกับเยี่ยหลง " เป็ไง วิธีเปิดทางจีบกู เลิศมั้ย "
" เลิศครับ เลิศมาก มันเลิศซะจนผมอยากจะขากถุยเลยพี่ " ฝัดกล่าว
" ทำไมวะ "
" ยังมีหน้ามาถามว่าทำไมอีกเหรอพี่ ก็พี่เล่นใช้แผนคล้ายๆเดิมเหมือนตอนที่เป็สายลับให้พี่อาทอะ แล้วยังมีหน้าไปคิดเงินมันอีกห้าร้อย อ้อ ไม่ใช่สิ สี่ร้อย หักค่าแผนไปหนึ่งร้อย พี่คิดได้ไงวะ "
" ก็ช่วยไม่ได้ มันเลือกจ้างกูเองอะ " ฟีนิกซ์กล่าว
ในระหว่างที่ทั้งสองคนคุยกัน เยี่ยหลงก็ไม่ได้ฟังทำเพียงอมยิ้มเหม่อมอง มอง ไอจี ของดางหางในสมาร์ทโฟนตนก็เท่านั้น
เมื่อฟีนิกซ์กับฝัดคุยกันเสร็จ ฝัดก็ทำการทักเรียกเยี่ยหลง แต่เรียกอยู่หลายครั้ง คนก็ไม่หลุดจากการเหม่อมองสมาร์ทโฟนตน จนคนต้องเข้ามาจับแขนและกล่าวเรียกอีกครั้ง " เยี่ยหลง "
" ครับ ครับ ครับ มีอะไรหรอครับ " เยี่ยหลงกล่าวตะกุกตะกักพลางสะบัดหน้าหันไปมองคนจับแขน
" เริ่มเล่นเพลงได้แล้ว " ฝัดบอก
เยี่ยหลงที่ถูกกระทำและเรียกจนหลุดออกจากอาการเคลิบเคลิ้ม คนก็นับหนึ่งถึงสามในใจ ก่อนจะกลับมาเล่นดนตรีต่อ
เยี่ยหลงเล่นยิงยาวไม่พักจนร้านปิด พอร้านปิด ฟีนิกซ์กับเยี่ยหลง ที่มารถฝัด พวกคนก็ซ้อนท้ายรถฝัดและนั่งรถกลับไปนอนห้องฝัดกันด้วยทั้งคู่
เวลา เที่ยง วันที่ หก พฤศจิกา เยี่ยหลงกับฝัดที่กำลังพักเที่ยงกินข้าวกันอยู่ จู่ๆฟีนิกซ์ก็เข้ามายังในตัวร้านจากทางหลังร้าน
เมื่อฟีนิกซ์เข้ามา ฝัดที่นั่งหันข้างให้กับประตูหลังร้านก็เห็นฟีนิกซ์เป็คนแรก คนจึงกล่าวทักพลางถามฟีนิกซ์ " พี่ฟีนิกซ์สวัสดีพี่ กินข้าวด้วยกันมั้ยพี่ ผมซื้อข้าวผัดกระเพราหมูกรอบมาสองกล่องพอดี ผมคิดพี่หกห้าพอ "
" หกสิบห้าบาท ใส่ไข่มั้ย " ฟีนิกซ์ถาม
" ไม่ใส่พี่ "
" เฮ้ย ไม่ใส่ไข่ ข้าวผัดกระเพราหมูกรอบร้านเจ๊ใส มันก็แค่หกสิบบาทหนิ ทำไมมันหกห้าวะ หรือมึงซื้อร้านใหม่ " ฟีนิกซ์ถาม
" ก็ร้านเจ๊ใสร้านเดิม ราคาเดิมนี่แหละพี่ แต่ที่มันหกสิบห้า ก็ว่าเพราะผมคิดค่าหิ้วพี่ห้าบาทไง " ฝัดกล่าว
" สมแล้วที่มึงเป็น้องกู ไอ้ฝัด " ฟีนิกซ์กล่าว
" ทำไมพี่ รักเพื่อนรักฝูง รักครอบครัวเหมือนกันเหรอ "
" เห็นแก่เงินเหมือนกันเนี่ยแหละ จะมารักครอบครัวอะไร "
