ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่733 ต่อสู้กับ คุณชายวังจิน

       อี้เฉินกายามีบาดแผลฉีกขาดเล็กน้อยทั่วร่าง แม้แต่อาภรณ์ยังขาดลุ่ย ทว่าเขากลับคลี่ยิ้มออกมากว้าง ครั้นกระดูกศักดิ์สิทธิ์ภายในกายเขา ถูกกระตุ้น เต้นเร่าๆ ขึ้นมาอย่างหนัก ราวกับหากอี้เฉินสามารถเรียนรู้ ดูดซับวิชาสังสารวัฏ เข้าไปได้อีกส่วน เขาจะสามารถเลื่อนขั้น พลังย่อยได้อย่างไรอย่างนั้น

 


        อี้เฉินครั้นรับรู้ถึงความตายอย่างหนัก จากปราณพลังที่คุณชายวังจิน รวบรวมขึ้นมา จู่ๆ ร่างอี้เฉินก็หายวับขึ้นไปหา คุณชายวังจิน ราวกับภูตพราย จากวิชาเคลื่อนที่มังกรทะยานนภา ในเสี้ยวพริบตา พร้อมแค่นเสียงแข็งกร้าว ออกมาดังก้อง เมื่อฝ่ามืออี้เฉินบีบรัดเข้าหากันจนแน่น

 


       “คุณชายวังจิน เจ้ากัดกรามเอาไว้ให้แน่น รอรับแรงกระแทกให้ดีล่ะ” หมัดที่อี้เฉินหมุนควงกำปั้น สลักคำว่าตาย พุ่งปราดเข้าใส่ คุณชายวังจิน ด้วยปราณพลังที่ล้นทะลักทลาย

 


       ด้านของคุณชายวังจิน ที่เห็นร่างราวกับภูตพรายของอี้เฉิน เข้ามาใกล้ตัวเขา ภายในเสี้ยวพริบตา ที่หางตาเขาชำเลืองเห็นร่างอี้เฉิน มีหรือคุณชายวังจิน จะยอมโดนโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว

 


       คุณชายวังจิน เขาไม่คิดเก็บรวบรวมพลังฟ้าดิน อีกต่อไปปลดปล่อยลำแสง สำแดงพลังออกมา จากปากมังกรวารี เข้าปะทะกับอี้เฉิน อย่างไม่หวาดเกรง “เจ้าจงหายไปเสียไอ้เวรอี้เฉิน คลื่นลมหายใจมังกรวารี!!”

 


       “เขา! เขา!อี้เฉินเขายังไม่ตาย” ภาพที่หมู่ชนเห็น ปราณพลังทำลายล้าง ทั้งสองพุ่งปราดเข้าใส่กันระยะ ที่สามารถจะระเบิด ร่างพวกเขาได้ ต่างก็พาให้หมู่ชนสูดลมหายใจเย็น เข้าไปจนเต็มปอด

 


       เมื่อเสียง ตู้ม!!ดังออกมากึกก้อง สนั่นก้องไปทั่วชั้นฟ้า ราวกับสวรรค์ถูกฉีกกระชาก พร้อมร่างมังกรวารีตัวเขื่อง ที่ถอยกรูดกระเด็น เกล็ดสีฟ้าร่วงหล่นออกจากลำตัวไปไม่น้อย แม้แต่เขาคู่งามของมันยังหัก ริมฝีปากเต็มไปด้วยเลือด จนดวงตาของมันเบิกโพลงออกมากว้าง ด้วยความไม่อยากเชื่อ

 


       ครั้นได้ยินเสียงระฆังดังออกมากึกก้อง จากวิชาระฆัง คุ้มกันกาย ที่อี้เฉินสำแดงออกมาป้องกันกาย “เจ้า! เจ้า! บัดซบ ใช้วิชาของคนอื่น เจ้ายังจะอวดดีอีก” คุณชายวังจิน แค่นเสียงออกมาด้วยความเดือดดาล ก่อนร่างมังกรวารีจะพุ่งปราด เข้าหาอี้เฉิน ด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด อ้าปากเผยคมเขี้ยวแหลมคมออกกว้าง คิดจะเขมือบ อี้เฉินกลืนกินเข้าไปทั้งตัว

 


      อี้เฉินส่ายหัวครั้นเห็นปาก มังกรวารีขนาดใหญ่โต เตรียมจะเขมือบเขา เข้าไปทั้งตัว จากแรงขบกัดอันมหาศาล “เจ้าคิดจริงหรือว่า จะสามารถทำลายการป้องกัน ของข้าได้คุณชายวังจิน”

 


       ฉับพลัน ที่ปราณพลังสีแดงฉานอี้เฉิน ไหลทะลักออกมาพรั่งพรู ปรากฏเป็นผลึกโลหิตขึ้นมา อี้เฉินเพียงดีดนิ้วมือ ผลึกน้ำแข็งเหล่านั้นก็แตกกระจาย แปรเปลี่ยนเป็นหอกเลือด นับไม่ถ้วน ราวกับดอกไม้ที่เบ่งบาน พร้อมเสียง ฉัวะ!! ดังออกมากึกก้อง มองเห็นหัวมังกรคะนองน้ำ เต็มไปด้วยหอกเลือด ทิ่มแทงนับไม่ถ้วน จนมันต้องร้องคำราม ออกมาด้วยความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน ดิ้นพล่านออกไปทั่ว พร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็น

 


อ๊ากกก!!!

