Astral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว)

    ตอนที่ 59 สงครามล้างเผ่าพันธุ์ 5

            ตอนที่ 59 สงครามล้างเผ่าพันธุ์ 5

             

            “ข้าราชาไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนมันไม่ใช่พลังดั้งเดิมของบลัดเอลเดอร์”ราชาลิงขนทองมองไปยังบรรพชนบลัดเอลเดอร์ด้วยความรู้สึกนิ่งสงบ รัศมีแห่งความตายไม่มีผลกระทบแม้แต่น้อยเพราะคลื่นพลังไร้รูปจากภาพธรรมด้านหลังปัดเป่าพวกมันออกไป

            “ไม่ใช่พลังดั้งเดิมก็จริงแต่พลังนี้ผู้เฒ่าสามารถเอาชีวิตเจ้าได้”บรรพชนบลัดเอลเดอร์ดวงตาเปลี่ยนไปเป็นสีดำล้ำลึกดุจหุบเหวไร้ก้นบึ้ง

            “ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าสายเลือดเจ้าไม่บริสุทธิ์ มองด้วยตาคู่นี้ของข้าราชาดูออกว่าเจ้าใช้เทคโนโลยีบางอย่างกับร่างกายเพื่อกระตุ้นเทคนิคนี้” ราชาลิงขนทองเย้ยหยันน้ำเสียงยังเหยียดหยามถึงที่สุด

            วูบ!

            ร่างราชาลิงขนทองพร้อมภาพธรรมหายไปจากจุดเดิมบรรพชนบลัดเอลเดอร์ง้างเคียวกวาดไปด้านหน้า เกิดเส้นแสงสีดำพุ่งออกไปเป็นเส้นยาว

            เปรี้ยง!

            เส้นแสงสีดำปะทะเข้ากับอะไรบางอย่างก่อนร่างราชาลิงขนทองสวนกระบองต้านรับจะปรากฏให้เห็น

            ทั้งบรรพชนบลัดเอลเดอร์และราชาลิงขนทองต่างจ้องตากันราวกับเกลียดชังอีกฝ่ายเข้ากระดูกดำภาพธรรมเบื้องหลังทั้งสองยังปลดปล่อยพลังใส่กันจนมิติแยกย่อยเกิดการบิดเบี้ยว

            ขณะทั้งสองฝ่ายเริ่มปะทะกันอย่างดุเดือดอีกครั้งมีร่างจิตวิญญาณของใครบางคนกำลังเฝ้ามองการต่อสู้นี้อยู่อีกทั้งยังไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากการต่อสู้สักเสี้ยวเดียว

            ‘เท่าที่ฟังมาพวกมันคือผู้เหลือรอด ดูเหมือนผู้เหลือรอดจะมาจากยุคสมัยโบราณ ยุคสมัยในอดีตที่กำลังถูกปะป๊าค้นคว้า’

            ‘ดีล่ะบันทึกการต่อสู้ไว้ด้วยทักษะที่ปะป๊าสอนถ้าเก็บร่างพวกมันไปผ่าสมองค้นวิญญาณได้ด้วย ปะป๊าต้องดีใจมากแน่ ๆ’ ร่างจิตวิญญาณมีท่าทางดีอกดีใจ รีบใช้พลังจิตวิญญาณบันทึกการต่อสู้ของบรรพชนบลัดเอลเดอร์และราชาลิงขนทองโดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้

            .

            .

            .

            บนยานหลัก

            แอนดรูว์นั่งชมสงครามในห้องควบคุมมาตั้งแต่ต้นต้องหยุดความสนใจทั้งหมดไปยังการแจ้งเตือนของโมบิท

            -รายงาน ตรวจพบการสั่นไหวของมิติใกล้ยานหลักห่างออกไปห้าพันกิโลเมตร

            “เกิดอะไรขึ้น!” แอนดรูว์อุทาน เขารีบขยับมือบนแผงควบคุมเพื่อตรวจสอบว่าทำไมถึงเกิดการสั่นไหวของมิติ ทั้งที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้

            “ได้ยังไง ใครตรวจพบเรามีใครกำลังโจมตีหรือหลุมดำกำลังก่อตัว” แอนดรูว์หรี่ตาลงความรู้สึกไม่สบายใจผุดขึ้นมา แม้จะเป็นการคาดเดาก็ตามเพราะยานหลักอยู่ห่างจากจุดเกิดสงครามนอกจากนี้สงครามและกองยานจำนวนมหาศาลสะดุดตายิ่งกว่าอะไรในดาราจักรทมิฬ แถมยังตรวจสอบล่วงหน้าแล้วว่ามิติแถวนี้ไม่น่ามีหลุมดำเกิดขึ้น

            “ในดาราจักรทมิฬเทคโนโลยีระดับสูงกว่าหรือเทียบเท่าเราในตอนนี้ไม่น่ามี ตัดเรื่องถูกพบเจอหรือลอบโจมตีไปได้จุดที่เกิดการสั่นไหวมีพลังนิดเดียว ไม่น่าใช่หลุมดำเหมือนกัน...โมบิทส่งยานเข้าไปตรวจสอบว่าทำไมมิติถึงเกิดการสั่นไหว” แอนดรูว์สั่งแล้วหยุดมือเขากลับไปดูสงครามต่อพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายใจได้จางหายไป

            “รับทราบ!”

