วันรุ่งขึ้น
ไวโอลินพยายามพาตัวเองออกจากเตียงนอนนุ่ม ๆ เพราะต้องไปตามนัดที่เธอถูกบังคับไว้จากพันเจีย ผู้ชายที่เธอแทบจะไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ไม่มีอะไรที่จะต้องเสีย ถ้าให้พูดตามตรงก็คือเพราะไม่มีอะไรจะให้เสียแล้วต่างหาก
“ฮัดชิ้วววว!” ไวโอลินปิดปากแล้วรีบล้วงกระดาษทิชชู่ออกมาจากกระเป๋าสะพายเพื่อเช็ดน้ำมูกที่อัดอั้นอยู่ในโพรงจมูกโด่งสวยได้รูป ขณะที่เดินตามหลังฟานไปแบบห่าง ๆ
“นี่ยัยหัวเห็ด! ฉันเห็นเธอจามมาตลอดทางเลย ไม่สบายหรือเปล่า!” ฟานหันมาถามก่อนที่เขาจะเดินไปกดลิฟต์หลังจากมาส่งเธอที่ล็อบบี้ในคอนโดมิเนียมหรูย่านชานเมืองของผู้ชายจอมเผด็จการที่มีนามว่า พันเจีย
“เปล่า! ฉันแค่เป็หวัดนิดหน่อย แต่ถ้านายกลัวติดนายก็ไปห่าง ๆ ตัวฉันก็ได้นะ” ไวโอลินตอบออกไปส่ง ๆ เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยากจะเข้าใกล้ผู้ชายพวกนี้อยู่แล้ว
“ไม่ล่ะ! แค่เธอไม่ได้เป็โรคติดต่อร้ายแรง แค่นั้น...ฉันก็สบายใจแล้ว” ฟานตอบแบบกวน ๆ พลางยักไหล่สองข้างขึ้นมาในตอนที่พูด ไวโอลินได้แต่ฟังแบบนิ่ง ๆ ไม่อยากที่จะต่อปากต่อคำกับคนพวกนี้ เธอยืนรอจนลิฟต์มา แล้วก้าวเข้าไปข้างใน
“อ้าว! แล้วนายไม่ขึ้นไปด้วยกันเหรอ” ไวโอลินถามพลางขมวดคิ้วเรียวโค้งเข้าหากันอย่างสงสัย
“ไม่อ่ะ! ฉันแค่มีหน้าที่พามาส่งเธอให้กับพันเจียก็เท่านั้น ส่วนเธอ (เขาชี้หน้า) ขึ้นไปเองก็แล้วกัน ชั้น 22 ห้อง 2201 ฉันไปล่ะ...โชคดีนะ!”
“อ้าวเฮ้ย! เดี๋ยวก่อนสิฟาน!” ไวโอลินพยายามที่จะรั้งเขาไว้ แต่ก็ไม่ทัน เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงเสียก่อน ไวโอลินทอดถอนใจ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเจออะไรต่อจากนี้บ้าง เธอนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าขึ้นไปถึงห้องของอิตาบ้านั่นแล้ว เธอจะต้องปั้นหน้ายังไง..คิดแล้วก็เหนื่อยใจขึ้นมาทันที
กิ๊งก่อง~
ไวโอลินกดกริ่งที่หน้าห้องของพันเจีย ไม่ถึงเสี้ยววินาทีประตู ก็ถูกเปิดออกราวกับว่าเขายืนเฝ้าที่หน้าประตูห้องอย่างนี้อยู่นานแล้ว
“เธอสายไป... หนึ่งนาที กับอีกสี่สิบห้าวินาที” พันเจียก้มมองดูนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือหนาของเขา ขณะที่พาดแขนขวางอยู่ที่หน้าประตูไว้ไม่ยอมให้เธอเข้าไปด้านในห้องของเขา
“อะไรกัน! แค่นาทีเดียว นายจะอะไรนักหนา” ไวโอลินพูดขึ้นขณะที่มือข้างหนึ่งของเธอเอากระดาษทิชชู่อุดรูจมูกแดง ๆ ไว้ เพราะกลัวว่าจะจามออกมาอีก
“นี่เธอเป็บ้าอะไรเนี่ย ถึงได้เอากระดาษทิชชู่ไปอุดรูจมูกไว้ น่าเกียจจริง ๆ อยากตายหรือไง!”
“นายจะบ้าเหรอ! ฉันจะทำอะไรมันก็เื่ของฉัน แล้วนี่จะให้ฉันทำอะไร ให้ฉันเข้าไปข้างในได้หรือยัง” ไวโอลินถาม ทว่าไม่อยากที่จะต่อความยาวสาวความยืดกับคนอย่างเขา
“อืม...ก็เข้ามาสิ!” พันเจียหลีกทางให้เธอเข้ามาง่าย ๆ ก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งที่โซฟาที่ตั้งอยู่หน้าทีวีจอแอลซีดีซึ่งอยู่ติดกับหน้าห้องน้ำ
“สรุปว่านาย้าจะให้ฉันทำอะไรกันแน่” ไวโอลินถามเสียงเข้มก่อนจะเดินเข้าไปยืนบังที่หน้าจอทีวีขณะที่สายตาคู่คมของเขากำลังจับจ้องมันอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ ทำให้จำต้องเบนสายตามายังเรือนร่างบางของเธอแบบอัตโนมัติ
“นาย้าอะไรจากฉันกันแน่ จะให้ฉันทำอะไรก็รีบ ๆ บอกมาสิ ฉันไม่ได้มีเวลากับนายทั้งวันหรอกนะ บอกไว้ก่อนเลย” ไวโอลินพูดเสียงแข็ง เ้าของร่างสูงเอนหลังพิงไปที่โซฟาหนานุ่มขนาดใหญ่แล้วพูดขึ้นมาอย่างใจเย็น
“ฉันไม่ได้้าอะไรจากเธอ แค่อยากให้เธอเป็ตัวของตัวเอง เวลาที่อยู่ด้วยกันกับฉัน...แค่นั้นก็พอ” พันเจียพูดโดยไม่ยอมมองหน้า แต่ปรายตาดูนิ้วมือเรียวของตัวเองแทน
“เื่ระหว่างนายกับฮอร์นมันมีอะไรที่มากกว่าเื่แข่งรถหรือเปล่า ฉันรู้สึกว่านายสองคนดูจะไม่ชอบขี้หน้ากัน นายโกรธอะไรเค้า หรือว่าฮอร์นเค้าโกรธอะไรนายกันแน่” ไวโอลินถามออกมาตรง ๆ แล้วเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าโซฟาของเขา
“เลิกเพ้อเจ้อซักทีเถอะ!” พันเจียพูดตัดจบ ไวโอลินหยิบรีโมททีวีขึ้นมาปิด เพราะเสียงของมันดังจนทำให้เธอเสียสมาธิในการคุยเื่ที่เริ่มจะซีเรียส พันเจียชำเลืองมองการกระทำของเธอพลางถอนหายใจออกมาบาง ๆ
“ถ้าฮอร์นเค้าทำอะไรให้นายไม่พอใจ ฉันขอโทษนายแทนเค้าด้วยละกัน นายอย่าโกรธเค้าเลยนะ นายจะให้ฉันทำอะไรก็ได้…ฉันยอมนายหมดทุกอย่าง ขอแค่นายคืนฉันให้กับเค้า...แค่นั้นก็พอ” ไวโอลินพูดอย่างอ้อนวอน เขาปรายตามองดูเธอก่อนจะนิ่งเงียบไปสักพัก
“หยุดฝันหวานได้แล้ว เพราะเธอ...จะต้องทำความสะอาดห้องของฉันทั้งหมดเดี๋ยวนี้!”
“อะไรนะ! นี่นายเรียกฉันมาเพื่อให้ฉันทำงานบ้านให้นายงั้นเหรอ”
“ใช่! (น้ำเสียงเย้ยหยัน) เธอมีปัญหาอะไร” พันเจียหันมาถามพลางจ้องมองเธอตาเขม็ง ไวโอลินชะงักงั้น แล้วแอบคิดอยู่ภายในใจว่าถ้าแค่ทำความสะอาดห้องให้เขาแค่นั้น ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะถ้าหากว่าทำเสร็จนั่นก็อาจจะหมายถึง หน้าที่ระหว่างเธอกับเขาก็อาจจะสิ้นสุดลงไปด้วย
“เปล่า...ไม่ได้มีปัญหาอะไร แล้วฉันต้องทำอะไรบ้าง” ไวโอลินถามอย่างมุ่งมั่น
“ปัดกวาดเช็ดถูห้องฉันทั้งหมด ซักผ้าแล้วก็ล้างห้องน้ำ อ้อ! เสื้อผ้าฉันทุกชิ้นต้องซักด้วยมือเท่านั้นนะ เพราะว่ามันมีแต่ตัวแพง ๆ แถมเส้นใยผ้ามันเป็ชนิดพิเศษ ขืนเอาลงเครื่องซักผ้า...มีหวังราคาตกแน่ ๆ” พันเจียพูดพลางชี้นิ้วสั่ง ๆ ก่อนจะเน้นย้ำออกมาด้วยว่า
“งานทุกอย่างที่เธอทำ จะต้องเสร็จภายในหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นนะ” พูดแล้วก็ก้มมองนาฬิการาวกับกำลังเริ่มจับเวลา…
“นายจะบ้าเหรอ! ชั่วโมงเดียวฉันจะทำยังไงเสร็จล่ะ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องครึ่งวัน หรือไม่ก็สองถึงสามชั่วโมงนั่นแหละ” ไวโอลินพยายามต่อรอง แต่เขากลับไม่สนใจ
“ตอนนี้เวลาหมดไปแล้วสองนาที ถ้าขืนเธอยังไม่ลงมือทำ ฉันว่ามันไม่ทันเสร็จแน่ ๆ” พันเจียบอกก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่บนที่นอนของเขาอีกตั้งใหญ่ รวมถึงตะกร้าที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้า ถุงเท้าที่เริ่มส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยมาแต่ไกล ไวโอลินแทบจะเป็ลม เมื่อได้เห็นผ้ากองพะเนินเทินทึก แต่พอนึกขึ้นว่าทำให้มันจบๆ จะได้แยกย้ายกันไป ก็ทำให้เธอฮึดสู้!
“โอเค ๆ ฉันจะรีบทำให้เดี๋ยวนี้แหละ” เธอบอก ก่อนจะวางกระเป๋าสะพายลงที่โซฟา แล้วรีบไปอุ้มตะกร้าผ้าเข้าไปในห้องน้ำ พันเจียลุกขึ้นเต็มความสูง แล้วหยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอ โยนลงไปในถังขยะ เพราะดูแล้วมันรกเกะกะห้องของเขาเสียเปล่าๆ ก่อนที่คนตัวสูงจะเดินไปหยิบรีโมทแล้วเปิดทีวีขึ้นมาอีกครั้งเสียงดังลั่นห้อง!
ไวโอลินขะมักเขม้นอยู่กับการทำงานบ้านให้กับวายร้ายจอมเผด็จการ ทว่าก็รู้สึกรำคาญที่อีกฝ่ายตั้งใจเปิดทีวีรบกวนการทำงานของเธอแบบสุด ๆ โดยเธอพยายามทำเป็ไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาทำให้มันแล้ว เสร็จ แต่จู่ ๆ เธอก็รู้สึกมึน ๆ หัวขึ้นมาเสียอย่างงั้น
หลังจากที่ไวโอลินหายเข้าไปในห้องน้ำสักพัก เขาก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ ที่ดังมาจากด้านใน จึงตัดสินใจลุกพรวดขึ้นไปดู
“นี่เธอ!” ไวโอลินเป็ลมล้มอยู่ที่พื้นห้องน้ำ ทำให้เขาต้องรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของเธออย่างร้อนรน...
