องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 47 ซ่อมแซมบ้าน 2

            เดิมทีหญ้าคาบนหลังคาบ้านนั้นรกมากอยู่แล้วพอฝนตกหนักติดต่อกันสองคืน หญ้าคาก็ยิ่งเปียกชื้น ส่วนใหญ่ผุพังส่งกลิ่นเหม็นเน่าบางจุดก็มีเห็ดราเล็กๆ ขึ้น พอรื้อออกก็เจอทั้งหนอนแมลงตัวเล็ก แมงมุม ตะขาบไต่ยั้วเยี้ย พอโดนแสงก็พากันหนีตายอลหม่าน

            อันซิ่วเอ๋อร์เห็นพวกมันร่วงหล่นลงมาจากหลังคามากมายก็รู้สึกขนลุกขนพองนางเพิ่งรู้ตัวว่าอยู่ร่วมกับสัตว์เหล่านี้มานานขนาดนี้ส่วนเหลียงซื่อพอเห็นแมลงก็ไม่ปรานี เหยียบย่ำจนมันแหลกละเอียดคาเท้า

            พ่อเฒ่าอันและคนที่มาช่วยกันโยนหญ้าคาเก่าทิ้งแล้วมุงด้วยหญ้าคาใหม่ ใช้ก้อนอิฐทับให้แน่นหนา ทำงานหนักกันครึ่งค่อนวันหลังคาจึงซ่อมเสร็จ นับว่ายังโชคดี เพราะพอทำเสร็จ ฝนก็โปรยปรายลงมาอีกครั้ง

            สายฝนนี้จึงเป็นการทดสอบหลังคาใหม่ได้เป็นอย่างดีพ่อเฒ่าอันและคนอื่นๆ เดินตรวจดูทั่วบ้านว่ามีตรงไหนรั่วซึมหรือไม่แต่เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาปูหญ้าคาไว้อย่างหนาแน่นตรวจดูทั่วแล้วก็ไม่พบรอยรั่วเลยแม้แต่น้อย

            "ครั้งนี้ต้องขอบคุณท่านพ่อท่านแม่มากที่มาช่วยไม่อย่างนั้นฝนจะตกหนักแค่ไหนพวกเราก็คงแย่แน่ๆ" อันซิ่วเอ๋อร์ซึ่งปัดกวาดบ้านจนสะอาดเรียบร้อยแล้วพอเห็นพ่อเฒ่าอันและทุกคนเข้ามา ก็รีบเชิญให้นั่งลง รินชาให้ทุกคนพลางพูดว่า"ขอบคุณมากนะเจ้าคะ ลำบากแย่เลย"

            พ่อเฒ่าอันพยักหน้าแล้วไอออกมาอีกครั้งเขามองจางเจิ้นอัน ดวงตายังคงมีแววเศร้าหมอง "ปีนี้ก็คงเป็นแบบนี้ไปก่อนแต่ต่อไปพวกเจ้าจะทำยังไงกัน?"

            "ใช่แล้วหลังคาหญ้าคามันเป็นที่เพาะพันธุ์แมลงตัวเล็กๆ" เหลียงซื่อพูดเสริม"อย่าหาว่าพวกเราจู้จี้นะ แต่ถ้าพวกเจ้าพอมีเงินมีทองขึ้นมาก็ควรสร้างบ้านหลังคากระเบื้องดีกว่า"

            "เจ้าค่ะ ท่านแม่" อันซิ่วเอ๋อร์เห็นจางเจิ้นอันเงียบไป ก็รีบตอบแทนแล้วพูดว่า "พวกท่านนั่งพักกันก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าไปทำอาหารก่อน"

            "เฮ้อ ไม่ต้องลำบากหรอกลูกพวกเรานั่งแป๊บเดียวก็จะกลับแล้ว" เหลียงซื่อรีบห้าม"แม่ให้สะใภ้รองเตรียมอาหารไว้ที่บ้านแล้ว

            เมื่อวานเพิ่งได้ของจากลูกไปวันนี้จะมานั่งกินข้าวบ้านลูกได้ยังไง อีกอย่างฐานะบ้านลูกก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร"

            "ท่านแม่ ก็แค่มื้อเดียวเองอย่าปฏิเสธเลยเจ้าค่ะ ถ้าท่านแม่ยังพูดแบบนี้อีก ข้าโกรธจริงๆ ด้วยนะ"

            อันซิ่วเอ๋อร์ทำหน้ามุ่ยใส่ค้อนใส่มารดาแวบหนึ่ง แล้วเดินเข้าครัวไปทำอาหารเหลียงซื่อเห็นลูกสาวเข้าครัวไปแล้ว ก็นั่งรอเฉยๆ ไม่ได้ จึงลุกตามไปช่วยในครัวปล่อยให้จางเจิ้นอันนั่งคุยสัพเพเหระกับพ่อเฒ่าอันอยู่ในห้องโถง

            สมัยหนุ่มๆ พ่อเฒ่าอันเคยเดินทางไปหลายที่การคุยกับจางเจิ้นอันจึงไม่ขาดเรื่องคุยทั้งสองคุยกันตั้งแต่เรื่องในหมู่บ้านชิงสุ่ยไปจนถึงเมืองลั่วเหอจากเมืองลั่วเหอไปถึงเมืองฉางหนิง จางเจิ้นอันตั้งใจฟังเป็นอย่างดี นานๆครั้งก็เสริมขึ้นมาบ้าง ทำให้พ่อเฒ่าอันยิ่งคุยออกรส

            ตอนนี้เขาแก่แล้ว เรื่องที่เจอมาสมัยหนุ่มๆนั้น เขาเล่าให้คนที่บ้านฟังเป็นสิบๆ รอบแล้ว ลูกชายทั้งสองก็ฟังจนเบื่อแม้แต่หลานชายอันหรงเหอก็ไม่ค่อยอยากฟัง

            เขามักจะเล่าว่าโลกภายนอกนั้นน่าตื่นตาแค่ไหนแต่ฐานะของบ้านตระกูลอันก็ไม่ได้ดีนักแค่การจะเดินทางเข้าอำเภอก็ถือเป็นเรื่องใหญ่แล้ว อย่างเช่นเหลียงซื่อชีวิตนี้ไปไกลที่สุดก็แค่ในตัวเมือง

            หลายปีมานี้ เขารู้ว่าพวกเด็กๆไม่อยากฟังเรื่องเหล่านี้แล้ว เขาก็เลยไม่เล่าอีก คิดว่าตัวเองแก่แล้วพูดไปก็น่ารำคาญ อีกอย่าง ถึงจะเคยออกไปใช้ชีวิตข้างนอกมาหลายปีสุดท้ายก็กลับมาบ้านเกิด แต่งงานมีลูก พอแก่ตัวลง บ้านก็ยังยากจนเหมือนเดิมเล่าเรื่องเก่าๆ ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร

            แต่คนแก่ก็เหงาเป็นธรรมดาบางครั้งที่นอนไม่หลับ เขาก็จะนึกถึงเรื่องราวสมัยหนุ่มๆตอนนั้นเขาทำงานเป็นลูกจ้างในร้านผ้าในเมือง ได้เจอผู้คนมากมายได้เห็นโลกภายนอกที่เจริญรุ่งเรือง

            "เจ้ารู้ไหม สมัยนั้นพ่อยังเคยตามเถ้าแก่ไปซื้อของที่เมืองจวิ้น เมืองจวิ้นนั่นเจริญรุ่งเรืองมากตอนนั้นพ่อยังหนุ่ม พอเข้าไปในเมือง เห็นแต่บ้านเรือนสูงใหญ่เสียงซื้อขายดังเซ็งแซ่ ถนนหนทางมีคนเดินกันขวักไขว่ คึกคักมาก ตอนนั้นน่ะพ่ออยากจะอยู่ที่เมืองจวิ้นไปตลอดชีวิตเลย"

            พ่อเฒ่าอันเล่าไปพลาง ดวงตาเป็นประกายดูหนุ่มขึ้นหลายปีราวกับว่าการได้ไปเมืองจวิ้นครั้งนั้นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

            "แล้วทำไมท่านถึงไม่ได้อยู่ที่เมืองจวิ้นล่ะขอรับ?"จางเจิ้นอันถามขึ้นมาพอดี

            พอมีคนถาม พ่อเฒ่าอันก็เล่าต่อ"พ่อก็อยากอยู่หรอกแต่เมืองจวิ้นไม่ใช่ที่ที่ใครนึกอยากจะอยู่ก็อยู่ได้ พ่อเป็นแค่ลูกจ้างตัวเล็กๆตามเถ้าแก่ไปซื้อผ้าแล้วก็กลับแต่แค่ประสบการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้พ่อได้เปิดหูเปิดตามากแล้ว"

            พ่อเฒ่าอันพูดถึงเมืองจวิ้นตอนนี้แววตายังเต็มไปด้วยความชื่นชม เขาเล่าว่า "เจ้ารู้ไหม ในเมืองจวิ้นมีตระกูลใหญ่อยู่ตระกูลหนึ่งอยู่ในเขตหมิ่นเยว่มาหลายร้อยปี ผ่านมากี่ราชวงศ์ก็ยังอยู่กิจการของเขาแผ่ไปทั่วเมืองจวิ้น รุ่งเรืองมาก ถ้าได้เกิดในตระกูลนี้ละก็ทั้งชีวิตก็คงไม่ต้องห่วงเรื่องปากท้องเลย"

            "ตระกูลอะไรเก่งขนาดนั้นเลยหรือท่านพ่อ?" อันเถี่ยหมู่ก็ถามขึ้นบ้างตอนนี้เขาเคยไปไกลสุดก็แค่ในตัวเมือง จึงยังคงใฝ่ฝันถึงเมืองจวิ้นที่พ่อเล่าให้ฟัง

            "ตอนนั้นพ่อก็ได้ยินจากเถ้าแก่เล่ามาตระกูลนี้แซ่จาง คนเขาเรียกกันว่า 'จางครึ่งเมือง' ว่ากันว่าจนถึงตอนนี้กิจการของพวกเขาก็ยังคงกินพื้นที่ไปครึ่งเมืองจวิ้น"พ่อเฒ่าอันตอบ "ได้ยินว่ากิจการของพวกเขากระจายไปทั่วต้าฉีในเมืองหมิ่นเยว่นี้เหมือนเป็นเจ้าพ่อเลย ขนาดทางการยังไม่กล้าแตะต้อง"

            "ตระกูลใหญ่ขนาดนี้พวกเราคงได้แต่มองจริงๆ" อันเถี่ยหมู่ฟังแล้วก็พยักหน้า"ในเมืองเราก็มีเศรษฐีแซ่จางอยู่คนหนึ่งจะใช่คนจากตระกูลจางที่พ่อพูดถึงหรือเปล่า?"

            "เรื่องนี้พ่อก็ไม่รู้อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ พ่อก็แค่เคยได้ยินมา เรื่องภายในของเขาพ่อจะไปรู้ได้ยังไง" พ่อเฒ่าอันส่ายหน้า บอกว่าตนไม่รู้

            จางเจิ้นอันที่นั่งอยู่ข้างๆพอได้ยินพวกเขาพูดถึงตระกูลจาง สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย พอได้ยินพูดถึงเศรษฐีจางก็อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมา"ก็แค่เศรษฐีบ้านนอกคนหนึ่งจะเอาไปเทียบกับตระกูลจางแห่งหมิ่นเยว่ได้ยังไง? ต่อให้เป็นคนของตระกูลจางจริงก็คงเป็นแค่ญาติห่างๆ เท่านั้นแหละขอรับ"

            พอเห็นท่าทีไม่ใส่ใจของเขาพ่อเฒ่าอันก็เงยหน้าขึ้นถาม "หรือว่า...พ่อหนุ่มก็เคยไปเมืองจวิ้นเหมือนกัน?"

            "ขอรับ ก็เคยไปอยู่สองสามครั้งขอรับ"น้ำเสียงของจางเจิ้นอันกลับมาเรียบนิ่งเหมือนเดิม

            พ่อเฒ่าอันพยักหน้า พอพูดถึงตรงนี้เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าจางเจิ้นอันมีที่มาไม่แน่ชัด อยากจะถามถึงที่มาที่ไปแต่พอเห็นสีหน้าหม่นๆ ของอีกฝ่าย ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม

            "ท่านพ่อตาอยากจะพูดอะไรหรือไม่ขอรับ?"จางเจิ้นอันเห็นสีหน้าพ่อตาเปลี่ยนไปจึงเอ่ยถาม

            "พ่อแค่อยากจะถามว่าบ้านเดิมเจ้าอยู่ที่ไหนกัน? เหตุใดถึงมาอยู่ที่หมู่บ้านชิงสุ่ยของพวกเรา?"พ่อเฒ่าอันมองจางเจิ้นอันด้วยแววตาขุ่นมัวราวกับจะค้นหาคำตอบจากดวงตาของเขา

            เห็นจางเจิ้นอันนิ่งเงียบไปพ่อเฒ่าอันจึงพูดต่อว่า "คนเราทุกคนก็มีความลับส่วนตัวกันทั้งนั้นถ้าเจ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่เจ้าเป็นคนดีไม่เคยทำเรื่องผิดทำนองคลองธรรม พวกเราก็ยอมรับเจ้าได้"

            "บ้านเดิมข้าก็อยู่ในเมืองหมิ่นเยว่ขอรับพื้นเพดีแน่นอน ข้าเป็นแค่ชาวประมงคนหนึ่ง นอกจากฆ่าปลามาบ้างก็ไม่เคยทำอะไรผิดศีลธรรมขอรับ" จางเจิ้นอันยิ้มบางๆตอบคำถามพ่อตา

            "พ่อเห็นว่าถึงเจ้าจะไม่ค่อยพูดแต่ก็ดูสุขุมรอบคอบ ดูแล้วก็น่าจะเป็นคนดี" พ่อเฒ่าอันพยักหน้าจริงๆ แล้ว นอกจากเรื่องที่มาไม่แน่ชัด เขาก็ค่อนข้างพอใจในตัวลูกเขยคนนี้

            เขาไม่เหมือนเหลียงซื่อที่มองเห็นแต่ความยากจนของจางเจิ้นอันในสายตาของเขา จางเจิ้นอันจับปลาเก่ง รูปร่างก็ดูแข็งแรง มีเรี่ยวแรงดีคนแบบนี้น่าจะพึ่งพาได้ เขาเจอคนมาเยอะ รู้สึกว่าจางเจิ้นอันคนนี้ดูไม่ธรรมดาเขามั่นใจว่าต่อไปจะต้องสร้างเนื้อสร้างตัวได้แน่

            ส่วนเรื่องที่มาที่ไม่แน่ชัดนั่นจะเป็นอะไรไป?เขาคิดว่าคนคนนี้ดูมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไงก็คงไม่ทอดทิ้งลูกสาวของตน แค่นี้ก็พอแล้ว

            คนเราทุกคนก็มีความลับส่วนตัว ถึงจะอยากรู้แต่เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายอึดอัด พ่อเฒ่าอันก็ไม่ได้ซักไซ้เรื่องที่มาที่ไปอีกได้แต่ชวนคุยเรื่องอื่นไปเรื่อยๆ

            ในห้องครัวอันซิ่วเอ๋อร์กับเหลียงซื่อก็กำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารกลางวัน

            อันซิ่วเอ๋อร์หุงข้าวสวยไว้หม้อใหญ่เหลียงซื่อเห็นก็อดต่อว่านางไม่ได้ว่าฟุ่มเฟือย "เจ้านี่นะ พ่อกับแม่ไม่ใช่คนอื่นคนไกลจำเป็นต้องหุงข้าวสวยเลี้ยงดูขนาดนี้เลยหรือ? พวกเจ้ายังหนุ่มยังสาวเก็บเงินไว้ซ่อมบ้านดีๆ สิถึงจะถูก"

            "ก็แค่ข้าวสวยหม้อเดียวเองท่านแม่อย่าพูดเลยเจ้าค่ะ ยังไงลูกก็ไม่มีของดีอะไรเลี้ยงท่านอยู่แล้ว ลูกกินอะไรท่านก็กินอย่างนั้นแหละเจ้าค่ะ"

            อันซิ่วเอ๋อร์ไม่ได้ใส่ใจนักอันที่จริงตอนแรกนางก็รู้สึกว่ากินข้าวสวยทุกวันมันสิ้นเปลือง แต่โบราณว่าไว้จากประหยัดไปฟุ่มเฟือยนั้นง่าย จากฟุ่มเฟือยกลับมาประหยัดนั้นยากตอนนี้นางรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะกินข้าวกล้องไม่ค่อยลงแล้ว

            เหลียงซื่อเห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจรู้สึกว่าสิ้นเปลือง แต่ก็ไม่อยากให้ลูกสาวลำบากใจ พอคิดดูแล้วนางก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ ยังไงข้าวก็หุงไปแล้ว

            พอจุดไฟแรง สักพักข้าวก็สุกอันซิ่วเอ๋อร์จึงเริ่มเตรียมกับข้าว นางตักปลามาสองตัวทำปลาแดงแล้วก็คีบหน่อไม้ดองออกมาจากไหมาหั่นฝอย เอาหน่อไม้แห้งมาแช่น้ำคิดไปคิดมาก็ยังรู้สึกว่ากับข้าวยังไม่พอ นางจึงให้เหลียงซื่อช่วยดูครัวไปก่อนส่วนตัวเองก็เอาเงินไปซื้อเต้าหู้สองแผ่นจากบ้านที่ขายเต้าหู้ในหมู่บ้าน

            ปลาแดงสองตัว หน่อไม้ดองผัดหนึ่งจานหน่อไม้แห้งผัดไข่อีกจาน และเต้าหู้ทอด แม้จะดูเรียบง่ายแต่สำหรับบ้านชาวนาทั่วไปก็ถือเป็นอาหารอย่างดีแล้ว

            นี่เป็นครั้งแรกที่เหลียงซื่อกับพ่อเฒ่าอันได้ชิมฝีมือทำอาหารของอันซิ่วเอ๋อร์พวกเขาแปลกใจที่ลูกสาวซึ่งปกติไม่ค่อยได้เข้าครัว จะทำอาหารได้อร่อยขนาดนี้ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย เหลียงซื่อเองก็คิดในใจว่าอันซิ่วเอ๋อร์ผัดกับข้าวใช้น้ำมันมากขนาดนั้น อาหารจะไม่อร่อยได้ยังไง

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498