 


        ภาพนั้นต่างก็พาให้หมู่ชน เสียวสันหลังวาบ นึกภาพที่พวกเขา ต้องกินของแหลมคม เข้าไปภายในปาก มันก็ทำให้พวกเขาอยากจะคาย อี้เฉินออกมาโดยไว

 


       ก่อนเสียงหมัดอี้เฉิน จะกระแทกใส่ปากมังกรวารี ดังออกมากึกก้อง จนต้องให้คุณชาย วังจิน กลับร่างมนุษย์ของเขาอย่างไว ร่างร่วงลงใส่ ลานประลองอย่างรุนแรง ตู้ม!! อ๊าก!! กก!! ก่อนร่างของเขาจะถูกอี้เฉิน เหยียบไว้ใต้แทบเท้า ริมฝีปากกระอัก เลือดออกมาไม่หยุด

 


       “เจ้า! เจ้า! ไอ้เด็กเวร อ๊าก!!” คุณชายวังจินเขาเดือดดาลเป็นอย่างมาก ครั้นเห็นรอยยิ้มกว้าง ของอี้เฉิน แม้เขาจะพยายามดิ้นให้หลุด จากเท้าอี้เฉินมากเท่าใด เกรงว่าจะไม่เป็นผลแม้แต่น้อย

 


       ภาพนั้นถึงกับทำให้คุณชายเทียนซง เดือดดาลแทนน้องชายเขา “เจ้าปล่อยน้องชายของข้าเดียวนี้ ไอ้เวร” หมู่ชนที่ชมการประลอง ก็ตกใจไม่แพ้กัน ภาพนั้นเกิดขึ้นไม่กี่เสี้ยวอึดใจ จากอี้เฉินที่เสียเปรียบ กลับกลายเป็นชนะในเสี้ยวพริบตา

 


        ทางด้านจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ภายในทะเลความรู้ใจกลาง จักรพรรดิสิงโตทองซือจือ เขาหัวเราะออกมาร่า “ไอ้เด็กเวรนั้นไม่เลว ถึงกับจัดการ ลูกของจักรพรรดิ จ้าววังมังกรได้เชียวหรือ ฮ่าๆ”

 


       ทิศทางจักรพรรดิ จ้าววังมังกรเขาหน้ามืดทะมึนขึ้นมาไม่น้อย แล้วยิ่งเห็นอี้เฉิน เตะลูกชายคนเล็ก ของเขาลงจากลานประลองด้วยแล้ว เขายิ่งเดือดดาลบ้าคลั่ง แม้แต่หมู่ชนยัง รับรู้ระลอกคลื่นโทสะของผู้ยิ่งใหญ่

 


        ก่อนจะถูกจักรพรรดิ จ้าววังมังกร เก็บโทสะเหล่านั้นกลับไป “ชนะวังจินได้แล้วอย่างไร อย่าลืมข้ายังเหลือ เทียนซงบุตรชายของข้าอีกคน จักรพรรดิสิงโตทองซือจือ เจ้าเอาเวลาไปห่วง คนของเจ้าไม่ดีกว่าหรือ ว่าจะชนะการประลอง ในรอบถัดไปได้หรือไม่”

 


       เหล่าจักรพรรดิคนอื่นๆ ที่ได้ยินคำพูดเชือดเฉือน ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง พวกเขาถึงกับส่ายหัวออกมา พวกเขาไม่ได้ใส่ใจการประลอง นี้มากนัก มองว่าการประลองนี้ไม่มีอะไร น่าดึงดูดสายตา พวกเขาแม้แต่น้อย

 


       ผู้ชมที่มองภาพ อี้เฉินเตะคุณชายวังจิน พวกเขาต่างก็สูดลมหายใจเย็น เข้าไปจนเต็มปอด ไม่คิดว่าอี้เฉิน จะใจกล้าห่อฟ้า เตะลูกหลานของเหล่าตระกูลราชัน ภายในดินแดนจักรพรรดิ อย่างไม่ไว้หน้า จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้

 


ก่อนจะมีเสียงผู้ชม ซุบซิบออกมาเสียงดัง ครั้นเคยได้ยินเรื่องที่อี้เฉิน เองก็อยู่ในเหตุการณ์ถล่มวังมังกร ของจักรพรรดิ จ้าววังมังกร เช่นกัน

 


