ตอนที่6 ภารกิจกำจัดปีศาจ
“ท่านรีบกลับไปยังหุบเขาเถิดที่เมืองมนุษย์ตอนนี้มีปีศาจออกมาป้วนเปี้ยนอยู่เรื่อยๆ หากไม่เช่นนั้นตัวท่านจะเป็อันตราย” เว่ยชิง กล่าว
“ไม่ ข้าเพิ่งจะออกมาจะให้กลับเลยได้อย่างไรกว่าข้าจะมีโอกาสออกมาข้างนอก”ข้าพูดอย่างหงุดหงิด
“งั้นพวกข้าขอตัว” เว่ยชิงพูดปัดๆด้วยความรำคาญ
“ตามสบาย” ข้าสะบัดตัวเดินหนีไปอีกทาง
“เฮ้อ ดื้อด้านเสียจริง” เว่ยชิงบ่นเบาๆ
หน็อยอย่าคิดว่าตัวข้าจะยอมกลับง่ายๆแต่มันน่าแปลกใจที่จู่ๆปีศาจจะออกมาป้วนเปี้ยนแบบนี้ตามที่ท่านแม่เล่าให้ฟังปีศาจถูกควบคุมโดยเทพปีศาจ เนื่องด้วยเผ่าปีศาจแพ้าไปเมื่อ150000 ปีก่อนเทพปีศาจจึงได้ทำสัญญาเืว่าจะไม่ปล่อยให้ปีศาจขึ้นมาก่อกวนอีกเด็ดขาดาครั้งนั้นทำให้ท่านยายของข้าต้องสลายไปด้วยแล้วทำไมตอนนี้เทพปีศาจถึงได้ปล่อยให้ปีศาจออกมากันนะ หรือมีเื่เกิดขึ้นที่เผ่าปีศาจหรือข้าจะแอบตามนักรบ์ไปดีเมื่อคิดได้ดังนั้นข้าจึงรีบหันหลังกลับแล้ววิ่งไปยังจุดที่เดินจากมาเมื่อครู่
“อย่าเพิ่งหนีไปก่อนล่ะ ไม่งั้นข้าพลาดโอกาสแอบติดตามไปดูเหตุการณ์พอดี”เมื่อข้าวิ่งมาถึงป่าจึงได้เห็นนักรบ์ยังคงยืนอยู่บริเวณนั้นดูท่าทางเคร่งเครียด ข้าจึงแปลงกายเป็ดอกไม้เพื่อแอบดูสถาณการณ์
“ชายป่าแถบนี้เป็รอยต่อของแดนปีศาจขอรับ พวกปีศาจจึงได้มาปรากฏกายแถวนี้ถี่ที่สุด”
“พวกเราคงต้องอยู่แถวๆนี้ซักระยะเพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พวกปีศาจจะปรากฏกายออกมา แล้วสถานการณ์ทางด้านเผ่าปีศาจเป็อย่างไรบ้าง”
“ตอนนี้เทพปีศาจได้สิ้นแล้วขอรับบัดนี้ทายาทอันดับที่หนึ่งของเทพปีศาจกำลังดูแลเมืองปีศาจอย่างเต็มตัวด้วยนิสัยโหดร้าย และเคียดแค้นต่อตำหนัก์ที่ทำให้เมืองปีศาจต้องตกต่ำจึงก่อเื่วุ่นวายในทุกๆที่ไม่หยุดหย่อนขอรับ”
“เข้าใจแล้วได้ข่าวว่าเทพบุปผาและเทพชินเต๋ออยู่ที่ทะเลตอนใต้เพื่อสกัดกั้นพวกปีศาจเช่นเดียวกันงั้นหรือ”
“ขอรับ”
“ฉะนั้นจึงไม่มีผู้ดูแลหุบเขาสินะ ภูติบุปผาถึงออกมาเที่ยวเล่นได้”
“แต่ข้าได้ข่าวว่าผู้ดูแลหุบเขาอยู่ตอนนี้คือบุตรสาวของเทพบุปผาที่มีนามว่า หลี่อันด้วยพลังอำนาจของนางที่มีต้นจิตเป็ัทองแล้วนั้นข้าคิดว่าไม่น่าจะมีใครสามารถหนีออกมาเที่ยวเล่นได้ขอรับ”
