เฉินหลงได้เริ่มใช้หินเวทที่เขาได้เเลกมา เริ่มทำการดึงพลังออกจาก หินเวท เขารวบรวมพลังเวทที่ดึงได้จากหินไปใว้ที่จุดตันเทียนของร่างกาย
คลายกับการฝึกยุทธ เเละใช้พลังเวทขยายไปยังจุดต่อไป เเต่ยังไม่ทันไร หินเวทของเขาก็ได้หมดลง เเต่เขานั้นยังไม่เลื่อนขึ้่นเป็ระดับสอง
เนื่องจากเขานั้น มีสองธาตุ ที่ระดับ 4 เเละ ธาตุความมืดที่ไม่สามารถวัดระดับได้ ทำให้ต้องใช้ทรัพยาการมากกว่าปกติหลายเท่า ตัวเขานั้นได้คำณวณเเล้วว่า เขานั้นอาจจะต้องใช้อีก 20 หินระดับต่ำเพื่อที่จะเลื่อนระดับต่อไป
เมื่อหินของเขาหมดเเล้ว พร้อมกับเวลาของการเเข่งขันที่เหลืออีกเพียง 2 วันเท่านั้น
เเต่เขาก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะว่าระดับขั้นของนักเวทระดับเริ่มต้นนั้น ต่างกันเพียงน้อยนิด เเละด้วยตัวเขานั้นมี ธาตุไประดับ 4 เขาสามารถเอาชนะทุกคนได้อย่างง่ายดาย ยกเว้น คนจากห้องอื่นที่ได้ระดับธาตุสูงๆ กับ ธาตุเเปลกอะนะ เเล้วก็ จัสมิน เพราะเธอมีธาตุน้ำเเข็งระดับ 5
เขาได้เดินออกมาจากห้อง เเล้วไปเคาะประตูห้องของจัสมิน
"นี่เธอ ออกมาหน่อยสิ ฉันมีเื่จะถาม "
สิ้นเสียงของเฉินหลง ประตูห้องได้เปิดออก
"ว่าไงคะ "
" เธอจะเข้าร่วมการเเข่งของวันพรุ่งนี้ไหมอะ "
"เข้าสิ น่าสนุกดีที่ได้สู้กับคนอื่นนะ "
" โอเค ฉันมาถามเธอเื่นี่เเหละ "
ต่างคนต่างเเยกย้ายกันเขาห้อง
ในห้องของจัสมิน
" อ๊า นี่เขาจะมาถามฉันทำไมละ หรือ เขา้าเอาชนะฉันหรอ ? ไม่มีทางซะหรอก ฮี่ฮี่ "
ในห้องของเฉินหลง
"เธอน่าจะรู้เเล้วนะ ว่าฉันนะ้าเอาชนะการเเข่งขันเพื่อเอารางวัลนั้น ต่อยอดไปสู่จุดสูงสุด "
"ฉันคิดว่าเธอน่าจะอ่อนให้ฉันบ้างนะ "
"เอะ ตอนนี่เธอระดับสองเเล้วนี่น่า เเล้วชั้นจะเอาชนะเธอได้ยังไงละ "
ตอนนี่ เฉินหลงได้คิดออกเเค่ทางเดียว นั้นคือ
การไปหอสมุด เพื่อหาวิชาที่เหมาะสมกับตัวเอง
ณ หอสมุด
เฉินหลงได้เดินเข้าไปในหอสมุดเเล้วเดินต่อเขาไปในเเพนก วิชาธาตุไฟ
ตอนนี้เป็เวลา เกือบสามทุ่ม เฉินหลงยังคงนั่งหาวิชาที่เหมาะกับตนเองไม่เจอ เขาได้หยิบหนังสือเกือบทุกเล่นขึ้นมาดู เพื่อหาวิชาที่เขาได้กับตนเอง เเต่เขานั้นก็ยังไม่พบ
เเละในตอนนี้ เขาก็ได้เจอ หนังสือที่อยู่ในกองขยะ เพราะว่าเป็หนังสือที่ข้างในไม่มีเเม้เเต่ตัวอักษรเดียวเลย เเละไม่มีคนรู้วิธีอ่าน
เเค่เขาได้จับตัวหน้าปก เขาก็รู้สึกเลยได้ว่า วิชานี่เเหละเขาได้กับตนเองเเน่
เขาได้หยิบหนังสือขึ้นมา เเล้ว เปิดดู เเต่เขานั้นไม่สามารถมองเห็นอะไรได้สักอย่างจากหนังสือเลย
เขาเลยได้ตัดสินใจ ใช้วิชา์กลืนกินหนังสือเขาไป
เฉินหลงได้พบว่า วิชาของหนังสือเล่นนี่ คือ เพลิงสุริยัน เป็วิชาของชนชั้นราชวงศ์ เเต่เขาได้คิดว่าคงไม่มีใครสามารถอ่านมันได้ เขาเลยได้โยนต่อมาตามชนชั้น เช่นกัน ชนชั้นสูงคงส่งต่อเล่มนี่มาสู่ชนชั้นกลาง เเต่ชนชั้นกลางคงไม่ส่งต่อหนังสือเล่มนี่สู่ชนชั้นต่ำ เพราะว่าส่งไปพวกนั้นก็อ่านไม่ได้อยู่ดี
เช่นนี่เขาได้วิชาไม้ตายมาเเล้ว 1 ต่อจากนี่เขาได้เริ่มหาวิชาสามัญประจำธาตุ เพื่อใว้ใช้ต่อสู้ในการเเข่งขัน
เขาได้วิชา เพลิงอสรพิษ มา เเล้วก็ ฝ่ามือเพลิง ทั้งคู่เป็วิชาที่ดี
เมื่อเขาได้วิชาครบเเล้ว เขาได้อยู่ในหอสมุดต่อ เพื่อหาความรู้เกียวกับ ธาตุความืดของเขา เเละ ระดับที่ไม่สารถวัดได้
เขาได้ค้นหาจนถึงเที่ยงคืน จนในหอสมุดไม่มีใครนอกจากเขา
ในคืนนี้ ผู้าุโเมอริน ได้เป็เวรยามในครั้งนี่
เมื่อเขาได้เห็นเฉินหลง ได้พยายามหาข้อมูลของเวทมนต์ เขาได้เดินตรงเขาหาเฉินหลง
"เฉินหลง เ้าหาอะไรอยู่หรอ "
ก่อนที่เฉินหลงจะพูด เขาได้ทำความเคารพผู้าุโ ที่เคยช่วยเขาใว้เเล้วหลายครั้ง
"ผมกำลังหา ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเวทมนต์นะครับ "
"งั้นหรอ งั้นเดียวข้าจะพาเ้าขึ้นไปใน ชั้นที่ 4 ละกัน ที่นั้นมีความรู้เยอะมากเเละข้ามารถพาเ้าไปที่นั้นมันดีที่สุดสำหรับเ้าเเล้วหละ "
"ขอบพระคุณมากครับ " เฉินหลงเเทบจะก้มลงไปกราบผู้าุโเมอริน ที่ช่วยเขาใว้เยอะขนาดนี่
เขาได้สาบานใว้ในใจว่า เขาจะไม่ทำให้ผู้าุโเมอรินจะต้องผิดหวัง
เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 4 เขาได้ใช้ทุกวินาทีอย่างมีค่า เขาได้พยายามหาธาตุความมืด
ผ่านไป 1 ชั่วโมง
เขาได้ค้นหาธาตุความมืดพบจนได้
ในหนังสือบอกว่า ธาตุนี่ไม่ได้ปรากฎออกมานานเเล้ว ใครก็ตามที่ได้ธาตุนี่ส่วนใหญ่จะถูกลิขิตให้ กลายเป็พวกวิปริต เนื่องจากธาตุนี่มีพลังอำนาจเยอะเเต่ก็เเลกมาด้วยการควบคุมได้ยาก จึงทำให้ถูกเเทรกเเซงได้ง่าย เเละ ธาตุนี่เป็ศัตรูโดยธรรมชาติกับธาตุเเสงของโบทถ์ศักสิทธิ์ของเมืองหลวง เมื่อได้ก็ตามที่เมื่องหลวงได้ทราบว่า มีคนมีธาตุมืด เเม้จะเป็ระดับ 1 ก็ตาม ก็จะถูกำจัดอย่างไรปราณี
เเละโบทถ์ศักสิทธิ์ ได้กำหนดใว้ว่าใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลธาตุมืดจะต้องถูกลงโทษ
เมื่อได้รู้เช่นนี้ เฉินหลง ได้ข้อสรุปว่าเขาจะไม่ใช้ธาตุความมืดจนกว่าเขานั้นจะใกล้ถึงความตายเเล้ว