หลังจากผ่านมื้อเช้าที่ทุลักทุเลแต่มีความสุข อิ่ม อร่อยกันไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องทำงานของวันนี้
โดยชิงอีวางแผนไว้ว่า จะรื้อแปลงผักหลังบ้าน ทำเป็แปลงปลูกมันเทศ แต่ก็จะแบ่งบางส่วนไว้ปลูกผักด้วย แต่ต้องรอสามีกลับมาก่อน จะให้พาเข้าเมืองไปซื้อเมล็ดผัก ดังนั้น ตอนนี้ก็ถางหญ้า พรวนดิน บำรุงและเพิ่มสารอาหารในดินไปก่อนละกันนะ
“วันนี้พวกเราจะรื้อแปลงผักหลังบ้านกัน เมื่อวานข้าเก็บเถามันเทศมาด้วยตอนนี้แช่น้ำไว้แล้ว แต่เราต้องขึ้นแปลงปลูกกันก่อน” นางพูดไปก็มองหน้าเด็ก ๆ ไปด้วย
“พี่สะใภ้ขอรับ เราทำไปจะไม่เสียเวลาเปล่าหรือขอรับ ในเมื่อปลูกไปก็ไม่ขึ้นอยู่ดี”
ห่าวหลานถามด้วยความสงสัย เพราะจากที่ผ่านมาไม่เคยมีใครปลูกจนมันโตสามารถกินได้เลย แม้แต่พี่ใหญ่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน
“ขึ้นสิ เชื่อมือข้าได้เลย”
เด็ก ๆ ฟังดังนั้น ก็พยักหน้าเข้าใจแม้จะยังไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็คงต้องรอดูต่อไปว่าจะเป็จริงหรือไม่
ชิงอีรับรู้ได้ว่าเด็กน้อยยังไม่เชื่อถือเท่าไหร่ แต่เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่ถามอะไร จึงพูดต่อว่า
“อย่างนั้น พวกเราไปเอาเครื่องมือทำสวนกันเถอะ เอ…มีแค่จอบกับตะกร้าหรือ อย่างอื่นไม่มีเลย ไม่เป็ไรแค่นี้ก็ได้” นางพึมพำอยู่คนเดียว แล้วแบกเครื่องมือไปหลังบ้าน โดยมีเด็ก ๆ เดินตามไปอย่างสงสัยว่าเอาของพวกนี้ไปทำไม
ตุบ!!
ชิงอีวางของลงเมื่อมาถึงแปลงผักหลังบ้านแล้ว
“พี่สะใภ้เอาของพวกนี้มาทำอะไรเ้าคะ” ซิงเอ๋อทนไม่ไหวจึงถามออกไปด้วยความสงสัย
“หือ..ออ ของพวกนี้เหรอ เอามารื้อและทำแปลงผักใหม่นะซิ ทำไมเหรอ” นางตอบแล้วก็มองพวกเขาแปลก ๆ เช่นกัน มาทำแปลงผักก็ต้องใช้จอบถูกแล้วนิ ผิดตรงไหนอะ
“ปกติตอนทำแปลงผัก พวกเราไม่ได้ใช้เครื่องมือพวกนี้หรอกขอรับ”
“อ้าว พวกเ้าทำกันยังไงหละ แล้วของพวกนี้เอาไว้ทำอะไร” นางชี้ไปที่เครื่องมือแล้วถาม
“ของพวกนี้ส่วนมากพี่ใหญ่จะเอาไว้เข้าป่า และปกติเวลาขึ้นแปลงผัก พวกข้าทำแบบนี้ขอรับ”
เด็กชายว่าแล้วก็เดินไปหน้าแปลงผักที่้า และยื่นมืออกไปข้างหน้า
