“พี่อยู่ด้วยแค่ห้านาที จะเอามั้ย?”
“เอาค่า~ เอาๆๆ ห้านาทีก็ได้ค่ะ ไปนอนกันเถอะ แฮะๆ~” เด็กน้อยรีบคว้ามือคนตัวสูงให้เดินตามเธอขึ้นไปนอนทอดกายบนที่นอนด้วยกัน
จีรภัทร์ที่กำลังนอนหงายชันเข่าขึ้นข้างนึง แขนข้างนึงก่ายหน้าผากตัวเองส่วนอีกข้างโดนมนธิชาปล้นไปหนุนไว้ เขามองเพดานห้องนิ่งๆ พร้อมกับกำลังนับถอยหลังเพื่อที่จะพาตัวเองออกไปจากห้องนี้อย่างใจจดใจจ่อ
พรึ่บ!!!
อยู่ๆยัยเด็กทะเล้นที่เธอนอนนิ่งอยู่ข้างๆเขาได้เพียงไม่กี่วินั้น ก็รีบลุกขึ้นและปีนขึ้นมานั่งทับอยู่บนกลางลำตัวเขา พร้อมกับยิ้มทะเล้นส่งให้คนที่นอนมองเธออยู่ข้างล่าง
เขาไม่ได้ผลักไสน้องออกไป และไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำ แต่ไม่รู้อะไรฉุดให้ต้องตกอยู่ในภวังค์ ไม่ต่อต้าน ไม่ดุด่า เอาแต่มองดูใบหน้าดวงเล็กที่นั่งยุกยิกไปมาบนตัวเขานิ่งๆ ราวกับคนที่โดนแช่แข็งเอาไว้อยู่
“อีกสองนาที..” เ้าของใบหน้าหล่อพูดขึ้นเรียบๆ หลังจากที่เพิ่งยกนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองขึ้นมาดูเวลา
มนธิชาพยักหน้ารับทราบยิ้มๆ จับมือหนาของจีรภัทร์ขึ้นมาข้างนึง ก่อนจะเอาไปแนบไว้ข้างแก้มนวลเนียนหมดจดของตัวเองไว้ แล้วเอียงหน้าถูกับฝ่ามือเขาไปมาด้วยท่าทางออดอ้อนเหมือนลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเ้าของอยู่
เธอไม่ได้ทำตัวซุกซนอะไรเพิ่มอีก เป็เด็กดีนั่งเป็ระเบียบเรียบร้อย เลยทำให้ทั้งคู่ไม่ต้องะโดุ ะโเถียงใส่หน้ากันเหมือนที่ผ่านมา…
“ครบห้านาทีหรือยังคะ~?”
เธอถามพร้อมกับกดปลายจมูกตัวเอง หอมเข้าที่ฝ่ามือเขาฟอดใหญ่จนเต็มปอด ด้วยท่าทางคลั่งรักเขาสุดๆแบบไม่ปกปิด จนคนที่นอนอยู่ข้างล่าง ถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก.. ไม่ใช่ว่าเขานั้นหนักตัวของเธอที่นั่งทับตัวเองอยู่ แต่เพราะอาการหัวใจเต้นไม่เป็ส่ำ ร้อนวูบวาบที่อกข้างซ้าย และความรู้สึกที่เหมือนมีผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้อง มันกลับเข้ามายึดครองร่างกายเขาอีกรอบแล้วต่างหาก
“ต่อเวลาให้อีกสิบนาที” เขาอยากจะตัดลิ้นตัวเองทิ้งซะจริง ที่เผลอไผลพูดประโยคนั้นออกไป รอยยิ้มน่ารักของยัยเด็กน้อยขี้อ้อนนั้น มันทำให้เขาเคลิบเคลิ้มจนพูดอะไรออกไปแบบไม่ได้สติดีเท่าไหร่
“อีกครึ่งชั่วโมงได้มั้ยค๊า~?”
อย่าต่อรองมาก.. อย่าอ้อนมาก.. เพราะเขากลัวตัวเองจะทนความใจอ่อนไม่ไหว..
“ได้..” นั่นประไร!! ปากเ้ากรรมรีบตอบตกลงไปอย่างไวอีกเสียแล้ว!
ผลของการที่ปากไวเมื่อกี้นี้ เขาเลยต้องมาอยู่ในสภาพที่ยังคงนอนนิ่ง ลุกไปไหนไม่ได้ อยู่ภายใต้อาณัติยัยแมวน้อยยั่วสวาทตัวดี รุ่นลิมิเต็ด หลุดออกมาจากโรงงานตัวนี้ ที่ยังคงนั่งทับกลางลำตัวเขาอยู่ และมือน้อยๆทั้งสองข้างของยัยเด็กทะเล้น ที่เขาอุตส่าห์นึกชมอยู่ก่อนหน้านั้น ว่าเป็เด็กดีน่ารักไม่ดื้อไม่ซน ตอนนี้ยัยเด็กแสบนี่ กำลังไล่เอานิ้วแตะคิ้วเข้ม จมูกโด่ง ริมฝีปากแดงหนาน่าัั จับตรงนั้นทีตรงนี้ที บนใบหน้าหล่อเหลาของเขาไปมาอย่างพออกพอใจ
“แหนะ! มืออย่าซน!”
มือทั้งสองข้างของยัยลูกแมวตัวน้อย กำลังเลื้อยลงมาจะสอดเข้าไปซุกซนใต้เสื้อยืดสีดำของเขา เพื่อที่จะล้วงเข้าไปลูบกล้ามหน้าท้องของเขาเล่น คนที่นอนอยู่เลยรีบจับแขนทั้งสองข้างของน้องเอาไว้ พร้อมกับใช้สายตาดำขลับตวัดมองเธอดุๆ และปรามเสียงเข้มใส่ไปด้วย
“อู๊ย~ หนูลืมตัวค่ะ แหะๆ~” ยัยเด็กหื่นเสแสร้งทำท่าใสซื่อ พร้อมกับยิ้มแหยๆแก้เขิน ก่อนจะดึงมือตัวเองกลับไปเก็บ
“หนูตั้งใจเหอะน้องมินนี่ ลงไปครับ.. ครบสามสิบนาทีแล้ว”
“เฮ้อ~ พี่เจย์โกงเวลาหนูป้ะเนี่ย~? ทำไมเวลามันเดินเร็วจังน๊า~?”
“อย่ามาตลก มันจะตีสี่อยู่แล้ว ลงไปจากตัวพี่เร็ว พี่จะกลับห้องแล้ว”
“ก็ได้ค่ะ.. พรุ่งนี้พี่เจย์ไปส่งหนูที่โรงเรียนด้วยนะคะ”
“อืม”
“ไปรับหนูที่โรงเรียนแล้วพาแวะกินติมด้วยนะคะ”
“อืม”
“ตอนเย็นก็กลับมานอนบ้านด้วยกันอีกนะคะ”
“ได้คืบเอาศอกนะเรา ลงไปเดี๋ยวนี้เลย ก่อนที่พี่จะเปลี่ยนใจไม่พาหนูไปไหนทั้งนั้น”
“อ๊ะๆๆๆ.. ลงแล้วๆค๊า~ แฮะๆ~ ดุจังเล้ย~” คนตัวเล็กพูดยิ้มๆ ก่อนจะเลื่อนตัวเองลงจากตัวเขาไป แล้วนั่งพับเพียบอยู่บนเตียงข้างกัน
คนตัวสูงลุกขึ้นนั่งก่อนจะหันไปมองเด็กหน้าตาจิ้มลิ้มที่เธอกำลังยิ้มน่ารักส่งมาให้อยู่ เขาสบตากับเธอสักพักก่อนจะลุกขึ้นไปยืนอยู่บนพื้น แล้วโน้มตัวลงมาหาเด็กน้อยบนเตียง จับท่าให้เธอนอนลงดีๆพร้อมกับห่มผ้าให้ ลูบหัวน้อยๆของน้องอย่างอ่อนโยน ก่อนจะปิดท้ายด้วยการบีบปลายจมูกโด่งนิดๆของเธอเบาๆด้วยความมันเขี้ยว
“ฝันดีนะ.. ยัยตัวแสบ”
“ฝันดีค่า~ พี่เจย์สุดหล่อของหนู หนูรักพี่เจย์นะค๊า~”
“อืม..” แม้เขาจะทำหน้านิ่งๆ เหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำบอก ‘รัก’ จากเธอ แม้จะแสดงออกไปว่ารู้สึกเฉยๆกับคำนั้น แต่ความเป็จริงแล้วภายในใจของเขาตอนนี้.. มันกำลังเต้นระส่ำไม่เป็จังหวะร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งอกข้างซ้ายแล้ว ไม่รู้ว่ายัยเด็กขี้อ้อนขี้อ่อยนี่จะขยันบอกรักเขาไปถึงไหนต่อไหนกัน แค่นี้เธอก็ทำเขาอ่อนระทวยไปทั้งใจหมดแล้ว..
ภาพยนตร์ฟอร์มั์จากต่างประเทศ กับเนื้อหาเกี่ยวกับความรักและการแก้แค้นที่กำลังห้ามหั่นต่อสู้กันให้กับความอยู่รอดของพี่น้องเผ่าพันธ์ตัวเอง กำลังดำเนินเนื้อเื่ฉายมาได้ถึงแค่กลางเื่เท่านั้น ซึ่งในขณะนี้ผู้คนทั้งโรงหนังกำลังใจจดใจจ่อกับเนื้อหาที่เข้มข้นกันอยู่ ไม่มีใครกล้าลุกไปเข้าห้องน้ำหรือละสายตาจากหน้าจอไปไหน
จีรภัทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ที่เขานั้นได้ปิดเสียงไว้ และตั้งให้สั่นเพียงเบาๆ เพื่อไม่ให้มันไปรบกวนคนอื่นเวลามีใครติดต่อเข้ามา..
“ผมขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ”
จีรภัทร์หันไปบอกสาวหมวยหน้าสวยที่นั่งข้างกัน เธอชื่อ ‘ถิงถิง’ ทั้งคู่เจอกันได้เพราะถิงถิง เป็คุณครูสอนพิเศษภาษาจีนอยู่โรงเรียนสอนพิเศษ ที่เดียวกับที่เขาพามนธิชาไปสมัครเรียนเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่มนธิชาเรียนพิเศษกับคุณครูคนอื่นไม่ได้เรียนพิเศษกับถิงถิง
ถิงถิงที่เห็นจีรภัทร์แค่ครั้งแรกก็ถูกใจเขามาก จนเธอหาจังหวะที่เขานั่งอยู่คนเดียวเข้าไปขอไลน์เขาไว้ ซึ่งเขาก็ให้เธอมาง่ายดายโดยไม่อิดออด จากนั้นก็คุยกันนิดๆหน่อยๆมาเรื่อยๆและได้มาเดตกันวันนี้เป็ครั้งแรก
ความหล่อเหลาและรูปร่างน่าหลงใหลของเขาทำให้เธอประทับใจมาก มองดูเขาทีไรก็พลันใจสั่น แถมเขายังเป็คนปรนเปรอเอาใจเก่งอีกต่างหาก พาไปกินของอร่อย พาไปชอปปิ้งซื้อของหรูให้ แล้วมาดูหนังกันต่อ และหลังจากดูหนังกันเสร็จแล้ว เขาก็จะพาเธอไปที่โรงแรมและอยู่ด้วยกันยาวๆทั้งคืนกันอีก มันช่างเป็เดตแรกระหว่างเธอกับเขาที่แสนวิเศษมากจริงๆ..
ครืด~ ครืด~
“ได้ค่ะ..” ใบหน้าสะสวยระบายรอยยิ้มหวานส่งให้
จีรภัทร์ไม่ได้ยิ้มตอบ แค่พยักหน้าทีนึงแล้วเดินออกมาจากโรงหนังด้วยท่าทางร้อนรน ก็จะไม่ให้เขารู้สึกร้อนรนได้ยังไง สายโทรเข้ามันดังจนตัดไปวนมาเป็รอบที่สามแล้ว ตอนแรกเขาก็ว่าจะไม่รับ ไม่สนใจ ให้เธอรอไปก่อน เพราะความยาวหนังมันไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ ดูเสร็จดีก่อนค่อยออกมาโทรกลับไปหาก็ได้ อีกไม่กี่นาทีหนังก็จบแล้ว แต่หูเ้ากรรมมันก็มีแต่ประโยคเดิมๆดังก้องหลอกหลอนซ้ำไปซ้ำมากวนใจเขาไม่ยอมหยุด
“แล้วถ้าวันนึงที่มินนี่โทรหาพี่เจย์ เพราะว่ามินนี่กำลังจะโดนลากไปขาย.. โดนลากไปขมขื่น.. หรือกำลังจะโดนลากไปฆ่าทิ้งในป่าที่ไหนซักแห่ง พี่เจย์จะเสียใจมั้ยคะ? ที่ไม่ยอมรับสายของหนูในวันนั้น”
“ทำไมไม่รับสายว่ะ!?”
คนตัวสูงเดินวนไปวนหน้าโรงหนังด้วยอาการกระวนกระวายร้อนใจ เพราะเมื่อกี้สายเรียกเข้ามันยังดังต่อเนื่องอยู่เลย แต่เพียงไม่กี่วิต่อมาพอเขาโทรกลับไปหาคนปลายสายกลับไม่รับสายเขาสักที จนเขาโทรกลับสายที่สามแล้วก็ยังไม่ยอมรับสายกันอีก
“ทำอะไรอยู่ว่ะ!? ยัยเด็กคนนี้!”
จีรภัทร์เริ่มหงุดหงิดจนใจไม่อยู่สุขมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่โทรกลับหามนธิชาเป็สายที่สี่แล้วแต่เธอก็ยังคงไม่รับสาย จนเขาตัดสินใจกดเข้าไปค้นหาตำแหน่งจากสมาร์ทโฟนว่าเด็กน้อยนั่นอยู่ที่ไหน ซึ่งเขาเป็คนเข้าไปตั้งค่าที่โทรศัพท์ของเธอไว้เองเมื่อห้าเดือนที่แล้ว เพราะเธอให้เขาตั้งค่าโทรศัพท์ให้บ่อยๆ จนเขานั้นจำรหัสผ่านของเธอได้
ที่เขานั้นต้องได้ตั้งค่าการค้นหาตำแหน่งของเธอไว้ ก็เพราะโดนเด็กน้อยนั่นพูดประชดจนเขาห่วงความปลอดภัยเธอขึ้นมามากจนกังวลไปหมด เลยต้องทำถึงขนาดนี้ แม้รู้ว่าวิธีนี้มันก้าวล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเธอก็ตาม เขาไม่สนใจ.. เพราะเขาแค่จะเอาไว้เช็คว่าเด็กน้อยของตัวเองอยู่ที่ไหน และเธอปลอดภัยดีมั้ยก็เท่านั้นเอง ไม่ได้มีจุดประสงค์อย่างอื่นหรือทำมิดีมิร้ายกับน้องเลยสักนิด
ซึ่งตำแหน่งของเธออยู่ที่บ้าน….