บทที่ 7 นักศึกษากับหญิงสาวผู้ถูกสามีทอดทิ้ง (รีไรต์)
ณ บ้านพักพนักงานสถานีขนส่ง
บ้านครอบครัวหูเกิดเหตุวุ่นวายกันแต่เช้า
เดิมทีบ้านครอบครัวหูคนก็เยอะอยู่แล้ว บ้านก็หลังเล็ก แล้วลูกสาวยังพาคนอื่นมาอยู่ด้วย เป็ผู้หญิงอีกต่างหาก บ้านก็เล็กอยู่แล้วยังต้องมาเบียดกันอยู่แบบนี้ พวกผู้ชายในครอบครัวหูถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเอาสายตาไปวางไว้ตรงไหน
ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้ยังบังเอิญรู้ว่าผู้หญิงที่ลูกสาวพามาด้วยไม่ใช่เพื่อนอะไรนั่นแต่เป็น้องสาวของผู้ชายที่แอบคบกัน
แบบนี้มันได้ยังไง ยังไม่ทันได้แต่งงานก็พาน้องสาวเขามาอยู่ที่บ้าน ถ้าไม่รู้ก็คงคิดว่าผู้ชายคนนั้นก็อยู่ที่นี่ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ชายคนนั้นเป็แค่คนบ้านนอก ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ไร้อนาคต ทางครอบครัวหูไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด!
“หูฟาง แกรีบไปเลิกกับมันเลย ไปเอาใครต่อใครที่ไหนก็ไม่รู้มาอยู่ที่บ้าน”
“น้องเล็ก พี่ว่าเธอไม่รู้จักคิดเลย เธอเป็ผู้หญิงในเมืองแท้ ๆ มีงานทำ มีอนาคต ทำไมต้องไปคบหาผู้ชายบ้านนอกด้วย อีกหน่อยเธอจะเลี้ยงผู้ชายหรือไง?”
“ถ้าเธอยังไม่เชื่อ พี่ว่าลาออกจากงานเถอะ จะได้ไม่ต้องเอาเงินไปเลี้ยงคนอื่น”
พ่อแม่และพี่ชายของหูฟางต่างก็ต่อว่า ทั้งเยาะเย้ย ถากถาง โดยไม่สนใจว่าอวิ๋นเจินจะยืนอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของอวิ๋นเจินแดงก่ำด้วยความโกรธจนทนไม่ไหว จึงะโใส่พวกเขาว่า “ใครสน!”
พูดจบก็วิ่งออกจากบ้านครอบครัวหูไป
หูฟางวิ่งตามหลังไปแต่ก็ไม่ทัน ในใจก็รู้สึกโกรธ โทษอวิ๋นซานว่ากลับมาทำไม
“ฮือ…พี่รอง พวกบ้านนั้นมันเกินไปแล้ว พวกเขาว่าพี่ทั้งจนทั้งไม่เอาไหน ไม่คู่ควรกับลูกสาวเขา! หูฟางก็ได้ยินแต่ก็ไม่แม้แต่จะเถียง พี่รอง ฉันว่าหูฟางก็ไม่น่าพึ่งพาอะไรได้หรอก”
“ฮือ…พี่รอง ฉันไม่อยากกลับชนบทแล้ว พี่รีบหาวิธีหน่อยสิ” อวิ๋นเจินวิ่งร้องไห้จนน้ำตาไหลพรากไปหาอวิ๋นอ้ายจวิน พี่ชายคนที่สองของเธอ ซึ่งทำงานรับจ้างอยู่ในเมือง
อวิ๋นอ้ายจวินเพิ่งแบกปูนซีเมนต์ไปร้อยกว่าถุง เหนื่อยจนหอบ พอได้ยินอวิ๋นเจินพูดแบบนั้นก็เกือบสำลักลมหายใจ
อวิ๋นอ้ายจวินพักหายใจอยู่นานจึงพูดว่า “เธอกลับไปก่อน ไปหาย่า”
อวิ๋นเจินตาโตเมื่อได้ยินแบบนั้น ‘ใช่แล้ว ย่าต้องเข้าข้างเธอแน่ ๆ’
“แล้วหูฟางล่ะ?”
“ฉันจัดการเอง” อวิ๋นอ้ายจวินพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน ในใจตัดสินใจแน่วแน่แล้ว
อวิ๋นซานทำงานแค่ครึ่งวัน แล้วเอาเวลาไปสืบหาตัวคนที่แจ้งข่าวกับอวิ๋นโหย่วฝู ซึ่งก็ไม่ใช่เื่ยากแค่ไปถามที่แผนกของอวิ๋นโหย่วฝูก็รู้แล้ว
เป็เพื่อนร่วมงานผู้ชายชื่อซูเฉียง อวิ๋นซานตรงไปหาเขา แล้วถามต่อหน้าเลย “สหายซู เมื่อวานใครเป็คนบอกสหายว่าฉันเกิดเื่?”
ซูเฉียงมีท่าทางซื่อ ๆ เขาตอบว่า “สหายเสี่ยวไป๋จากฝ่านงานสนับสนุนบอกผมเองครับ พอดีผมไปเขียนใบลาแถวนั้น เขาเลยฝากให้ผมบอกพ่อของคุณด้วย สหายเสี่ยวไป๋บอกว่ามีโทรศัพท์จากสถานีตำรวจโทรมา ผมไม่คิดว่าเื่จะบานปลายแบบนี้ ขอโทษสหายอวิ๋นซานด้วย ผม…ผมจะให้พี่สาวช่วยซื้อของบำรุงร่างกาย เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะไปเยี่ยมอาอวิ๋นแล้วขอโทษเขา”
เพราะคำพูดของเขาทำให้เพื่อนร่วมงานอย่างอวิ๋นโหย่วฝูใจนเกิดอุบัติเหตุ ต้องเย็บแผลกว่าสิบเข็ม ตอนนี้ยังไม่สามารถมาทำงานได้ ซูเฉียงจึงรู้สึกผิดมาก
โทรศัพท์?
ใช่แล้ว สมัยนี้ยังไม่มีระบบที่จะแสดงเบอร์โทรศัพท์ แถมโทรในเมืองก็ไม่จำเป็ต้องไปโทรที่ไปรษณีย์ โทรที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะก็ได้ ดังนั้นจึงเป็เื่ยากที่จะตามหาตัวคนที่โทรมา
แต่ถึงหาตัวไม่ได้ อวิ๋นซานก็พอเดาออกว่าเป็ฝีมือของครอบครัวลุงใหญ่ อวิ๋นเจินวิ่งมาบอกว่าเธอหายตัวไป แล้วก็เลยถือโอกาสแจ้งข่าวกับอวิ๋นโหย่วฝูไปด้วย มันก็สมเหตุสมผลดี
แน่นอนว่าเธอโกรธซูเฉียง ถึงแม้ว่าเขาจะหวังดีช่วยส่งข่าว แต่เขากลับไม่ดูสถานการณ์ ไม่รอให้อวิ๋นโหย่วฝูลงจากรถขนแร่ก่อนค่อยบอก ถ้าหากอวิ๋นโหย่วฝูไม่มีโชคตอนนี้อาจจะตายไปแล้วก็ได้
แต่เื่การให้อภัยเป็สิทธิ์ของพ่อเธอ อวิ๋นซานเพียงพยักหน้าให้เขาโดยไม่พูดอะไรแล้วเดินจากไป
ตอนเที่ยงหลังเลิกงาน อวิ๋นซานก็รีบไปที่สถานีตำรวจเพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์และได้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมกับตำรวจเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ ซึ่งก็คืออวิ๋นเจิน หูฟางและเพื่อนร่วมงานของหูฟาง
หลังจากให้ปากคำกับตำรวจแล้ว พวกเขาก็บอกว่าจะดำเนินการสืบสวนเื่นี้ให้
อวิ๋นซานออกมาจากสถานีตำรวจแล้วก็รีบไปที่สถานีขนส่งซึ่งเป็ที่ทำงานของหูฟาง
เมื่อพบกับหัวหน้าของหูฟาง อวิ๋นซานก็ร้องไห้ฟูมฟาย พร้อมกับยื่นบัตรพนักงานและใบแจ้งความให้ดู กล่าวหาว่าหูฟางและเฉินเฟยเฟย เพื่อนร่วมงานของเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์
ในชีวิตที่แล้วของเธอ อวิ๋นอ้ายจวินได้งานของอวิ๋นโหย่วฝูไปและหลังจากนั้นไม่นาน หูฟางก็แต่งงานกับเขา เธอได้ประโยชน์จากเื่นี้ไปเต็ม ๆ
และจากการสืบหาข้อมูลของเธอ บ้านที่ทั้งคู่ใช้เป็เรือนหอก็คือบ้านของคุณย่าไป๋ พวกเขาอยู่กินกันที่นั่น มีลูกมีเต้า ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่หลายปี โดยที่ไม่รู้สึกผิดชอบชั่วต่อครอบครัวของเธอเลย
บ้านของคุณย่าไป๋เขียนชื่ออวิ๋นโหย่วฝูกับหลินสุยอันเป็เ้าของ เพราะครอบครัวเธอและหลินสุยอันคิดว่า ถ้าวันหนึ่งลูกหลานของคุณย่าไป๋กลับมา ก็จะคืนบ้านหลังนี้ให้ ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงถูกปล่อยทิ้งร้างไว้
ไม่คิดเลยว่าบ้านหลังนี้จะถูกครอบครัวของลุงใหญ่หมายตาและถือเป็สมบัติของตัวเองไปแล้ว
ตอนนี้หูฟางออกไปข้างนอก ยังไม่กลับมา แต่เฉินเฟยเฟยเพื่อนร่วมงานของเธอถูกหัวหน้าเรียกตัวมา อวิ๋นซานร้องไห้โฮ เล่าว่าหูฟางใช้เล่ห์กลต่าง ๆ นานา หลอกล่อให้เธอไปกับคนรู้จักของฉินเฟยเฟย
พวกค้ามนุษย์บอกว่าอวิ๋นซานทั้งสาวทั้งสวย ถ้าขายไปทางใต้ได้ต้องได้ราคาดีแน่ ๆ
หูฟางกับเฉินเฟยเฟยช่างโหดร้าย ไม่รู้ว่าอิจฉาความสวยของเธอหรือว่าหวังเงินทองกันแน่
ก่อนจะเข้ามายอวิ๋นซานแอบทาขิงที่บริเวณใต้ตา ทำให้มีน้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกโกรธ จนเกือบจะเข้าไปทำร้ายเฉินเฟยเฟย แต่ก็ถูกคนอื่น ๆ ดึงตัวไว้ได้เสียก่อน
ส่วนเฉินเฟยเฟยได้แต่ขดตัวอยู่ที่มุมห้อง หน้าซีดเหงื่อแตก ไม่รู้ว่าเพราะสำนึกผิดหรือหวาดกลัวกันแน่
หัวหน้าสถานีขนส่งแสดงความเสียใจกับเื่ที่เกิดขึ้น และให้ความมั่นใจว่าจะให้ความร่วมมือกับตำรวจในการสืบสวนอย่างเต็มที่
อวิ๋นซานรู้ดีว่าหูฟางกับเพื่อนร่วมงานของเธออาจจะไม่ได้ทิ้งหลักฐานอะไรไว้ และพวกเธอก็อาจจะไม่ได้รับโทษทัณฑ์ใด ๆ แต่เธอก็จะไม่ยอมปล่อยเื่นี้ไปง่าย ๆ แม้จะต้องมาประจานพวกเธอทุกวัน เธอก็จะทำ
…
อวิ๋นซานเดินออกมาจากสถานีขนส่ง บังเอิญเจอกับหลี่เว่ยเหอ จริง ๆ แล้วเธอแทบจะลืมเขาไปแล้วแต่หลี่เว่ยเหอเป็คนทักก่อนเธอจึงจำเขาได้
หลี่เว่ยเหอถูกส่งไปทำงานในชนบทหลายปี ทำให้เขาเปลี่ยนไปจากหนุ่มน้อยร่าเริงสมัยเรียนอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้จะดูไม่สูงวัย แต่ก็เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ดวงตาก็ยังคงเป็ประกาย ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับความสำเร็จในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเขา
หลี่เว่ยเหอใเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเรียกอวิ๋นซานด้วยความไม่แน่ใจ
ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันมาสี่ปีแล้ว ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไปมากมาย เขาได้ไปใช้ชีวิตในชนบทและกลับมาสอบเข้ามหาวิทยาลัย และตอนนี้ก็เป็นักศึกษาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ส่วนเธอได้แต่งงาน มีลูก แต่ตอนนี้กลับได้ยินมาว่าสามีของเธอหนีไปแล้ว
หลังจากที่ะโเรียกชื่อเธอแล้ว หลี่เว่ยเหอก็ยืนตะลึงงัน เขาคิดว่าหลังจากที่เธอถูกสามีทอดทิ้งและถูกผู้คนนินทาลับหลัง เธอคงจะมีจิตใจที่อ่อนล้าและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าไม่อาจเทียบกับใบหน้าที่สดใสร่าเริงในวัยเยาว์ได้
ไม่คิดเลยว่า ตอนนี้เธอกลับดูดีกว่าเมื่อหลายปีก่อนเสียอีก
ใบหน้าของเธอผลิบาน งดงามราวกับดอกกุหลาบที่ผลิบานอย่างเต็มที่จนสะกดสายตาของทุก ดวงตาคล้ายกับผ่านการร้องไห้มายิ่งทำให้เธอดูอ่อนแอ บอบบางจนทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว