Series: พิณอีสานปิศาจ
ตอนที่ 3 – ต้นโพธิ์ที่กลายเป็เสาเอก
04:31 น. ทุ่งนาหลังหมู่บ้านโนนทรายทอง
ฝนตกหนักจนพื้นดินเป็โคลน
เมฆาขี่รถตัดทุ่งตรงไปยังจุดที่ครูแถมชี้
ไฟหน้าติดเทปดำจนแทบมองไม่เห็นทาง
แต่เขารู้ตำแหน่งเป๊ะ เพราะกำไลเงินสองวงร้อนผ่าวเหมือนถูกเผา
กลางทุ่ง มีต้นโพธิ์ั์ต้นเดียวโดดเด่น
สูงเกือบสามสิบเมตร รากโผล่พ้นดินเหมือนงูั์
แต่สิ่งที่ผิดปกติคือ
ไม่มีใบแม้แต่ใบเดียว
แม้ฝนจะตกหนักแค่ไหน ใบก็ไม่เคยเขียวอีกเลยั้แ่ปี 2529
ตรงโคนต้น มีวงพิณตั้งเรียงกัน 7 วง
ทุกวงมีพิณวางไว้บนขาตั้งไม้ไผ่
และทุกเล่ม… มีสายครบ 14 เส้น ยกเว้นเล่มกลางที่ยังขาดอีก 1 เส้น
ข้างวงพิณ มีคนยืนอยู่คนเดียว
เสื้อแจ็คเก็ตลายพรางทหารเปียกชุ่ม
ผมยาวถึงบ่า
กำไลเงินสองวงที่ข้อมือซ้ายเรืองแสงสีเขียวมรกตเข้ม
หน้าตาเหมือนเมฆาทุกประการ
ยกเว้นดวงตาที่ว่างเปล่าเหมือนคนตาย
และรอยแผลเป็รูปสายพิณที่คอ
“ในที่สุดเ้าก็มา”
เสียงของเขาดังก้องทับเสียงฝน
“ข้าชื่อ ‘เมฆา’ เหมือนกัน
แต่ข้าเป็เมฆาที่ตายไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน
ตอนที่พยายามหยุดพิณเล่มนี้ด้วยตัวคนเดียว”
เมฆาตัวจริงยืนนิ่ง
กำไลสองวงของเขาสั่นแรงจนเืซึมจากข้อมือ
“แกไม่ใช่ข้า”
เมฆาพูดเสียงต่ำ “แกเป็แค่เงาที่ถูกพิณดูดิญญาไว้”
“เมฆาเก่า” ยิ้มเยาะ
“ผิด
ข้าคือส่วนที่เ้าทิ้งไว้ตอนเ้าหนีจากคำสาป
วันที่เ้าถอดกำไลสองวงนี้ทิ้งแล้วหนีไปเริ่มชีวิตใหม่
ข้าถูกทิ้งให้กลายเป็เ้าของพิณแทน”
เขายกพิณเล่มกลางขึ้น
เล่มที่ยังขาดสายสุดท้าย
“คืนนี้ ถ้าได้สายที่ 14 ครบ
พิณจะสมบูรณ์
แล้วข้าจะได้ ‘กลับมาเกิดใหม่’ ในร่างของเ้า
ส่วนเ้า… จะกลายเป็เงาแทน”
เมฆาก้าวเข้าไปอีกก้าว
ฝนกระหน่ำจนมองอะไรแทบไม่เห็น
“แล้วสายที่ 14 ต้องได้จากใคร”
“เมฆาเก่า” หันพิณมาให้ดู
สายด้านที่ยังว่าง
“จากเส้นเอ็นของคนที่เคยเป็เ้าของพิณมาก่อน
นั่นคือ… ตัวเ้าเอง”
เขาดีดพิณเบาๆ หนึ่งจังหวะ
เสียง “ลำซำฮัก” ดังก้องจนพื้นดินสั่น
เืพุ่งออกจากหูและตาของเมฆาตัวจริงทันที
แต่กำไลสองวงดูดเืนั้นกลับเข้าไปในร่างเขา
“เ้าไม่ต้องตายหรอก”
“เมฆาเก่า” เดินเข้ามาใกล้
“แค่ยอมให้ข้าดูดิญญาเ้ากลับเข้าไปในพิณ
แล้วเ้าจะได้เป็ส่วนหนึ่งของเพลงตลอดกาล”
เมฆายกมือซ้ายขึ้น
ห่วงนาคบาศก์สองวงพุ่งออกมา ลอยวนรอบตัวเป็เกราะเงิน
“ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งร่างข้า
แม้แต่ตัวข้าเอง”
“เมฆาเก่า” หัวเราะดัง
แล้วดีดพิณแรงหนึ่งครั้ง
เสียงลำซำฮักดังก้องจนต้นโพธิ์สั่นะเื
รากไม้พุ่งขึ้นจากดิน พันรอบขาเมฆาแน่น
“เ้าลืมไปแล้วเหรอ
กำไลสองวงของเ้า… ไม่ใช่ของจริง”
กำไลสองวงของเมฆาเริ่มร้อนจัดจนไหม้ิั
เืไหลทะลัก
“ของจริง… อยู่กับข้ามานานแล้ว”
“เมฆาเก่า” ยกมือขวาขึ้น
เผยกำไลเงินอีกสองวงที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ
รวมกันเป็สี่วง
“วันที่เ้าหนีไปเริ่มชีวิตใหม่
เ้าทิ้งกำไลครึ่งหนึ่งไว้กับข้า
เพื่อไม่ให้ใครตามเจอ”
เมฆาตัวจริงทรุดลงคุกเข่า
เืไหลจากหู ตา จมูก
เ้าพรายโผล่มาจากพื้นโคลน ร้องไห้
“ท่านครับ! ข้าพาครูแถมมาแล้ว!”
ครูแถมเดินตามมาช้าๆ
มือถือพิณที่ไม่มีสายเหมือนเดิม
เขายกพิณขึ้นพาดบ่า
แล้วดีดลงไปหนึ่งจังหวะ
เสียงพิณของครูแถมดังทับเสียงของ “เมฆาเก่า” ทันที
รากไม้ที่รัดเมฆาคลายออก
“เมฆาเก่า” หันขวับ
“แกยังไม่ตายอีกเหรอ ไอ้ตาบอด!”
ครูแถมยิ้มเศร้า
“ข้าตายไปแล้วั้แ่วันที่เ้าขโมยิญญาข้า
แต่ข้ายังอยู่ได้… เพราะข้าคือ ‘เ้าของพิณตัวจริง’”
เขาหันมามองเมฆา
แม้จะตาบอด แต่รู้ตำแหน่งเป๊ะ
“เด็กหนุ่ม… ถ้าอยากหยุดเพลงนี้
ต้องยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่ง
ิญญาของเ้า
หรือ… ความทรงจำทั้งหมดของเ้า”
เมฆาลุกขึ้นยืนช้าๆ
เืยังไหลไม่หยุด
เขายกมือแตะกำไลสองวงที่ไหม้ิั
แล้วพูดเบาๆ
“ข้าพร้อมเสียทั้งสองอย่าง
ถ้ามันทำให้เพลงนี้หยุด”
ครูแถมยิ้ม
แล้วดีดพิณอีกครั้ง
เสียงลำซำฮักของทั้งสองคนปะทะกันกลางทุ่งฝน
ต้นโพธิ์เริ่มแตกจากโคน
รากไม้ทุกเส้นกรีดร้องเหมือนคน
และในเสี้ยววินาทีนั้น
เมฆาตัวจริงเห็นภาพชัดเจน
ภาพตัวเขาเมื่อยี่สิบปีก่อน
กำลังถอดกำไลสองวงทิ้งไว้ใต้ต้นโพธิ์
แล้วเดินหนีไปโดยไม่หันกลับ
เขาคือคนที่สร้าง “เมฆาเก่า” ขึ้นมาเอง
Next ตอนที่ 4: “ราคาของการหยุดเพลง”
*โปรดติดตามบทต่อไป*