ภาพที่ผมได้เห็นราวกับภาพความฝันจากอดีตอันแสนไกลร่างนั้นแม้ไม่ได้หันมาก็พอคาดเดาได้จากรูปร่างเล็กเรียวบางของเด็กผู้หญิงอายุไม่น่าเกิน12-13 ปี หากเป็สิ่งนี้ในชีวิตเก่าของผมคงเป็สิ่งที่เห็นได้เป็ปกติหากแต่ในโลกนี้นี่อาจเป็สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดที่ผมได้เห็นั้แ่มาเรือนผมสีเขียวใสเรียวกับคริสตัลสะท้อนแสงกับดวงจันทร์ยามค่ำคืน ความงามนี้แม้จะเยาว์วัยแต่ก็ไม่อาจแยกความงามของเธอกับองค์หญิงที่หลุดออกมาจากภาพวาดของจิตรกรเอกหากแต่สิ่งที่ทำให้ความงามนี้ดูซบเซาลงคือเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยฉีกขาดเนื้อตัวเปะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินที่สำคัญ เื หากแต่เป็เช่นนั้นก็ไม่อาจบดบังผิวพรรณอันขาวราวกับหิมะแห่งแดนเหมันต์ได้
ใช่ผิวสีขาวผมขยี้ตาตัวเองซ้ำแม้ไม่มีกระทั่งเปลือกตาหากแต่จิตสำนึกในชาติก่อนบอกให้ทำเช่นนั้น
“เป็ไปได้ยังไง คนนั่นคนใช่ไหม แถมยังเป็เด็กอีก ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม”
ผมส่งเสียงะโออกมาแม้จะรู้ไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงอันเงียบงันนี่ก็ตาม
หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากลับทำให้ผมตกตะลึงไม่แพ้ความงามของเธอเลย
“นั่น นั่นเสียงอสูรตนใดกัน”
ร่างนั้นค่อยๆหันมาเผยให้เห็นถึงเอกลักษณ์ได้อย่างชัดเจน ใบหูที่ยาวและแหลมดวงตาเล็ก ม่านตาสีเหลืองอำพัน ั์ตาเล็กแหลมราวกับงู นี่ๆ มัน
ก็อบลินนิแต่ก็อบลินทำไมจึงมีผิวกายแบบนั่นล่ะ ไหนจะเส้นผมแบบนั่นอีก
“สวัสดี”
นั่นเป็ประโยคแรกที่ผมคิดออกการกล่าวด้วยถ้อยคำเรียบง่ายเพื่อเป็การแสดงออกทางมารยาทแบบชาติที่แล้ว
หากแต่เด็กผู้หญิงคนนั้นกับแสดงท่าทางหวาดกลัวคุกเข่าลงทำท่าราวกับกราบกรานเ้าเหนือหัวโดยหันมาทางที่ผมอยู่
หรือว่า เธอจะเห็นผม
“เ้ามองเห็นข้าสินะใช่หรือป่าว” ผมดีใจมากหลังจากมาที่นี้นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่มีใครเห็นตัวผมได้เลย
“ขอน้อยผู้ต่ำต้อยขออภัยแก่นายท่านอสูรหากท่านกล่าววาจาอันเป็ภาษาแสดงว่าท่านเป็อสูรที่มีภูมิปัญญาใช่หรือไม่ ข้าน้อยไม่ได้มีเจตนามาบุกรุกเขตแดนของท่านหากแต่เรากำลังหลบหนีการตามล่า หากท่านจะมีเมตตาเมินเฉย ข้าน้อยจะรู้สึกเป็ความกรุณาต่อตัวข้าน้อยผู้ต่ำต้อยอย่างยิ่ง"
หลังกล่าวเช่นนั้นเธอก็ก้มลงมอบคลานไปกับพื้น
คำพูดจาแสดงได้ถึงภูมิปัญญาที่มีหรือนางจะไม่ใช่ก็อบลินกันนะ
โลกนี้ต่อให้นางจะแปลกไปจากก็อบลินแต่สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ความงาม แต่เป็ความแข็งแกร่งต่างหาก
เอาล่ะเก็บความดีใจจนออกนอกหน้านี่ไว้ก่อนแล้วมาจัดการกับปัญหาตรงหน้าก่อน
“อะแฮ่ม แม่หนูน้อยเหตุใดเ้าถึงมาอยู่ที่นี่ แม่พ่อเ้าล่ะ”
ผมกล่าวออกไปโดยใช้ศาสตร์สื่อใจอันเป็เอกลักษณ์เดียวที่เหล่าภูตพราย(เผ่าสปิริต)มี
เมื่อก็อบลินผิวขาวได้ยินสิ่งที่ผมกล่าวเธอกลับตัวสั่นราวกลับกำลังกลัวสิ่งใดอยู่
“โอ้ๆ เ้าคงกลัวสินะ”สงสัยจะใส่พลังเวทย์มากเกิน
“ไม่ต้องกลัวๆแม่หนูน้อย เ้าชื่ออะไร”
“ลิ ลิเลียน่า”
“ลิเลียน่า ชั่งเป็ชื่อที่น่ารั..”“อะแฮ่ม”
ผมรีบกลื้นคำพูดลงคอตัวเองไปก่อนจะหลุดพูดสิ่งที่แสดงถึงความชอบผิดๆของตัวเอง
“เอาล่ะเ้าพักผ่อนที่นี้สักพักก็ได้ในอาณาเขตของข้าเ้าสามารถหลบซ่อนได้โดยไม่มีต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดมาพบข้าขอให้สัจจะว่าจะปกป้องเ้าเอง”
ก็อบลินผิวขาวนามว่าลิเลียน่าหลังจากที่ได้ยินคำพูดที่ผมกล่าวไป ตัวเธอก็หยุดสั่น เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีอำพันตอนนี้เต็มไปด้วยคราบหน้าตาแล้ว
“ ขอบพระคุณเ้าค่ะ นายท่านอสูรไม่ทราบข้าควรกล่าวนามท่านด้วยอะไร เพื่อเชิดชูในพระคุณของท่านดีเ้าค่ะ”
ถึงผมจะมาถึงโลกนี่สักพักใหญ่แล้วแต่ก็ไม่ชินกับภาษาระดับโอเปร่าของโลกนี้สักที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีมากเ้าจงฟังนามของข้าไว้ให้ดีล่ะ นามของข้าคือ.........................