โจวชิงฝานเตรียมต่อสู้กลับ
หากมัวแต่คิดในแง่ดีมองว่าป๋ออวิ๋นยี่แค่ล้อเล่นกับเขาเขาคงโดนตีตายที่นี่แน่นอน
ฝีมือการต่อสู้ของโจวชิงฝานก็ไม่เลวเพราะปีก่อนๆ เขาก็ได้รับบทการแสดงเกี่ยวกับการต่อสู้ในสมัยโบราณอยู่บ้างเพื่อการแสดงที่สมจริงของเขา เขาเคยเชิญโค้ชศิลปะการต่อสู้มาโดยเฉพาะเคยเรียนรู้มาอย่างเป็หลักสูตร แต่ว่า ถึงฝีมือจะมีอยู่บ้างแต่สองมือจะสู้สี่หมัดได้อย่างไร
ไม่นาน การต่อสู้ของชายหนุ่มก็ค่อยๆ หมดแรงลงทั้งใบหน้าและร่างกายก็ได้รับาเ็ไม่น้อย
"พลั่ก!"
บอดี้การ์ดคนหนึ่งยกเท้าขึ้นเตะเข้าที่ข้อพับเข่าด้านหลังของเขาเพราะหลบไม่ทัน เข่าของชายหนุ่มอ่อนยวบ เข่าข้างหนึ่งของเขาทิ่มลงกับพื้น
บอดี้การ์ดอีกคนหนึ่งรีบฉวยโอกาสในตอนนั้น จับหัวไหล่ของโจวชิงฝานขึ้นเหวี่ยงร่างของเขาติดกำแพง
“แค็ก!” โจวชิงฝานโดนกระแทกลงบนพื้น กระอักออกมาเป็เื
มองดูสีแดงสดบนฝ่ามือ โจวชิงฝานรู้สึกว่าการแสดงหนังกังฟูโบราณที่ผ่านมาของเขาก็ประมาณนี้อย่างน้อยคนโดนเหวี่ยงชนกำแพงตกลงมาแล้วมีเืกระอักออกปากจริงๆ
บอดี้การ์ดทั้งสองมองไปที่ป๋ออวิ๋นยี่เห็นเขายังคงมีสายตาที่เฉยชาและเ็ามองหน้ากันและกันแล้วเดินเข้าหาโจวชิงฝานอีกครั้ง
โจวชิงฝานหมดแรงแล้วจริงๆ เหมือนกุ้งที่หมดแรงมือจับที่หน้าอกใช้มือเดียวพยุงตัวเองนั่งอยู่บนพื้น
"ขออภัยด้วยครับ" หนึ่งในบอดี้การ์ดพูดขึ้นด้วยเสียงหนักแน่นยกเท้าขึ้นเตะเข้าที่ไหล่ของโจวชิงฝานอีกครั้ง
โจวชิงฝานไม่ขยับเขยื้อนใดๆ โดนเตะอย่างจังใบหน้าซีดเผือดเพราะความเ็ป ป๋ออวิ๋นยี่ก็ยังคงยืนอยู่ข้างๆไม่พูดไม่จา เพียงแค่หลุบตาดำลงจ้องแต่นาฬิกาที่ระยิบระยับตรงข้อมือของเขา
บอดี้การ์ดอีกคนที่เห็นเืกบปากของโจวชิงฝาน ลงมือต่อไม่ไหวแล้วแต่เ้านายไม่สั่งให้หยุด พวกเขาก็ไม่กล้าหยุด เพราะฉะนั้นเขาเลยยกกําปั้นขึ้นกำลังจะฟาดไปยังคางของโจวชิงฝาน
“พอแล้ว!” กำปั้นได้หยุดชะงักห่างจากคางไม่กี่เิเเป็เสียงของหลี่ยี่อันร้องบอกให้หยุด
