ภายในโรงอาหารของค่ายทหารพยัคฆ์ทมิฬขณะนี้ทหารทุกนายได้มานั่งดื่มกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยเนื่องด้วยเป็อาหารที่พระชายาทรงทำมาเลี้ยงตอบแทน เมื่อครั้งที่พวกเขาบางคนได้มีส่วนร่วมในการออกตามหาพระชายาตอนที่หลายตัวไปคนที่ไม่มีส่วนร่วมก็พลอยได้อาณิสงฆ์ไปด้วย
หน้าตาของอาหารล้วนแปลกตาไม่เคยเห็นมาก่อนมีกลิ่นหอมชวนเรียกน้ำลายในปาก แต่เมื่อพวกเขากินมันแล้วรสชาติอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อรีบจ้วงเข้าปากคำถัดไปอย่างไม่รีรอ
ระหว่างที่ทุกคนนั่งกินอาหารกันอยู่ดีๆ ก็มีเสียงดังเกิดขึ้น ซึ่งเสียงนั้นก็ไม่ได้จากที่ที่ไหนไกลแต่เป็เสียงจากทหารบางนายที่อยู่ก็มีอาการแปลกจากนั้นก็ค่อย ๆ กระจายเป็วงกว้างทำให้ทหารที่อยู่ใกล้แตกตื่นกันอย่างมาก
โอ๊ย
อ๊วกกก
เกิดอะไรขึ้น??
องครักษ์ทั้งสี่รีบลุกขึ้นไปยืนเดินไปประกบข้างองค์รัชทายาทและพระชายาทันทีกลัวว่าจะมีคนร้ายเข้ามาลอบทำร้ายเพราะยังไม่แน่ชัดว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
เย่วชิงเองก็ใมากเขามองไปที่ทหารบางนายล้มตัวนอนลงกับพื้นกุมหน้าท้องเอาไว้บางคนก็อาเจียนออกมาทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้หรือว่าจะมีใครทำอะไรกับอาหารที่เขาทำเพื่อที่จะใส่ร้ายว่าเขาเป็คนลงมือ
อึก
เสียงดังจากด้านข้างทำให้เย่วชิงหันไปมอง
“ ท่านรองแม่ทัพ! ” จ้าวเซี่ยหลิวกัดฟันแน่นรู้สึกปวดที่ท้องเป็อย่างมาก
เย่วชิงเบิกตากว้างไม่คิดว่าท่านรองแม่ทัพจ้าวเซี่ยหลิวก็โดนเหมือนกับทหารคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกันเขาหันไปมองโจว หยางิที่ยืนอยู่ข้างกายว่ามีอาการเช่นไรบ้างเมื่อเห็นว่าอีกคนยังปกติไม่มีอาการใด ๆ ก็เบาใจลง แต่ก็เบาใจได้เพียงเล็กน้อยเมื่อยังได้ยินเสียงโอดครวญจากทหารมากขึ้นเรื่อยๆ
“ เซี่ยหลิวเ้าเป็อย่างไรบ้าง ”ท่านแม่ทัพหยางหานเจี้ยรีบเข้าไปประคองร่างสหายของเขาไว้
“ ข้าไม่เป็ไร ยังไหวอยู่ ”
“ เ้าแน่ใจนะ ”
“ อืม ข้าแน่ใจ ว่าแต่ว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้นเนี้ย ” เอ่ยพร้อมกับหันมองไปรอบๆ
“ ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ”
ดวงตากลมสีน้ำเงินฉายแววสงสัยเขามองไปที่ท่านรองแม่ทัพจ้าวแล้วก็ทหารที่มีอาการแบบเดียวกันเขากับท่านรองแม่ทัพจ้าวก็นั่งโต๊ะเดียวกัน แต่ทำไมมีแต่ท่านรองแม่ทัพจ้าวที่เป็อยู่คนเดียวล่ะทำไมคนอื่นถึงไม่เป็อะไรเลย
ถ้าสาเหตุทั้งหมดเกิดจากอาหารจริงเขาที่ทานอาหารเหมือนกันทำไมถึงไม่เป็อะไรเลยรวมไปถึงโจวหยางิและท่านแม่ทัพหยางหานเตี้ยด้วย
แต่กลับมีเพียงคนเดียวที่เป็หรือว่าคนร้ายจะเจาะจงคนถึงอย่างนั้นก็เถอะแล้วอีกฝ่ายจะทำได้อย่างไรในเมื่อทุกคนทานอาหารจานเดียวกัน
“ ท่านแม่ทัพข้าขอถามอะไรหน่อย บนโต๊ะนี้ท่านทานอะไรไปบ้าง ” เย่วชิงชี้นิ้วไปยังจานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะเขาอยากรู้ว่าสาเหตุมันมาจากอาหารจริงหรือเปล่า
“ กระหม่อมทานเพียงสองจานนั้น ยังไม่ได้ทานจานอื่นพะยะค่ะ ” จ้าวเซี่ยหลิวชี้ไปที่จานที่เขาทานตามความจริง
เย่วชิงพยักหน้าเก็บข้อมูลที่ได้มาแล้วเดินไปถามทหารนายอื่นๆ ที่มีอาการในแบบเดียวกัน กลายเป็ว่าอาหารที่ทุกคนตอบไม่เหมือนกันจากนั้นเขาก็ลองไปสอบถามทหารที่ไม่เป็อะไรดูบ้าง
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเื่นี้น่าจะไม่เกี่ยวกับอาหารเพราะเขาเองก็เป็ที่ทานอาหารทุกจานแต่ไม่เป็อะไรซึ่งตรงกับที่ทหารให้ข้อมูลมา
ถ้าไม่ใช่อาหารแล้วจะเป็อะไรได้อีก
“ เย่วเอ๋อร์ เ้าสงสัยอะไรเช่นนั้นหรือ ”
โจวหยางิเข้ามาถามร่างบางที่ยืนคิ้วขมวดเขาเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดเื่ ตอนนี้เขาได้ส่งให้คนไปรับหมอมาจากข้างนอกเพราะหมอที่ประจำอยู่ในค่ายทหารก็ดันโดนไปกับเขาด้วยจึงไม่มีคนช่วยดูแลทหารที่โดนยาพิษ
“ หยางิข้าคิดว่าอาหารที่ทุกคนทานไปน่าจะไม่ใช่สาเหตุของเื่นี้แต่น่าจะมาจากอย่างอื่นมากกว่า ”
“ เ้าหมายความว่าอย่างไร ” ใจจริงเขาไม่คิดอยู่แล้วว่าร่างบางจะมีส่วนในเื่นี้คงต้องสืบให้แน่ชัดว่าใครกันแน่ที่ทำเื่นี้ในค่ายทหารของเขา
นั้นสิเพราะอะไรนะ
คิดสิเย่วชิงเ้าต้องคิดให้ออก
ร่างบางเม้มปากแน่พยายามคิดว่าหาสาเหตุของเื่พร้อมกับกวาดสายตาไปมองอาหารบนโต๊ะอีกครั้งว่าตนเองพลาดอะไรไปหรือเปล่า
เอ๊ะ เหล้าหรือ?
ใช่แล้วจำได้ว่าเขาเองก็ยังไม่ได้ดื่มเหล้า
คิดได้ดังนั้นก็เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของท่านรองแม่ทัพจ้าวเซี่ยหลิวอีกครั้งไม่แน่คำตอบที่ได้อาจจะเหมือนกับที่เขาคิดไว้ก็ได้
“ ท่านรองแม่ทัพข้าขอถามท่านอีกสักข้อ ”
“ พระชายาจะถามอะไรกระหม่อมหรือพะยะค่ะ ”
“ เมื่อครู่นอกจากอาหารแล้ว ท่านยังดื่มเหล้าด้วยอีกหรือไม่ ”
“ เอ่อ กระหม่อมดื่มไปนิดหน่อยพะยะค่ะ ”แม้ว่าจะไม่เข้าใจว่าพระชายาจะถามเขาเื่นี้ทำไมแต่เขาก็ตอบไปตามตรงว่าเขาดื่มจริง ๆ
“ เดี๋ยวข้ามานะ ”
ทุกคนได้แต่มองร่างบางของพระชายาที่เดินออกมาอีกครั้งอย่างสงสัยเย่วชิงกลับมาถามทหารใหม่อีกครั้ง เขายิ้มกว้างเมื่อได้ฟังคำตอบมันเหมือนกับที่เขาคิดไว้จริง ๆ ไม่ผิดเลย
