ฮ่าวเทียนยามนี้อยู่ในห้วงภวังค์ภายในจิตใจตนเอง ไม่รับรู้ถึงสิ่งใดภายนอก มันยืนมองประตูสีแดงใหญ่โตที่ปล่อยรัศมีปราณทมิฬด้านหน้าไม่หยุดหย่อน
“ ข้ามายังที่แห่งนี้อีกแล้ว ท่านออกมาเถอะ... ” สิ้นคำฮ่าวเทียน ชายหนุ่มในร่างปราณทมิฬปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง
“ ตัวข้า...เ้าทำได้ดี นับว่าก้าวหน้าได้ไม่แพ้ตัวเ้าตัวในอดีต... ” ฮ่าวเทียนไม่มีท่าทีสงสัยอันใดอีก
“ ข้ารับฟังเื่ราวจากท่านมาหลายครา ยามนี้ไม่คิดสงสัยอันใดอีก หากท่านคือตัวข้าในชาติภพก่อน ข้าจะก้าวข้ามท่านไป ด้วยวิถีทางของข้า! ” ชายหนุ่มหลับตาพลันกล่าวต่อ
“ ตัวข้า...ยามนี้เ้าอายุย่างเข้า 14 ปีแล้ว อีกเพียงไม่นาน ผนึกตรงหน้าเรานี้ก็จะถูกคลี่คลาย แม้ข้าหวังใจให้เ้าได้มีชีวิตเป็ของตนเอง ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับชาติภพก่อน แต่โชคชะตาไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น ข้าอยากรู้นักหากเ้าได้รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเรา จะยังนิ่งเฉยได้รึไม่ ? ”
ฮ่าวเทียนตะคอกกลับ
“ ท่านไม่ต้องกล่าวแล้ว ภพก่อน ก็คือภพก่อน ยามนี้ตัวข้าก็คือฮ่าวเทียน มิใช่ท่าน ไม่อาจนำมารวมกันได้! ” ชายหนุ่มหัวเราะร่วนเสียงกังวาลก่อนจะกล่าว
“ หึ ยามนี้ก็จงมีความสุขไปเถิด ตัวข้า...ข้าจะพูดอีกครั้ง เ้าไม่ใช่คนของห้วงเวลานี้” ฮ่าวเทียนรับฟังด้วยไม่สนใจ ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้น พบเทียนอวิ๋นกำลังรักษาร่างตนอยู่ เว่ยซินที่ฟุบหลับอยู่ด้านหลัง
“ นางดูแลั้แ่าแไปจนจิตใจเ้า ข้าไม่รู้เ้าไปหว่านสเน่ห์ใดให้ธิดาแม่ทัพหลินชมชอบปานนี้... ” ฮ่าวเทียนกล่าวต่อ
“ ท่านอาจารย์เข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่เคยคิดกับนางเช่นนั้น ” เทียนอวิ๋นคล้ายไม่สนใจคำ
“ เด็กโง่ เ้ายังเยาว์นัก เป็เช่นไรเล่า บรรลุปราณแท้จริงขั้นสุดท้ายแล้วนี่ ? ” ฮ่าวเทียนสะดุ้งเฮือบ มันยามนี้อยู่ในปราณริเริ่มขั้นสุดท้ายแล้วจริง พลันได้ยินเสียง
“ ตราผนึกในตัวเ้า มิใช่สิ่งธรรมดาทั่วไป มันส่งผลใหญ่หลวงต่อตัวเ้า ยิ่งในอนาคต เื่ราวเหล่านี้เ้าสมควรรู้ดีแก่ใจ... ”
ฮ่าวเทียนฟังคำอาจารย์ไปก็เหม่อมองออกไปยังทิศทางอื่น เทียนอวิ๋นเห็นดังนั้นจึงกล่าว
“ นางไปแล้ว ” ฮ่าวเทียนหันขวับ
“ เช่นนั้น นางกล่าวอะไรบ้างรึไม่ท่านอาจารย์ ? ” เทียนอวิ๋นกล่าวต่อ
“ นางมอบโอสถล้ำค่าแก่เ้า นอกจากผลรักษามันยังเลื่อนระดับพลังเ้าไป่ชั้นย่อยด้วย ” ใจฮ่าวเทียนตอนนี้มีความรู้สึกล้ำมากมาย ไม่อาจสงบใจลงได้ พลันได้ยินเสียง
“ เ้ารู้แก่ใจกระมัง ลั่วเหอยอมแพ้ยามนั้นเพราะแพ้ต่อใจมุ่งมั่นของเ้า มิได้แพ้ด้วยพลังฝีมือ ” ฮ่าวเทียนเข้าใจคำอาจารย์ทันที หากเขาเอาจริงแต่แรก หรือตอนมันล้มลงเหยียบซ้ำซักครา มันได้ตกตายไปหลายรอบแล้ว...
“ ท่านอาจารย์ เขาอยู่ลำดับ 149 พี่ชิงเสวียน อยู่ลำดับ 114 พลังฝีมือต่างกันมากหรือไม่ ? ” เทียนอวิ๋นถอนหายใจคราหนึ่งจึงกล่าว
“ ผู้สืบทอดตระกูลเทพสังหารยามนี้แข็งแกร็งเพียงใดเ้าได้รับรู้แล้ว แต่ชิงเสวียนถือครองอำนาจเบ็ดเสร็จยิ่งกว่านับเท่าทวี เกรงว่าแม้เ้าตำหนักเทพยุทธ์ยังเอ็นดูรักใคร่นางยิ่งกว่าศิษย์ลำดับ 1 เสียอีก... ”
ฮ่าวเทียนยิ่งฟังยิ่งรู้สึกตนเองต่ำต้อยลงไปทุกที
“ ผลการแข่งขันเล่า ท่านอาจารย์ ” เทียนอวิ๋นตอบกลับ
“ หลังเ้าชนะ เวทีประลองหยุดลงครู่หนึ่งด้วยว่าผู้ชนะหมดสติ อีกทั้งระดับยุทธ์เ้าฝืนประลองกับลำดับเทพยุทธ์ต่อก็คงตกตายเป็แน่ ท่านประมุขจึงถอนชื่อเ้าออกจากการประลอง ให้เหล่าศิษย์ชั้นนำคัดเลือกผู้ชนะสามลำดับแรกต่อไป ” ไม่ทันสิ้นเสียงเทียนอวิ๋น ก็มีร่างบุรุษผู้นึงปรากฏขึ้นพร้อมกล่าว
“ เป็เช่นนี้เ้าไม่พอใจรึปล่าวล่ะ ? ” ฮ่าวเทียนมองไป ที่แท้เป็เขานั่นเอง เ้าตำหนักเทพยุทธ์...
“ ฮ่าวเทียนไร้ฝีมือฐานะต่ำต้อย เพียงเท่านี้ย่อมพอใจแล้ว... ” เ้าตำหนักเทพยุทธ์ยามนี้ไม่สนใจคำมัน กลับหันไปหาเทียนอวิ๋น
“ เทียนอวิ๋น ข้ามาที่นี่เพื่อขอขมาต่อเ้า แม้เราสองไม่ถูกหน้ากันนัก แต่นับว่าเ้าเป็บุคคลสำคัญในนครแห่งนี้ ข้าคิดสั่งสอนศิษย์เ้าจนพลั้งมือ นำมาซึ่งการขอโทษในยามนี้ ” เทียนอวิ๋นลุกขึ้นยืนก่อนกล่าว
“ ท่านเ้าตำหนักไม่ต้องเกรงใจ ท่านทำไปด้วยหวังดี ถือว่าเป็การฝึกรูปหนึ่งของมัน ขอบคุณท่านที่ช่วยสั่งสอน ”
บทสนทนานี้แม้เอ่ยถึงการกล่าวขอโทษขอโพย แต่รัศมีที่ทั้งสองปลดปล่อยหักหาญกันนั้น ราวกับาเทพมารจะอุบัติอีกครั้งก็มิปาน
“ เทียนอวิ๋นผู้ยิ่งใหญ่ไม่คิดเอาความนับเป็วาสนาของข้า ...ฮ่าวเทียน ข้าขอเตือน แม้เ้าพร์สูงส่งยิ่งกว่าปีศาจ แต่ด้วยฐานะต่ำต้อยของเ้า ทั้งยังพลังฝีมือน้อยนิดที่เ้ามี อย่าได้คิดหวังแตะต้องลูกสาวข้าเป็อันขาด ให้อาจารย์เ้าสิบคนก็ไม่พอรับมือ! ” จากนั้นเขาเดินจากไป ทั้งเทียนอวิ๋นและฮ่าวเทียนยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง ที่แท้ มู่ชิงเสวียนคือลูกสาวเขานั่นเอง คนพ่อเป็ถึงจอมราชันย์ขั้นปลายผู้ยิ่งใหญ่ ลูกสาวที่ได้รับการดูแลฝึกฝนอย่างดี มีแต่ต้องก้าวหน้าข้ามบิดาไปเท่านั้น....
“ ท่านอาจารย์ ข้าฝึกฝนกับท่านร่วมปี ในที่สุดก็เข้มแข็งขึ้นมามาก แต่ดูท่ายังไม่พอจะเอาชนะโชคชะตา ที่พี่หญิงไม่อาจพบเจอข้า บัดนี้เข้าใจแล้ว นาง้าปกป้องข้าจากความต่ำต้อยของตัวข้านั่นเอง...” เทียนอวิ๋นมองออกไปนอกหน้าต่าง
“ ฮึ เ้าคิดว่ากำลังพล่ามอะไรอยู่ พลังฝีมือเ้าด้อยกว่าก็แค่ชั้นปราณ เพียงเอาเวลาฝึกฝนมาเทียบกันเ้าก็เหนือกว่าพวกมันหลาย่ชั้นแล้ว! ”
ฮ่าวเทียนสับสนงุนงงกับคำกล่าวของเทียนอวิ๋น พลันกล่าว
“ ท่านอาจารย์กล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ? “เทียนอวิ๋นหันกลับมา ปล่อยรัศมีพลังสายหนึ่งเข้าสู่ร่างของฮ่าวเทียน
“ ข้าเทียนอวิ๋น นับแต่ถือครองสืบทอดพลังแสง์ ไม่เคยคิดรับศิษย์ ยามนี้ เ้าไม่ต่างอันใดกับลูกชายข้า ฮ่าวเทียน เท่านี้ยังไม่พอ ไม่ต้องรอกี่ปีกี่เดือน วันนี้แหละ อาจารย์ผู้นี้จะทำให้เ้ายิ่งใหญ่กว่านี้อีกสิบเท่า ไอ้โจรเฒ่าเทพยุทธ์นั่น บังอาจมาลบหลู่ข้าถึงที่ กล่าวออกปากว่าศิษย์สายตรงข้าไม่คู่ควรกับลูกสาวมัน ข้าจะให้มันได้เห็น! ” เทียนอวิ๋นตะคอกออกด้วยความหยิ่งยะโส
“ ข้าอนุญาตให้เ้าปลดผนึกจิติญญาแสง์เก้าชั้นฟ้า !” ฮ่าวเทียนสะดุ้งเฮือก หลังจากมันฝึกฝนท่าร่างแสง์ไม่กี่เดือน มันจึงรับสืบทอดปราณแสง์โดยตรง อาจารย์กล่าวแก่มันว่า เมื่อรับสืบทอดพลังธาตุนี้ ดวงจิตจะบังเกิดผนึกเก้าชั้น แต่ละ่ชั้นปิดกั้นพลังสุดหยั่งของธาตุแสงาไว้ ทั้งบันทึกสรรพวิชาั้แ่ครั้งอดีตกาล เพียงแต่หากคิดปลดผนึกจะต้องบรรลุระดับปราณสูงพอจึงจะรับมือกับความแปรเปลี่ยนได้ อีกทั้งต้องได้รับสืบทอดสายเืโดยตรงก่อนด้วย ฮ่าวเทียนยิ่งคิดยิ่งสงสัยในเื่ราว จึงกล่าวถาม
“ อาจารย์ ที่แท้ ท่านมีความแค้นใดกับเขาแน่ ? อีกทั้ง ต่อให้ข้าปลดผนึกพลังธาตุ การประลองก็จบลงแล้ว ไม่อาจทำอันใดได้อีก ? ” เทียนอวิ๋นหันกลับมา
