ตอนที่ 8 ตีงูต้องทุบให้ตาย
ชายหนุ่มรู้สึกเสียดายเวลาสามปีเต็ม ที่มอบหัวใจแกร่งให้นางไปครอง ยามได้ยินคำสบถระยำต่ำช้าถึงได้ตาสว่าง ในใจยกเปลวเพลิงแห่งโมหะเป็ที่ตั้ง อย่างไรสกุลหรงต้องชดใช้สิ่งชั่วร้ายที่ก่อ เขาตระหนักได้ว่าไม่ควรนำหยกไปแลกกับกรวด บุปผาในน้ำ จันทราในกระจก[1] หงฟ้าคือมายา ยวนยางคือของจริง[2]
เหรินม่อกลับกระโจมด่านหน้าร่ำสุราหลายไหโดยไม่หลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว เขาปรายตามองกระชอนสานคราใดก็รู้สึกผิดครานั้น ชายหนุ่มแทบไม่อยากสู้หน้าหลินเหอเหยาที่หลายวันมานี้เอาแต่รังแกนาง ทั้งที่สกุลหลินเป็มิตรมาโดยตลอด
จู่ๆม่านบางเปิดพลัน หญิงสาวกระโจนตัวโหยงเข้ามาด้านในทำตัวลับๆล่อๆ เมื่อนางผินหน้าเฉเข้ามาด้านในกลับไม่พบอะไรเลยนอกจากไหสุราและขอดผ้าไหมมัดหมี่ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันครู่เดียวก็ต้องเลิกออกเมื่อร่างสูงโปร่งเข้าฉะหน้าคล้องลำแขนยาวสวมเอว
ลมหายใจอุ่นแผ่ซ่านรดกลางหน้าผาก ดวงตากลมพยายามแหงนมองสะดุดเข้ากับลูกกระเดือกที่กำลังเคลื่อนบนลงล่างเป็จังหวะ ริมฝีปากอิ่มขยับช้าๆราวกำลังยั่วยวนนาง ไม่ว่าส่วนใดบนร่างกายล้วนคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นสุราแรงจนเหอเหยากระฟัดกระเฟียดในโพรงจมูก
"เหรินม่อท่านดื่มมากเกินไปแล้ว"
"เงียบปากหน่อย" น้ำเสียงแหบพร่าเ็าแฝงไปด้วยนัย
"คือว่าหรงเจียนจื้อนาง..." เหอเหยา้าหารือเื่ที่ตนแอบไปได้ยินมา
ทว่าปรากฏตัวยามนี้เท่ากับรนหาที่ตายชัดๆ เขาไม่ปล่อยให้นางได้เอื้อนเสียงจนจบประโยค ริมฝีปากระอุเกยจูบหมับประกบปากอีกฝั่ง ยามสตรีกระอึกกระอักเพราะรู้สึกถึงอากาศหายใจที่เหลือน้อยเต็มทีก็ยกเนื้อปากบนฝืนขบอีกฝั่งจนได้เื ทว่าความกล้าและบ้าบิ่นของเขาไม่ได้มีแค่ในสนามรบเท่านั้น นางเปิดปากเพียงเล็กน้อยลิ้นอุ่นฉกฉวยสอดเกี้ยวเข้าไปตวัดลิ้มรสปาก
เขาจุมพิตนางเร่าร้อนประหนึ่งคนหลงอยู่ในสุสานไร้ธารน้ำ ครั้นได้พบบ่อน้ำใสจึงกระเหี้ยนกระหือรือที่จะยกซดดื่มด่ำอย่างบ้าคลั่ง จังหวะสอดด้ายสนเข็มกระตุ้นหญิงสาวตอบรับลิ้นรัว ครั้นนางเคลือบเคลิ้มจนมีใจจูบตอบเขากลับถอนริมฝีปากหนาออกไปดื้อๆ แต่ยังเหลือไว้ซึ่งสีหน้ากระหายที่พยายามข่มซ่อนไว้
"ข้าล่วงเกินเ้า..." น้ำเสียงที่เปล่งออกมาทั้งแ่เบาและเย้ายวนเจือความหลงใหลในกายสตรีไม่น้อย
หญิงสาวหัวเราะออกมาเรื่อเบา ยกมือเล็กป้องปากก่อนจะกรีดนิ้วเรียวดันปลายคางชายหนุ่มให้เฉกลับมาสบตา กลิ่นสุราคุกรุ่นทำนางคลั่งไคล้ยิ่งนัก น้ำเสียงอ่อนยวบเคล้าใบหน้าอิดออดคล้องใจบุรุษเปล่งออกมา
"แต่ข้า... ยินดีให้ท่านล่วงเกิน" นางตอบกลับอย่างหน้าไม่อาย เดิมทีร่างแกร่งและแก่นกายก็ฉ่าร้อนด้วยความกระสัน ยิ่งนางกระตุ้นเขารุนแรงเช่นนี้หลังหูอ่อนเผยให้เห็นสีแดงฉ่าขึ้นมาฉับพลัน
หากจะเปลื้องผ้าทอดกายไม่มีโอกาสไหนเหมาะไปกว่านี้อีกแล้ว เหอเหยาประดับยิ้มงามบนใบหน้าชิงคล้องแขนเล็กสอดเอวแกร่ง หญิงสาวหวังกินเต้าหู้ฝ่ายชายสานฝันเสียงครางที่นางเอาแค่เก็บไปคำนึงให้เป็จริง
แววตาหวานย้อยคู่นั้นจ้องมองราวจะกลืนกิน ฝ่ามือเล็กคลำหมับเข้าที่แท่งหยกกลางกาย ชายหนุ่มถึงขั้นถลึงตาใส่ มือเล็กกุมรวบไม่พ้นลำ... ครั้นจะจับให้มิดต้องใช้ฝ่ามือถึงสองข้ามกอบกุมไว้ ยิ่งสตรีลูบไล้... เ้าัน้อยตอบสนองชูชันชี้หน้าราว้าสั่งสอนนางให้ได้
เขาก็หน้ามึนไม่เบาที่ไม่เฉตัวหลบแต่แอ่นเอวแผ่หลาให้นางหยอกเย้า ไม่เพียงเท่านั้นเขายังจงใจปลดสายคาดเอวด้วยตัวเอง กรามคมแหงนมองขื่อคานหลับตาพริ้มด้วยความเสียวซ่านที่แผ่ทั่วร่าง เขาหวังเหลือเกินว่านางจะย่อตัวลงไปปลอบประโลมมันด้วยริมฝีปาก
แต่แล้วความกระสันของพวกเขาก็ต้องหยุดชะงักลงฉับพลันเมื่อร่างสูงโปร่งล้มแผละทิ้งตัวหมดสภาพไม่ต่างจากคนข้างถนน ลำบากเหอเหยาลากเขาขึ้นเตียง นางได้แต่เดินหน้าห้อยคอตกออกจากกระโจมด่านหน้าห่อความผิดหวัง แต่ช่างเถอะวันมงคลไม่ได้มีหนเดียว หากวันนี้เขากล้าล่วงเกินนางเท่ากับว่าในใจหินก้อนนั้นมีหลินเหอเหยาบ้างแล้ว
*****
"อื้อ!" เสียงหญิงสาวหวีดร้องด้วยความตระหนกอุ้งมือเล็กคว้าปิดไว้ได้ทัน หรงเจียนจื้อตั้งท่าจะวางกับดักให้ตัวเองได้อยู่ใกล้ชิดเขามากขึ้นอีกสักสองสามวัน ความหวังล้มๆแล้งๆพังไม่เป็ท่า
"นายหญิงเ้าคะ... ทำไมเป็แบบนั้นไปได้" สาวใช้คนสนิทบีบมือเคล้นนิ้วด้วยความกังวล สายตาตีบแคบจ้องมองผู้เป็นายด้วยความประหลาดใจ
ตรงข้ามใบหน้านวลสะท้อนเงาบุปผาผ่านบานกระจก โฉมสะคราญใบหน้าปูดปมช้ำหนองชั่วข้ามคืน เจียนจื้อน้ำตาตกในรับความอัปยศ นิ้วเรียวกรีดทาบขอบโต๊ะไม้แน่นจนหัวไหล่สั่นเทา นางตอบกลับอย่างราบเรียบว่า
"สภาพนี้ข้าจะมีหน้าไปยั่วยวนท่านแม่ทัพได้อย่างไร! เ้านอนข้างข้าตลอดทั้งคืนเหตุใดไม่ตระหนัก" เจียนจื้อเดือดดาลด้วยทวนอารมณ์ถือบันดาลโทสะง้างเล็บหวดสาวใช้ระบายอารมณ์ ในขณะเดียวกันเหอเหยาเข้ากระโจมหมอั้แ่เช้าตรู่ สายจนตะวันโด่งปานนี้นางเอาแต่ยื่นหน้าหาดวงสุริยะก่อนจะเผยรอยยิ้มแป้นคล้ายว่านางนับโมงยามไว้รอแล้ว
เสียงหัวเราะแ่เบาดังขึ้นเมื่อทหารหน่วยสอดแนมคาบข่าวมาแจ้งถึงในกระโจมหมอ บ้างก็ว่าได้ยินเสียงแปลกๆในกระโจมเล็กของคุณหนูหรงั้แ่เมื่อคืน ส่วนอีกคนกล่าวสอดแทรกขึ้นมาราวตาเห็น "เมื่อครู่ข้าผ่านไปที่นั่น ได้ยินเสียงตบตี คุณหนูหรงผู้นี้ภายนอกดูเรียบง่ายและอ่อนโยน คงไม่ลงมือกับสาวใช้กระมัง"
"เ้าโง่ ข่าวลือที่ว่าคุณหนูหรงเอาแต่ใจชอบลงมือกับบ่าวไพ่ส่งต่อปากต่อปาก ทั่วหล้าต่างรู้แจ้ง คงมีแต่ท่านแม่ทัพเท่านั้นที่มองนางเป็ยอดสตรีหลับหูหลับตาชื่นชมเช้าค่ำ"
เสียงกระซิบ... วงแตกเมื่อเหอเหยากรีดมือเรียวเข้ามาในกระโจม นางถนัดนักเื่ยุให้รำตำให้รั่ว หญิงสาวเดินเหินแช่มช้าเท้าสะเอวต่อหน้าเขาคนนั้นพร้อมเอ่ยปาก
"พวกเ้าคิดว่าระหว่างข้าและนางผู้ใดสง่างามกว่ากัน"
"ก็ต้องเป็คุณหนูรองหลินของพวกเราอยู่แล้ว จะไปเป็ผู้อื่นได้อย่างไร จริงไหมพวกเรา"
เพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆไม่กี่วันเหอเหยาตีสนิทหาพรรคพวก ทหารหน่วยเหนือยาวไปถึงประทวนใต้ต่างเป็มิตรสหายเข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ย การมาของนางในวันนี้ทำกระโจมหมอที่เงียบงันมีเสียงเอิ๊กอ๊ากดังไปถึงด่านหน้า
ร่างกำยำพลิกไปมาบนผืนผ้าห่มนวม จู่ๆแผงอกแกร่งสะดุ้งตัวโหยงขึ้นมาด้วยอารมณ์ประหลาด แววตาเฉี่ยวเคลื่อนลงไปจ้องกลางกายอังมือลูบเชื่องช้าบังคับให้แท่งหยกลูกรักสงบลง เขาหลงใหลในกายนางเพียงเพราะฤทธิ์สุรากล่อมประสาทถึงขั้นเก็บเอาฉากรักร้อนแรงไปฝัน
"หลินเหอเหยา! เ้า!" เขาอุทานออกมาเมื่อสมองทึบสลัดใบหน้ายียวนของนางออกจากหัวไม่ได้ ทั้งที่เพิ่งฝันหวานว่าได้กลืนกลีบบุปผาของนาง นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าหล่อคมเปียกเหงื่อเย็นและช่อแก้มแดงเรื่อจนสะดุ้งตื่น
"เกิดอะไรขึ้นขอรับ" ตงฮุ่ยที่เฝ้าอยู่หน้ากระโจมตลอดั้แ่เช้ามืดถือวิสาสะปาดม่านเข้ามาด้านในด้วยความตระหนก
"ไม่มีอะไรทั้งนั้น" ชายหนุ่มขมวดคิ้วหงิกเมื่อคนที่พุ่งตัวเข้ามาเป็เขาไม่ใช่นาง เหรินม่อปัดหลังมือสั่งให้เขาจากไป
"เดี๋ยวก่อน... เหอเหยา... นางทำอะไรที่ไหนอย่างไร" นิ้วเรียวเคลื่อนสูงคลึงหลังหัว เขาแสร้งเกาท้ายทอยวอมกล้ามเนื้อแก้เขิน
"คุณหนูหรงผู้นั้นที่เป็แขกของท่าน แจ้งว่าจะออกจากกวานผิงโดยเร็ว ขออภัยที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า นางเพิ่งจากไปได้ครึ่งก้านธูป หากอาวรณ์นักตงฮุ่ยจะเตรียมม้าศึกให้ท่านห้อไป"
ฉู่ตงฮุ่ยหวังรายงานเอาหน้า ฉไหนยามนี้กลายเป็พวกสมองลาปัญญาแกะ ทำผู้เป็นายหัวเสียแต่เช้า คิ้วหนาคู่นั้นยิ่งขมวดเข้าไปใหญ่ สีหน้าเขินม้วนคล้ายอดกลั้นไม่ให้ผู้ใดเห็นชักเปลี่ยนกลายเป็บึ้งบูดราวผักตุ๋นในหม้อ
"ฉู่ตงฮุ่ย! ออกไปรับโทษ"
"ทะ ท่านแม่ทัพข้าผิดตรงไหนหรือ?" ชายผู้ภักดีงงเป็ไก่ตาแตกอ้าปากเหว๋อใต่ตรองหาข้อบกพร่องทั้งที่เขามั่นใจเหลือเกินว่าเอาใจผู้เป็นายจนถึงที่สุดแล้ว
บุปผาในน้ำ จันทราในกระจก [1] หมายถึง สิ่งที่งดงามเป็ภาพมายาไม่เที่ยงแท้
หงฟ้าคือมายา ยวนยางคือของจริง [2] หมายถึง ความงามใดในใต้หล้าล้วนหลอกลวง ความรักนิรันดร์เท่านั้นที่ยั่งยืน