บทที่ 24 เตรียมพร้อม
ภายในห้องประชุมสำนักเหนือ์ ในเวลานี้ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยน้ำตาและความสิ้นหวังของหลี่เฟย
กำลังจ้องมองไปที่ชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้านางด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ความสับสนและดีใจ อารมณ์ต่างๆนาๆ พรั่งพรูเข้ามาในสมองของนางพร้อมๆกัน
“ทะ..ท่านเป็จอมยุทธ์ระดับราชันย์ยุทธ์จริงงั้นรึ”
ด้วยอายุที่มองด้วยตาเปล่า ชายหนุ่มตรงหน้านางนั้นคงมีอายุไม่ถึง1000 ปีเป็แน่แต่เหตุใดชายผู้นี้ถึงเป็ราชันย์ยุทธ์ได้กัน หลี่เฟยได้แต่เก็บความคิดนี้ไว้ในใจพร้อมเฝ้ารอคำตอบจากชายหนุ่ม
เมื่อได้ยินคำถามและการแสดงออกที่เต็มไปด้วยความสงใสของหญิงสาวตรงหน้า เห็นเช่นนั้นชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับปล่อยแรงกดดันของตนออกมา
แม้แต่จ้าวอ้ายฉิงและฉินซูก็อดที่จะตกตะลึงไม่ได้ “นี่เขาไปพบเจอสิ่งใดมาเหตุใดแรงกดดันของเขาถึงได้เยอะถึงเพียงนี้ พลังของเขาเพิ่มขึ้นถึงระดับใดกันนะ” หญิงสาวทั้งสองมีความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวพร้อมๆกัน
ทางด้านของหลี่เฟย อารมณ์ของนางนั้นมิอาจอธิบายออกมาเป็คำพูดได้ เพียงแค่ชายหนุ่มตรงหน้านางเป็ถึงระดับราชันย์ยุทธ์นางก็แทบจะมิอาจทำใจเชื่อลงอยู่แล้ว
ทว่าบัดนี้แรงกดดันที่ชายหนุ่มปล่อยออกมานั้น ไม่ได้น้อยไปกว่าที่บรรพชนและเหล่าปีศาจโพ้นทะเลเ่าั้ปล่อยออกมาเลยแม้แต่น้อย บางทีแรงกดดันนี้อาจจะมากกว่าบรรพชนของสำนักนางเสียด้วยซ้ำ
สิ้นสุดความคิดของนางเป็เวลาเดียวกันกับที่ชายหนุ่มเก็บแรงกดดันของตนกลับไป ไม่รอให้ใครได้เอ่ยอันใด
ตุบ! หญิงสาวคุกเข่าลงพร้อมกับก้มหัวให้ชายหนุ่ม
“ได้โปรดเถิดท่านหลินตง ได้โปรดช่วยสำนักของข้าด้วย ไม่ว่าท่านอยากได้สิ่งใดข้าจะยอมท่านทุกอย่าง ต่อให้ท่านกระทำต่อข้ามากกว่าในตอนนั้นข้าก็ยอม ข้าขอร้องได้โปรดช่วยผู้คนในสำนักของข้าด้วยเถิดคนพวกนั้นเปรียบเสมือนครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของข้า”
ชายหนุ่มที่เห็นภาพเช่นนี้เป็ครั้งที่สองก็มิอาจทนมองดูได้อีกต่อไป
“จอมยุทธ์หญิงที่ยึดมั่นในศักดิ์ศรี กลับยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อผู้คนในสำนัก หญิงสาวที่มีจิตใจอ่อนโยนเช่นนี้ มิควรเจอเื่แบบนั้นเลย ไม่สินางมิเหมาะเป็จอมยุทธ์ั้แ่แรกแล้วด้วยซ้ำ ยุทธภพหาใช่ที่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ หากจิตใจยอมรับต่อการสูญเสียมิได้การที่จะเข้าสู่เส้นทางนี้ก็นับว่าไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก
แต่ก็นะของแบบนี้มันสามารถเปลี่ยนกันได้เมื่อคนเรารู้ถึงความโหดร้ายของโลกนี้อย่างแท้จริง ตัวข้าเองก็เคยผ่าน่เวลานั้นมาแล้วในตอนที่ข้าต้องเสียอ้ายฉิงไปโดยคนจากยุทธภพ”
เมื่อหลุดจากความคิดของตนเองชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“ลุกขึ้นเถิดแม่นางตอนนี้ข้ารู้ปัญหาของเ้าทั้งหมดแล้ว ขอรับปากเ้าข้าจะเป็คนจัดการเื่นี้ให้เ้าเองหากจะให้ข้าไปแจ้งแก่สองสำนักใหญ่ข้าคิดว่าคงไม่ทันการเป็แน่”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ความรู้สึกตื้นตันก็พรั่งพรูอยู่ในอกของหญิงสาว
“ขอบคุณ…ขอบคุณท่านมาก”
เมื่อเห็นการแสดงออกของหลี่เฟย ชายหนุ่มจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกพร้อมหันศีรษะไปมอง จ้าวอ้ายฉิง
ทว่าสิ่งที่ชายหนุ่มเห็นคือ จ้าวอ้ายฉิงที่กำลังมองมาที่ตนด้วยสายตาดุดันปานจะกลืนกินตัวเขาในคำเดียว เห็นเช่นนั้นชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเบือนหน้าไปทาง ฉินซูแต่สิ่งที่ชายหนุ่มเจอกับมิต่างจากอีกฝั่งที่ตนหันหนีมาเลยแม้แต่น้อย
“หลินตงท่านอธิบายมา ที่แม่นางหลี่เฟยกล่าวว่ามากกว่าที่เคยทำกับนางในตอนนั้น นั่นมันหมายถึงสิ่งใดกัน” จ้าวอ้ายฉิงถามด้วยอารมณ์หึงหวงอย่างบอกได้ชัด ฉินซูที่อยู่อีกด้านของชายหนุ่มก็มีท่าทีมิต่างกัน
“พวกเ้า ระ..เื่นี้้ข้าอธิบายได้นะ”
หลี่เฟยที่เห็นสถานการณ์ตรงหน้าทำได้เพียงนำมือเล็กๆมาปิดปากของตน “นะ..นี่ข้าเผลอสร้างเื่เสียแล้ว”
ในด้านของชายหนุ่มที่กำลังจะเริ่มอธิบายให้หญิงสาวทั้งสองฟังจู่ๆก็หยุดการกระทำลงพร้อมมองออกไปนอกหน้าต่าง “นั่นมันอะไรกัน” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงใส
ในม่านตาของชายหนุ่มปรากฏจุดสีดำกำลังพุ่งมาจากระยะไกล ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียวจุดสีดำที่ว่าก็ใหญ่ขึ้น ในเวลานี้เองชายหนุ่มถึงเห็นสิ่งที่กำลังลอยมาได้อย่างชัดเจน
แต่ถึงจะเห็นตอนนี้ก็มิอาจทำสิ่งใดได้อีกแล้ว
เปรี๊ยะ!! กระจกภายในห้องประชุมแตกเป็เสี่ยงๆพร้อมกับสิ่งที่ลอยเข้ามากำลังลุกขึ้นช้าๆ
“โฮ่ง เ้าคนเลี้ยงข้านายท่านสุนัขคงิกลับมาแล้ว เ้ามีอาหารให้ข้ากินหรือไม่โฮ่ง”
ใช่แล้วในที่สุดเ้าสุนัขหน้าบื้อคงิก็กลับมา และนี่เป็สาเหตุที่ชายหนุ่มมิอาจห้ามไม่ให้เ้าคงิทะลุกระจกมาทันเพราะไอเ้านี่มันสามารถฉีกมิติได้ แต่มันกลับเลือกมาหยุดอยู่หน้ากระจกหน้าต่างเพื่อที่จะพังเข้ามา
“เพื่ออะไรกัน เ้าหมาบื้อนั่นมันจะพังหน้าต่างมาเพื่ออะไร” ชายหนุ่มได้แต่คิดพร้อมกับคิ้วที่กำลังกระตุก ในเวลานั้นเองเ้าคงิก็ได้ทำให้ชายหนุ่มตาโตเป็ไข่ห่านอีกครั้ง รวมถึงหญิงสาวทั้งสามด้วย
จู่ๆเ้าสุนัขคงิก็พยายามคายบางอย่างออกมาจากปากของมันเหมือนพยายามจะเอาบางสิ่งในท้องออกมา
ผ่านไปเพียงไม่กี่ลมหายใจ ตุบ! ตุบ! ร่างสองร่างก็ถูกมันคายออกมา
“มะ…หม่าฉือ เจียงเป่า” ใช่แล้วสองคนที่ถูกคายออกมาก็คือเ้าสำนักสำนักพันศาสตราและเ้าสำนักสำนักลิขิตฟ้านั่นเอง
“อะ..ไอ้เ้าคงิเ้าสุนัขบื้อเ้าทำอันใดของเ้า เหตุใดสองคนนี้ถึงออกมาจากปากเ้าได้ อย่าบอกข้านะว่าเ้าพยายามจะกินสองคนนี้เ้าหมาบื้อ” หลินตงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นใ
“โฮ่ง ไอเ้าคนเลี้ยงเ้านั่นสิหน้าบื้อ อีกอย่างข้าไม่ได้กินเ้าสองคนนี้สักหน่อย แต่ข้าเห็นว่าเ้าสองคนนี้ได้รับโชคมหาสาร ข้าจึงช่วยเ้าพวกนี้นิดหน่อยนะโฮ่ง”
“นิดหน่อย?? ที่บ้านเ้าเรียกการกลืนคนเป็ๆเข้าไปในท้องว่านิดหน่อยรึ” ชายหนุ่มเอ่ยกลับด้วยสีหน้าปั้นยาก ภาพเช่นนี้ช่างแปลกเกินไปสำหรับผู้คนทั่วไปยิ่งนัก
ไม่รอให้ชายหนุ่มเอ่ยอันใดอีก หม่าฉือและเจียงเป่าก็ได้สติขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปที่คงิ
“อะ..ไอเ้าสุนัขบัดซบ ข้ากำลังถึง่เวลาสำคัญแต่เ้ากลับมากลืนตัวข้าไปหน้าตาเฉย” หม่าฉือ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดและใในเวลาเดียวกัน ในด้านของเจียงเป่านั้นก็ทำได้แค่ชี้นิ้วอันสั่นเทาเพราะความโกรธไปที่สุนัขคงิ
“โฮ่ง…ไอเ้าพวกบื้อข้าหาได้ก่อกวนพวกเ้าไม่ ข้าช่วยให้เ้าดูดซับพลังปราณจากสมบัติได้ดีมากขึ้นต่างหาก ลองสำรวจพลังของพวกเ้าดูสิโฮ่ง”
สิ้นเสียงของคงิ หม่าฉือและเจีงเป่าจึงได้สำรวจพลังยุทธ์ของตัวเองเพียงไม่กี่ลมหายใจใบหน้าของทั้งสองก็ อดที่จะแสดงถึงความตกตะลึงออกมาไม่ได้
“นะ..นี่มันราชันย์ยุทธ์ระดับกลาง”
ทั้งสองเอ่ยออกมาด้วยความใ แต่คนที่ใมากกว่าคือสตรีทั้งสามภายในห้องประชุมเพียงเวลาแค่ไม่นานเ้าพวกนี้ไปพบสิ่งใดกันมานะ ไม่เพียงแต่หลินตงที่มีพลังยุทธ์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ แต่ทั้งสองคนนี้ก็มีพลังยุทธ์เพิ่มมากขึ้นไม่แพ้กัน
ทว่าคนที่ตกตะลึงที่สุดคงไม่พ้นหลี่เฟย ราชันย์ยุทธ์ระดับกลาง เหตุใดตัวตนทรงพลังเช่นนี้ถึงมาอยู่ในสำนักเล็กๆแบบนี้ได้ล่ะ ตามสามัญสำนึกทั่วไป สำนักคลื่นวารีของนางที่ถือเป็หนึ่งในสามสำนักใหญ่ ที่ควรจะมีพลังแข็งแกร่งที่สุดเทียบเคียงกับอีกสองสำนัก แต่สำนักคลื่นวารีกลับมีจอมยุทธ์ที่มีพลังสูงที่สุดแค่ราชันย์ยุทธ์ครึ่งก้าวระดับกลางเท่านั้น
แต่เหตุใดสำนักเล็กๆอันห่างไกลเช่นนี้กลับมีจอมยุทธ์ระดับกลางถึงสามคน และหนึ่งในนั้นยังไม่แน่ว่าอาจจะมีพลังมากกว่าราชันย์ยุทธ์ระดับกลางทั่วๆไปด้วยซ้ำ ในเวลานี้หัวสมองของหลี่เฟยสับสนเต็มไปหมด
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตะลึงกับการพัฒนาของ หม่าฉือและเจียงเป่า ยังมีสุนัขอีกหนึ่งตัวที่กำลังกู่ร้องอยู่ภายในใจ
“โฮ่ง ฮาๆๆ โชคของข้านี้ดีเสียจริงที่มาเจอเ้าสองคนนี้ข้าจะได้อาศัยพลังจากของวิเศษที่เ้าพวกนี้เจอมาเพิ่มพลังยุทธ์ของข้า ตอนนี้ข้าก็ก้าวขึ้นเป็ราชันย์ยุทธ์ระดับกลางแล้วเช่นกัน โฮ่ง แต่ถึงแม้ข้าไม่มาเ้าสองคนนั้นก็คงจะเลื่อนระดับอยู่ดีถึงจะใช้เวลานานกว่านี้ก็ตาม
แต่พลังของของวิเศษก็จะเสียหายไปหลายส่วน ข้าก็แค่เอาพลังส่วนนั้นมาเองมิใช่การทำผิดอันใดแค่การจะทำเช่นนั้นข้าจะต้องกลืนของวิเศษนั้นมาในท้องของข้า รวมถึงเ้าสองคนนั้นด้วย”
เ้าสุนัขคงิได้แต่คิดกับตัวเองในใจอย่างมีความสุข
จากผู้เขียน:ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามกันมาด้วยนะขอรับ ไม่ว่าเป็แบบซื้อตอนอ่านล่วงหน้าหรืออ่านตามเวลาปกติ กระผมก็ขอบคุณมากนะขอรับ คอมเม้นท์พูดคุยกันได้นะครับ ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio