ตอนที่ 158 ความสามารถของมาวิช
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก เจ้าแกะน้อยเคลื่อนไหวในขณะที่เมอร์ลินไม่ทันตั้งตัว
แต่โชคดีที่การเคลื่อนไหวนี้คือการทำตามความต้องการของเขา
งำ ... งำ ...
ส่วนศีรษะของเจ้าแกะน้อยมาวิชราวกับเป็นสัตว์ประหลาดกระหายเลือด ในขณะที่ร่างของมันยังเล็กเท่ากำมือเท่านั้น
ภาพนี้ทำให้เมอร์ลินได้แต่อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าการพูดลอยๆ ของเขาจะกลายเป็นคำสั่งให้เจ้าแกะน้อยปฏิบัติตาม
ตำรางหนังมนุษย์ทั้งหมดหายไปอย่างรวดเร็วตามประสงค์ของเมอร์ลิน
ศีรษะเจ้าแกะน้อยหดกลับมาเล็กเท่าเดิมอีกครั้ง
มันลอยอยู่กลางอากาศแล้วหันมาทางเมอร์ลินด้วยรอยยิ้ม
รอยยิ้ม?
ใช่แล้ว เจ้าแกะน้อยตัวนั้นกำลังยิ้ม ราวกับว่ามันกำลังรอคอยคำชมจากเมอร์ลินอย่างไรอย่างนั้น
เหตุการณ์นี้ทำให้เมอร์ลินถึงกับพูดไม่ออก
“มาวิช … นาย …”
เจ้าแกะน้อยยังหน้าระรืนอย่างรอคอย
เมอร์ลินที่เห็นตำราเหล่านั้นหายวับไปกับตา เขาก็แทบทำอะไรไม่ถูก กล่าวตามตรงเขาเองก็รู้สึกเสียดายตำราเหล่านั้นเช่นกัน แม้ว่าเขาจะอ่านเนื้อหาของพวกมันหมดแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นการเก็บพวกมันไว้ก็ไม่ใช่เรื่องดีเช่นกัน หากใครมาพบเข้านั่นย่อมทำให้พวกเขาเข้าใจผิดต่อเด็กน้อยได้ง่าย แม้จะซ่อนไว้ในแหวนเก็บของก็ยังไม่ปลอดภัยเพราะมันเปรียบเหมือนเผือกร้อนที่ไม่อาจถือไว้ได้นาน
เมอร์ลินถอนหายใจออกมา เขาไม่สามารถตำหนิเจ้าแกะน้อยได้ นั่นเพราะว่ามันทำตามคำสั่งของเขา ซึ่งเขาไม่รู้ว่ามันจะเชื่อฟังขนาดนี้
“ต่อไปนายไม่สามารถทำแบบนี้โดยพละการได้ถ้าไม่ได้รับคำสั่งของฉันเข้าใจไหม?” เมอร์ลินกล่าวเสียงเข้ม
เจ้าแกะน้อยกระพริบตาทำหน้าซื่ออย่างไม่เข้าใจ
การสื่อสารกับเจ้าตัวเล็กนี้เริ่มทำให้เมอร์ลินปวดหัว
“มาวิช” เมอร์ลินเรียกชื่อมันอีกครั้งหนึ่ง
หูของเจ้าแกะน้อยตั้งขึ้นทันที ดวงตาของมันเป็นประกายขึ้นมา
“ต่อไปถ้านายจะทำอะไรให้กับฉัน ให้ฉันเรียกชื่อนายก่อนเข้าใจไหม?”
เจ้าแกะน้อยพยักหน้างึกๆ ก่อนจะลอยเข้าหาเมอร์ลินแล้วบินรอบๆ ตัวเด็กน้อยอย่างร่าเริง
มันบินมาเกาะไหล่แล้วใช้ศีรษะถูกับใบหน้าของเมอร์ลินอย่างอ้อนๆ
การกระทำนี้ทำให้เมอร์ลินจำต้องผ่อนคลายลง
“ดูเหมือนว่าตอนนี้ฉันควรสนใจนายก่อน ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่อาจออกไปข้างนอกได้”
ตอนนี้เมอร์ลินตระหนักได้แล้วว่าเจ้าแกะน้อยมาวิชนั้นไม่ใช่สัตว์เลี้ยงธรรมดา แต่มันคือโฮมุนคูสอย่างแท้จริง มันสามารถใช้เวทมนตร์ได้ อีกทั้งพลังทางด้านกายภาพก็ไม่ด้อยไปกว่าพวกจอมอัศวินเลย
คุณสมบัติของมันตรงกับเรื่องเล่าในหนังสือที่เมอร์ลินเคยอ่านมาที่ว่าโฮมุนคูสนั้นโดดเด่นทั้งเรื่องพลังเวทและพลังเจตจำนง
และสิ่งที่เมอร์ลินได้เห็นจากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เขาตระหนักได้ว่าการนำเจ้าแกะน้อยออกไปจากห้องนี้อาจทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นได้ ซึ่งผลลัพธ์นั้นอาจฉุดเขาเข้าสู่อันตรายที่คาดไม่ถึงได้
เมอร์ลินหยิบมาวิชจากบนไหล่มาวางไว้บนฝ่ามืออีกข้างหนึ่ง
“มาวิช บอกฉันมาว่านายมีความสามารถอะไรบ้าง?”
เมื่อได้ยินคำถาม เจ้าตัวเล็กก็เปิดปากเอ่ยออกมาทันที
ครั้งนี้มันมีเสียงออกมา ไม่ได้เงียบเหมือนในตอนแรก
แบ ... แบ ... แบ ...
ทว่าเสียงที่เมอร์ลินได้ยินกลับทำให้เขาปวดหัวยิ่งกว่าเดิม
เขาลืมไปได้ไงว่าเจ้าแกะนี่พูดกับเขาไม่ได้ มิหนำซ้ำตอนนี้ท่าทางของมันยังปฏิบัติกับเมอร์ลินอย่างเชื่อฟังโดยการเปิดปากออกเสียงแบๆ ไม่ยอมหยุด
เรื่องนี้จะโทษเจ้าแกะน้อยไม่ได้ เขาต้องโทษตัวเอง
“พอๆ นายพูดมาฉันก็ฟังไม่รู้เรื่อง เอาเป็นว่านายค่อยตอบคำถามบางอย่างกับฉันก็พอ ถ้าใช่ให้พยักหน้า แต่ถ้าไม่ใช่ให้ส่ายหน้า เข้าใจไหม?”
เมอร์ลินตั้งกติกาขึ้นมาเพื่อให้ตนเองสื่อสารกับเจ้าแกะตัวนี้รู้เรื่อง
เจ้าแกะน้อยเงียบปากอย่างชื่อฟัง มันพยักหน้าให้คำตอบกับเมอร์ลิน ซึ่งนั่นทำให้เด็กน้อยพึงพอใจ
เมอร์ลินหยุดคิดอยู่ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “นายสามารถใช้เวทมนตร์ได้ใช่ไหม?”
เจ้าแกะน้อยพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น
ความจริงคำถามนี้ไม่น่าถามเพราะมันเคยแสดงให้เมอร์ลินได้ดูมาแล้ว แต่เมอร์ลินต้องการยืนยันคำตอบและทดสอบสติปัญญาของเจ้าแกะน้อยไปในตัว
“ร่างกายของนายแข็งแกร่งมากใช่ไหม?”
เจ้าตัวเล็กพยักหน้าอย่างแรงอีกครั้งหนึ่ง นั่นทำให้การสันนิษฐานของเมอร์ลินถูกต้อง
“นายเข้าใจลำดับความแข็งแกร่งของพลังเวทไหม?”
ครั้งนี้เจ้าแกะน้อยส่ายศีรษะไปมา
“แล้วพลังเจตจำนงล่ะ?”
เจ้าแกะน้อยส่ายศีรษะเช่นกัน
เมอร์ลินสรุปได้ว่าแม้เจ้าแกะน้อยจะมีสติปัญญาที่ดีแต่มันยังไม่มีความรู้เรื่องลำดับพลังที่มนุษย์คิดขึ้น มันไม่แปลกเพราะก่อนหน้านี้เขาเองก็ไม่รู้เรื่องพวกนี้เช่นกัน
ดังนั้นเมอร์ลินจึงไม่ถามต่อว่ามันมีความแข็งแกร่งระดับใด แต่จากวงเวทที่มันแสดงออกมาก่อนหน้านี้แล้ว เขาสามารถระบุได้ว่าความแข็งแกร่งของมันอาจอยู่ที่นักเวทห้าวงเวทขึ้นไป
ซึ่งมันจะแข็งแกร่งมากกว่านี้ไหม เมอร์ลินยังไม่กล้าพิสูจน์ตอนนี้
จุดประสงค์ที่เมอร์ลินต้องการคือการปิดซ่อนความสามารถของมันไว้มากกว่า ไม่เช่นนั้นเขาอาจเป็นอันตรายได้หากถูกจับได้ว่าเลี้ยงโฮมุนคูส
“นายแปลงร่างได้ใช่ไหม?”
เมอร์ลินถามในสิ่งที่เขารู้อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้เขาก็ได้เห็นภาพที่เจ้าตัวเล็กเขมือบตำราหนังมนุษย์ไปแล้ว
เจ้าแกะน้อยพยักหน้ารัวๆ
“ดี ถ้าอย่างนั้นนายลองแปลงร่างที่ใหญ่ที่สุดของนายให้ฉันดูหน่อย”
เจ้าแกะน้อยกระโดดด้วยรอยยิ้มบนฝ่ามือของเมอร์ลินอย่างดีใจ ก่อนที่มันจะกระโจนขึ้นกลางอากาศแล้วเผยร่างจริงของมันออกมา
ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!
ตอนนั้นเองกล้ามเนื้อของเจ้าตัวเล็กก็พองโต จากมันมันก็ขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นก้อนเนื้อขนาดใหญ่
เมอร์ลินถึงกับต้องถอยออกไปชิดกำแพง
มาวิชยังคงขยายร่างอยู่กลางห้องโถงใหญ่
ปากของมันเผยฟันแหลมเรียงราย ดวงตากลายเป็นสีแดงเพิ่มขึ้นจากหนึ่งกลายเป็นหกคู่ ไม่เท่านั้นลำตัวของมันยังมีแขนงอกออกมาอีกสิบสองแขนซึ่งไม่นับรวมสี่ขาของมันที่ยืนยันพื้นเอาไว้
พรึบ! พรึบ! พรึบ!
ยังไม่จบเพียงเท่านั้นบนตัวของมันยังปรากฏปีกเล็กๆ อีกหกคู่
แค่พริบตาเดียวจากเจ้าลูกแกะตัวน้อยก็กลายเป็นอสูรกลายสัตว์ประหลาดยักษ์ที่มีรูปร่างพิลึกพิลั่น หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่าทั้งดวงตา มือ และปีกที่เพิ่มขึ้นมาเหล่านั้นแทบไม่มีชิ้นใดที่มีขนาดสมมาตรตามที่ควรจะเป็น
ทว่าการปรากฏตัวของร่างนี้กลับเป็นการกระตุ้นการมีอยู่ของโฮมุนคูสตัวอื่นๆ อีกครั้ง
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
ผนังโดยรอบที่มีรูปนูนคล้ายสัตว์ประหลาดพลันขยับเคลื่อนไหว
ไม่เท่านั้นพวกมันยังส่งเสียงร้องราวกับกำลังสรรเสริญการมีอยู่ของเจ้ามาวิชที่อยู่กลางห้องโถง
หัวใจของเมอร์ลินเต้นรัวแรง เขาไม่คิดว่าสถานการณ์จะออกมาเป็นแบบนี้
นี่เขาดันไปเก็บตัวอะไรขึ้นมากันแน่เนี้ย!
เจ้าโฮมุนคูสตัวนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย!