หลังจากเสร็จสิ้นงานศพของพิลาไลยได้ 3 วัน ก็มีการประชุมครั้งใหญ่ที่สาขา 1 โดยมีทนายธันวาเป็ผู้อธิบายว่าร้านอาหารและพนักงานทั้งหมดที่อยู่ใต้การดูแลของพิลาไลยจะเป็ยังไงต่อ จะได้อยู่ต่อ หรือจะต้องปิดกิจการลง
ถึงวันที่นัดหมายการประชุมและการชี้แจงสถานการณ์ของบริษัท ทุกคนกำลังทยอยเข้ามาในห้องประชุม ทนายธันวาก็เริ่มกวาดสายตาของพนักงานเ่าั้ ในสายตาของทนายบ่งบอกได้ว่ากิจการนี้ต้องถูกปิดตัวลงอย่างแน่นอน ทนายเริ่มจับไมค์ขึ้นมาจ่อที่ปากของเขา
“สวัสดีครับ ผมทนายธันวา เป็ทนายของคุณพิลาไลย ได้รับมอบหมายต่อจากคุณพิลาไลยเพื่อมาแจ้งข่าวกับทุกท่านครับ ตอนนี้คุณพิลาไลยได้เสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุจากการทะเลาะวิวาทของลูกค้ากลุ่มหนึ่ง คุณพิลาไลยไม่มีบุตรเพื่อรับ่ต่อจากคุณพิลาไลย และไม่มีญาติที่ไหน ทำให้วันนี้ผมต้องออกมาแจ้งเื่พินัยกรรมของคุณพิลาไลยให้กับพวกคุณทุกคน" ทนายธันวาประกาศแก่พนักงานในห้องประชุมก่อนที่จะเริ่มอ่านพินัยกรรมของพิลาไลยต่อไป
"พินัยกรรมฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อ 12 มีนาคม พุทธศักราช 2556
ข้าพเ้า นางสาวพิลาไลย อายุ 37 ปี เกิดวันที่ 14 สิงหาคม พุทธศักราช 2530
1. ข้าพเ้าขอทำพินัยกรรมฉบับนี้ไว้เพื่อแสดงว่าเมื่อข้าพเ้าถึงแก่ความตาย ข้าพเ้าขอยกทรัพย์สินให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
1.1 บริษัท เอริน กรุ๊ป จำกัด , ร้านแสนอร่อยทั้งหมด 10 สาขา และเงินสดจำนวน 10,000,000 บาทเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจเท่านั้น ขอมอบให้แก่ นางสาวจารวี เลขาส่วนตัวของข้าพเ้า พร้อมแต่งตั้งให้นางสาวจารวีเป็ผู้บริหารทันทีหลังจากข้าพเ้าถึงแก่ความตาย
1.2 เงินสด 500,000 บาท พร้อมกับตำแหน่งผู้จัดการสาขา 1 ขอมอบให้แก่ นางสาวนิภา ทันทีหลังจากข้าพเ้าถึงแก่ความตาย
1.3 เงินสด 500,000 บาท พร้อมกับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการสาขา 1 ขอมอบให้แก่ นางสาววรรณา ทันทีหลังจากข้าพเ้าถึงแก่ความตาย
1.4 ทรัพย์สินและเงินสดส่วนอื่น ขอมอบให้กับมูลนิธิเด็กและสตรี ทั้งหมด
1.5 กำไรส่วนหนึ่งทางธุรกิจจะต้องบริจาคให้กับมูลนิธิต่างๆ เป็จำนวน 5% ของผลกำไรธุรกิจ
2. เมื่อข้าพเ้าถึงแก่ความตาย พนักงานที่อยู่ใต้การบังคับบัญชาของข้าพเ้ายังคงได้ทำงานในบริษัท และร้านอาหารแสนอร่อยต่อไป โดยมีคุณจาวรีเป็ผู้บริหารคนใหม่ และกฎระเบียบของการทำงานทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมทั้งหมด แม้ข้าพเ้าจะถึงแก่กรรมแล้วก็ตาม
3. เมื่อข้าพเ้าถึงแก่ความตาย ให้แต่งตั้ง นายธันวา ทนายความส่วนตัวของข้าพเ้า เป็ผู้จัดการมรดกของข้าพเ้า หากปรากฏว่า นายธันวา
ทนายความ ส่วนตัวของข้าพเ้าถึงแก่กรรมพร้อมกับข้าพเ้าหรือก่อนข้าพเ้า ให้ นางสาวจารวี เป็ผู้จัดการมรดกของข้าพเ้าต่อไป
พินัยกรรมฉบับนี้ทำขึ้นเป็สองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกันทุกประการ ฉบับหนึ่ง ข้าพเ้าเป็ผู้เก็บรักษาไว้เอง ส่วนอีกฉบับหนึ่ง นายธันวา ทนายความส่วนตัวของข้าพเ้าเป็ผู้เก็บรักษาไว้
ข้าพเ้าขอยืนยันว่าข้าพเ้ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ทุกประการข้าพเ้าได้อ่านและเข้าใจข้อความในพินัยกรรมนี้โดยตลอดแล้วเห็นว่าตรงตามเจตนารมณ์ของข้าพเ้าทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็สำคัญต่อหน้าทนายส่วนตัว อย่างครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อวันที่และ ณ สถานที่ดังระบุไว้ข้างต้น
ลงชื่อ พิลาไลย ผู้ทำพินัยกรรม"
…
ทนายธันวามองดูพนักงานที่กำลังนั่งน้ำตาไหลจากการที่เขาได้อ่านพินัยกรรมทั้งหมดให้ฟังแล้ว ต่างก็รู้สึกทราบซึ้งใจและก็แอบเสียใจที่พิลาไลยเสียชีวิต
“ทุกท่านเข้าใจในสิ่งที่ผมอ่านแล้วใช่หรือไม่ครับ” ทนายธันวาเอ่ยถามพนักงานทุกคนที่นั่งฟังอยู่ในห้องประชุม
พนักงานทุกคนต่างตอบขึ้นมาพร้อมกันว่า “เข้าใจค่ะ/เข้าใจครับ” ก่อนที่จะนั่งมองมาบนแท่นบรรยายของห้องประชุมที่มีทนายธันวายืนอยู่
“ผมจะรีบจัดการเื่มรดกของคุณพิลาไลยให้ไวที่สุดนะครับ เพื่อไม่ให้เป็การล่าช้า รบกวนแผนกบุคคลส่งรายละเอียดการของพนักงานทุกคนให้กับผมด้วย ผมจะนั่งประจำที่สาขาใหญ่โดยมีคุณจารวีเป็ผู้ช่วยผมในงานต่างๆ” ทนายธันวาเอ่ยบอกกับพนักงานทุกคนก่อนที่ที่จะหันกลับเอ่ยถามเลขาของพิลาไลย “คุณจารวีเข้าใจในส่วนนี้ใช่หรือไม่ครับ”
“เข้าใจค่ะ” จารวีตอบกลับทนายธันวา ทนายส่วนตัวของคุณพิลาไลยเ้านายของเธอ
“ขอให้ทุกท่านแยกย้ายกลับไปทำงานได้ตามปกติครับ ขอบคุณครับ” ทนายธันวาเอ่ยบอกก่อนที่เขาจะลงจากแท่นบรรยายมาหาเลขาของพิลาไลย