เปรี้ยวใจเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ไอความร้อนจากร่างกายกำยำของไกรที่บดเบียดเนื้อแนบเนื้ออยู่ทางด้านหลังแผ่ซ่านไปทั่วโสตประสาท
โดยเฉพาะััจากปลายนิ้วที่บดคลึงอยู่ตรงร่องขาด้านใน มันปลุกเร้าความชื้นแฉะให้เอ่อล้นออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ทว่าพอได้ยินคำพูดหยาบโลนที่แสนจะตรงไปตรงมานั่น เธอก็สะดุ้งสุดตัวเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต สติที่เกือบเตลิดถูกกระชากกลับมาอย่างแรง
“หนูบอกแล้วไงว่าไม่ชอบ!”
เธอแผดเสียงสั่นเครือออกมาพร้อมกับรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดผลักแผงอกกว้างของไกรออกไปสุดกำลัง ร่างสูงเซถอยหลังไปก้าวหนึ่งส่งผลให้ลำเนื้อที่แข็งขึงซึ่งเคยบดเบียดร่องก้นเธอหายวับไปทันที ทิ้งไว้เพียงความร้อนรุ่มที่ยังคงแผดเผาผิวเนื้อราวกับถูกตราหน้าไว้
เปรี้ยวหันขวับมาจ้องหน้าเขา ดวงตาคู่สวยแดงก่ำปนเปไปด้วยความอาย โกรธ และความสับสนที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด เธอกอดอกแน่น บดบังหน้าอกหน้าที่หอบโยนถี่รัวราวกับ้าใช้แขนตัวเองเป็เกราะกำบังสุดท้ายจากสายตาหิวกระหายคู่นั้น
“พี่... พี่หยุดบ้าได้แล้วนะคะ!” เสียงเธอสั่นระริกแต่พยายามเค้นให้ดูเข้มแข็ง
“หนูบอกว่าไม่ชอบก็คือไม่ชอบ! หนูยังไม่เคย... หนูยังไม่พร้อม และพี่ก็ทำเกินไปทุกครั้ง หนูบอกแล้วไงว่าหนูไม่อยากยุ่งกับคนอย่างพี่!”
ไกรยืนนิ่งงัน สองมือยกขึ้นเสมอไหล่เหมือนท่าทางยอมจำนน ทว่าดวงตายังคงจ้องเขม็งที่ใบหน้าจิ้มลิ้มไม่วางตา ความ้าเบื้องลึกไม่ได้จางหายไปไหน เพียงแต่ถูกฉาบไว้ด้วยการพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบอย่างหนักหน่วง
“...พี่รู้” เขาเค้นเสียงแหบพร่าออกมาพลางหอบหายใจกระชั้น “พี่รู้ว่ามึงยังซิง พี่รู้ว่ามึงหวงตัว... และพี่แม่งก็โคตรเคารพตรงนั้นเลยว่ะเปรี้ยว”
เขาก้าวยาว ๆ ถอยหลังไปอีกก้าวเพื่อเปิดพื้นที่ให้เธอได้หายใจ แต่สายตายังคงจับจ้องราวกับกลัวว่าเหยื่อตรงหน้าจะสลายกลายเป็อากาศธาตุ
“แต่พี่ก็โกหกความรู้สึกตัวเองไม่ได้ว่ะ... ทุกครั้งที่เห็นมึงก้ม เห็นมึงโยกย้ายสะโพก เห็นเหงื่อใส ๆ ไหลซึมตามร่องอก พี่แม่งทนไม่ไหวจริงๆ” เขากัดฟันกรอดจนสันกรามปูดโปน มือกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
“พี่อยากได้มึงมาก... มากขนาดที่อยากจะกระชากกางเกงโยคะตัวนั้นให้ขาดคามือ แล้วกระแทกเข้าไปให้ลึกจนมึงร้องไห้ครางใต้ร่างพี่... แต่พี่ก็รู้ดีว่าถ้าพี่ขืนใจมึง มึงจะเกลียดพี่ไปจนวันตาย”
เปรี้ยวตัวสั่นเทา จ้องมองแววตาที่เต็มไปด้วยไฟสวาทของเขานิ่ง น้ำตาใส ๆ เริ่มเอ่อคลอเบ้าแต่เธอกัดริมฝีปากแน่นพยายามข่มมันเอาไว้
“ถ้าพี่เคารพหนูจริง... พี่ก็หยุดคุกคามหนูแบบนี้สักทีเถอะค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเบาลงทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ “หนูกลัว... กลัวว่าถ้าพี่รุกหนักกว่านี้ หนูจะเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปโดยไม่รู้ตัว แล้วหนูต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”
ไกรเงียบงันไปเนิ่นนาน เขาหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ อย่างยอมรับความพ่ายแพ้
“โอเค... พี่หยุดแล้ว” เสียงทุ้มต่ำนั่นฟังดูร้าวรานเล็กน้อย “พี่จะไม่แตะต้องมึงอีก ไม่เฉี่ยว ไม่กด ไม่กระซิบข้างหูให้มึงรำคาญใจ... จนกว่าวันไหนที่มึงจะเป็คนบอกพี่เองว่ามึงพร้อม หรืออยากให้พี่เข้าใกล้”
เขาสะบัดหน้าเดินไปหยิบกระเป๋าที่มุมห้อง ก่อนจะหันกลับมามองเธอเป็ครั้งสุดท้าย แววตาในยามนี้ดูนุ่มนวลขึ้นอย่างน่าประหลาด แม้ลึก ๆ จะยังมีประกายไฟที่พร้อมจะประทุอยู่ก็ตาม
“แต่พี่ขออย่างเดียว... อย่าหนีพี่ไปไหนไกลนักนะเปรี้ยว” เขากระตุกยิ้มบาง ๆ ที่ดูอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ “เพราะถ้ามึงหายไป พี่อาจจะทนไม่ไหวแล้วต้องตามล่ามึงจริงๆ... แต่คราวนี้ พี่จะรอจนกว่ามึงจะยอมมอบให้พี่ทั้งใจเอง”
ร่างสูงหันหลังเดินออกจากสตูดิโอไปท่ามกลางความเงียบงัน ทิ้งให้เปรี้ยวยืนโดดเดี่ยวอยู่ในห้องที่มีเพียงเสียงพัดลมดังหึ่ง ๆ และเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของเธอเอง
เปรี้ยวทรุดตัวลงนั่งกองกับพื้นห้อง กอดเข่าตัวเองแน่นพลางปล่อยให้น้ำตาไหลพรากออกมาเงียบ ๆ หัวใจเธอยังเต้นโครมครามไม่หยุดหย่อน... มันคือความโล่งใจที่เขายอมถอยไปเสียที
ทว่าในขณะเดียวกัน กลับมีความหวั่นไหวที่แสนจะอันตรายคืบคลานเข้ามาปกคลุม เพราะร่างกายของเธอมันเริ่มตอบสนองต่อััดิบเถื่อนของเขา มากเกินกว่าที่ใจดวงนี้จะแบกรับไหว
วันงานวัดใหญ่ประจำปีเวียนมาถึงในที่สุด
บรรยากาศคึกคักพลุกพล่านั้แ่หัวค่ำ แสงไฟหลากสีจากโคมลอยและไฟประดับสาดส่องระยิบระยับไปทั่วลานวัด เสียงแคน เสียงซอ และรัวกลองยาวดังก้องสลับกับกลิ่นควันธูปและอาหารที่ลอยคละคลุ้ง ประชาชนเนืองแน่นต่างจับจองพื้นที่หน้าเวทีเพื่อรอชมโชว์หมอลำสุดตระการตา
เปรี้ยวยืนจ้องกระจกบานเล็กในห้องแต่งตัวชั่วคราวหลังเวที กลิ่นน้ำหอมราคาถูกผสมปนเปกับกลิ่นเหงื่อไคลชวนให้เวียนหัว
เธออยู่ในชุดแดนเซอร์สีแดงเพลิงที่สั่งตัดมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เนื้อผ้าซาตินบางเบารัดรึงแนบไปกับทุกส่วนโค้งเว้า
ตัวเสื้อครอปเปิดไหล่เผยให้เห็นผิวขาวเนียนและเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นขอบผ้าออกมาท้าทายสายตา ่ล่างเป็กระโปรงสั้นกุดที่เน้นสะโพกผึ่งผายและเรียวขาเพรียวยาว ทุกครั้งที่เธอขยับ... สะโพกนั้นจะส่ายไหวจนน่าใจหาย
เธอรวบผมมัดสูงเป็หางม้า ผูกด้วยริบบิ้นแดงสด แต่งหน้าเข้มจัดขับเน้นดวงตาให้คมกริบและริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงเืหมู เปรี้ยวมองเงาตัวเองแล้วลอบถอนหายใจยาว
“สวย... แต่ทำไมใจสั่นขนาดนี้วะ” เธอกระซิบกับตัวเอง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก้าวออกไปเผชิญหน้ากับแสงไฟ
“ต่อไปนี้... พบกับโชว์หมอลำสุดเร่าร้อน! และแดนเซอร์ตัวท็อปขวัญใจมหาชน... น้องเปรี้ยว!” เสียงพี่เอกประกาศก้อง
สปอตไลต์นับสิบดวงสาดจับไปที่ร่างระหงในชุดแดงเพลิง เปรี้ยวเยื้องกรายขึ้นสู่กลางเวทีท่ามกลางเสียงโห่ร้องชื่นชม เธอเริ่มโยกย้ายสะโพกส่ายไหวตามจังหวะแคนเดือด ๆ สะบัดผมหางม้าไปมาอย่างมีจังหวะ ทรวงอกอิ่มกระเพื่อมไหวรุนแรงตามลมหายใจที่เริ่มติดขัด
