EP 1
ที่นี่ ‘ธารทะเลเอราวรรณ รีสอร์ท แอนด์ สปา’ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 8 ไร่ ตัวอาคาร 4 ชั้นโด่เด่อยู่บนสันเขาไตรตรัง เป็แนวแผ่นดินที่เชื่อมต่อมาจากสันเขาป่าตอง ตำบลเล็กๆในอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต
ปี กุ น หญิงสาวร่างบอบบางในชุดหมีสีน้ำเงินกรมท่าซึ่งเป็ยูนิฟอร์มประจำแผนกช่าง กำลังมุ่งมั่นอยู่กับการแยกชิ้นส่วนโทรทัศน์เอามาวางเรียงๆ กันบนพื้น เพื่อทยอยตรวจหาสาเหตุของความชำรุดไปทีละส่วน
หลอดไฟไม่ได้เสีย เมนบอร์ดก็ยังดี รื้อสายแพออกมาดู
อ้อ! ที่แท้จุดเกิดเหตุอยู่ตรงนี้เองสายแพไม่ได้ขาด แต่เกรอะไปด้วยฝุ่นคราบแข็งที่สั่งสมมาเป็เวลานานคงจะสมกับอายุของมัน
ถ้านับอายุกันแล้ว เครื่องมือเครื่องใช้ที่นี่ปีกุนควรต้องให้เกียรติเรียกว่าพี่ อย่างพี่แอลซีดีทีวีเครื่องนี้น่าจะเกิดก่อนรีสอร์ทสร้างเสร็จด้วยซ้ำ ชิ้นส่วนอะไหล่ของพี่แกเก่าแก่ซะจนน่าเอาขึ้นหิ้งหรือไม่ก็เอาไปโพสต์ประมูลขายเป็ของหายากบนเว็บไซต์อีเบย์มากกว่าจะเอามาให้บริการลูกค้า
ทีวีสมัยนี้ ใครๆเขาก็เปลี่ยนไปใช้สมาร์ททีวี แอนดรอยด์ทีวีกันหมดแล้วแต่ทีวีของที่นี่ยังเป็รุ่นเก่า หน้าจอLCD 42นิ้วสีเพี้ยน เปิดติดบ้างไม่ติดบ้าง บางครั้งภาพสั่นเหมือนถูกผีเข้า บางทีมีแสงวูบๆวาบๆ เหมือนเกิดปรากฏการณ์แสงเหนือออโรร่าอยู่ภายในจอ บางวันแอ๊ดวานซ์ถึงขั้นภาพเลื่อนขึ้นลงเองซ้อนสลับกันเป็หกมิติชวนเวียนหัว
ถึงแม้อะไรต่อมิอะไร จะไม่ได้ง่ายในการทำงานแต่ปีกุนก็รักงานนี้ และการที่เธอได้มาทำงานดีๆ เงินเดือนสูงๆ แบบนี้ได้ก็เป็เพราะอานิสงส์จากการที่แม่ ทำงานเป็คนรับใช้ของคุณธเนศ สามีคุณวรรณสุรีย์เ้าของรีสอร์ทแห่งนี้
เรียกง่ายๆ ก็คือเธอได้งานนี้เพราะเส้นคุณธเนศ
แต่ช่างเถอะ เพื่อให้ชีวิตดีขึ้นตามที่ฝันต่อให้ต้องโดนตราหน้าว่าเป็เด็กเส้น เธอก็คงต้องทนๆ ไป
เพราะชีวิตเธอมันน้ำเน่ายิ่งกว่าในละครหลังจากพ่อตายจากไปตอนปีกุนอายุเพียง 15 และแม่ก็เพิ่งตั้งท้องเ้าปีขาลได้เพียงหนึ่งเดือนปีกุนจึงต้องดร็อปเรียน ใน่มัธยมปลาย เพื่อออกมาช่วยแม่ทำงานหาเงินซึ่งกว่าที่เธอจะได้กลับเข้าไปเริ่มต้นเรียนอีกครั้งก็อีกสองปีถัดมาจึงเป็เหตุผลให้เธอจบปริญญาตรีช้ากว่าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน
ในขณะที่กำลังเธอใจลอยนึกถึงอดีต พร้อมๆกับเช็ดหมาดๆ ตรงบริเวณจุดต่อปลายสายด้วยมือนิ่งอย่างใจเย็นเสียงโหวกเหวกของพี่เขียวก็ะโเข้ามาก่อนที่เ้าตัวจะโผล่เข้ามา เหงื่อท่วมทะลัก
"ลูกหมูเว้ย! โย่ไหน?"
ปีกุนสะดุ้ง ก่อนจะหันไปบอก "อยู่ในสโตร์นู่นเลยพี่เขียว ล็อคแรกชั้นล่างสุด ใกล้ๆ กับสว่านแบตอ่ะพี่ใบเจียร์ก็อยู่ด้วยกันแถวๆ นั้น"
พี่เขียวส่ายหัวกระหืดกระหอบ "ลูกหมูเจียรพี่อิเอาไปทำไอ้ไหร พี่หมายถึงเรานี่แหละ"
ปีกุนชี้มือสะท้อนกลับมาที่ตัวเองมองหน้าพี่เขียวอย่างงงๆ "พี่เขียวหมายถึงหมู?"
พี่เขียวยักคิ้วบอก "เออ! แขบๆ ตะ! คุณช้าง ลูกชายคนเดียวของคุณวรรณ์กำลังอิเดินทางมาแค่นี้"
"อ๋อ...คือลูกชายเ้าของโรงแรมกำลังจะมางี้?” ปีกุนไหวไหล่ “แล้วเกี่ยวอะไรกับที่พี่เขียวต้องวิ่งตาตั้งมาหาหมูด้วยล่ะ?"
"ก็ไม่มีคนไปรับคุณช้าง!" พี่เขียวบอก
ปีกุนยิ่งงงหนัก
พี่เขียวละล่ำละลักอธิบาย
"เห็นว่าเครื่องลงตีสิบเอ็ดแล้วนี่มันตีเท่าไหรเข้าไปแล้ว น่าหวาถ้าโย่แล้วแหละ แขบไปรับแกตะ"
"แล้วมันอะไรกันล่ะพี่เขียว แผนกTransport ไปอยู่ไหนกันหมด ถึงหวยมาลงที่แผนกเราได้เนี่ย?" ปีกุนถามหน้านิ่วคิ้วผูกเป็ปมสี่ห้าตลบ
พี่เขียวก็เลยต้องไล่รายชื่อพนักงานแผนกทรานสปอร์ตบรรยายให้เธอฟังซะจนหน้าดำหน้าแดง
"ไออ้วนเข้าบ่าย...ไอจ๋วนลาป่วย... น้องก้อยลาคลอด... ไอ้บ่าววันนี้ Day-off"
"คนแผนกช่างดูเหมือนว่างสุดว่างั้น?"
"เออ!"
"แต่หมู..." คนกำลังจะแย้งได้แต่อ้าปากค้าง เมื่อพี่เขียวสวนกลับมาภาษากรุงเทพฯสำเนียงฉะฉานว่า...
"ไม่ต้องแหลงไหรมากแล้วแขบๆ ตะ ถ้าไม่อยากโถกด่ากันแหม็ดฉาดทั้งแผนก"
ขาดคำอันดุดันของพี่เขียวปีกุนก็โดนยัดกุญแจรถตู้ใส่ลงมาในมือ
สรุปปีกุนคือผู้ถูกเลือก ในฐานะที่อ่อนฝีมือกว่าใครสุดในทีม
ซึ่งแผนกช่างมีกัน 5 คน พี่เอ๋อำนวย . . . พี่ประหยัด . . . พี่ทำเนียบ . . . พี่เขียว . . . และปีกุน
วันนี้แผนกช่างกะกลางวันมีแค่พี่เขียวและปีกุนเท่านั้น ซึ่งถ้าต้องเลือกระหว่างให้เธอหรือพี่เขียวอยู่รอ on-call กรณีมีเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ ท่อส่งน้ำแตก ฝ้ารั่ว ลิฟต์ค้าง ฯลฯแน่นอนว่าการเลือกให้พี่เขียวอยู่แสตนด์บายที่นี่ ย่อมดีกว่าเห็นๆ
นอกจากได้แค่ทำหน้าหมาเศร้าแล้วปีกุนก็โตแย้งอะไรไม่ออก จำใจต้องเดินคอตกออกจากออฟฟิศช่าง มุ่งหน้าไปยังลานจอดรถของแผนกทรานสปอร์ต
ที่ลานจอดของแผนกทรานสปอร์ตมีรถตู้ซังกะบ๊วยเหลือว่างอยู่แค่คันเดียว ซึ่งนั่นเลยทำเธอใจแป้วลงไปอีกรถตู้เก่ากึ๊กจอดร้างใยแมงมุมพันคดเคี้ยวยิ่งกว่ารังไหม … ซึ่งอย่าบอกนะว่าเป็รถคันนี้!? แบมือดูกุญแจที่พี่เขียวให้มาหมายเลขทะเบียนบน Tag ที่แขวนในพวงกุญแจระบุชัดเจน...คันนี้เป๊ะเลย
รถตู้เก่าซกมกแถมเหลือบเห็นทะเบียนขาดไปแล้วกว่าสองสัปดาห์ถูกลุ้นว่าจะสตาร์ทติดหรือไม่อยู่สักพัก ในที่สุดเมื่อสตาร์ทติดสำเร็จมันก็ถูกเธอขับออกมา
จากลานจอดรถแผนกทรานส์ปอตของโรงแรม รถแล่นอย่างอ้อยอิ่งตามสังขารมุ่งหน้าลงจากแนวสันเขาไตรตรัง เลาะถนนวันเวย์หน้าชายหาดป่าตองไปอย่างเนิบช้าไม่ได้ช้าเพราะี้เีไปรับลูกชายเ้าของโรงแรม แต่ขับเร่งความเร็วไม่ได้เลยรถมันติดซะยาวเหยียดอย่างกับข้างหน้านั้นมีขบวนพาเหรดงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว กว่าจะเขยื้อนตัวได้แต่ละทีรอจนแขนขาเกร็ง
ป้อมตำรวจที่ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่เยื้องกับซอยบางลาอันโด่งดังเลื่องชื่อเพราะเป็สถานที่ Nightlife ที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องราตรีทำให้ปีกุนเสียวสันหลังวาบแล้ววาบอีก ทำไมนะหรือก็เพราะเธอไม่ได้ถือใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะนะสิไม่หนำซ้ำรถคันนี้ทะเบียนกำลังขาดสนิทดังนั้นตอนนี้ขาเธอไม่ข้างใดก็ข้างหนึ่งได้ก้าวเข้าไปรออยู่แล้วในกรง...แล้วบอกไว้ก่อนเลยนะ เธอไม่ใช่คนที่ชอบกินโอเลี้ยงกับข้าวผัด
เศษเหล็กเคลื่อนที่ได้ถูกขับเร็วขึ้นหน่อยหนึ่งตามอัตถภาพกับระดับความโล่งของถนน ปีกุนใช้เส้นทางรอบเกาะเพราะจะได้ขับชิลด์ๆ เลาะผ่านถนนสายยาวสามารถมองเห็นทัศนียภาพเวิ้งทะเลหาดกมลาที่ถูกเชื่อมต่อไว้ด้วยหาดแหลมสิงห์ซึ่งซ่อนตัวสงบเงียบอยู่กลางรอยต่อสู่หาดสุรินทร์
ขับเลาะเรื่อยมาแบบไม่รีบร้อนสักเท่าไหร่จนถึงเขตหมู่บ้านหาดบางเทา แม้ถนนจะแค่สองเลนค่อนข้างแคบแต่รถที่สวนมาไม่ได้แออัดกันอย่างถนนในตัวเมืองประกอบกับพื้นที่สวนมะพร้าวตลอดสองข้างทางก็ทำให้มองแล้วสบายตา
เป็สิบเป็ร้อยนาทีให้หลังรถตู้ถูกเธอขับเลี้ยวขวามาจรดกับสี่แยกบ้านเคียนจอดแหง็กติดสัญญาณไฟแดงหลายนาทีกว่าจะออกสู่ถนนใหญ่กว้างสี่เลนขับด้วยความเร็วคงที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหลือบดูเวลาบนหน้าปัด
เอ้า! นี่มันกำลังจะบ่ายโมง ลูกชายเ้าของโรงแรมไม่รอเธอจนรากงอกแล้วเหรอป่านนี้!
ตระหนักได้ดังนั้นก็เลยเลิกขับอ้อยอิ่งชมวิวรีบเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วทันที แต่ก็อย่างที่บอกแต่แรกนั่นแหละว่านี่มันรถเก่าพิกัดความเร็วที่สมรรถนะอันร่อแร่ของมันจะอำนวยสูงสุดจึงไม่เกิน 80กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ผลลัพธ์ก็คือเธอเดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตในเวลาบ่ายโมงครึ่ง
อ า ค า ร ผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศด้านทิศใต้ ผู้คนหนาตา จนแทบแยกไม่ออกว่าไหนคือผู้โดยสารที่เพิ่งลงจากเครื่องและไหนคือคนที่มารอรับ
แผ่นกระดาษขนาด A4 ระบุชื่อ 'คุณช้าง' ถูกชูขึ้นเหนือศีรษะ โยกไปทางซ้ายบ้างทางขวาบ้าง ตาม่จังหวะที่ผู้โดยสารเพศชายเดินผ่านสายตาซึ่งแม้คอเธอจะยืดแล้วยืดอีก เพื่อมองหาเ้าของชื่อ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะหาเขาเจอ
คุณช้าง ...ปีกุนรู้จักแค่ว่าเขาเป็ลูกชายของคุณวรรณสุรีย์ ภรรยาคุณธเนศ ซึ่งสำหรับคุณวรรณสุรีย์ ปีกุนเคยเห็นหน้าค่าตาอยู่บ่อยครั้งแต่กับคุณช้าง เธอไม่เคยเห็น เพราะตอนเธอ แม่ และน้องย้ายเข้าไปดูแลรับใช้คุณธเนศที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของคุณวรรณสุรีย์ลูกชายคนเดียวของคุณวรรณสุรีย์ก็ไม่อยู่ซะแล้ว ส่วนรูปถ่งรูปถ่ายของคุณช้างเธอก็ไม่เคยเห็น อย่างกับว่ามันถูกรวบเก็บใส่กรุฝังดินไปจนหมด
ชื่อช้าง...อาจจะเป็อะไรที่ตัวใหญ่ๆ หน่อย ลักษณะการแต่งกายก็คงต้องดูหรูเนี๊ยบสมกับที่เป็นักเรียนนอก เธอก็เลยเลือกที่จะพิจารณาเฉพาะผู้ชายตัวใหญ่เน้นตรงคนที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าดีๆ ดูมีระดับ ซึ่งแน่นอนว่าพื้นที่กว้างขนาดนี้ผู้ชายตัวใหญ่ใส่เสื้อผ้าดีๆ ไม่ได้มีกันแค่หลักสิบ
ต้องโทษตัวเองที่ตอนออกมาจากแผนกทรานสปอร์ตรีบร้อนมากไปหน่อยลืมหยิบป้ายยินดีต้อนรับ ที่มีโลโก้ของรีสอร์ทติดรถมาด้วยซึ่งแค่เพียงปริ๊นชื่อลูกค้าสอดเข้าไปก็จะดูหรูหรา
เคราะห์ยังดีที่ในรถมีกระดาษเปล่าขนาดเอสี่ถึงมันจะยับไปนิด มอมแมมไปหน่อย แต่ยังพอใช้งานได้ปีกุนจึงเขียนข้อความด้วยลายมือสุดอาร์ทของตัวเอง ดูดีและอ่านรู้เื่สมกับที่เธอเคยได้รับรางวัลที่สองคัดไทยตอนอยู่ ป.สาม
สิบห้านาทีผ่านไป ปีกุนสบตาผู้ชายจนเกือบทุกคนในอาคารผู้โดยสารขาเข้านี่ถ้าไปทำแบบนี้ตอนค่ำๆ ย่านไนท์ไลฟ์แถวซอยบางลาป่าตองคนเขาคงคิดว่าเธอเป็สาวไซด์ไลน์
"มาจากธารทะเลเอราวรรณ รีสอร์ทแอนด์สปารึเปล่า?" เสียงชายคนหนึ่งดังเป็คำถามมาทางด้านหลัง
ปีกุนหันมองเขาแล้วอึ้งไป... เขาเป็คนรูปร่างสันทัด ใบหน้าขาวตี๋ อายุสักสามสิบห้าสวมเสื้อส้มลายต้นมะพร้าว กางเกงก็ส้มทรงฮาวายลายต้นมะพร้าวเข้ากัน ดูๆคล้ายกับนักท่องเที่ยวที่พลัดหลงออกมาจากกรุ๊ปทัวร์จีน ...ผิดจากที่คิดเอาไว้ซะเยอะเลยนะเนี่ย
ปีกุนส่งยิ้มสดใสพร้อมๆกับยกมือที่ยังคงถือกระดาษชื่อเขาขึ้นไหว้อย่างชดช้อย เอ่ยบอกอย่างเป็ทางการ
"ใช่ค่ะคุณช้างดิฉันชื่อปีกุนค่ะ เป็ตัวแทนจากธารทะเลเอราวรรณ รีสอร์ทแอนด์สปาพวกเรายินดีต้อนรับคุณช้างค่ะ"
"ทำไมเพิ่งมารู้ข้อมูลก่อนล่วงหน้าไม่ใช่เหรอว่าเครื่องลงตอนไหน"
"ทราบค่ะ ขอโทษค่ะเผอิญวันนี้ถนนหน้าหาดรถติดนานไปหน่อย" เธอยิ้มจ๋อยๆ เหลียวมองหากระเป๋า ซึ่งทันทีที่เห็นมันหน้าที่เพิ่งยิ้มออกกลับต้องหุบฉับ ดวงตาโตดีดผึง !. . . กระเป๋าเสื้อผ้า ตั้งสี่ห้าใบวางซ้อนทับสลับกันอยู่บนรถเข็น อย่างกับว่านี่เขากำลังจะมาจัดงานปารีสแฟชั่นวีค!!!
ตอนเธอกำลังจะลงมือเข็นมุ่งหน้าไปที่ลิฟต์ลงสู่อาคารจอดรถซึ่งเป็ทางเชื่อมต่อมาจากอาคารผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศที่รถตู้ของโรงแรมจอดอยู่ เสียงเขาก็เรียกไว้
"เดี๋ยว รอคนของฉัน เขาไปเข้าห้องน้ำ"
"อ๋อๆ ... รับทราบค่ะคุณช้าง"เธอผงกคอรับคำสั่งนอบน้อม
ไม่กี่นาทีถัดมา ชายหนุ่มผิวแทนเข้มร่างกายใหญ่โต อายุไม่น่าเกินสามสิบ ก้าวผ่านประตูอัตโนมัติออกมาพร้อมกับกระเป๋าเป้สีเทาใบเล็กพาดบ่า
"นายอ่ำ คนของฉัน"คุณช้างแนะนำคนที่ก้าวเข้ามา
"สวัสดีค่ะ"เธอกล่าว มือเล็กยกขึ้นไหว้ทำความเคารพในฐานะที่เขาสูงวัยกว่าและเธอคิดว่าควรจะสร้างสัมพันธ์อันดีกับเขาไว้ความที่เขาตัวโตพอที่จะช่วยเธอลากกระเป๋าเดินทางเกือบครึ่งโหลของเ้านายไปเก็บที่รถให้ได้
แต่ทว่ามันกลับเป็เื่ตรงกันข้าม
คนชื่อ 'อ่ำ' ยิัมมุมปาก แววตาเ้าเล่ห์ ก่อนส่งเป้สะพายหลังวางแหมะลงบนกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่วางซ้อนอยู่เหนือใบอื่นๆอีกสี่ใบบนรถเข็นบอกว่า
"ฝากนี่ด้วยอีกใบ"
เอ้า! กลายเป็เพิ่มภาระมาให้เธออีกซะงั้น...แบบนี้มันเรียกว่าเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมยังเอากระดูกมาแขวนคอแท้ๆลูกหมูเอ๋ย... หญิงสาวครวญอ่อยๆกับตัวเองขณะออกแรงรุนรถเข็นกระเป๋ามุ่งสู่รถตู้ที่จอดอยู่ข้างหน้า
"นี่เธอ เดินให้มันไวๆหน่อย ดูสิเนี่ยจะบ่ายสองแล้ว" นายอ่ำหน้าเข้มบอกเสียงดุๆก่อนหันไปทางคุณช้าง พูดขึ้นอย่างเป็กันเองกับคุณช้าง "ไปครับ...คุณช้าง"
แล้วสองหนุ่มมาดแมนแฮนซั่มก็พากันเดินตรงไปที่รถตู้ซึ่งจอดตีไฟกะพริบวิบๆ อยู่ด้านหน้าทิ้งหญิงสาวบอบบางเอาไว้ให้ผจญกับสัมภาระกองพะเนินเทินทึกบนรถเข็นเพียงคนเดียว
ฮึ่ม! ช่างเป็ Firstimpressionในการพบกันสำหรับเ้านายที่ดีเลิศกับผู้ติดตามอันประเสริฐศรีซะจริง
ร ะ ห ว่ า ง ที่ ขับรถออกจากสนามบินกลับสู่รีสอร์ท ปีกุนยังคงเลือกใช้ถนนเส้นรอบเกาะสายยาว บรรยากาศ่บ่ายภายนอกรถร้อนอบอ้าวบรรยากาศภายในยิ่งแย่กว่า เพราะนอกจากเสียงแอร์จะดังครืนๆ อยู่ตลอดเวลาแล้ว ผู้โดยสารทั้งสองตรงเบาะหลังยังคงนั่งเงียบเชียบอึมครึม ปีกุนแม้จะรู้สึกเสียวสันหลังเป็พักๆแต่ก็ไม่วายแอบชำเลืองมองพวกเขาผ่านกระจกอย่างวิเคราะห์เจาะลึก
เริ่มต้นที่นายอ่ำ บอดี้การ์ดของคุณช้างเอนหลังยาวๆ ของตัวเองราบไปกับพนักพิง โดยที่แขนข้างหนึ่งของเขาพับขึ้นหนุนท้ายทอย และแขนอีกข้างวางทอดขนานไปกับขอบล่างของหน้าต่างด้วยท่าทีสบายๆสายตาคู่เข้มภายใต้คิ้วดกหนาของเขามองออกไปข้างนอกซึ่งเป็ทัศนียภาพสวนยางพาราสีเขียวเข้มถูกปลูกซ้อนสลับกับสับปะรดสายพันธุ์ท้องถิ่น
ส่วนคุณช้างเ้านายหนุ่มหน้าขาวนวลผ่องของปีกุน นั่งหลังตรงตั้งฉากติดพนักสายตาแน่วแน่อยู่กับหน้าจอ Tablet สีชมพูมุกบนมือเสียงรัวนิ้วใส่หน้าจอปนกับเสียงแอพลิเคชั่นไลน์ดังป๊อบๆ คลอกันอยู่ตลอดเวลาทีท่าของคุณช้างดูเคร่งเครียดเอาจริงเอาจัง ซึ่งก็นะในสภาวการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อของความอยู่รอดของรีสอร์ท คนเป็เ้าของก็ต้องเคร่งเครียดเป็ธรรมดาจะมานั่งเอกเขนก มองวิวสบายๆ อย่างที่นายอ่ำทำได้อย่างไรกัน
ความจริงแล้วสิ่งที่รอให้คุณช้างมาสะสางน่ะไม่ใช่งานหรอก แต่ควรเรียกว่าปัญหา ซึ่งบอกเลยว่าเพียบ...ดีไม่ดีต่อจากนี้เขาอาจแทบไม่มีเวลาได้เงยหน้ามองเดือนมองตะวันเลยเชียวล่ะ
นาฬิกาบอกเวลาบ่ายสองโมง
เสียงท้องของคนใดคนหนึ่งในรถครวญขึ้นผ่านความเงียบ
ปีกุนคิดว่าบางทีคงเป็เสียงท้องของเธอเองเพราะั้แ่กินโจ๊กสำเร็จรูปไปหนึ่งซองในมื้อเช้าก่อนเดินทางไปทำงานจนกระทั่งบัดนี้ ท้องของเธอก็ยังไม่มีสารอาหารใดๆ ตกลงไป คงจะมีบ้างก็คือน้ำเปล่าขนาด 0.6 ลิตร ที่ถูกดื่มเกลี้ยงกริ๊บไปแล้วหมดขวด
ซึ่งตอนนี้ลำคอเธอกำลังแห้งผากความกระหายน้ำบวกกับความกระหายหิวอาหารทำให้เธอเผลอแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากของตัวเองเป็รอบที่สองหลังจากได้กลิ่นหอมจางๆ ของนมสดรสจืดที่โชยอ่อนๆ มาจากผู้โดยสารท่านหนึ่งตรงเบาะหลัง
หญิงสาวเหลือบมองผ่านกระจกเห็นนายอ่ำซึ่งยังคงนั่งเอนกายสบายอารมณ์อยู่ในอิริยาบถเดิมในมือของเขาถือนมสดรสจืดตราวัวแดง เธอแอบกลืนน้ำลายอย่างลืมตัวขณะที่เสียงการดูดของเหลวจากในกล่องดังเป็เฮือกสุดท้ายก่อนที่มันจะเหลือแต่เสียงดูดลมในกล่องที่ว่างเปล่า ชายหนุ่มเลื่อนกระจกหน้าต่างฝั่งตัวเองก่อนจะทำในสิ่งที่เธอไม่คาดคิดด้วยการโยนกล่องนมเปล่าออกไปข้างนอกแล้วเลื่อนปิดกระจกกลับมานั่งผิวปากสบายอารมณ์อย่างกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นไอ้ที่ไม่ช่วยเธอเข็นกระเป๋าใส่รถก็ว่าแย่แล้ว นายอ่ำยังแสดงพฤติกรรมแย่ๆ ด้วยการทิ้งขยะลงกลางถนน...มันจะมากเกินไปแล้ว
อารมณ์ความหัวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของปีกุนพุ่งพล่านขึ้นทันทีเธออดรนทนไม่ไหว ต้องโพล่งขึ้นอย่างลืมตัวว่า …
“นี่คุณ! โตมาไม่มีใครสอนหรือคะว่าควรทิ้งขยะให้ถูกที่”
คุณช้างชะงักมือจากแทบเลตสีชมพูมุกเงยหน้าขึ้นมองสวนมาทางกระจกทันทีปีกุนรีบหลบสายตากลับไปยังท้องถนนตามเดิมแทบไม่ทัน
ก่อนที่เสียงขรึมๆ เจือเยาะเย้ยจะดังมาจากคนเบาะหลัง
“ก็โยนออกไปนอกรถแล้วไงยังไม่ถูกที่อีกเหรอ?”
ปีกุนมองผ่านกระจก เห็นนายอ่ำยิ้มมุมปากแล้วพูดต่อ
“แล้วไอ้ที่ว่าทิ้งให้ถูกที่เนี่ย...มันคือต้องทิ้งไว้ในรถแบบนี้สินะ” เขาพูดพร้อมๆกับการใช้มือเขี่ยบรรดาห่อขนมกับเปลือกลูกอมหลากสีสันจากพื้นรถขึ้นมาโปรยกระทบกับสายลมจากช่องแอร์จนปลิวว่อนเป็การประชด
ปีกุนกำลังจะหันหน้าอ้าปากตอบโต้แต่ต้องหุบฉับเมื่อสายตาดุๆ ของคุณช้างมองเขม็งผ่านกระจกมาอีก
"เธอ!” สายตาคู่ตี่ของเขามองแรงมาที่เธอ เอ่ยเสียงดุ. . .
“เป็แค่คนขับรถไม่ใช่เหรอ? กับคนของฉันพูดจาให้มันดีๆ หน่อย"
สายตาตำหนิจริงจังนั้น ทำเอาเธอหน้าหงอคอหด .. . ลองออกโรงปกป้องขนาดนี้ ถ้าไม่คิดว่านายอ่ำเป็บอดี้การ์ดเธอคงคิดว่าเขาเป็คู่ขาของคุณช้างแน่ๆ
“ขอโทษค่ะคุณช้าง ฉันแค่หวังดีไม่อยากให้คนของคุณช้างสร้างมลพิษให้กับโลก”
“แค่กล่องนมชิ้นเดียวมันจะอะไรนักหนา” คุณช้างตวาด “แล้วคนที่นี่ เค้าทำงานกันแบบนี้หรอกเหรอฉันอดทนนั่งดูสภาพเธอมาตั้งนานแล้ว ว่าจะไม่บ่น แต่อดไม่ได้จริงๆเธอทำงานประสาอะไรอยู่แผนกทรานสปอร์ต แต่ปล่อยให้รถสกปรก เต็มไปด้วยขยะแถมเหม็นอับอย่างกับรถที่ไม่เคยใช้งานมาเป็สิบปีแล้วยังจะเสื้อผ้ายูนิฟอร์มของเธออีก ดูได้ซะที่ไหนใครเป็คนออกแบบชุดพนักงานให้เนี่ย เป็คนขับรถแต่แต่งตัวเหมือนคนซ่อมท่อ"
ปีกุนเหลือกตามองบน...ไม่น่าเลยปีกุนเอ๋ย...จากแค่กล่องนม ลุกลามกลายเป็เื่ใหญ่คราวนี้
ปีกุนกำลังจะหันหน้าไปเอ่ยอธิบายตามความจริงว่าเธออยู่แผนกช่างส่วนไอ้ที่ต้องมาทนขับรถตู้เส็งเคร็งบริการรับส่งผู้โดยสารแบบนี้ ก็เพราะถูกบังคับแต่ไม่ทันได้เอ่ยอะไร เสียงฉอดๆ ของคุณช้างก็ตวาดใส่มาอีกระลอก
"นี่ฉันยังไม่ได้ตำหนิเื่ป้ายต้อนรับแขกที่สนามบินเลยนะทำลงไปได้ยังไง เขียนชื่อแขกใส่กระดาษยับๆ กระจอก! โลว์คลาสที่สุด!!! ถึงว่าสิภาพลักษณ์รีสอร์ทถึงได้ต่ำลงๆ"
คนที่เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่งเอากระดูกมาแขวนคอ แถมถูกด่าซะเละขนาดนี้อย่างเธอแทบต้องใช้พลังลมปราณทั้งหมดข่มอารมณ์โกรธเอาไม่ให้พุ่งพล่านสะกดใจบอกกับตัวเองว่า... นั่นเ้านาย ...ท่องไว้ลูกหมู ท่องไว้ในขณะที่เสียงคุณช้างบ่นตำหนิเธอ ตำหนิแผนกทรานสปอร์ตและตำหนิสภาพย่ำแย่ภายในรถยังคงดังฉอดๆ ล่องลอยข้ามเบาะนั่งของเธอมาเป็ระยะๆ