พอฟีนิกซ์บอกฝัดว่าสมเป็น้องตนเพราะแบบไหนเสร็จ เยี่ยหลงก็กล่าวถามฟีนิกซ์ขึ้น " เออ คุณฟีนิกซ์ ครับ เื่ที่คุณฟีนิกซ์จะถามคุณอาทให้ ว่าจะว่างสักยันต์เอนชานท์เวทมนต์ให้ได้เมื่อไหร่ ตอนนี้ได้คำตอบยังครับ "
" อ๋อ เื่นั้น ไอ้อาทกับกูว่างตรงกัน ก็เดือนหน้าเดือนธันวา วันที่ ยี่สิบสี่ ก็คริสต์มาสอีฟพอดี เตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน " ฟีนิกซ์บอก
" แล้วมึงได้ฝึกแบ่งแยกสมาธิ โดยการมือข้างหนึ่งเขียนวงกลมและอีกข้างเขียนสี่เหลี่ยมอยู่รึเปล่าวะ " ฟีนิกซ์ถามเยี่ยหลง
" พี่ฟีนิกซ์พูดถึงเื่นี้มาก็ดีแล้ว ผมอยากจะฟ้องพี่พอดีเลย ไอ้เยี่ยหลงมันทำงานกินแรงผม เพราะมันทำงานห้านาทีและพักเขียนไอ้วงกลมสี่เหลี่ยมมือละข้างอะไรที่พี่พูดนั่นหนึ่งนาที ทำวนไปงี้จนพักเที่ยงเลยพี่ ไม่อยากจะพูด " ฝัดกล่าว
" ที่พี่ฝัดพูดมา เขาเรียกกันว่าพูดหมดแล้วพี่ " เยี่ยหลงกล่าวกับฝัด
" ผมขอโทษครับ คุณฟีนิกซ์ที่เอาเวลางาน มาทำอย่างอื่น แต่ด้วยความที่ผมอยากสำเร็จเวทมนต์แบ่งร่างโดยเร็ว ผมเลยต้องใช้เวลางานอะครับ แต่ผมรับประกันให้ได้นะครับว่าจะไม่ให้เสียงานโดยเด็ดขาด " เยี่ยหลงกล่าว
" ถ้ามึงมั่นใจว่าจะไม่ให้เสียงาน ก็ทำไปเถอะ " ฟีนิกซ์บอก
" อ้าว ทำไมเป็งี้อะพี่ ทีผมพี่ตัดเงินเป็ว่าเล่นเลย ไม่แฟร์ว่ะ " ฝัดกล่าว
" ก็เพราะว่ามึงใช้เวลางานไปทำอย่างอื่น จนเบียดเบียนเวลางานไง กูถึงตัดเงินเดือนมึง ไอ้สันขวาน "
ฝัดที่ได้ฟังดังนั้น ก็ไม่เถียง คนทำเพียงเปลี่ยนเื่มาถามฟีนิกซ์แทน " แล้วสรุปพี่กินมั้ย ข้าวผัดกระเพราหมูกรอบ " ฝัดถาม
ฟีนิกซ์ตอบ " กินดิ กำลังหิวพอดีเลย "
เมื่อฟีนิกซ์ตอบและกระทำการนั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะเดียวกันกับฝัดและเยี่ยหลงแล้ว ฝัดก็ทำการกล่าวบอกกับฟีนิกซ์ " เดี๋ยวก่อน ก่อนที่พี่จะกิน พี่จ่ายผมมาก่อนเลย หกสิบห้าบาท "
" นี่กูยังไม่ทันเปิดกล่องข้าว ดูข้างในเลย มึงก็เรียกเงินกูล่ะ ทำไม มึงกลัวกูจะเบี้ยวเงินมึงหรอ " ฟีนิกซ์กล่าว
" ใช่ไงพี่ ผมอยู่กับพี่มาั้แ่ผมม.สาม จนผมเรียนจบป.ตรี และอยู่มาเรื่อยๆตลอดจนถึงปัจจุบัน ผมเลยรู้ไงว่านิสัยงกเงินของพี่มันเกินเยียวยาแค่ไหน ฉะนั้นถ้าพี่อยากกิน พี่ก็ต้องจ่ายเงินมาก่อน " ฝัดกล่าว
" รอบคอบจริง สมแล้วที่อยู่ด้วยกันมานาน " ฟีนิกซ์บอกยกย่องฝัด
" แน่นอนอยู่แล้วพี่ " ฝัดกล่าว
ฟีนิกซ์นิ่งคิดสักพัก ก่อนจะกล่าว " อะ เอาเงินไป " ฟีนิกซ์กล่าวพลางหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงและมายื่นให้ฝัด
เมื่อฟีนิกซ์คุยกับฝัดจบแล้ว เยี่ยหลงที่มีช่องถามก็ถามขึ้น " เออ ว่าแต่คุณฟีนิกซ์ เข้ามาที่ร้านทำไมเหรอครับ "
ฟีนิกซ์ถามกลับ " ทำไม กูจะเข้าร้านกู ไม่ได้เหรอ "
" ไม่ได้หมายความแบบนั้นครับคุณฟีนิกซ์ ผมหมายถึงว่ามีเหตุอะไรรึเปล่า ถึงเข้ามายังร้าน " เยี่ยหลงกล่าว
" ทำไม กูต้องมีเหตุก่อนหรอ ถึงจะเข้ามายังร้านกูได้อะ ถ้าไม่มีเหตุ มาเพราะกูอยากมา คือกูเข้าไม่ได้ว่างั้น " ฟีนิกซ์กล่าวด้วยท่าทีกวนๆ
" ก็เข้าได้แหละครับ แต่ที่ผมถาม ก็เพราะผมอยากรู้ว่าคุณฟีนิกซ์มาทำไมครับ "
" อ๋อ มึงเสือกหนิ "
" โว้ย พี่ พี่ก็ตอบมันดีๆก็ได้เนาะ จะไปกวนมันทำไม " ฝัดกล่าว
" เห็นหน้ามันซื่อๆแล้วอยากกวน ดูน่าสนุกดี " ฟีนิกซ์กล่าวพลางหัวเราะเล็กน้อยและยิ้ม
" ที่กูมาที่นี่ก็เพราะว่า นั่นสิเพราะว่าอะไรวะ ไอ้ฝัดมึงคิดเงินค่าข้าวกู จนกูลืมเลยว่าจะมาร้านนั่งเล่นทำไม " ฟีนิกซ์กล่าว
" อ้าว ไหงพี่โทษผมอย่างงั้นได้ล่ะพี่ " ฝัดกล่าว
" โทษมึงอะถูกแล้ว ถ้ามึงไม่คิดเงินค่าข้าวกู กูคงไม่ใช้ความคิดไปกับเื่เงินค่าข้าว จนกูลืมว่าต้องมาทำไมที่ร้านนั่งเล่นหรอก "
หลังฟีนิกซ์กล่าวโทษแบบหน้าด้านๆว่าเป็ความผิดของฝัดที่ทำให้ตนลืมว่าต้องมาทำไมที่ร้านนั่งเล่นเสร็จ สามสิบวินาทีต่อมา คนก็นึกขึ้นได้ว่ามาทำไม " อ๋อ กูรู้ล่ะ ว่ามาทำไม "
" มาทำไมพี่ " ฝัดถาม
" กูแค่มาเฉยๆ ไม่มีเหตุผลอะไร "
" ไม่น่าเสียเวลาสงสัย ถามเลยกู " ฝัดกล่าว
กริ๊ง ตื๊ด เสียงโทรศัพท์กับการสั่นของโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเยี่ยหลงดัง เมื่อมันดัง เยี่ยหลงก็ล้วงหยิบขึ้นมาดู ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
เมื่อคนเปิดหน้าจอและเห็นว่าอะไรทำให้เกิดเสียงแจ้งเตือนขึ้น คนก็กดเข้าไปดู พอคนได้ดู คนก็อมยิ้ม ยิ้มเล็กยิ้มน้อยอยู่คนเดียว
ฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้น ก็อยากรู้ว่าคนยิ้มเล็กยิ้มน้อยทำไม จึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ตนและเดินไปอยู่ด้านหลังของเยี่ยหลง จากนั้นก็มองไปที่จอสมาร์ทโฟน
ครั้นคนมองไปที่จอสมาร์ทโฟนแล้ว คนก็เห็นแชทไอจีไอจีหนึ่งที่เยี่ยหลงแชทด้วย
พอฟีนิกซ์เห็นข้อความในไอจีแชทของเยี่ยหลงแจ่มชัดแล้ว คนก็อ่านแชทออกเสียงออกมาขึ้น
" สวัสดีครับ/ค่ะ "
เยี่ยหลงที่ได้ยินเสียงฟีนิกซ์ที่ดังมาจากด้านหลัง คนก็สะดุ้งพลางคว่ำจอมือถือกับโต๊ะ และกล่าวถามฟีนิกซ์ " มีอะไรหรอครับ คุณฟีนิกซ์ "
ฟีนิกซ์ตอบ " ก็ไม่มีอะไร ก็แค่อยากรู้ว่าน้องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทำไมก็แค่นั้น "
" ที่แท้ก็คุยกับสาว ทักเข้าหาเป็ ส.ส หาเสียงเลยนะมึงอะ " ฟีนิกซ์กล่าว
" ใครวะพี่ ใครวะเยี่ยหลง " ฝัดถาม
" จะมีใครอีก นอกจากน้องดาวหาง สาวที่มันปิ๊งจากร้านบอสกุ้งเผานั่นไง " ฟีนิกซ์กล่าว
" อ๋อ น้องดาวหาง คนนั้น " ฝัดกล่าวเข้าใจ
" ไหนเอามาดูดิ๊ ว่ามึงทักเขาไปนานรึยัง " ฝัดกล่าวเสร็จ คนก็ทำการคว้าหยิบมือถือของเยี่ยหลงมาดู
" ทักไปเมื่อ สิบเอ็ดโมงครึ่ง เพิ่งตอบมาตอนเที่ยง " ฝัดที่ได้ดูจึงทำการกล่าวบอกให้ฟีนิกซ์ได้รู้ด้วย
" มึงทักเป็ ส.ส หาเสียงเหมือนที่พี่ฟีนิกซ์บอกจริงๆด้วยว่ะ " ฝัดกล่าวพลางหัวเราะยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็คืนโทรศัพท์ให้แก่เยี่ยหลงไป
" แล้วผมต้องเข้าหายังไงหรอครับ ถึงจะดี " เยี่ยหลงหลังได้โทรศัพท์คืน ก็กล่าวถาม
" ขอเวลากูคิดแป๊บ " ฟีนิกซ์บอก
" คิดออกแล้ว มึงกดเข้าไปดูสตอรี่เขาทีดิ๊ " ฟีนิกซ์กล่าว
เยี่ยหลงที่ได้ยินก็ทำตาม คือ กดเข้าไปดูสตอรี่ของสาวดางหางในไอจี
เมื่อกดเข้าไปดู คนก็เห็นว่าดาวหางลงสตอรี่ไว้สิบ
สตอรี่
ฟีนิกซ์ที่เห็นพร้อมกันกับเยี่ยหลง ก็กล่าวบอก " เลื่อนดูดิ๊ "
เยี่ยหลงทำตาม จนเลื่อนมาถึงสตอรี่ที่สี่ ซึ่งเป็ภาพถ่ายเค้กสตอเบอรี่ ฟีนิกซ์ที่เห็นก็บอก " หยุด ทักผ่าน
สตอรี่นี้แหละ "
" สตอรี่รูปเค้กสตอเบอรี่เนี่ยอะนะครับ " เยี่ยหลงกล่าวด้วยท่าทีไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรูปนี้
" ใช่รูปนี้แหละ ทักไปเลย "
" แล้วให้ทักไปว่ายังไงดีครับ " เยี่ยหลงถาม
" ทักไปว่า เค้กสตอเบอรี่น่ากินจังเลยครับ ซื้อร้านไหน "
" ไปถามเขาโดยที่ไม่รู้จักกัน มันจะดูไม่ดีเอารึเปล่าครับคุณฟีนิกซ์ " เยี่ยหลงถาม
" เอาหน่า มันคือวิธีเข้าหาสาวรูปแบบหนึ่งมึงเชื่อกู " ฟีนิกซ์กล่าว
เยี่ยหลงที่ได้ฟังก็รู้สึกไม่มั่นใจ แต่คนก็ไม่ปฏิเสธที่จะทำตาม เยี่ยหลงพิมพ์ทักสตอรี่ไปตามที่ฟีนิกซ์บอก
เมื่อทำตามเสร็จ ทั้งเยี่ยหลง ฝัด และฟีนิกซ์ ก็ต่างจดจ่อรอคนตอบกลับมา
ไม่นานสองนาทีคนก็ตอบกลับ " ซื้อที่ร้านเค้กสีฟ้าค่ะ "
" เขาตอบมาแล้วครับพี่ฝัด คุณฟีนิกซ์ " เยี่ยหลงกล่าวด้วยอาการดีใจ
ฟีนิกซ์ที่อยู่ด้านหลังของเยี่ยหลงอยู่แล้ว คนก็แค่ยื่นตัวเข้าใกล้จอดู ส่วนฝัดที่ไม่ได้อยู่ด้านหลัง คนก็ทำการลุกขึ้นมาจากเก้าอี้และเดินมาอยู่ด้านข้างฟีนิกซ์เพื่อดูจอ
" เอาไงต่อดีครับ คุณฟีนิกซ์ พี่ฝัด " เยี่ยหลงถาม
" พิมพ์ถามไปว่า เราอ่านชื่อเธอภาษาอังกฤษถูกรึเปล่า ว่า ดาวหาง " ฟีนิกซ์บอก
เยี่ยหลงพิมพ์ตาม พอพิมพ์เสร็จก็กล่าวบอก " พิมพ์แล้วครับ "
สามสิบวินาทีสาวดาวหางก็แชทตอบพลางถามมา " ถูกจ้า ว่าแต่นี่ใครอะหน้าคุ้นๆ "
" บอกไปว่ามึงคือนักร้อง ที่ร้านบอสกุ้งเผา " ฟีนิกซ์บอก
" เราคือนักร้องที่ร้านบอสกุ้งเผาไง จำได้มั้ย " เยี่ยหลงกล่าวพลางพิมพ์แชทตอบกลับไป
" อ๋อ จำได้แล้ว ถึงว่าคุ้นหน้าที่ไหน เราเคยชนกันที่หน้าห้องน้ำด้วยใช่มั้ย " ดาวหางกล่าวตอบรับว่าจำได้พลางถามกลับ
" จำได้เื่นั้นได้ด้วยเหรอครับ " เยี่ยหลงพิมพ์ถาม
ฟีนิกซ์ที่เห็นว่าสาวดาวหางถามเยี่ยหลงว่าอะไร และเห็นว่าเยี่ยหลงตอบกลับไปว่าอย่างไร คนก็กล่าวถามขึ้น " มึงเคยเดินชนเขาด้วยหรอวะ "
เยี่ยหลงตอบ " เคยเดินชนเขา หลังออกจากห้องน้ำครั้งหนึ่งครับ "
สาวดาวหางตอบกลับมา " จำได้สิ ขอบคุณนะที่ช่วยเราเก็บของที่ตกอะ "
เยี่ยหลงพิมพ์แชทกลับ " ไม่เป็ไรครับ "
เมื่อเยี่ยหลงแชทตอบกลับไปแบบนั้น คนก็ตันว่าจะคุยอะไรต่อ จึงกล่าวถามฟีนิกซ์และฝัด " เอาไงต่อดีครับ คุณฟีนิกซ์ พี่ฝัด ผมไม่รู้จะคุยอะไรต่อแล้ว "