“แล้วภูติตนนี้เป็ใครถึงออกมาได้ตามอำเภอใจ” ก็ข้าคือผู้ดูแลหุบเขาไงละเ้าทึ่ม ข้าบ่นในใจเพราะเดี๋ยวพวกนั้นได้ยินเสียงแล้วจะยุ่ง จากที่ได้ฟังคร่าวๆเทพปีศาจสิ้นลมหายใจเลยเกิดความวุ่นวายขึ้น แล้วท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าจะเป็อย่างไรบ้างแล้วนะเฮ้อ ข้าแอบถอนหายใจเบาๆ
“แยกย้ายกันไปสำรวจบริเวณป่าแถบนี้ หากมีอะไรน่าสงสัยให้รีบแจ้งข้าทันที”เว่ยชิงออกคำสั่งกับนักรบ์ทั้งหลายต้องเป็ผู้ที่มีตำแหน่งสูงพอสมควรถึงจะออกคำสั่งได้ขนาดนี้เพราะดูจากหน้าตาแล้วอายุไม่ได้มากเท่าไหร่แต่เป็ถึงระดับหัวหน้า
“ขอรับ!!!” แค่แวบเดียวนักรบทุกตนหายวับไปคนละทางข้าที่แอบอยู่จึงค่อยๆคืนร่างพอกำลังจะหันหลังวิ่งก็ชนเข้ากับแผงอกของใครซักคนเข้า
“โอ๊ยยย เจ็บนะ” ข้าเผลอเสียงดังด้วยความโมโหคนที่มาขวางหน้าข้ายิ้มอย่างพอใจ
“ที่แท้ดอกไม้ที่ส่องแสงแปลกๆก็ไม่ใช่ดอกไม้ธรรมดาสินะ” คนตรงหน้าพูด ใครกันข้าเคยรู้จักหรือไม่ไม่สิไม่เคยข้าจะไปเคยรู้จักคนที่หน้าตากวน กับท่าท่างเย่อหยิ่งแบบนี้ได้ยังไงกัน
“ท่านเป็ใครเหตุใดต้องมาก่อกวนข้า”
“ข้าหรือก่อกวนเ้า ข้าก็แค่แอบมาฟังการสนทนาของกลุ่มคนตรงหน้าเท่านั้นใครจะไปรู้ว่าดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้าจะเป็ภูติแปลงกาย”ชายผู้นี้เอานิ้วจิ้มมาที่หน้าผากข้าแรงๆหนึ่งที
“นี่!!!” ข้าเอามือปัดมือของคนตรงหน้าออกอย่างแรง
“ดุจริงนะเ้าภูติน้อยนิสัยดื้อรั้นแบบนี้คงไม่ใช่แค่ภูติธรรมดาสินะ”ชายพูดนั้นพูดด้วยท่าทีไม่หวาดหวั่น แล้วเลิกคิ้วอย่างก่อกวน เชอะ น่ารำคาญซะจริงข้าเดินหนีด้วยความโมโหคนบ้าอะไรกวนประสาท
หลังจากเจอเื่วุ่นวายเกือบทั้งวัน ณ ตอนนี้ก็ได้เวลาพักผ่อนของข้าซักทีข้าได้ที่พักเป็โรงเตี๊ยมใกล้ๆชายป่า เงียบสงบ อากาศก็ดี บ่อน้ำร้อนแสนสบายอาหารอร่อย เตียงก็นุ่ม ข้าบิดี้เีไปมาก่อนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆ
"นอนสบายจริงๆป่านนี้หนี่ชินจะเป็ยังไงบ้างน้าข้าน่าจะพานางมาด้วยแต่หากข้าพานางมาด้วยมีหวังความแตกั้แ่ยังไม่ถึงเมืองมนุษย์น่ะสิหนี่ชินชอบทำตัวเป็กระต่ายตื่นตูมของแท้เลยละขอโทษนะหนี่ชินไว้คราวหน้าข้าจะพาเ้ามาพักผ่อนด้วยกัน"