หลังอาหารเช้า ข้าวขวัญก็ได้แต่นั่งๆ นอนๆ ที่ใต้ถุนบ้านตรงโซฟา เปิดดูหนังสือเก่าๆ ที่วางอยู่ตรงชั้นข้าง ๆ ผนัง มันเพลินหน่อยตรงที่ได้นั่งมองวิวทะเล ต้นไม้ที่ปลูกไว้รอบบริเวณบ้านจนทึบนั้น ช่วยให้ใต้ถุนบ้านเย็นสบาย ลมทะเลพัดมาอ่อนๆ เป็ครั้งคราว แต่ไอความร้อนก็ทำให้เธอแสบผิว เพราะั้แ่กลับมาจากอเมริกา ใบหน้าเนื้อตัวของเธอยังไม่ได้เจอเครื่องสำอางค์บำรุงผิวเลยแม้แต่น้อย ส่วนนายทิว เขาหายไปั้แ่หลังอาหารเช้า ส่วนนางทองกรก็มีกิจกรรมทำอยู่ตลอดเวลา เช่นกวาดลานบ้าน รดน้ำต้นไม้ คลุกข้าวให้แมวหมาแถวๆ นั้น และเตรียมอาหารมื้อต่อไปอยู่ในครัว
พอสายๆ ใกล้เที่ยง อากาศก็เริ่มร้อนจัด เธอจึงล้มตัวลงนอนที่โซฟาตัวยาวเพราะไม่มีอะไรทำ ในที่สุด ข้าวขวัญก็หลับไปเพราะลมใต้ถุนบ้านนั้นพัดมาอยู่เรื่อยๆ แม้จะเป็ลมร้อนก็ยังดี
"แม่..ฉันหิวแล้ว แม่ทำไรวันนี้?"
ทิวไทเดินเข้ามาในครัวแล้วเข้าสวมกอดนางทองกรด้านหลัง ผู้เป็แม่จึงละมือจากการตำน้ำพริก หันมากอดลูกรักแถมหอมแก้มให้อีกฟอดใหญ่ ยังไงๆ ทิวไทก็เป็เด็กชายทิวไทของนางเสมอ
"หมูโค น้ำชุบ ของโปรดทิวไง แล้วก็ทำต้มยำกุ้งไม่เผ็ดมากให้หนูข้าว มีใบเหลียงผัดไข่ น่าจะต้องทำให้หนูข้าวทุกวัน"
นางทองกรมองทิวไทด้วยแววตาที่แสดงความห่วงใย
"แล้วแม่ถามหน่อย เมื่อคืนนอนกันยังไง? แม่เป็ห่วงหนูข้าวจัง แล้วหนูข้าวจะขอนอนกับทิวไปถึงเมื่อไหร่กัน? ใครรู้เข้าตายพอดี ดีนะที่นี่มีแต่พวกเรา"
"ฉันก็หนักใจอยู่แม่ แต่ก็เข้าใจนะแม่ ว่าคุณข้าวแกไม่ได้กลัวปืนหรือกลัวถูกฆ่าหรอก"
แล้วทิวไทก็เล่าเื่ที่ขวัญข้าวถูกเสี่ยวิรุณอยากได้เป็เมียจนถึงกับลงทุนตามมาเอง จนกระทั่งให้ลูกน้องมาฉุดอีกรอบราวกับบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป หนำซ้ำไอ้พงษ์มันยังคิดปล้ำก่อนที่จะเอาเธอไปให้นายมันอีก
"ฉุดกันนี่มันหมดสมัยไปแล้วนะ ยังมีคนทำเื่ชั่ว ๆ อย่างนี้อยู่อีกเหรอเนี่ย โธ่เอ๊ย! เวรกรรม สงสารหนูข้าวจริง ๆ แล้วนี่ทิวจะทำยังไงต่อ?"
"ผมก็มืดแปดด้าน นี่ถ้าคุณข้าวรู้สักหน่อยว่าพ่อตัวเองทำอะไรอยู่ คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้ แต่ไม่เป็ไรแม่ ฉันจะทำให้เรียบร้อยให้เร็วที่สุด ขอแค่แม่ช่วยทำตามที่ฉันขอเท่านั้นเอง"
"เื่นั้นไม่มีปัญหาหรอก แต่เื่ของทิวน่ะสิ ยังไงก็เร่งทำเข้านะ แม่เอาใจช่วยลูก จะได้มีเวลากลับบ้านกลับช่องกับเขาบ้าง หมดเื่นี้แล้วลาออกมาช่วยแม่ดูบ้านเช่ากับสวนบนเขาเถอะ ถึงเราจะไม่ได้ร่ำรวย แต่อยู่ที่นี่เราก็ไม่อดตาย...อ้าวหนูข้าวตื่นแล้ว ไปทิว ไปหาหนูข้าวลูก"
นางทองกรเห็นข้าวขวัญลุกขึ้นนั่งแล้ว จึงรีบบอกทิวไท เพราะเกรงว่าข้าวขวัญจะได้ยินเื่ที่เธอคุยกับลูกชาย
สองแม่ลูกหยุดคุยกัน ทิวไทเดินออกมาด้านนอก เห็นข้าวขวัญลุกขึ้นนั่งบนโซฟา ผมเผ้ายุ่งเหยิง เธอหันซ้ายหันขวาอย่างงงๆ เพราะเพิ่งตื่น
"กินข้าวกันคุณ แม่ทำอาหารเที่ยงเรียบร้อยแล้ว"
อาหารกลางวันผ่านไป ข้าวขวัญไม่พูดไม่จา เพียงแต่บ่นเขาว่าเขาหายไปไหนทำไมไม่บอก เขาบอกเพียงสั้นๆ ว่าเขาไปทำธุระ เท่านี้เธอก็ไม่ถามอะไรต่ออีก ซึ่งทำให้นางทองกรทั้งเป็ห่วง ทั้งสงสาร เพราะพอทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ทิวไทก็ทิ้งเธอไว้อีกแล้วโดยการผลุบหายออกไปทางหลังบ้าน ข้าวขวัญจึงได้แต่นั่งอยู่บนโซฟาคนเดียว
"คุณป้าคะ หนูอยากยืมโทรศัพท์คุณป้าหน่อยค่ะ"
ข้าวขวัญเดินมาขอโทรศัพท์นางทองกร
"ป้าไม่มีโทรศัพท์หรอกจ๊ะหนู มีแต่ทิวเท่านั้นแหล่ะที่มี อยู่ที่นี่ป้าไม่ต้องใช้อะไร"
ข้าวขวัญพยักหน้ารับแล้วไม่พูดอะไรต่อ เธอขอตัวขึ้นไปพักบนห้องแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน นางทองกรได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศที่ห้องนอนของทิวไททำงานแล้วนางก็ส่ายศีรษะ
"ยังสาวยังสวย อนาคตยังอีกไกล เวรกรรมแท้ๆ คุณข้าวเอ๊ยยย!"
ทิวไทกลับมาตอนค่ำๆ เขาเห็นข้าวขวัญนั่งทานอาหารเย็นอยู่กับนางทองกร ป้าพรและไข่นุ้ย โดยเฉพาะไข่นุ้ยที่นั่งติดกับข้าวขวัญแจแล้วชวนเธอคุย ซึ่งทิวไทก็เห็นว่าดีเหมือนกัน มีเด็กๆ วุ่นวายเสียหนึ่งคน เผื่อว่าจะได้เบี่ยงเบนความสนใจของหญิงสาวไปได้บ้าง ส่วนข้าวขวัญเองนั้น พอได้ไข่นุ้ยคอยซักถามตามประสาเด็ก ก็เรียกรอยยิ้มของเธอกลับมาได้อีกครั้ง
"ไข่นุ้ยบอกเพื่อนๆ ว่ามีพี่ข้าวมาอยู่ด้วย แล้วก็สวย เพื่อนๆ บอกว่าอยากมาเที่ยวที่บ้านมาดูพี่ข้าว จะได้มั้ย?"
"ได้สิ ว่าแต่มาดูเฉย ๆ เหรอ ดูแล้วยังไงอีกล่ะ ไข่นุ้ย" ข้าวขวัญยิ้มให้ไข่นุ้ย
"มาเล่นน้ำกัน ดีมั้ยพี่ข้าว? พี่ข้าวว่ายน้ำเป็หรือเปล่า?"
"เป็สิ เพื่อนมีกี่คนล่ะ ไข่นุ้ย?"
"สามคนคับ พี่ข้าวไม่ว่าอะไรนะ? ไข่นุ้ยบอกแล้วว่าไม่ให้บอกใคร"
"ไม่ว่า เอาเพื่อนมาสิ"
"ไอ้นุ้ย เอ็งก็อวดเขาไปทั่วนะ เดี๋ยวพี่เขาก็รำคาญเอาหรอก"
ป้าพรว่าไข่นุ้ย แต่จริง ๆ แล้ว นางก็แอบภูมิใจจะแย่ที่บ้านได้ต้อนรับสาวสวย แล้วก็มาแบบในหนัง แบบนางเอกหนีการไล่ล่าของผู้ร้ายมาแล้วก็มาหลบอยู่ที่นี่ ถึงแม้เื่จริงจะเพียงครึ่งเดียว แต่นางพรก็อดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี
"คุณข้าว...เอ้าา.."
ทิวไทเดินเข้ามายืนใกล้ๆ ข้าวขวัญแล้วยื่นถุงพลาสติกใบขนาดกลางให้เธอ ลำพังเสื้อผ้าของเธอที่เขายัดใส่เป้มาจากบ้านสวนนั้น มันไม่เพียงพอ เขาจึงเข้าไปในตลาด แล้วซื้อเพิ่มมาให้
"อะไร?"
"ที่นี่อากาศร้อน ผมว่าชุดพวกนี้คุณน่าจะใส่สบายกว่า"
ข้าวขวัญหน้าแดงเมื่อเอามือคุ้ย ๆ ดูแล้วพบว่าในถุงนั้นก็มีถุงพลาสติกเล็ก ๆ อีกหลายถุงอัดกันอยู่ มีทั้งชุดชั้นนอกและชุดชั้นในปนกันอยู่เต็มไปหมด
"ขอบใจนะ"
หญิงสาวพึมพำแต่หน้าแดงก่ำ ทิวไทรีบเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวที่ว่างเพราะเขาเองก็เขินไม่น้อย ที่ต้องไปซื้อเสื้อผ้าให้ผู้หญิงที่เขาไม่รู้สัดส่วนของเธอมาก่อน แต่เท่าที่ตาเห็น เขาก็ว่าเขากะไม่พลาดแน่นอน
"ป้าพรทำอะไรกิน หิวแล้วเนี่ย..."
ทิวไทรีบเปลี่ยนเื่ เพราะกลัวว่าหน้าตัวเขาเองจะแดงมากไปกว่านี้...เขาหย่อนตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ตัวที่ว่าง เมื่อป้าพรเลื่อนจานข้าวมาตรงหน้า ทิวไทก็ตั้งหน้าตั้งตากินด้วยความหิวโหย
"เอ้า กินค่อยๆ ไปทำอะไรมาล่ะ ถึงหิวซ่กขนาดนั้น เดี๋ยวก็ติดคอหรอกลูกชายฉัน"
นางทองกรเลื่อนน้ำให้ทันตอนที่ชายหนุ่มไอค่อกแค่กพอดี ข้าวขวัญมองแล้วก็ต้องขมวดคิ้วใส่ นายทิวนี่มีท่าทีแปลก ๆ เข้าทุกวัน ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ หายไปเป็วัน ๆ โผล่มาแต่ตอนทานข้าว แต่ก็ยังดี ที่เขาไม่ได้หายเลย เขาจะกลับมาทุก ๆ มื้ออาหารให้เธอได้เห็นหน้า เท่านี้ เธอก็อุ่นใจแล้ว
"ไข่นุ้ยอาจจะวุ่นวายไปบ้าง ผมต้องขอโทษแทนมันด้วยนะ"
ทิวไทพูดกับข้าวขวัญตอนหัวค่ำในห้องนอน เขานั่งอยู่บนเตียงนอน กำลังเช็ดศีรษะให้แห้งหลังอาบน้ำ ในขณะที่หญิงสาวนั่งอยู่กับพื้น พับเสื้อผ้าที่เขาซื้อมาให้ไว้บนโต๊ะหัวเตียงที่มีลักษณะคล้ายตู้เล็ก ๆ เพราะมีลิ้นชักเล็กๆ อยู่ด้วยสองชั้น
"ไม่เป็ไรหรอก ไข่นุ้ยน่ารักดี ชวนฉันคุยฉันจะได้ไม่เบื่อ ได้ลืม ๆ อะไรไปเสียบ้างชั่วคราวก็ยังดี แล้วฉันก็รู้นะ ว่านายอยากปิดหูปิดตาฉัน ไม่อยากให้ฉันดูข่าวใช่มั้ย?"
"อื้อ..รู้แล้วก็ให้เชื่อผม ไม่ต้องไปอยากดู ถึงเวลาแล้วคุณก็จะรู้เอง"
ข้าวขวัญก้มหน้าก้มตาพับเสื้อผ้าต่อโดยไม่แสดงอาการอะไร ทิวไทก็เลยนั่งมองหญิงสาวพับผ้าเพลินไป คิดว่าเขาคงเลือกมาถูกใจนะ เขาเลือกกางเกงช้างทั้งขาสั้นขายาวหลายสีคละกันมา แล้วเสื้อก็เป็เสื้อยืดคอกลมหลายตัว ดูน่าจะไม่ร้อน ส่วนชุดชั้นในนั้นเขาก็กะ ๆ เอาด้วยสายตา หวังว่ามันคงจะลงตัวเวลาที่เธอสวมใส่...เขาหมายถึง...บราเซียหน่ะ ส่วนแพนตี้ เขาก็เลือกไซส์เล็กไว้ก่อน ก็ตัวนิดเดียว เอวน่าจะเท่าฝ่ามือเขาเท่านั้นเอง
"คืนพรุ่งนี้ไปฟูลมูนปาร์ตี้กันนะ"
"ฉันไม่อยากไปเลย นายทิวไม่พาฉันไป ฉันก็ไม่ว่าอะไรนะ จริงๆ แล้วตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น"
"ไปเถอะคุณ ไปแล้วจะติดใจให้ผมพาไปอีก ไม่ชอบเดี๋ยวผมพากลับ"
ทิวไทแค่อยากให้เธอได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ บ้าง จะได้ลืมเื่ร้าย ๆ ไปได้บ้างชั่วคราวก็ยังดี เขาอยากเห็นข้าวขวัญยิ้ม มันทำให้เขาชุ่มชื่นใจยังไงก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน
"ไม่มีใครตามเรามาแน่นะ ฉันหมายถึง นายวิรุณน่ะ ฉันยังกลัวอยู่เลย"
"คนเป็พันเป็หมื่น แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าเราอยู่ที่นี่ด้วย คุณข้าวสบายใจได้ อยู่กับผมแล้วปลอดภัยแน่นอน"
ทิวไทลุกขึ้น แล้วเดินไปนั่งขัดสมาธิใกล้ๆ กับข้าวขวัญที่กำลังพับเสื้อผ้าอยู่ หญิงสาวไม่ทันตั้งตัว เธอรีบตะครุบชุดชั้นในใส่ถุงแทบไม่ทัน
"นายทิว!"
ข้าวขวัญหน้าแดงในขณะที่ทิวไทนั้นก็ลืมตัว ว่ามันมีชุดชั้นใน ที่เธอต้องจัดเข้าตู้เล็กๆ ที่หัวเตียงนั้นด้วย เขาแค่อยากจะมาอยู่ใกล้ๆ เธอก็แค่นั้นเอง
"ฉันกำลังพับผ้าอยู่ นายทิวถอยไปก่อน"
"ไม่เห็นเป็ไร คุณก็พับไปสิ ผมซื้อผมเลือกเองทั้งนั้น" ก็เขาลงนั่งเรียบร้อยแล้วนี่นา ทิวไทเลยหันหน้าไปทางอื่นแทน
"เอ้า ผมหันหน้าไปทางอื่นก็ได้"
"แน่นา อย่าหันมานะ"
"เออ แน่สิ คุณพับไปเถอะ"
ข้าวขวัญไม่รู้ตัวว่าตัวเองยิ้มให้กับแผ่นหลังหนาที่อยู่ภายใต้เสื้อยืดสีขาวเก่าๆ นั้น อยู่กับนายทิวจนเคยชินว่าจะต้องมีเขา ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปเพียงไม่กี่วันก็ตาม เธอกลับรู้สึกไว้ใจและปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ เธอยิ้มอย่างรู้สึกอบอุ่นเวลาที่เขาทำอะไรให้ อย่างเช่นวันนี้ ที่เขาซื้อเสื้อผ้าให้เธอ แล้วพรุ่งนี้ เขาก็จะพาเธอไปเที่ยว