สิ่งที่ชิงอีเห็นทำให้นางถึงกับต้องยกมือปิดปาก ไม่ให้หลุดกรีดร้องออกมาด้วยความใ เพราะว่า อยู่ ๆ ดินตรงนั้นก็ขยับแยกออกจากกัน และพลิกกลับ เอา้าลงล่างด้านล่างขึ้นบน สภาพเหมือนตอนที่นางขุดดินขึ้นแปลงเมื่อก่อนไม่มีผิดเลย
เห็นดังนั้นหญิงสาวจึงคิดว่า นี่นางลืมไปได้ยังไงนะ ว่าโลกนี้ไม่เหมือนที่ ๆ จากมา ทุกอย่างสามารถเป็ไปได้ อย่างเื่นี้เป็เพราะว่าเสี่ยวหลานมีพลังธาตุดินจึงสามารถพลิกหน้าดินได้ สะดวกสบายจริง ๆ เลยนะ แต่ว่า… เมื่อนางคิดบางอย่างออก จึงรีบหันไปถามเด็กชายทันที
“เสี่ยวหลาน ในเเมื่อเ้าสามารถทำแบบนี้ได้ ทำไมเมื่อวานตอนเก็บมันเทศเ้าไม่ทำแบบนี้ด้วยละ”
“เอ่ออออ คืิอ… เมื่อวานข้าตื่นเต้นที่เจอเสบียงเพิ่มเลยลืมไปหนะขอรับ แหะ ๆ ” ห่าวหลานตอบออกมาพร้อมก้มหน้าลูบท้ายทอยตัวเองอย่างอาย ๆ
“ฮะฮ่าฮ่า ไม่เป็ไร ๆ คราวหน้าค่อยว่ากันใหม่ก็ได้” นางหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูเด็กน้อย โดยมีแฝดคนเล็กยิ้มขำพี่ชายตัวเองอยู่ข้าง ๆ นางด้วยเช่นกัน
“งั้นเรามาแบ่งงานกันอย่างนี้ละกัน เสี่ยวหลานจะต้องขึ้นแปลงแบบนี้จนเต็มหลังบ้านของเราเลย เพราะข้าวางแผนจะปลูกผักด้วย แต่ต้องรอพี่ใหญ่ของพวกเ้ากลับมาก่อนถึงจะไปซื้อเมล็ดผักในเมืองได้ ตอนนี้ก็ขึ้นแปลงและบำรุงดินกันก่อน ส่วนข้ากับซิงเอ๋อจะคอยเก็บเศษหญ้าพวกนี้ออกจากแปลงไปไว้ข้างรั้วบ้านด้านนั้นเอง ตกลงตามนี้นะ”
ขณะพูดชิงอีก็ชี้มือไปบริเวณรั้วที่นางหมายตาเอาไว้ด้วย
“ขอรับ/เ้าค่ะ” เด็ก ๆ ตอบรับด้วยความกระตือรือร้น ที่จะได้ลองปลูกผักอีกครั้ง
จากนั้นทุกคนก็ลงมือทำตามหน้าที่ของตัวเองที่ได้ตกลงกันไว้ แม้เด็กๆ จะยังไม่รูู้ว่าจะเป็ไปตามที่พี่สะใภ้บอกไหม แต่พวกเขาก็มีความหวัง หวังว่ามันจะโตจนเป็เสบียงให้เก็บเกี่ยว จะได้ไม่อดอยากกันอีกต่อไป
ทำไปได้ค่อนของพื้นที่ พวกเขาก็หยุดพักกันก่อนเพราะถึงเวลามื้อเที่ยงแล้ว โดยคราวนี้คนที่ท้องร้องเสียงดังสนั่นไม่ใช่แฝดน้องแต่เปลี่ยนเป็แฝดพี่แทนเสียอย่างนั้น โดยเขาได้ให้เหตุผลว่า
“เอ่อ…ออ สงสัยข้าจะใช้พลังมากไปเลยทำให้หิว ดังนั้น… พวกเราไปเติมพลังกันเถอะ เดี๋ยวข้าล่วงหน้าไปก่อนนะขอรับ” ว่าแล้วเขาก็ไม่ได้รอคำตอบ แต่รีบวิ่งไปทันที ถ้านางมองไม่ผิดเหมือนเขาจะหูแดง ๆ ด้วยนะ ฮ่าฮ่าฮ่า น่ารักจริง ๆ
