เศษบุปผา :พลิกชะตาบุปผาพร่างพราว (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 38 ใครเป็นพี่หญิงใหญ่ของเจ้ากัน

            เฉกเช่นเดียวกับซูหว่านซีที่ไม่รู้ควรต่อประโยคเช่นไรต่อไปเช่นกันรอยยิ้มนางแข็งทื่อ จดจ้องเฉินจิ้งเจียค้างอยู่อย่างนั้น

            เมื่อครู่นางเพิ่งคิดว่าในที่สุดเฉินจิ้งเจียได้สติเบิกเนตรแล้วแค่กลับไม่คาดคิดว่านางตั้งใจหักหน้าตนเช่นนี้

            เมื่อเห็นท่าทีซูหว่านซีเฉินจิ้งเจียพลันรู้สึกจนปัญญาขึ้นทันใด

            ก่อนหน้านี้ตนสร้างความทรงจำเช่นไรไว้ให้พวกเขากันถึงได้ทำให้ซูหว่านซีคิดว่าคำพูดเล่นของนางคือเรื่องจริงได้

            “พี่หญิงใหญ่พี่หญิงแค่พลั้งเผลอพูดเท่านั้น ท่านอย่าได้ใส่ใจเลยเจ้าค่ะ”เฉินจิ้งโหรวที่ทนรอเจียนไม่ไหว พุ่งพรวดเอ่ยแทรกทันที

            หากซูหว่านซีสนใจศักดิ์ศรีหน้าตาของตนย่อมปูทางตามน้ำให้เฉินจิ้งโหรวได้เฉิดฉายแต่น่าเสียดายที่ซูหว่านซีมิใช่คนเช่นนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าคนในครอบครัว

            นางหันกลับมาปราดมองเฉินจิ้งโหรวครู่หนึ่ง “คนไหนหรือ พี่หญิงใหญ่ของเจ้า?”

            ประโยคนี้ทำเอาเฉินจิ้งโหรวหน้าม้านแดงก่ำทันใดนางก้มหน้าเล็กน้อย ขยับขืนด้านข้างอย่างทำตัวไม่ถูกสองมือกุมประสานกันอย่างอยู่ไม่สุข ท่าทางน้อยอกน้อยใจเต็มที

            แม้นไม่ชื่นชอบเฉินจิ้งโหรวแต่จงชื่อกลับไม่เห็นด้วยที่บุตรสาวตนทำเช่นนี้

            ต่อให้เฉินจิ้งโหรวจะพูดอย่างไรแต่ก็เป็นถึงคุณหนูรองของจวนป๋อชางโหว และเป็นน้องสาวเฉินจิ้งเจียอยู่ดี

            ยามนี้พวกนางไม่ให้เกียรตินางใครจะรู้ว่าหลังจวนป๋อชางโหวพวกเขาจะทำเช่นไรกับเฉินจิ้งเจีย?

            ก่อนจงชื่อจะออกเรือนก็มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นอย่างดีกับซูชื่อเสมอมาทว่าซูชื่อไม่เคยคิดเจ้าเล่ห์เพทุบายกับผู้อื่น และไม่เคยใส่ใจในคำพูดนางเสียที

            แล้วท้ายที่สุดเป็นอย่างไร?

            ยามร่างกายนางอ่อนแอจ้าวอี๋เหนียงเริ่มใช้ร้อยแปดกลอุบายทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเฉินจิ้งเจียกับพวกนางยามนี้ซูชื่อจากไปแล้ว ไม่ช้าต้องชูโรงให้เฉินจิ้งโหรวออกมาแน่

            ใครอื่นไม่เข้าใจแต่ตัวนางหรือจะมองไม่ออก?

            เห็นอยู่ชัดๆว่าต้องการให้เฉินจิ้งโหรวแก่งแย่งชิงดีกับเฉินจิ้งเจีย

            หากแต่น่าสงสารเฉินจิ้งเจียที่ต้องเสียมารดาไปทั้งอายุยังน้อย มิหนำซ้ำคนข้างกายยังเจ้าเล่ห์สามานย์อีกด้วย

            ในเรื่องกิจธุระของบ้านเมืองป๋อชางโหวล้วนจัดการฉะฉานชัดเจน ทว่าเมื่อเผชิญกับเรื่องราวในบ้านตัวเองกลับกลายเป็นคนใจอ่อนเสียอย่างนั้น

            และมีเพียงเฉินอี้เหอเท่านั้นที่มีหัวคิดอยู่บ้างกระนั้นอย่างไรเสียเฉินอี้เหอก็เป็นบุตรชาย มิอาจขังตัวอยู่หลังเรือนได้ทั้งวันยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่เขาเป็นแม่ทัพชายแดนเลยยามนี้เป็นเพราะซูชื่อล่วงลับถึงกลับมาได้แต่ใครเล่าจะรู้ว่าหลังจากนี้ไม่รู้เมื่อไร เขาต้องกลับไปประจำการรบอีก

            ใครหลายคนเริ่มใจอ่อนแต่กลับไม่มีผู้ใดสนใจเฉินจิ้งโหรวสักนิด ปล่อยนางยืนน้อยใจอยู่ข้างๆ เนิ่นนานไม่มีใครถามนางแม้แต่คำเดียวหรือช่วยนางพูดเลยแม้แต่น้อย

            “พี่หญิงใหญ่ท่านยังพูดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย เจียเอ๋อร์ละอิจฉาจริงๆเมื่อไรจะเป็นเหมือนพี่หญิงใหญ่ได้บ้างเจ้าคะ!”

            ในเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากเช่นนั้นนางก็ตีมึนเอ่ยทำลายบรรยากาศแสนอึดอัดนี้เองเฉินจิ้งเจียพูดพลางมองซูหว่านซีด้วยรอยยิ้มสดใส จนแทบสาดแสงประกายใส่ซูหว่านซี

            เอ๋? เฉินจิ้งเจียนิสัยเปลี่ยนไปจริงๆ แล้วใช่หรือไม่?

            “พี่หญิงท่านอย่าโต้ตอบพี่หญิงใหญ่เพราะข้าเลยเจ้าค่ะ”เฉินจิ้งโหรวแทรกขึ้นได้เวลาเหมาะเจาะความหมายสองแง่สองง่ามนี้ล้วนกำลังบอกว่าเฉินจิ้งเจียโต้เถียงซูหว่านซีเพื่อนาง

            เฉินจิ้งเจียที่เพิ่งยกยิ้มให้ซูหว่านซีได้ยินประโยคเมื่อครู่เข้าก็อดที่จะขมวดคิ้วเสียมิได้นางหันมองเฉินจิ้งโหรวที่ทำท่าลำบากใจระคนน้อยในเต็มประดาด้วยสีหน้าเยือกเย็น

            “น้องโหรวเอ๋อร์ครานี้เจ้าผิดแล้ว”

            ครั้นเอ่ยคำนี้ออกมาฝูงชนก็เป็นเผยสีหน้าเหลือเชื่อขีดสุด วันนี้เฉินจิ้งเจียเป็นอะไรไป? ไฉนถึงไม่ช่วยตนพูดเล่า?

            “พี่หญิงใหญ่พูดผิดหรือ? นางคือลูกพี่ลูกน้องของข้า หาใช่ลูกพี่ลูกน้องเจ้าหากเจ้ารู้จักมารยาทก็ควรเรียกนางว่าคุณหนูซู”

            วาจาเฉินจิ้งเจียไร้ซึ่งความเกรงใจใจความไม่มีการช่วยเหลือเฉินจิ้งโหรวแม้แต่น้อยกระทั่งว่าเดิมทีเจ้าตัวก็อับอายมากพอแล้ว ยามนี้ยังทวีคูณลามไปถึงสองหูอีกด้วย

            “พี่หญิงท่าน ไฉนท่านถึงพูดเช่นนี้กับข้าเจ้าคะ?” เฉินจิ้งโหรวกระบอกตารื้นน้ำตาอย่างรวดเร็วแม้แต่ตัวยังสั่นระริกโงนเงน ราวกับทนรับต่อไปไม่ไหวแล้ว

            เฉินจิ้งเจียมองรอบด้านจากนั้นแสยะยิ้มหัวเราะ การแสดงของเฉินจิ้งโหรวนี้กำลังแสดงให้ใครดูกัน? ทุกคนที่นี่คงไม่มีใครเชื่อนางใช่หรือไม่?

            คิดในใจเช่นนั้นสีหน้านางพลันจริงจังขึ้นมา “วันนี้สร้างความอัปยศต่อหน้าท่านป้าและพี่หญิงใหญ่ข้าไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่หากจากนี้ไปยังทำเช่นนี้ต่อหน้าคนนอกอีกใครอื่นจะไม่ติฉินนินทาเอาหรือว่าจวนป๋อชางโหวไร้กฎไร้เกณฑ์?”

            นางถึงขั้นยกจวนป๋อชางโหวขึ้นมาพูดแล้วไม่เชื่อหรอกว่าเฉินจิ้งโหรวจะไม่กลัว!

            ตามคาดได้ยินนางพูดเช่นนี้แล้วน้ำตาเฉินจิ้งโหรวที่ใกล้ไหลเต็มทีพลันกักกลั้นกลับไปทันทีแม้แต่เนื้อตัวที่เคยสั่นระริกก็หยุดแล้ว

            “ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นพี่หญิงท่านอย่าได้เข้าใจผิดเจ้าค่ะ” เฉินจิ้งโหรวตอบกลับอย่างระมัดระวังหากแต่ในใจกลับก่นด่าเฉินจิ้งเจียอย่างเอาเป็นเอาตาย

            เฉินจิ้งเจียทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่? มิใช่ว่านางไม่เข้าหน้ากับซูหว่านซีตลอดมาหรอกหรือ? ไฉนวันนี้ถึงได้มีท่าทางสนิทสนมราวกับเป็นพี่น้องแท้จริงอย่างไรอย่างนั้น

            เฉินจิ้งเจียไม่ชี้แจงอันใดต่อแค่ส่งเสียงอืมรับ “ข้าเข้าใจผิดหรือไม่ ไม่สำคัญสิ่งสำคัญคือหากจากนี้เจ้ายังทำเช่นนี้อีก ใครอื่นมิได้เข้าใจเจ้าผิดแต่จะเข้าใจจวนป๋อชางโหวผิดต่างหาก”

            “เจ้าค่ะพี่หญิงสั่งสอนถูกต้อง โหรวเอ๋อร์รู้ผิดแล้วเจ้าค่ะจากนี้จะจำคำสอนสั่งของพี่หญิงให้ขึ้นใจเจ้าค่ะ” เฉินจิ้งโหรวจนตรอกแล้วในที่สุดจึงทำได้เพียงยอมรับความผิดแต่โดยดี

            หากแต่ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ดวงตาหลุบต่ำของนาง กลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังและไม่ยอมจำนน

            วันนี้เฉินจิ้งเจียสร้างความอัปยศแก่นางสักวันนางต้องเอาคืนเป็นร้อยเท่าอย่างแน่นอน!

            เมื่อเห็นเหมือนเฉินจิ้งเจียตาสว่างแล้วซูหว่านซีก็ดีใจด้วยเช่นกัน นางลากแขนเฉินจิ้งเจียไปในห้องไม่สนใจเฉินจิ้งโหรวอีกต่อไป

            แค่ลูกอนุที่พยายามโดดเด่นไม่ขึ้นไหนเลยจะมีค่าให้นางต้องสนใจ

            สตรีหลายคนเดินไปข้างหน้าป๋อชางโหวและเฉินอี้เหอนั่งลง เฉินจิ้งโหรวเบนสายตา ก่อนมองไปยังป๋อชางโหว

            “ท่านพ่อที่ผ่านมาพี่หญิงไม่เข้ากับพี่หญิงใหญ่บ้านสกุลซูมาโดยตลอดท่านว่าข้าควรไปดูสักนิดดีหรือไม่เจ้าคะ? ข้าห่วงพี่หญิงใหญ่บ้านท่านอัครเสนาบดีหากพี่หญิงพลั้งเผลอพูดอะไรไม่เหมาะเข้า...”

            เฉินจิ้งโหรวยังไม่ทันพูดจบเสียงเย็นเยียบของใครคนหนึ่งพลันดังขึ้นข้างกาย“เจ้าจะบอกว่าฮูหยินขั้นหนึ่งอย่างข้า จะพูดจาให้ร้ายหลานตัวเองอย่างไร้ยางอายหรือ?”

            เจ้าของประโยคมิใช่ใครอื่นแต่เป็นมารดาของซูหว่านซีจงชื่อนั่นเอง

            นางไม่เคยชอบจ้าวอี๋เหนียงสักครั้งแม้แต่เฉินจิ้งโหรวก็ไม่ชอบพอกัน เพียงแต่ปกติมิได้แสดงออกมาทว่าครานี้เฉินจิ้งโหรวเป็นฝ่ายพุ่งเข้ามาเองเช่นนั้นอย่าได้โทษว่านางเอ่ยวาจาไม่น่าฟังเด็ดขาด

            “หรือเจ้าเตรียมจะพูดว่าลูกอนุเล็กๆ อย่างเจ้ามีฝีมืออะไรพอทำให้ข้าไม่กริ้วโกรธได้อย่างนั้นหรือ?”

            เฉินจิ้งโหรวไม่เคยเห็นฮูหยินท่านอัครเสนาบดีพูดบีบเค้นเช่นนี้มาก่อนมีเพียงไม่กี่ครั้งที่เคยเจอหน้า ก็ล้วนเจอในงานเลี้ยงของผู้อื่นทั้งสิ้น

            ในความทรงจำของนางฮูหยินอัครเสนาบดีเป็นแค่พวกชั้นสูงแสนเย็นชาเท่านั้นดูเหมือนไม่สนใจต่อสิ่งรอบด้าน มักแค่ปรายตาเยือกเย็นมองรอบกายเท่านั้น

            ไฉนวันนี้นางถึงได้พูดแทนนางโง่เฉินจิ้งเจียเสียได้เล่า?

    คล้ายกับเรื่องเศษบุปผา :พลิกชะตาบุปผาพร่างพราว (จบ) ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730