ทุกท่วงท่าที่ยั่วยวนโดยธรรมชาติทำเอาคนดูตาค้างแทบไม่กระพริบ
ไกรยืนประจำที่ไมค์ร้องนำ เสียงทุ้มห้าวของเขาดังก้องกระหึ่ม ทว่าสายตาคมกริบกลับตรึงอยู่ที่ร่างของเปรี้ยวั้แ่วินาทีแรกที่เธอปรากฏตัว
เขากัดฟันกรอดจนกรามปูด มือกำไมค์แน่นจนเส้นเืปูดโปน ทุกครั้งที่เธอสะบัดสะโพกเด้งไปมาต่อหน้า ไกรถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางเบือนหน้าหนีเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่เพียงอึดใจเขาก็ต้องหันกลับมาจ้องเหยื่อสาวในชุดแดงนั่นอีกครั้งอย่างห้ามใจไม่ได้
ดนตรีเร่งจังหวะขึ้นเรื่อย ๆ เปรี้ยววาดลวดลายเต็มที่จนเหงื่อใสไหลอาบตามร่องอก เธอหมุนตัวเข้าใกล้ไกรจนกลิ่นกายหอมกรุ่นผสมเหงื่อลอยเข้าปะทะจมูกหนา
ไกรหายใจถี่กระชั้นจนเสียงร้องเริ่มสั่นพร่า ทุกครั้งที่สะโพกมนเบียดเสียดใกล้จุดยุทธศาสตร์ ไกรแทบจะตบะแตกกลางเวที เขาขยับเข้าหาเธออย่างลืมตัว มือแกร่งเกือบจะเอื้อมไปคว้าเอวคอดนั่นไว้ แต่ก็ต้องจำใจลดมือลงข่มอารมณ์ดิบไว้สุดชีวิต
ทันทีที่เพลงจบลงพร้อมเสียงปรบมือเกรียวกราว เปรี้ยวที่หอบหายใจจนตัวโยนรีบปลีกตัวลงจากเวทีเพื่อไปพักหายใจข้างหลังกำแพงสังกะสีที่ลับตาคน
แต่ไกรกลับพุ่งตามลงมาทันที! เขาสาวเท้าเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม หยุดยืนห่างเพียงก้าวเดียว
สายตาร้อนแรงกวาดมองร่างกึ่งเปลือยในชุดแดงนั้นั้แ่หัวจรดเท้า
“...มึงสวยชิบหายเลยว่ะเปรี้ยว” เสียงเขาทุ้มแหบสั่นอย่างคนคุมอารมณ์ไม่อยู่
“ชุดนี้... มึงตั้งใจใส่มาฆ่าพี่ใช่มั้ย”
เปรี้ยวสะดุ้งสุดตัว หันไปมองเขาด้วยความใแล้วรีบหลบสายตาที่ร้อนดังไฟลวกนั่น “พี่ไกร... อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ”

ทว่าไกรไม่ฟังเสียง เขาขยับเข้าประชิดจนเปรี้ยวต้องถอยร่นไปพิงกำแพงสังกะสีแข็ง ๆ มือใหญ่ข้างหนึ่งยันกำแพงคร่อมศีรษะเธอไว้ ส่วนอีกข้างวางทาบลงบนเอวคอดกิ่วแล้วบีบเน้นลงไปจนความร้อนซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่ผิวสาว
“พี่สัญญาว่าจะไม่แตะถ้ามึงไม่ยอม... แต่คืนนี้มึงเล่นเต้นยั่วพี่ต่อหน้าคนนับพันแบบนั้น แล้วจะให้พี่ทนได้ยังไงวะ!” เขาก้มลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนลุกชัน
“เห็นสะโพกมึงส่ายไปมา พี่แม่งอยากจะจับมันกระแทกจากด้านหลังให้จมดินจนมึงร้องไห้ครางไม่ออกเลยว่ะ!”
นิ้วหัวแม่มือหนาลูบไล้ไปตามสีข้าง ขึ้นมาตามร่องอกที่ชุ่มเหงื่อ ก่อนจะกดขยี้เบา ๆ ลงบนเนินอกนุ่มที่กระเพื่อมไหว
“บอกพี่มาเปรี้ยว... คืนนี้หลังเลิกงาน มึงจะให้พี่ได้ ‘จับ’ ของจริงสักครั้งมั้ย? หรือจะปล่อยให้พี่ต้องกลับไปจัดการตัวเองเหมือนทุกคืนจนเป็บ้า?”
เขาเบียดร่างกายที่ร้อนระอุเข้าหา กดทับสะโพกแกร่งที่แข็งขืนและพองขยายจนสุดขนาดลงที่ต้นขาด้านในของเธอจงใจให้เธอััถึงความปรารถนาที่ตื่นตัวอย่างเต็มที่
“หรือ... มึงอยากให้พี่พามึงไปหลังเวทีตรงที่ไม่มีคนตอนนี้เลยดีล่ะ? พี่จะทำให้มึงแฉะยิ่งกว่าเหงื่อที่ไหลอยู่นี่... จนมึงต้องร้องขอไม่ให้พี่หยุดเลย!”