หลังจากสะกดจิตเตือนตัวเองว่าคำดุด่าทั้งปวงที่หลุดออกมาจากปากฉอดๆของคุณช้าง ก็เป็เพียงแค่สายลมที่แค่พัดผ่านมาเฉยๆ เดี๋ยวก็จะผ่านไป
ซึ่งพอทำใจได้แล้ว และครู่เดียวต่อจากนั้นเมื่อเหลือบสายตามองผ่านกระจกอีกที พบว่าผู้โดยสารทั้งสองนายหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว...ฮึ! นี่คงบ่นเองแล้วก็เหนื่อยเอง
ในขณะที่เธอพารถเลี้ยวเข้าสู่อาณาเขตกว้างขวางของธารทะเลเอราวรรณ รีสอร์ทแอนด์สปา พลันลูกแมวหลงทางจากไหนไม่รู้ะโพรวดพราดตัดหน้ามา ก่อนจะหายวับไปหลังพุ่มชาฮกเกี้ยนหนาทึบอย่างว่องไว
ความที่รถเก่าทั้งคันไม่ว่าจะลมยางที่อ่อนร่อแร่และโช้ครถที่หลวมจนท้องรถแทบจะห้อยติดถนนก็ครูดเอากับพื้นเสียงดังแคร๊ด!พวงมาลัยรถถูกหักหลบอย่างกะทันหัน หัวรถแทบพุ่งไปจูบกับขอบฟุตบาธ
"ว๊าย!"
เสียงกรีดร้องนั้นดังขึ้นจากคุณช้างชัดๆพร้อมกับเ้าตัวที่ดีดหลังตั้งขึ้น บอดี้การ์ดหน้าเข้มข้างกายเขาก็สะดุ้งตื่นขึ้น คิ้วขมวดจนเป็เส้นตรงตั้งฉากอยู่กลางหน้าผาก
ปีกุนหันไปละล่ำละลักบอก "ขอโทษค่ะ บังเอิญลูกแมวมันวิ่งตัดหน้า"
"อะไรนะ! แมววิ่งตัดหน้า?" คุณช้างตะเบ็งเสียงถาม"ที่นี่มันรีสอร์ทห้าดาว หรือว่าวัดร้างกลางป่าช้ากันแน่? ถึงได้มีหมาแมววิ่งเพ่นพ่าน พนักงานทำงานกันยังไง แย่!ห่วยแตกที่สุด!"
แล้วเสียงก่นด่าเื่หมาแมวก็ดังแว้ดๆตลอดทางที่รถตู้เคลื่อนตัวจากป้อมรปภ.ประตูหน้า และเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดหน้าล็อบบี้ของรีสอร์ท
และทันทีที่รถตู้จอดสนิทพอปีกุนเปิดประตูรถได้ ก็แทบจะวิ่งทุ่มเกือก หนีไม่คิดชีวิตไปให้ไกลๆ จากคนทั้งสองแต่ทำแบบนั้นตอนนี้ไม่ได้ เพราะยังทำหน้าที่ขี้ข้าไม่เสร็จ
กระเป๋าสัมภาระ สี่ ห้า หก ใบ ทยอยถูกเธอลำเลียงออกจากท้ายรถตู้ลงสู่รถเข็นโดยมีพี่หนึ่ง เบล บอยคนเดียวที่เหลืออยู่คอยช่วยแบกอีกแรง
ส่งเ้านายถึงมือแผนกต้อนรับเสร็จเรียบร้อยหลังจากได้เห็นกับตาชัดๆว่าสองหนุ่มคล้อยหลังตามพนักงานต้อนรับขึ้นสู่ห้องพักไปแน่ๆ แล้ว ปีกุนจึงค่อยๆผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งปอดได้อีกครั้ง
รอดชีวิตจากสองคนนั้นมาได้ปีกุนก็แทบจะะโโลดเต้นฉลองอิสรภาพ แต่เธอก็ทนเดินเก็บอาการไปจนถึงห้องแคนทีนซึ่งมีอาหารกลางวันอร่อยๆ รอคอยเธออยู่
. . . . . . .