“ไวโอลิน… (พันเจียเอ่ยชื่อของเธอ พร้อมกับอังมือไปที่หน้าผากเล็ก) ตัวร้อนจี๋เลย สงสัยเพราะตากฝนเมื่อวานแหง ๆ ยัยบ้านี่…ทำไมถึงได้ไม่ยอมบอกว่าตัวเองป่วยอยู่ ทนให้ฉันใช้งานอยู่ได้ บ้าฉิบ!” เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง แล้วอุ้มร่างบอบบางของเธอให้ไปที่เตียง
พันเจียวางร่างนุ่มลงบนเตียงนอนขนาดซูเปอร์คิงส์ไซซ์ของเขาอย่างนุ่มนวล แล้วนั่งลงข้าง ๆ ก่อนจะยกมือแกร่งขึ้นมาวัดไข้ที่ลำคอระหงและหน้าผากเล็กของเธออีกครั้ง แล้วลุกขึ้นไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ก่อนจะจัดแจงวางลงมันบนหน้าผากมนเพื่อให้ไข้บริเวณหน้าผากลดลงโดยเร็ว
"เนี่ยเหรอ...ผู้หญิงของฮอร์น!" พันเจียพึมพำออกมาเบา ๆ ขณะที่เฝ้ามองดูเธอราวกับเป็ห่วงมากกว่านึกสมเพช ปลายนิ้วเรียวััที่ริมฝีปากนุ่มชมพูเรื่อของเธออย่างทะนุถนอม แล้วดึงผ้าห่มที่พับเก็บอยู่ปลายเตียงขึ้นมาห่มให้อย่างเบามือ ก่อนจะลุกขึ้นไปปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในเกณฑ์ปกติแล้วจึงเดินออกจากห้องไป
พันเจียเดินลงมายังลานจอดรถที่อยู่ใต้อาคาร ก่อนเขาจะขับรถสปอร์ตสีขาวคันหรูออกจากคอนโด ตรงไปยังร้านขายโทรศัพท์มือถือภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่เขาฝากซ่อมไปเมื่อเดือนก่อน
“เรียบร้อยแล้วนะคะ” พนักงานในร้านแจ้ง พันเจียยื่นใบรับสินค้า พร้อมบัตรเครดิตให้แก่พนักงานคนดังกล่าว
พนักงานคนเดิม รูดบัตรเสร็จเรียบร้อย พันเจียจึงเซ็นชื่อรับแล้วเดินออกไปจากร้าน พนักงานร้องเรียกบอกว่าลืมไปว่า มีเมมโมรี่ของมือถือเครื่องนั้นติดมาด้วยเธอยื่นเมมโมรี่การ์ดให้เมื่อเขาเดินกลับมา พันเจียรับไว้แล้วกล่าวขอบคุณก่อนจะเดินกลับไปที่รถ
"คิดว่าจะซ่อมไม่ได้แล้วสิ" พันเจียพึมพำเบา ๆ แล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ มือแกร่งหยิบโทรศัพท์มือถือที่ฝากซ่อมขึ้นมาใส่แบตเตอรี่ตามด้วยเมมโมรี่การ์ดแล้วทดลองเปิดเครื่องอีกครั้ง พบว่ามือถือที่ถูกซ่อม กลับมาใช้งานได้ปกติ ก่อนจะระบายยิ้มที่มุมปาก
เขาเปิดดูอัลบัมรูปที่อยู่ในเมมโมรี่การ์ดของโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้น ก่อนเห็นว่าเป็รูปถ่ายของไวโอลิน และฮอร์น ใช่แล้ว!!! มือถือที่พันเจียนำไปฝากซ่อมเป็เครื่องเดียวกับโทรศัพท์มือถือของไวโอลิน ที่เธอเขวี้ยงมันไปถูกศีรษะของเขาจนแตกแล้วตกลงไปที่พื้น เพราะแรงกระแทก ทำให้มือถือเครื่องนั้นเป็รอยร้าว ชิ้นส่วนบางชิ้นแตกออก แบตเตอรี่เป็รอย จนเปิดไม่ติด เขาเก็บมันติดมือมาด้วย ก่อนจะนำมันไปที่ร้านทันทีที่กลับจากสิงคโปร์
พันเจียรีบนำมันกลับมาซ่อม โดยที่ตอนนั้นไม่รู้ว่าผู้หญิงที่ปามือถือมาโดนเขานั้น จะเป็ผู้หญิงของฮอร์น พันเจียเลื่อนดูภาพถ่าย เป็รูปเธอที่ถ่ายสมัยตอนที่เธอยังคบหาอยู่กับฮอร์น
ใบหน้าหล่อเหลาเห็นก็อมยิ้มออกมาเล็ก ๆ ให้กับความสดใสของเธอ ขณะที่มองดูภาพถ่ายในนั้น เป็รูปเดี่ยวที่ฮอร์นเป็คนถ่ายให้กับเธอ ใบหน้าที่สดใส รอยยิ้มหวาน ๆ และดวงตาคู่นั้น แสดงออกมาว่าเธอมีความสุขมากแค่ไหน เมื่อได้อยู่กับฮอร์น