“อืมๆ!! ข้าเองก็เคยได้ยินมา เรื่องที่จักรพรรดิอี้เทียนหรง บุกถล่มวัง ของจ้าววังมังกร อี้เฉินเขาเองก็อยู่ที่นั่นด้วยหรือ”

 


       “ใช่ๆ อี้เฉิน ชายผู้นี้ เขาเองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ถือเป็นคนของ ตระกูลราชันก็ว่าได้” น้ำเสียงที่หมู่ชนกล่าวพูดออกมาไม่ขาด เข้าไปสะกิดแผลใจ จ้าววังมังกรไม่น้อย ครั้นระลอกคลื่นผู้ยิ่งใหญ่ ที่แพร่กระจายออกมา ในเสี้ยวพริบตา ปัง!! ส่งให้ยอดเขาถล่มลงมา เสียงพูดคุยหมู่ชน ต่างก็พากัน หุบปากเงียบในทันใด

 


       คุณชายเทียนซง เขาที่เข้าไปดูอาการของวังจิน บาดเจ็บไม่น้อย จนไปถึงรากฐาน เขาถึงกับเดือดดาล ปรายตาไปมองอี้เฉิน ด้วยสายตาอาฆาตแค้น ครั้นเห็นอี้เฉินย่างก้าว เตรียมจะสืบฝีเท้า ลงจากลานประลอง

 


       คุณชายเทียนซง เขาไม่รอช้าอีกต่อไป ครั้นขึ้นสนามประลอง พร้อมเสียง วจนะ กล่าวขานได้ เขาท้าอี้เฉินประลองต่อในทันที ผู้เข้าร่วมงานประลองพวกเขาต่างก็ไม่อยากเชื่อ ว่าอี้เฉินจะถูกท้าสู้ติดๆ กันเช่นนี้

 


“หืม!! เกรงว่าการประลอง จะมาถึงจุดเปลี่ยนแล้วกระมัง นี่พึ่งจะรอบ3เองนะ พวกเขาคิดจะประลอง จนรู้ผู้แพ้ ผู้ชนะเลยหรืออย่างไร”

 


        หวังเหยียน เขารู้สึกเดือดดาลไม่น้อย หากอี้เฉินชนะการประลองในรอบถัดไปละก็ อี้เฉิน จะเป็นอันดับหนึ่งทันที ซึ่งข้อนี้เขายอมไม่ได้ แม้เขาจะรับรู้ว่าตนเอง ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอี้เฉินก็ตาม ครั้นพ่ายแพ้ราบคาบให้กับอี้เฉิน ความทระนงตน ถือตัวของเขา ก็หายไปไม่ใช่น้อย แต่ก็ไม่ยินยอมที่จะมองชม อี้เฉินได้ดิบได้ดี

 


       “ได้ข้าตกลงจะสู้กับท่าน คุณชายเทียนซง” อี้เฉินหันขวับ กลับมาเอ่ยตอบในทันใด ภาพที่หมู่ชนเห็นสภาพของอี้เฉิน มีบาดแผลเล็กน้อยทั่วร่าง พวกเขาต่างก็ไม่อยากเชื่อว่า อี้เฉินจะไม่ปฏิเสธการต่อสู้ “นั้นมันขั้นราชันสวรรค์ แท้จริงเชียวนะ ไอ้หมอนั้นมันบ้าหรือเปล่า ที่จะต่อสู้กับขั้นราชันสวรรค์ ทั้งๆ ที่ตนเอง อยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ ระดับ กลางเช่นนี้”

 


       หนานกงอวิ๋น เขาถึงกับเปิดเปลือกตาขึ้นมามองอี้เฉิน ก่อนจะกล่าวพูดพึมพำออกมา “แสดงพลังให้ข้าดูหน่อยอี้เฉิน ว่าเจ้าจะเป็นหงส์ มังกรที่บินขึ้นสู่ท้องฟ้า หรือเจ้าจะเป็นเพียงปลาตัวใหญ่ ที่แหวกว่ายอยู่ภายใต้บึงน้ำใหญ่เท่านั้น”

 


อวิ๋นซี ชายหนุ่มเขาเองก็ไม่เข้าใจความคิด อี้เฉินเช่นกัน ‘เหตุใดถึงไม่ปฏิเสธการต่อสู้นี้ไปเล่าอี้เฉิน’

 


ด้านของเมี่ยนจือ นางเองก็เป็นห่วงอี้เฉินไม่น้อย ริมฝีปากนางเม้มเข้าหากันจนแน่น “เจ้าเล่นใหญ่ ไปแล้วนะอี้เฉิน”

 


      บัดนี้หมู่ชน ไม่อาจมองข้ามหัวอี้เฉิน ไปได้อีกต่อไป หากเขาชนะการประลอง เขาจะไปยืนเทียบเท่าเหล่าอัจฉริยะ ภายในดินแดนจักรพรรดิที่มีอยู่ไม่กี่หยิบมือ อย่างไม่มีข้อโต้แย้งอีกต่อไป

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน