“เจ้าบ้าบิ่นเช่นนี้ มิได้เห็นท่านเจ้าอำเภออยู่ในสายตาบ้างเลยหรือ?”
ฮูหยินซูตบโต๊ะอย่างแรง สีหน้าของนางสงบ แต่ในใจนั้นกระสับกระส่ายเป็นอย่างยิ่ง
ผู้ที่เอาเงินหนึ่งพันตำลึงมาวางได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ มิใช่คนธรรมดาแน่
“ท่านเจ้าอำเภอเจ้าคะ” เวินซีหันไปมองท่านเจ้าอำเภอ
“คุณหนูเวินซี มีอันใดหรือ?”
“หากข้าจำไม่ผิด ท่านเจ้าอำเภอยังติดหนี้บุญคุณข้าอยู่ครั้งหนึ่งใช่หรือไม่เจ้าคะ ตอบแทนข้าเสียวันนี้เถิดนะเจ้าคะ”
“คุณหนูเวินซีหมายความเช่นไร?”
“ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้นที่นี่ ขอให้ท่านเจ้าอำเภอทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นนะเจ้าคะ”
“นี่มัน...” เมื่อท่านเจ้าอำเภอเหลือบมองฮูหยินซู เขาก็มีสีหน้าลำบากใจ
“หากเรื่องนี้ทำให้ท่านลำบากใจก็ช่างเถิดเจ้าค่ะ เพียงแต่ว่าหากที่อำเภอเกิดเรื่องอันใดขึ้นในภายภาคหน้า เกรงว่าข้าก็คงไม่มีทางไปช่วยท่านเช่นกัน พอดีข้าเป็นคนจำบุญคุณกับความแค้นได้ชัดเจนน่ะเจ้าค่ะ”
เวินซีพูดอย่างสงบ แต่สีหน้าของเจ้าอำเภอเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่นานเขาก็ประสานมือ “คุณหนูเวินซี วันนี้ทำตามใจเถิด”
“ท่านเจ้าอำเภอ ยามนี้ท่านจะปกป้องสตรีชั่วนางนี้หรือ?” ฮูหยินซูขมวดคิ้วแน่น นางลุกขึ้นและมองไปที่เวินซีอย่างโกรธเกรี้ยว
ท่านเจ้าอำเภอทำเป็นมิได้ยิน เขาเดินไปที่หน้าประตูหอซุ่ยเฟิง เมื่อยกมือขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ค่อยๆ ถอยออกไป ทั้งยังช่วยปิดประตูให้ด้วย
“ฮูหยินซู ตัดสินใจหรือยังว่าจะเลือกทางใด? ความอดทนของข้ามีจำกัดนะเจ้าคะ”
เวินซียิ้ม แต่ความเยือกเย็นยังคงแผ่ออกมาจากร่างของนาง
“ข้าบอกว่าไม่รู้ก็ไม่รู้สิ ขอโทษก็ขอโทษไปแล้ว หากเจ้ายังเอาความไม่เลิก อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจแล้วกัน”
“หอซุ่ยเฟิงมิใช่ผู้ใดก็จะทำลายได้! ในเมื่อท่านเจ้าอำเภอไม่สนใจ เช่นนั้นข้าก็ไม่มีเหตุใดจะต้องอ่อนข้อให้เจ้า”
เมื่อเจ้าหน้าที่ออกไป ก็ไม่มีผู้ใดคอยควบคุมคนที่หอซุ่ยเฟิงอีกแล้ว ในขณะที่ฮูหยินซูพูด คนของนางก็ลุกขึ้น ล้อมเวินซีไว้ตรงกลาง
ฮูหยินซูกลับไปนั่งที่ แล้วจ้องมองเวินซี
“ดูเหมือนว่าฮูหยินซูจะตัดสินใจได้แล้ว เช่นนั้น... ก็เข้ามาสิ”
เวินซีคว่ำโต๊ะยาวลงกับพื้นอย่างเยือกเย็น
“ไป เข้าไปสู้นาง” ฮูหยินซูสั่งขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
คนรับใช้ในหอซุ่ยเฟิงพากันวิ่งเข้ามา แต่ยังไม่ทันจะไปถึงตัวเวินซี ทุกคนก็พากันล้มลงกับพื้น
มีกลิ่นแปลกๆ อยู่ในอากาศ เวินซีเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นางรีบไปอยู่ที่หน้าไหเหล้า
“เจ้าคิดจะทำอันใด?” ฮูหยินซูมีใบหน้าซีดลง นางคิดจะลุกขึ้น แต่เมื่อสูดดมกลิ่นแปลกๆ เข้าไป ร่างกายของนางก็อ่อนตัวลงทันที
“เพล้ง เพล้ง เพล้ง”
เสียงดังสนั่นสามครั้งติดต่อกัน ไหเหล้าแตกลงบนพื้น เหล้าไหลเจิ่งนองออกมาจนไปถึงขาของฮูหยินซู
“เหล้าของข้า...” ฮูหยินซูมองดูด้วยความเจ็บปวดใจ ร่างกายของนางสั่นเทา
เหล้าพวกนี้เป็นเหล้าชั้นดีที่นางเสาะหามาจากทุกหนแห่ง
กลับต้องมาพังลงเช่นนี้...
เวินซียังคงไม่หยุดการเคลื่อนไหว นางเดินไปที่เสาต้นใหญ่ในห้อง ก่อนจะดึงผ้าม่านต่างๆ ที่แขวนอยู่บนคานอย่างแรง ทำให้ร่วงลงมา
หอซุ่ยเฟิงอันหรูหรา บัดนี้ได้กลายเป็นพื้นที่รกรุงรัง
ฮูหยินซูกัดฟันและจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของเวินซี
“นางชั่ว ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”
“เช่นนั้นหรือ?” เวินซีพ่นลมอย่างเย็นชา
“ปัง-”
มีเสียงดังสนั่นเกิดขึ้นอีกครั้ง หอซุ่ยเฟิงถูกทำลายจนพังยับเยิน รูปวาดที่มีชื่อเสียงถูกฉีกทิ้งลงบนพื้น
เวินซีกำลังจะขึ้นไปที่ชั้นสอง ในที่สุดฮูหยินซูก็ยอมพูด
“ข้าพูดแล้ว ข้าพูดแล้ว คนผู้นั้นเป็นย่าของเด็กนั่น”
“ย่าหรือ? เจ้ารู้จักนาง แต่เหตุใดถึงไม่ยอมพูด?” เวินซีหรี่ตาลง เปลี่ยนทิศทางเดินไปหาฮูหยินซู
“ข้า... หญิงชราผู้นั้นติดหนี้พวกเรา นางใช้คืนมิได้จึงนำเด็กนั่นมาใช้หนี้” ฮูหยินซูหลบสายตา
เมื่อเห็นท่าทีของนาง เวินซีก็เดาเรื่องราวได้แล้ว
ท่านย่าจ้าวคงจะติดหนี้พนันของหอซุ่ยเฟิงถึงได้นำยียีมาใช้หนี้
ตามบทบัญญัติ ผู้ที่เล่นพนันจะต้องถูกเฆี่ยนร้อยครั้ง ส่วนผู้ที่เปิดบ่อนพนันจะต้องถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด ฮูหยินซูกลัวจึงได้แต่กัดฟันไม่ยอมรับ
“ท่านย่าจ้าวตอนนี้อยู่ที่ใด?” เวินซียืนอยู่ด้านหน้าฮูหยินซู แล้วมองลงไปที่นาง
“นางน่าจะอยู่ที่...” ฮูหยินซูลังเลที่จะบอก
“บ่อนพนันของเจ้า?” เวินซีขี้เกียจจะพูดอ้อมค้อมด้วย
เมื่อได้ยินที่นางเอ่ยออกมา ฮูหยินซูก็พยักหน้า
“อยู่ที่ใด”
“เจ้าชื่อคุณหนูเวินซีใช่หรือไม่? หากต้องการเจอนาง ข้าจะให้คนพานางมาที่นี่”
ฮูหยินซูไม่กล้าบอกที่ตั้งของบ่อนพนัน
เวินซีไม่พูด แต่จุดเครื่องหอมแก้ยาอ่อนกระดูกให้ ไม่นานนักผู้ที่ล้มนอนอยู่บนพื้นก็ลุกขึ้นมาได้
“ไป ไปนำนางนั่นมาเร็วๆ” หลังจากที่ได้รับการสั่งสอนเมื่อครู่แล้ว ฮูหยินซูก็สั่งให้คนรับใช้สองคนออกไปแต่โดยดี
“คุณหนูเวินซี เรื่องนี้... เราก็ถูกหลอกเช่นกัน ตอนที่หญิงชรานั่นพาเขามา นางบอกว่าครอบครัวของเด็กนั่นเป็นโรคตายไปหมดแล้ว ข้าจึงรับเขาไว้”
“เจ้าจะช่วย... ช่วยหอซุ่ยเฟิงปิดเรื่องบ่อนพนันหน่อยได้หรือไม่”
ฮูหยินซูยอมพูดดีด้วย นางรินชาและส่งไปให้เบื้องหน้า
เวินซีเลิกคิ้วแล้วดมกลิ่นชา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีกลิ่นแปลกใดๆ จึงยกขึ้นดื่ม
“ฮูหยินซู ดูจากความสามารถของหอซุ่ยเฟิง เจ้าคงมิได้ดูแลบ่อนพนันเพียงผู้เดียวใช่หรือไม่ พูดสิว่าเจ้าคบค้ากับผู้ใด?”
“ข้า...”
“ฮูหยินซูคิดให้ดีนะ หากเจ้าคิดจะปิดเรื่องนี้ต่อไป อย่าว่าแต่หอซุ่ยเฟิงเลย แม้แต่ตัวเจ้าเองก็จะรักษาไว้มิได้”
ฮูหยินซูยืนด้วยสีหน้าลำบากใจอยู่ข้างๆ แล้วก้มหน้ามองพื้น
“คุณหนูเวินซี อย่าได้บังคับข้าเลย หากข้าพูดไปข้าต้องตายแน่”
“ฮูหยินซูกลัวเช่นนี้เลยหรือ หรือว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นคนสูงศักดิ์คนใด? เรื่องนี้อีกไม่นานก็จะถูกแพร่ออกไปถึงหูเขาอยู่ดี ฮูหยินคิดว่าเขาจะไม่ฆ่าปิดปากเจ้าหรือ?”
คำพูดของเวินซีแทงเข้าไปในใจของฮูหยินซู แต่นางก็ยังไม่กล้าที่จะเอ่ยถึงตัวตนของคนผู้นั้น
เวินซีหัวเราะเบาๆ “ฮูหยินซูคิดให้ดีนะเจ้าคะ”
“ขอบคุณคุณหนูที่กล่าวเตือน” น้ำเสียงของฮูหยินซูเรียบเฉย ไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ได้
ไม่นานนักท่านย่าจ้าวก็ถูกพาเข้ามาจากด้านนอก
นางถูกลากออกมาจากโต๊ะพนัน ในมือยังไม่ทันได้วางปายโกว
“พวกเจ้าทำอันใดน่ะ? ปล่อยข้า ปล่อยข้าสิ เงินที่ติดหนี้พวกเจ้า ข้าคืนไปแล้วมิใช่หรือ? จะจับข้ามาด้วยเหตุใดอีก?”
ท่านย่าจ้าวถูกโยนลงพื้น ปากของนางยังตะโกนลั่น
นางมองคนรับใช้ที่พาตัวมาด้วยความไม่พอใจ ขณะนั้นจึงคิดจะพูดประจบฮูหยินซู แต่เมื่อหันไปเห็นเวินซีก็ถึงกับสะดุ้ง
“ไม่เจอกันนานนะเจ้าคะ” เวินซีเดินมาข้างหน้าอย่างเย็นชา ก้มลงไปหยิบปายโกวจากมือของนาง
“เวิน... เวินซี เจ้าจะทำอันใด?” ท่านย่าจ้าวเสียงสั่น ก่อนจะมองไปทางฮูหยินซูเพื่อขอความช่วยเหลือ
ฮูหยินซูหันไปด้านข้าง ไม่แม้แต่จะเหลียวมอง
“ทำอันใดหรือ? ไม่ควรอธิบายให้ข้าฟังหน่อยหรือ? เหตุใดยียีถึงถูกท่านขายให้หอซุ่ยเฟิง?”
“ข้า... อ๊า...”
เวินซีเหยียบลงบนหลังมือของนาง นางกรีดร้องดังลั่น แล้วใช้อีกมือหนึ่งจับข้อเท้าของเวินซี อยากจะลุกขึ้นยืน
“ข้าให้โอกาสท่านแล้ว แต่ท่านยังยั่วยวนข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดจะใช้ยียีมาล้างหนี้ ครานี้ข้าไม่ปล่อยท่านไปแน่”
นักพนันไม่มีวันกลับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอย่างท่านย่าจ้าว
เวินซีมีแววตาเย็นชา นางสะบัดแขนเสื้อ พลันหยดเหล้าพิษใส่ร่างของท่านย่าจ้าว
ท่านย่าจ้าวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและกลิ้งอยู่บนพื้น
“ปล่อยข้าไป... ปล่อยข้าเถิด... เวิน... เวินซี ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว ขอร้องล่ะ... อ๊า...”
เวินซีมองดูอย่างเย็นชา ในหัวใจของนางไม่มีความสั่นไหวใดๆ ท่านย่าจ้าวดิ้นรนอย่างทรมาน พยายามคลานเข้าไปหาเวินซี
“ปล่อย... ปล่อยข้าไปเถิด... ข้าก็ถูกทำร้ายมาเช่นกัน ขอร้องล่ะเวินซี”
มือของนางอยากจะคว้ากระโปรงเวินซี แต่ก็ถูกเตะออก
“ถูกทำร้ายหรือ? หรือว่ามีผู้ใดเอามีดจ่อคอท่านให้ไปเล่นพนัน?” เวินซีพูดประชดประชัน
“เวินซี เจ้าจะฆ่าข้ามิได้นะ ข้าเป็นคนในครอบครัวจ้าวต้าน หากเจ้าฆ่าข้าจ้าวต้านจะไม่อภัยให้เจ้าแน่ อย่าฆ่าข้าเลย ข้าสัญญาว่าจะไม่เล่นพนันอีก ปล่อยข้าไปเถิด”
“ฮูหยินซู ได้โปรดช่วยข้าด้วย ขอร้องล่ะเจ้าค่ะ”
ท่านย่าจ้าวเห็นว่าขอร้องเวินซีมิได้ผล จึงคลานไปหาฮูหยินซู
“หยุดนางสิ หยุดนางไว้ อย่ามาหาข้า”
ฮูหยินซูถอยห่างแล้วเอ่ยอย่างรีบร้อน คนรับใช้หลายคนจึงเข้ามายืนบังหน้า
ท่านย่าจ้าวมีสีหน้าซีดเผือด หลังจากที่กรีดร้องเสียงดังก็นอนนิ่งอยู่กับพื้นไม่ขยับ