ร่างบางจึงบอกให้โจวหยางิตรวจสอบพิษในเหล้าดูปรากฎว่าในนั้นมีพิษอยู่จริงๆ บางทีคนร้ายอาจจะตั้งใจวางยาในอาหารของเขา แต่เพราะว่ามีทหารคอยจับตามองอยู่ตลอดเลยเข้ามาไม่ได้จึงได้หันไปใส่ในเหล้าแทน
“ ใครกันที่กล้ามาวางยาพิษในค่ายทหารอย่างนี้ ”ท่านแม่ทัพหยางหานเจี้นเอ่ยอย่างเคร่งเครียดพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น
“ นั้นสิ ”
“ ข้าว่าคนที่ทำต้องเป็คนในแน่ ”
“ อืม ข้าก็คิดเช่นกัน ”ในค่ายทหารป้องกันแ่าคนนอกห้ามเข้าคนในก็ห้ามออกถ้าไม่ได้รับอนุญาตไม่มีทางที่จะมีใครรอดพ้นสายตาของทหารผ่านเข้ามาได้
“ กระหม่อมจะไปสืบเื่นี้เองพะยะค่ะ ”
“ อืม ”
“ แล้วเราจะทำอย่างไรกับทหารที่โดนพิษบ้างพะยะค่ะ ”
“ เื่นั้นไม่ต้องห่วงก่อนหน้านี้ที่ข้าไปสอบถามทหารก็ได้ตรวจดูอาการมาบ้างแล้วเลยสั่งให้ทหารคนที่ไม่เจ็บจำนวนหนึ่งไปนำสมุนไพรมาต้ม ถ้าเสร็จแล้วก็ให้นำมาแจกจ่ายให้ทุกคนได้ดื่มกันอีกไม่นานคงจะมา ”
พิษที่ทหารโดนนั้นไม่ร้ายแรงมากเพียงแต่ทำให้รู้สึกปวดท้องแล้วก็อาเจียนออกมาเท่านั้นเขาเลยเขียนชื่อสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการพวกนี้ให้ทหารนำไปต้มแล้วนำมาให้ทุกคนได้ดื่มกัน
ไม่นานยาแก้ก็ถูกนำมาแจกจ่ายให้ทหารได้ดื่มรวมไปถึงท่านรองแม่ทัพก็ดื่มด้วยอาการปวดท้องที่เจ็บก็เริ่มทุเลาลง สีหน้าของทหารก็ดีขึ้น
“ ท่านรองแม่ทัพรู้สึกเป็อย่างไรบ้าง ”
“ กระหม่อมไม่รู้สึกเจ็บตรงหน้าท้องแล้วพะยะค่ะ ยาของพระชายาดียิ่งนัก ”
“ เช่นนั้นก็ดีแล้ว ”
“ กระหม่อมคิดว่าคนร้ายไม่ได้จะเอาชีวิตของทุกคนเพียงแต่น่าจะทำให้เกิดเื่วุ่นว่ายกันในค่ายทหารเท่านั้นแต่ว่าเขาจะทำไปด้วยเหตุผลใดกัน ”
ถ้าคนร้าย้าชีวิตของคนในค่ายทหารก็ไม่น่าจะใช้ยาพิษทำให้ปวดท้องและอาเจียนมันควรจะเป็ยาพิษที่ใครทานเข้าไปแล้วจะสิ้นใจในทันที หรืออยากให้พวกเขาทรมานเล่น
“ เื่นั้นมีเพียงคนร้ายเท่านั้นที่รู้พวกเราคงต้องจับตัวอีกฝ่ายมาถามถึงจะรู้ ”
“ พระชายาไม่ต้องเป็ห่วงไป กระหม่อมจะเร่งสืบเื่นี้ให้เร็วที่สุดพะยะค่ะ”
เหตุการณ์ในค่ายทหารไม่ได้รุนแรงมากหลังจากที่ทหารได้รับยาแก้แล้วก็อาการดีขึ้นเรื่อย ๆทหารบางนายที่มีอาการอาเจียนจนหมดไส้หมดพุงพอหายดีแล้วก็มานั่งโอดครวญเสียดายอาหารแสนอร่อยที่พึ่งทานไป
ส่วนคนที่ไม่ได้เป็อะไรก็ดีไปเย่วชิงเห็นแล้วก็รู้สึกสงสารเลยอาสาไปทำโจ๊กง่าย ๆ ให้ทหารทานกันพอทุกคนได้ยินอย่างนั้นก็ร้องเฮลั่นอย่างดีใจ
อะไรที่พระชายาเป็คนทำพวกเขาก็ว่าอร่อยทั้งนั้นทหารที่ไม่เป็อะไรก็รู้สึกเสียดายนึกว่าตนเองจะไม่ได้ทานด้วยเพราะคิดว่าชายาทำให้แต่คนที่โดนยาพิษเท่านั้นแต่เย่วชิงกลับบอกว่าเขาทำให้ทหารทุกคนทานไม่ว่าจะเป็ใคร