            “อ่า..อีกอย่างมีอะไรค่อยรายงานทีหลัง เพราะอีกไม่กี่นาทีพวกโอเมก้าจะลงมือแล้ว”แอนดรูว์พูดไม่ทันไร โมบิทได้ส่งเสียงขึ้นมาพร้อมภาพสามมิติขนาดใหญ่

            -รายงานจุดที่พบการสั่นไหวของมิติ มียานขนาดเล็กลำหนึ่งกำลังพุ่งออกมา คาดการณ์ว่าเป็นการเดินทางผ่านวาร์ปรูปแบบหนึ่ง

            -รายงาน ขณะนี้การสั่นไหวของมิติได้หยุดลงยานสำรวจของเรากำลังเข้าตรวจสอบยานปริศนา ปัจจุบันยังไม่พบภัยคุกคามใด ๆ

            “อ่า ให้ตายสิมันเดินทางผ่านมิติมาใกล้เรา นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว” คำพูดแอนดรูว์ฟังเหมือนทุกข์ร้อนผิดกับน้ำเสียงนิ่งสงบและท่าทางที่ไม่เปลี่ยนไปเพราะเขาปล่อยให้โมบิทจัดการเรื่องนี้ และไม่คิดหยุดดูการลงมือของโอเมก้าที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

            “โอ้ว โอ้ว เริ่มแล้วเริ่มแล้ว”

            .

            .

            .

            เมื่อครบหนึ่งร้อยชั่วโมงตามข้อตกลง

            เผ่าพันธุ์ไฮเปอร์ได้หยุดการดูดกลืนทรัพยากรและขับเคลื่อนอาณานิคมออกจากดาราจักรทมิฬทันที

            ทางฝั่งเผ่าพันธุ์ขนทองก็หยุดต่อสู้และล่าถอยออกไปแต่ยังไม่จากไปไหน เพราะพวกมันกำลังรอคำสั่งจากราชาลิงขนทองที่ยังไม่กลับมา

            เผ่าพันธุ์โอเมก้าเห็นว่าสองเผ่าพันธุ์ถอนกำลังออกจากดวงดาวBD-c706 พวกมันจึงเริ่มลงมือทันที

            เริ่มจากใช้ยานรบบุกเข้าไปกวาดล้างด้วยการทิ้งระเบิดพลังงานสูงทั่วดวงดาวสองรอบก่อนส่งยานเข้าไปตามเก็บกวาดผู้ที่เหลือรอด ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาถึงหนึ่งชั่วโมง...

            ...ดวงดาว BD-c706 ที่เคยเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหลักของบลัดเอลเดอร์ อารยธรรมอันแสนยาวถูกทำลายล้างราบเป็นหน้ากลองพื้นผิวดวงดาวที่เคยใช้ชีวิตอยู่ได้ ยังกลายเป็นทะเลลาวาร้อนระอุ รังสีรุนแรงแผ่ไอความร้อนออกมาจากทั่วดวงดาว

            บัดนี้ดวงดาว BD-c706 กลายเป็นดาวไร้สิ่งมีชีวิตไปโดยสมบูรณ์

            จวิ้ว!

            ลำแสงทำลายล้างขนาดใหญ่ถูกยิ่งออกมาจากยานขนาดเท่าดาวเคราะห์ของโอเมก้า เป้าหมายของมันคือดวงดาว BD-c706

            ตู้มมมมม

            เสียงระเบิดดังสั้น ๆ ตามด้วยดวงดาวBD-c706 เริ่มแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่นานเผ่าพันธุ์โอเมก้าได้ถอนกำลังและออกไปจากดาราจักรทมิฬ

            เผ่าพันธุ์ขนทองที่เห็นดวงดาวเริ่มแตกออกได้เคลื่อนกองยานทั้งหมดออกไปจากดาราจักรทมิฬ ทิ้งไว้เพียงยานสีทองลำหนึ่ง ที่เริ่มกลมกลืนไปกับพื้นผิวจักรวาล

            ดวงดาว BD-c706 เริ่มพังทลาย ไม่นานคลื่นร้อนได้ปะทุออกมาพร้อมพลังงานมหาศาลเกิดเป็นเกลียวคลื่นลาวาสีแดงฉานไหลเวียนอยู่บนดวงดาว

            ผ่านไปสักพักดวงดาว BD-c706 ได้เกิดการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ ชิ้นส่วนดวงดาวกระจายไปทั่วทุกทิศทาง ตามด้วยแรงดึงดูดมหาศาลได้บังเกิดขึ้นดึงดูดทุกสิ่งเข้าสู่จุดศูนย์กลาง ก่อนหลุมดำขนาดจิ๋วจะถือกำเนิดขึ้นแทนที่ดวงดาว BD-c706

            นับว่าอารยธรรมอันแสนยาวนานของบลัดเอลเดอร์ได้เลือนหายไปจากจักรวาลอย่างแท้จริง จากการถูกสามเผ่าพันธุ์กวาดล้างจนสูญสิ้น

            .

            .

            .

            ห้องควบคุมบนยานหลัก

            แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ!

            แอนดรูว์ปรบมือ หลังเห็นดวงดาวBD-c706 ถูกทำลายจนสิ้นซาก

            “ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมข้อมูลสามเผ่าพันธุ์นี้ถูกบันทึกไว้หมดแล้ว ในอนาคตเกิดพวกเราทำสงครามกับพวกมันมีแค่เผ่าพันธุ์โอเมก้าต้องถูกล้างบางให้หายไปทั้งเผ่าพันธุ์พวกมันอันตรายเกินกว่าจะอยู่บนจุดสูงสุด”

            “รายงาน ยานปริศนาที่ถูกเก็บกู้เข้ามาในตัวยานถูกตรวจสอบเสร็จสิ้น พบสิ่งมีชีวิตจำศีลอยู่ภายในยาน โฮสต้องการไปยังพื้นที่เทียบท่าหรือไม่”โมบิทรายงานจบ แอนดรูว์ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจเล็กน้อย แล้วพูดขึ้น

            “สงครามจบลงบลัดเอลเดอร์ถูกกวาดล้าง ดวงดาวถูกทำลาย ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว ไปดูสักหน่อยคงไม่เสียหายอะไรเพราะอีกสักพักกว่ายานจะเดินทางถึงอารยธรรมโบราณ”

            “รับทราบจุดเทียบท่าจะถูกเพิ่มการป้องกัน ก่อนโฮสจะไปถึง”

            “เอาเถอะ อยากรู้อยู่ว่ามันข้ามผ่านมิติมาได้ยังไงไม่ต้องเพิ่มการป้องกันอะไร ฉันจะเข้าไปดูเอง” พูดจบกำไลข้อมือได้กลายเป็นชุดเกราะครอบคลุมร่างกายแอนดรูว์แอนดรูว์เดินไปหยิบกระบี่ล่าอสูร ก่อนออกไปจากห้องควบคุม

             

            จุดเทียบท่าในยานหลัก

            เมื่อแอนดรูว์มาถึงเขาเห็นชีวจักรกลสีแดงกำลังแยกชิ้นส่วนยานปริศนาภายใต้การนำของเดวิด

            ใกล้กันมีเดโม่ ทีมชีวจักรกลรักษาและทีมชีวจักรกลวิจัยกำลังตรวจสอบร่างเปลือยเปล่าร่างหนึ่งที่อยู่ในตู้จำศีลคล้ายโลงศพหินโบราณ

            แอนดรูว์เดินไปยืนข้างเดโม่เขาสังเกตดูร่างเปลือยเปล่าในตู้จำศีล พอเขาเห็นว่ามันมีรูปร่างเหมือนมนุษย์อายุสิบสามสิบสี่ปีลักษณะออกไปทางเพศหญิง เขาจึงเลือกเดินวนดูรอบตู้จำศีลคล้ายโลงศพหินโบราณ

            ‘ลวดลายเป็นแค่การจำลองเส้นทางวัสดุบางส่วนเจือปนแกนกลางดวงดาว’ แอนดรูว์คิดในใจเขาย้อนนึกถึงหลายสิ่งที่เกี่ยวข้อง เขาพอเดาได้ว่ามันมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดาแต่เขาไม่รู้ว่ามันมีความลับอะไรซ่อนอยู่ นอกจากคลื่นพลังบางเบา

            “เดโม่ผลการตรวจสอบเป็นยังไง”แอนดรูว์ถามขึ้น ในเวลาเดียวกันทีมชีวจักรกลวิจัยเริ่มสแกนรอบโลงศพหินโบราณเพื่อบันทึกข้อมูลลงฐานข้อมูลให้โมบิทส่งไปให้ลูน่าตรวจสอบ

            “สิ่งมีชีวิตอยู่ในสภาวะจำศีลอาจตื่นขึ้นมาได้ทุกเวลา ขณะนี้กำลังเฝ้าระวังและตรวจสอบให้ละเอียด”

            ฟังเดโม่รายงานเหมือนพึ่งตรวจสอบได้ไม่นานเท่าไหร่แอนดรูว์เลือกจดจำลวดลายบนโลงศพหินโบราณทั้งหมด ก่อนมองดูร่างด้านในอย่างละเอียด

            ‘ดูผิวเผินเหมือนมนุษย์ไม่มีผิดไม่ได้มองให้ดีคงไม่ทันเห็นใบหูสั้นแหลม สีผิวซีดขาวกับเส้นผมสีเงิน’ แอนดรูว์นิ่งคิดและสังเกตต่อไป

            ‘โฮ้ เล็บมือเล็บเท้าแหลมคมไม่มีอวัยวะสืบพันธุ์ ไม่ใช่มนุษย์ แต่บอกไม่ได้ว่ามันคือเผ่าพันธุ์ไหน’

            แอนดรูว์เปลี่ยนชุดเกราะให้กลายเป็นกำไลก่อนใช้นิ้วจิ้มไปบนร่าง สัมผัสแรกที่เขารับรู้คือแข็งเหมือนเหล็กและเย็นไม่ต่างจากน้ำแข็งสัญญาณชีพยังอ่อนจนแทบสัมผัสไม่ได้

            สายตาแอนดรูว์เลื่อนมองไปยังใบหน้าอีกครั้งคราวนี้เขาเห็นว่าผิวแทบไม่มีรูขุมขน ริมฝีปากยังไร้สีเลือดเขาจึงใช้มือข้างหนึ่งถ่างเปลือกตา ปรากฏว่าเขาได้เห็นดวงตาสีแดงที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อแสง

            “เดโม่มาเปิดปากให้หน่อย” แอนดรูว์ชี้ไปยังปากตรงหน้า เดโม่รีบเดินมาเปิดปากให้เขาดูสิ่งที่เห็นทำให้เขารู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

            ‘ได้ไงฟันเรียงกันเหมือนมนุษย์ทั้งหมด ลักษณะฟันยังไม่แตกต่าง ไม่มีลักษณะเด่นอะไรด้วยแต่มองยังไงก็ไม่มีทางเป็นมนุษย์’ แอนดรูว์คิดในใจแล้วสั่งเดโม่ต่อ

            “พลิกร่าง ฉันอยากเห็นด้านหลังของมัน”

            “รับทราบ” เดโม่เดินมาพลิกร่างตรงหน้าให้แอนดรูว์แต่แอนดรูว์เห็นเดโม่ใช้พละกำลังมหาศาลกว่าจะพลิกร่างตรงหน้าได้

            ‘น้ำหนักเยอะขนาดนั้นเลย’แอนดรูว์เกิดความสงสัย เขาจึงใช้มือข้างที่ว่างอยู่ลองยกขาร่างตรงหน้าปรากฏว่ามันมีน้ำหนักมหาศาล มากพอทำให้เขารู้สึกหนัก

            ‘นี่เอาตัวอะไรขึ้นมาบนยานวะ’แอนดรูว์คิดพลางมองด้านหลังที่มีลักษณะกระดูกแบบเดียวกับมนุษย์เพศหญิงทุกประการก่อนเริ่มใช้ฝ่ามือกดไล่ไปบนแผ่นหลังโดยใช้แรงระดับหนึ่ง พอให้รับรู้ถึงโครงกระดูก

            ‘เหมือนลักษณะร่างกายเป็นการเลียนแบบบางจุดมันนูนผิดปกติ กล้ามเนื้อมีการขยับ?!’

            “เดโม่มาช่วยฉันกดร่างนี้ไว้อย่างให้มันดิ้นชีวจักรกลตัวอื่นเก็บข้อมูลเสร็จแล้วให้รีบออกไป” แอนดรูว์พูดจบก็ใช้ฝ่ามือกดลำคอด้านหลังของร่างตรงหน้าแล้วหันไปทางเดวิด

            “เดวิดมาช่วยฉันกับเดโม่จับแขนชีวจักรกลสีแดงหยุดแยกชิ้นส่วนยาน เตรียมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน โมบิทเรียกวิเวียนให้เธอมาที่นี่เร็วที่สุดเปิดใช้ม่านพลังป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อตัวยานไว้ด้วย”

            สิ้นเสียงแอนดรูว์เดโม่รีบเข้ามากดแขนซ้ายไม่ให้ขยับ เดวิดตรงเข้ามากดแขนขวา ส่วนขาทั้งข้างที่เริ่มขยับแอนดรูว์ใช้กระบี่ล่าอสูรกดทับไว้

    คล้ายกับเรื่องAstral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว) ที่คุณอ่าน