"ไม่ต้องตีแล้ว"
หลี่ยี่อันร้องบอกบอดี้การ์ดทั้งสองบอดี้การ์ดทั้งสองชะงักไปสองสามวิ ถอยออกห่าง
หลี่ยี่อันยิ้มแห้งๆ เดินไปตรงหน้าของป๋ออวิ๋นยี่พูดด้วยรอยยิ้ม
“คุณชายป๋อ ดูแล้วตีจนขนาดนี้แล้วพอเหอะนะ” ป๋ออวิ๋นยี่ไม่พูด
หลี่ยี่อันพูดต่ออย่างประจบประแจง “ข้ารู้คุณโดนเหยียบย่ำเกียรติอันยิ่งใหญ่ ้าให้เขาร่างแตกออกเป็ชิ้นๆถึงจะบรรเทาอารมณ์โกรธได้ แต่ว่า คุณก็เพิ่งกลับจากเมืองนอกข้าน้อยก็มีความหวังในตัวท่านไม่น้อย หากเราตีคนจนตายเื่ใหญ่โตแดงขึ้นมาดังไปถึงหูคุณท่าน คงไม่ดีกับตัวคุณเองด้วยนะครับ”
ป๋ออวิ๋นยี่เงยหน้าขึ้นขมวดคิ้วยิ้มๆ “ผู้กำกับนายโจวชิงฝานเกี่ยวข้องกันยังไง?” หลี่ยี่อันชะงักไปสองสามวิยกยิ้มมุมปาก พูดว่า
“จะมีความสัมพันธ์แบบไหนได้ เขาเป็คนที่สมัยก่อนเคยเข้ามาหาฉันเองบอกว่าอยากได้เล่นสักบทบาทนึงฉันดูแล้วเขาไม่ผ่าน เลยปฏิเสธไป”
ป๋ออวิ๋นยี่ ออ...แบบทันที
“ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแต่ก็สามารถเอาชื่อพ่อฉันออกมาข่มขู่ฉันได้นะ?” หลี่ยี่อันสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีก้มหน้าลง
“คุณชายป๋อ ฉันปากไม่ดีเอง ฉันไม่ได้หมายจะข่มขู่คุณชาย ฉันก็แค่...”
“เฮ้อ หากท่านยังไม่พอใจ ได้ เราตีเขาต่อไหม?”
"พอ "เด็กหนุ่มปล่อยแขนลง จับแขนเสื้อดึงลงปิดนาฬิกาเรือนหรู
"เอาแค่นี้ก่อนละกัน วันนี้ฉันก็เหนื่อยแล้ว อยากกลับไปพักผ่อนแล้ว"
หลี่ยี่อันโล่งอกไปพักหนึ่ง “ดี ดี ดี จบแค่นี้จบแค่นี้พอ”
ป๋ออวิ๋นยี่ยกสายตาขึ้นเล็กน้อย ก้าวเดินช้าๆไปตรงหน้าของชายหนุ่มนั่งลงเบาๆ
โจวชิงฝานปวดจนไม่รับรู้ถึงคนรอบข้างทำได้แค่กัดฟันบีบหน้าอกที่ปวดเหมือนกระดูกที่หักเป็ท่อนๆ หายใจแรงถี่ไม่หยุด
ป๋ออวิ๋นยี่เช็ดหน้าผากที่มีเหงื่อซึมให้กับชายหนุ่มยื่นนิ้วมือออกไปตามโครงหน้าจนถึงคาง ค่อยๆ เลื่อนลงเรื่อย เลื่อนไปตามขอบปกเสื้อใช้นิ้วเขี่ยกระดุมออก ััรอยฟกช้ำของชายหนุ่มพูด เสียงแ่เบา
"เจ็บไหม?"
โจวชิงฝานปิดปากสนิทไม่พูดจา
ป๋ออวิ๋นยี่หัวเราะเยาะเย้ย
“นิสัยนายก็ยังเหมือนเมื่อก่อน ฉันจำได้ มีครั้งนึงแม่ทำน้ำร้อนหกใส่นายนายเจ็บจนเหงื่อพุ่ง แต่นายก็ไม่ยอมปริปากสักคำ ดื้อมาก”
โจวชิงฝานยกยิ้มเหมือนกัน “ใช่แล้ว ฉันไม่เปลี่ยน แต่นายกลับเปลี่ยนไป”
ป๋ออวิ๋นยี่ััรอยบวมช้ำที่อกของชายหนุ่ม ถามขึ้น “แม่เป็ยังไงบ้างท่านสบายดีไหม?”
โจวชิงฝานมีแววตาเ็ปนิ่งไปสักพัก "จากไปสามปีแล้ว"
ป๋ออวิ๋นยี่ชะงักปลายนิ้วหยุดกึก ถามกลับเสียงสั่น
“ทำไมถึงจากไป”
“มะเร็งกระเพาะ” โจวชิงฝานตอบกลับเสียงนิ่ง
"นายจำไม่ได้แล้วหรือไง ตอนนายอยู่บ้านฉันแม่ก็ทานข้าวได้น้อยมากตอนท่านจากไป ท่านกินอะไรไม่ได้ ผอมจนไม่เหลือสภาพของคนปกติ "
“ทำไมไม่รักษา?” ป๋ออวิ๋นยี่ยกสายตาขึ้นมอง ดวงตาที่ใสสว่างมีชั้นบางๆของน้ำตา ดวงตาแดงก่ำ
พูดตามความจริง โจวชิงฝานรู้สึกว่าตัวเองช่างเลวเสียจริงถึงจะโดนพวกเขารุมตีไป แต่พอเห็นดวงตาและแววตาอันน่าสงสารของเด็กคนนี้เขารู้สึกเอ็นดูไปด้วย เขาทนไม่ได้ถ้าป๋ออวิ๋นยี่ร้องไห้ต่อหน้า
"อย่าเสียใจ" โจวชิงฝานเงยหน้าขึ้นอย่างลำบาก วางมือบนไหล่ของเด็กหนุ่ม
"ตอนท่านเสียฉันอยู่ข้างๆ ท่าน ท่านบอกไม่มีอะไรน่าเสียดายท่านมีลูกชายสองคน ลูกชายคนโตเป็ดารา ลูกชายคนเล็กเป็คุณชายทายาทเศรษฐีไม่มีใครเป็แม่ที่ประเสริฐเท่าท่านอีกแล้ว ถึงต้องไปเทียบกับใครใต้ฟ้าแผ่นดินนี้ท่านก็ถือว่าเป็คุณนายใหญ่โตมากแล้ว"
"ทำไมไม่ติดต่อฉัน?"
ป๋ออวิ๋นยี่ดวงตาท้าทาย พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “นายก็รู้เบอร์โทรของฉันหลายปีมานี้ เบอร์โทรของฉันไม่เคยเปลี่ยน ฉันติดต่อพวกนายไม่ได้แต่ทำไมพวกนายไม่ติดต่อฉันล่ะ!”
"ติดต่อนายทำไม?"
“โจวชิงฝาน!” ป๋ออวิ๋นยี่ะโอย่างควบคุมไม่อยู่
"นั่นแม่ฉัน เขาเลี้ยงฉันมาเจ็ดปี เขาจากไปแบบนี้ฉันไม่ควรมาดูท่านรึไง!?"
“เสี่ยวยี่” โจวชิงฝานไอออกมาเบาๆ เสียงนิ่งปกติ
“ั้แ่ที่นายจากบ้านนี้ไปความสัมพันธ์ของนายกับแม่ฉันก็หมดวาสนาต่อกันแล้ว” ป๋ออวิ๋นยี่มีชีวิตของตัวเองเขามีสิทธิ์อะไรถึงดึงเอาชีวิตของอีกคนมาลำบากกับเขา
เขาจะเห็นแก่ตัวไม่ได้
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/6f022e7fc3e41d1a313199c112713c91
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ #readAwrite ด้วยน้า