ส่วนแฝดน้องเล็กนั้น ลงไปนั่งขำพี่ชายตัวเองที่พื้นแล้ว นางก็ถึงกับส่ายหน้าขำ ๆ และคิดว่า การมีเด็ก ๆ อยู่ด้วยก็ทำให้ไม่เหงาดีนะ ดีกว่าอยู่คนเดียวเป็ไหน ๆ เลย
จากนั้น นางและซิงเอ๋อก็รีบเดินตามเสี่ยวหลานเพื่อไปกินข้าว ก่อนที่จะไม่เหลืออะไร เพราะมันอร่อยเกินต้านทานอะนะ อิอิ
่บ่ายพวกนางช่วยกันทำต่ออีกหนึ่งชั่วยามก็เสร็จเรียบร้อย ได้แปลงผักมาทั้งหมด 20 แปลง แต่ละแปลงขนาดกำลังพอดี ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป
ซึ่งระหว่างที่นางเก็บหญ้าออกจากแปลงนางก็พิจารณาดินไปด้วย พบว่าดินขาดการดูแล และถ้ายังปล่อยไว้แบบนี้ก็จะยิ่งแย่ลงไปเรื่อย ๆ ดังนั้นสิ่งแรกที่นางจะทำคือบำรุงและเพิ่มสารอาหารในดินก่อน แต่นางจะหาปุ๋ยจากไหนนะ
ชิงอีมองไปรอบ ๆ ก่อนจะสะดุดเข้ากับลำธารหลังบ้าน นางจึงยิ้มมุมปากออกมาเมื่อคิดออก จากนั้นก็เร่งมือทำงานต่อไปจนเสร็จ
“เอาหละ ตอนนี้เสร็จแล้วหนึ่งอย่าง ต่อไปเป็ขั้นตอนการบำรุงและเพิ่มสารอาหารให้ดิน พวกเ้าตามข้ามาเอาตะกร้าไปด้วยนะ ข้าจะพาไปหาของบำรุงดินกัน”
ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินนำหน้าลิ่วไปเลย โดยมีเด็กแบกตะกร้าวิ่งตามมาด้านหลัง
“ถึงแล้ว ที่นี่แหละ” ชิงอีเดินนำมาจนถึงลำธาร เมื่อวานนางเดินผ่านแล้วเห็นว่าบริเวณนี้มีซากพืชตะกอนต่าง ๆ ทับถมอยู่มากมาย ซึ่งนี่เป็ปุ๋ยธรรมชาติเลยนะ มีแร่ธาตุที่เหมาะจะเอาไปบำรุงดินมากๆ แม้จะไม่ถึงกับดีที่สุด แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย
หญิงสาวหันไปเห็นเด็ก ๆ ทำหน้างง จึงชี้ไปด้านหน้าและอธิบายว่า
“นี่อย่างไรเล่า สิ่งที่ใช้บำรุงและเพิ่มสารอาหารให้กับดินที่ข้าบอก พวกนี้คือ ซากพืช ซากสัตว์ ซากต้นไม้ ใบไม้ต่าง ๆ ที่ผ่านการทับถมและสะสมมากเป็เวลานาน มีสารอาหารต่าง ๆ มากมาย
ข้าไม่รู้จะอธิบายยังไงให้พวกเ้าเข้าใจง่าย ๆ เอาเป็ว่าสิ่งนี้ข้าเรียกว่า ปุ๋ยธรรมชาติ เหมาะสำหรับนำไปบำรุงดินมากที่สุดแล้วในเวลานี้หนะนะ”
ชิงอีพยายามจะอธิบายให้พวกเขาเข้าใจ แต่ก็ไม่รู้จะพูดแบบไหน จะให้บอกว่า สิ่งนี้เป็อินทรีย์วัตถุที่ย่อยสลายสมบูรณ์แล้ว มีธาตุอาหารหลักที่จำเป็ต่อพืช คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหรอ แบบนี้ไม่ดีแน่ นอกจากพวกเขาจะไม่เข้าใจแล้ว คงจะจับนางไปหาหมอเพราะคิดว่านางเป็บ้าพูดไม่รู้เื่แน่ ๆ
เด็ก ๆ พยักหน้ารับฟังคำอธิบายนางอย่างงง ๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่ม เพราะถามไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี รอทำตามที่พี่สะใภ้สั่งทีเดียว ง่ายกว่าเยอะ
เมื่อนางเห็นว่าพวกเขาไม่มีคำถามแล้ว จึงสั่งให้เด็ก ๆ ตักปุ๋ยพวกนี้ไปใส่แปลงผักทันที
ตักกันอยู่ประมาณหกถึงเจ็ดรอบก็หยุด เพราะพอแล้ว
จากนั้นนางก็ให้เสี่ยวหลาน ใช้พลังพลิกหน้าดินเหมือนเดิม แต่คราวนี้เขาทำได้ไม่กี่แปลงก็หมดแรง อาจจะเพราะใช้พลังติดต่อกันนานเกินไป หญิงสาวจึงไล่ให้เด็ก ๆ ไปนั่งรอในร่มเดี๋ยวนางทำต่อเอง
ตอนแรกพวกเขาก็ไม่ยินยอม อยากจะช่วยต่อ แต่นางยกเื่จะไม่สบายมาขู่ พวกเขาจึงรีบเดินไปพักทันที สงสัยจะกลัวป่วย พูดถึงไม่ได้เลย (พวกเขากลัวเสียเงินต่างหากหละ/ไรท์)
เมื่อไม่มีพลังช่วยแล้วชิงอีก็เลือกวิธีธรรมดาพื้น ๆ นี่แหละ ใช้จอบไปเลยจ้า ตอนแรกที่นางหยิบจอบมาขุดพลิกหน้าดิน เด็ก ๆ ถึงกับะโถามว่า มันทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ นางก็ตอบไปว่า ได้ซิทำไมจะไม่ได้จอบก็มีไว้ขุดอยู่แล้วนิ เข้าใจยากตรงไหน เด็ก ๆ เลยพยักหน้าเห็นด้วย คอยมองตามนางแล้วไม่ได้ถามอะไรอีก
กระทั้งผ่านไปถึงยามเย็น หน้าดินก็ถูกพลิกจนเรียบร้อยหมดทุกแปลง แลกกับมือของนางที่พองออกมาเล็กน้อย
‘พรุ่งนี้จะเจ็บไหมนะ ช่างมัน ปล่อยให้เป็เื่ของวันพรุ่งนี้ละกัน’
ชิงอีชวนเด็ก ๆ กลับเข้าบ้าน พวกเขาจึงรีบวิ่งมาถือเครื่องมือให้เพราะเห็นว่านางเหนื่อยมากแล้ว
และเพราะความเหนื่อยอีกแล้ว วันนี้พวกนางจึงได้กินมันเผากันอีกหนึ่งมื้อ จากนั้นจึงแยกย้ายกันไปนอน
ชิงอีล้มตัวลงนอนแล้วคิดว่า
‘ผ่านไปอีกหนึ่งวันแล้วซินะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ราตรีสวัสดิ์ฝันดีนะชิงอี’
อวยพรตัวเองเสร็จนางก็ผล่อยหลับไปทันที โดยไม่เอะใจเลยว่าตัวเองได้ลืมอะไรบางอย่างไป
Talk
ไรท์ : นี่ อีอี เธอลืมอะไรไปหรือป่าว
ชิงอี : งืม ๆ ลืมอะไรเหรอ ไม่มีนะ อย่าเพิ่งกวนได้ป่ะ คนจะนอน คร๊อกกกก…ฟี้…
ไรท์ : ฉันเตือนเธอแล้วนะ ถ้าโดนด่าอย่ามาว่าก็แล้วกัน ชิ (งอน)