" มึงถามเขาไปตามที่กูบอก ปกติมาร้านบอสกุ้งเผาบ่อยรึเปล่า ทำไมไม่คุ้นหน้าเลย สวยๆแบบนี้ " ฝัดบอก
" เอาตามที่ไอ้ฝัดบอกได้เลย เพราะกูก็คิดแบบเดียวกันกับมัน " ฟีนิกซ์บอก
เยี่ยหลงที่ได้ยินคนทั้งสองบอกไปในทางเดียวกัน คนก็พิมพ์แชทไปตามที่คนบอกให้พิมพ์
ดาวหางก็ตอบกลับ " เราไปครั้งแรกวันนั้นเลย "
" พิมพ์กลับไปว่า ถึงว่าไม่คุ้นหน้า สวยจนเราเจอกันครั้งแรกไม่กล้าจีบเธอเลย " ฟีนิกซ์บอก
" ตัดประโยคที่บอกว่า สวยจนเราเจอกันครั้งแรกไม่กล้าจีบเธอเลยได้ไหมครับ ผมไม่กล้าพิมพ์ผมเขิน " เยี่ยหลงบอก
ฟีนิกซ์ที่ได้ยินดังนั้น คนก็แย่งมือถือสมาร์ทโฟนของเยี่ยหลงมา และพิมพ์ตามที่ตน้าสื่อสารไป
สามสิบวินาที สาวดาวหางก็ตอบกลับมา
" ชอบเราหรอ "
" พิมพ์ตามที่มึงรู้สึกไป " ฟีนิกซ์บอก
" เอางั้นเลยหรอครับ " เยี่ยหลงถามเอาความแน่ใจ
" ตามนั้นเลย แต่ย่อๆหน่อยนะอย่ายาว " ฟีนิกซ์กล่าว
ครั้นฟีนิกซ์กล่าวมาแบบนั้น เยี่ยหลงก็ใช้ความคิดเรียบเรียงประโยคคำที่ตนอยากกล่าวให้ออกมาสั้นๆสักพัก จากนั้นก็พิมพ์บอกไป " ชอบั้แ่แรกเห็น ไม่อยากให้เธอเป็ดั่งความฝันที่ตื่นมาแล้วหายไป เลยต้องฝ่าความเขินอาย เสี่ยงทักเสี่ยงรักเสี่ยงเข้าหาเธอ "
ฟีนิกซ์ที่เห็นเยี่ยหลงพิมพ์ไปแบบนั้น คนก็กล่าว " นี่มึงพิมพ์สารภาพรัก หรือ พิมพ์กลอนสุนทรภู่เนี่ยฮะ "
เยี่ยหลงที่ได้ยินฟีนิกซ์แซวมาแบบนั้น ก็กล่าว " อย่าแซวผมสิครับ คุณฟีนิกซ์ ผมยิ่งเขินๆอยู่ "
สาวดาวหางตอบกลับมา " ถ้าเจอกันตัวเป็ๆครั้งหน้า ก็ลองเสี่ยงเข้ามาหาดูนะ เผื่อเราจะคลิกกัน และจะไม่ได้หายไปดั่งความฝันตามที่นายกลัว "
เยี่ยหลงที่เห็นคนตอบมา แบบให้ความหวังมาแบบนั้น คนก็ยิ้มเล็กยิ้มใหญ่เคลิ้ม
แต่เคลิ้มได้ไม่นาน ฟีนิกซ์ก็ะโบอก " เฮ้ย อย่าเพิ่งเคลิ้ม พิมพ์ตอบกลับไปก่อน "
เยี่ยหลงที่หลุดออกมาจากอาการเคลิ้ม คนก็สมองรวนและไม่รู้จะพิมพ์อะไร จึงกล่าวถาม " แล้วผมต้องพิมพ์ว่าอะไรครับผม "
ฟีนิกซ์บอก " ก็พิมพ์บอกกลับไปว่า หวังว่าโอกาสเสี่ยงจะมาถึงเร็วๆนะครับ และถามเขาไปด้วยว่าขอคุยกันแบบนี้ไปก่อนได้มั้ยด้วย "
พอฟีนิกซ์บอกเสร็จ เยี่ยหลงก็พิมพ์ตามที่คนบอก " หวังว่าโอกาสเสี่ยงจะมาถึงเร็วๆนะครับ "
" เช่นกันค่ะ " สางดาวหางตอบ
" แต่ก่อนที่เราจะได้เจอกันอีกครั้ง เราขอคุยกับเธอแบบนี้ไปก่อนได้มั้ย เพราะมันดีต่อใจเรามาก " เยี่ยหลงพิมพ์ถาม
ดาวหางพิมพ์ตอบ " ก็ได้นะ ถ้าเราว่างตอบ "
" เดี๋ยวเย็นๆ กลับมาคุยนะ ครูเรียกแล้ว " ดาวหางกล่าวบอก
" นี่ยังเรียนอยู่เหรอ " เยี่ยหลงพิมพ์ถาม
ดาวหางพิมพ์ตอบ " ใช่อยู่ ม.หก แล้ว ทำไมหรอ "
" อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก ไปเถอะ " เยี่ยหลงพิมพ์
เมื่อเยี่ยหลงพิมพ์บอกเสร็จ คนก็ถอนหายใจและวางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะและใช้ช้อนตักข้าวกินต่อ
เวลาล่วงเลยมาจนถึง สองทุ่มสิบห้า เยี่ยหลง ฟีนิกซ์ และฝัด ก็มาทำงานที่ร้านบอสกุ้งเผา
เมื่อเยี่ยหลงขึ้นร้องเพลงที่ร้านบอสกุ้งเผาซึ่งเป็งานตน คนก็ร้องเอนเตอร์เทนไปตามหน้าที่ แต่สายตาคนกลับไม่มีสมาธิจดจ่อที่ใครเลย คนเอาแต่มองไปโต๊ะนู้นทีโต๊ะนี้ที ดุจหาใครบางคน
แต่จนแล้วจนรอด ร้านปิด คนก็ได้แต่ถอนหายใจเพราะไม่พบคนที่้าเจอ
เวลาเช้า วันที่ เจ็ด พฤศจิกา เยี่ยหลงก็ทำงานที่ร้านนั่งเล่น พลางแบ่งเวลาฝึกแบ่งแยกสมาธิและแชทคุยกับสาวดาวหาง
ส่วนวันที่ สิบสอง พฤศจิกา เยี่ยหลงที่ทำงานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด คนก็ทำไปพลางฝึกแบ่งแยกสมาธิไปและคุยแชทกับสาวดาวหางไป พอถึงเวลาเลิกงาน คนก็ลองไปฝึกใช้เวทแบ่งร่างที่มหาพงไพรร้อยอสูรประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่ผลก็ออกมาแบบเดิมคือพลังะเิภายใน
เมื่อเป็เช่นนั้น คนก็ไปซื้อยารักษาระดับหนึ่งขั้นปานกลางดังเดิมมากิน ซึ่งจ่ายเงินไป สามพันเหรียญเงิน
คนทำวนไปแบบนี้ไปเรื่อยๆ คือ วันที่ทำงานที่ร้านนั่งเล่น ก็ทำงานพลางแบ่งเวลาฝึกแบ่งแยกสมาธิและแชทคุยกับสาวดาวหาง ส่วนวันที่ทำงานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด คนก็ทำไปพลางฝึกแบ่งแยกสมาธิไปและคุยแชทกับสาวดาวหางไป พอถึงเวลาเลิกงาน คนก็ลองไปฝึกใช้เวทแบ่งร่างที่มหาพงไพรร้อยอสูร ทำไปอย่างงี้ จนเวลาล่วงเลยถึงวันที่ ยี่สิบสี่ ธันวา