“ ยังไม่จบ พรุ่งนี้งานประลองรอบสุดท้ายระหว่างศิษย์ลำดับเทพยุทธ์ 16 คน จึงจะเริ่ม คืนนี้ เ้าเตรียมตัวให้ดี อาจารย์จะเตรียมการบังคับทะลวงด่านพลังต่อไปของเ้า และมอบโลหิตแสง์แก่เ้า... ” แม้ในใจฮ่าวเทียนมีคำถามมากมาย แต่ตัวมันรู้ดีว่าการบังคับทะลวงด่านพลัง ต้องใช้พลังชีวิตของเทียนอวิ๋นเข้าขับเคลื่อนเป็แน่ เพียงมันไม่อาจเอ่ยปากปฏิเสธความตั้งใจของเทียนอวิ๋น ไม่เช่นนั้นอาจารย์ของมันคงได้ผิดหวังแล้ว ยามนี้มันนั่งอยู่คนเดียว แม้ร่างกายฟื้นฟูจนแทบหายดี แต่จิตใจสับสนวุ่นวายกับเื่ราวมากมายนัก ก่อนจะคิดขึ้นได้ว่า
“ ยังจะคิดอะไรให้มากความอีก? เพียงข้าแข็งแกร่งมากพอ ตอบแทนความหวังท่านอาจารย์และท่านปู่ได้ พี่หญิงก็ไม่ต้องคอยหลบลี้ข้า กระทำสิ่งใดล้วนอยู่ในการควบคุม! ” เด็กหนุ่มเอ่ยคำออกมาอย่างตั้งมั่น
ทันใดนั้นมีร่างเงาหนึ่งปรากฏขึ้นในห้องพักผ่อนของมัน ฮ่าวเทียนจับััได้จึงกล่าวออก
“ พี่หญิง ท่านมาเยี่ยมข้าวันนี้จะสิบครั้งได้แล้ว เหตุใดไม่มาพบหน้าข้าเสียที ? ” ได้ยินดังนั้นนางจึงเดินออกมาจากเงามืด
“ ฮ่าวน้อย เ้าเปลี่ยนไปมาก เข้มแข็งขึ้นมาก ผิดกับเด็กน้อยที่พี่พบเจอเมื่อปีก่อนนัก... ” ฮ่าวเทียนยิ้มอย่างพึงใจก่อนตอบกลับ
“ ใช่หล่อเหลาขึ้นด้วยรึไม่ ? ” ได้เห็นสีหน้ายิ้มเยาะของฮ่าวเทียนเหมือนเมื่อครั้งปีก่อนที่พบเจอกัน นางไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์ใดๆอีกต่อไป สองตาพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา ก่อนจะพุ่งโถมเข้ากอดเด็กหนุ่มพลันกล่าว
“ เ้าเด็กโง่ เ้า...เ้ากลับมาแล้วจริงๆ...” ฮ่าวเทียนโอบกอดหญิงสาวไว้ในอ้อมอกตนเนืองแน่น ในหัวขาวโพลนโล่งสะอาดคล้ายบรรลุเข้าใจบางสิ่ง ท่ามกลางเสียงร้องเบาของนาง ฮ่าวเทียนเอ่ยปากขึ้น
“ พี่หญิงไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง ข้าจะเข้มแข็งขึ้นยิ่งกว่านี้ จนถึงวันที่ข้าโอบกอดท่านได้โดยไม่ต้องหลบซ่อน ถึงวันที่พ่อของท่านยอมรับในตัวข้า ! ” ได้ยินดังนั้นมู่ชิงเสวียนกล่าวเบาอยู่ในอ้อมอกมัน
“ เ้าสัญญาแล้วนะ …ข้า เชื่อใจเ้า ”
จบตอน