ดังนั้นคนที่ไม่เป็อะไรก็มาทานได้กลายเป็ว่าครั้งนี้เสียงร้องเฮลั่นของทหารดังกว่าเก่า เย่วชิงเห็นแบบนั้นก็อดที่จะยิ้มขำกับภาพตรงหน้าเสียไม่ได้
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยโจวหยางิก็พาร่างบางกลับวังหลวงเหล่าทหารจึงเดินไปส่งพระชายาที่รถม้า เย่วชิงโบกมือลาทหารบอกว่าครั้งหน้าจะมาเที่ยวใหม่
“ เป็อะไรไป ” โจวหยางิถามเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งมาในรถด้วยเงียบกว่าปกติต่างจากที่นั่งมาตอนแรกมาก ร่างบางดูตื่นเต้นที่ได้ออกมาข้างนอกดวงตาเปร่งกระกายตลอดทาง
“ ข้ากำลังคิดเื่ที่ขึ้นในค่ายทหารวันนี้ ”เขากำลังกังวลว่าจะเกิดเื่เช่นนี้อีกแต่ครั้งหน้าพวกเราคงจะไม่ได้โชคดีเหมือนกับครั้งนี้อีกแน่
“ ถ้า… ถ้าเกิดคนร้ายไม่ได้วางแค่ยาที่ทำให้ปวดท้องกับอาเจียนแต่เป็ยาพิษที่ร้ายแรงกว่านั้นล่ะจะทำอย่างไร ข้าไม่อยากจะคิดเลย ”แล้วถ้าร่างคนร้ายตั้งใจจะวางยาพิษโจวหยาง ิล่ะจะเกิดอะไรขึ้นเื่คงจะร้ายแรงกว่านี้มาก
“ เ้าอย่าห่วงเลย มันจะไม่เจอเื่เช่นนี้อีกแน่ ”
ไม่ใช่แค่เย่วชิงที่กังวลเื่ที่เกิดในค่ายทหารแต่องค์รัชทายาทหนุ่มก็รู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อยหากเย่วชิงทานพิษเข้าไปเขาคงปวดใจที่เห็นอีกคนต้องเ็ป
ไม่ว่าคนร้ายที่ทำเื่นี้จะเป็ใครเขาจะต้องจับตัวมันมาลงโทษให้จงได้แล้วเขาก็มั่นใจว่าคนร้ายจะต้องอยู่ในค่ายทหารยังไม่ได้หนีไปไหนเพราะั้แ่เกิดเื่โจวหยางิก็ได้สั่งให้องครักษ์ปิดล้อมค่ายทหารเอาไว้เรียบร้อยแล้วถ้าเกิดมีใครเล็ดรอดออกมาแสดงว่าคนนั้นคือคนร้าย
กึกกึก
โจวหยางิหันไปมองร่างบางที่นั่งสัปหงกหัวโขกกับฝาผนังรถม้าเขาจึงดึงร่างของอีกคนให้มานอนลงบนตักของตนเองแทนเย่วชิงขยับตัวหาท่าที่นอนสบายแล้วก็นอนหลับต่อ
เมื่อรถม้าหยุดลงโจวหยางิก้มมองคนที่หลับไม่มีทีท่าว่าจะตื่นวันนี้เย่วชิงเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เขาไม่อยากจะปลุกอยากให้อีกคนได้นานต่ออีกหน่อยเขาจึงเปลี่ยนมาอุ้มเย่วชิงลงจากรถม้าแทน แล้วเดินไปที่ตำหนักของตนเอง ซึ่งคนที่อยู่คนอ้อมกอดของเขาก็ยังคงหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ
เขาวางคนหลับบนเตียงนอนอย่างแ่เบาดึงผ้ามาห่มให้เ้าตัวนั่งลงแล้วลูบศีรษะของร่างบางเบา ๆ พร้อมกับมองใบหน้าของเย่วชิงยามหลับไปด้วยก่อนจะลุกขึ้นไปอาบเมื่ออาบเสร็จก็สอดตัวเข้าไปในผ้าห่มดึงร่างบางมากอดไว้ก่อนจะปิดตาหลับไปในที่สุด