“ไม่เลวเลย สมกับที่เคยเป็ทหารหน่วยพิเศษ”
ซางจื้อหย่วนเอ่ยชมการกระทำอันทรงพลังของหวังเฉียงแต่มันก็ยากจะเดาว่าเขาชมจากมุมไหนกันแน่
สายตาของทั้งสองจ้องประสานกันชั่วขณะราวกับประกายไฟกำลังลุกโชน
“เช่นกัน”
หวังเฉียงไม่อธิบายอะไรมากมายเขาลงมือทันที เริ่มโหวตแรกของการลงคะแนนรอบที่สอง
ใครเล่าจะคาดคิดว่าการโหวตครั้งแรกที่จะบังคับให้โหวตใหม่จะเกิดขึ้นในสถานการณ์นี้
ถ้ามีเพียงแค่การพูดจาวางแผนหลอกลวงการแสดงนี้ก็คงจะดูน้อยไปหน่อย
ไม่รู้ว่าควรจะบอกว่าผู้จัดเกมมรณะนี้เป็คนบ้าหรืออัจฉริยะเต็มขั้นกันแน่
เพราะบางทีความแตกต่างระหว่างสองอย่างนี้ก็มีเพียงเส้นบางๆขวางกั้นเท่านั้น
“ผม...ผมยังรู้สึกว่าเื่นี้แปลกเกินไป ให้ผมคิดอีกสักหน่อยได้ไหม...”
ความลังเลของหลิวเนี่ยนทำให้เห็นได้ชัดว่าเขาแบกจุดอ่อนของคนขี้อายไว้เต็มที่แม้แต่มองผมก็ยังทำท่ากล้าๆ กลัวๆ
ความเชื่อใจที่มีให้ผมก่อนหน้านี้ดูจะไร้ค่าเมื่อเผชิญกับความกลัวโดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งของผมในรอบนี้คือศพของหญิงคนหนึ่ง
ถึงแม้การพูดถึงคนตายจะไม่เหมาะสมแต่หญิงร่างท้วมคนนั้นก็ไม่ใช่แม่ที่แท้จริงแถมเ้าเด็กอ้วนยังไม่หลั่งน้ำตาให้เธอแม้แต่หยดเดียวกลับถอนหายใจโล่งอกเสียด้วยซ้ำไป
“ผมขอโหวตให้พี่ชาย! เขาเป็คนดี”
เด็กชายตัวน้อยไร้ความกลัวที่จะพูดในสิ่งที่คิดในขณะที่คนอื่นๆ คงไม่แสดงออกทางอารมณ์มากนัก แม้จะ้ากำจัดผมจริงๆพวกเขาก็คงทำอย่างลับๆ ไม่ให้ใครสังเกตเห็น
“ฮึ…คนดีงั้นเหรอ ฟังแล้วอยากจะอ้วกคิดไม่ถึงเลยนะว่านายจะได้รับความนิยมขนาดนี้ มีคนช่วยพูดแทนตั้งหลายคน”
ปากของเฉียนตัวตัวก็ยังคงแจ๋วเหมือนเคยสายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ร่างไร้ิญญาของหญิงร่างท้วมเหมือนเขาไม่ได้มีความหลงใหลอะไรเป็พิเศษ เพียงแต่พยายามหาโอกาสโจมตีผมเท่านั้น
“นายคงไม่รังเกียจหรอกถ้าฉันจะโหวตให้นายด้วยอีกเสียง ยังไงก็ตามฉันคงไม่สามารถลงคะแนนให้คนตายได้หรอกนะ ไม่ว่าเธอจะเคยทำอะไรก็ตาม”
หูของผมแทบไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินคนอย่างคุณชายเฉียนเริ่มพูดจาปลุกเร้าอารมณ์อีกแล้วงั้นเหรอ
แต่ยิ่งฟังผมก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆอย่างไรไม่รู้ ความจริงผมไม่เคยเชื่อในคำสำนึกผิดของใครนักและเฉียนตัวตัวก็ไม่ได้เหมือนคนที่กลับตัวกลับใจเลยสักนิด
“อาเมน ผู้ตายที่อยู่บนฟ้าควรได้รับการให้อภัย เด็กน้อย เธอพูดถูกแล้ว ขอเพียงเราสำนึกผิดด้วยใจสิ่งที่เราทำไปก่อนหน้านี้จะได้รับการอภัยเสมอ”
ชายชราเอื้อนเอ่ยพลางหยิบไม้กางเขนขึ้นมาััและท่าทีของเขานั้นเชื่องช้าและชำนาญราวกับการเทศนานี้เป็สิ่งที่เขาทำมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วก็มไม่ปาน
คำพูดแบบนี้มักจะช่วยทำให้สถานการณ์สงบลงเพราะหลายคนมีทั้งความสงสัยและความอยากรู้อยากเห็นในศรัทธา
ซึ่งเป็ท่าทีที่ตรงกับเป้าหมายของชายชราไม่ว่าเขาจะมีตัวตนอย่างไร เขาก็อาศัยบทบาทของนักบวชในการเล่นเกมนี้อย่างเสมอ
ในความคิดของผมไม่ว่าจะเป็ศรัทธาใดๆ บนโลกนี้ หากใช้เพื่อปลุกปั่นผู้อื่นหรือตอบสนองผลประโยชน์ของตนเองมันก็ดูจะเสแสร้งอยู่ไม่น้อย
“เพื่อไม่ให้ล่วงเกินผู้ตาย พวกเราควรทำการตัดสินใจที่ถูกต้องนะ หนุ่มน้อย”
ชายชราพูดพลางจับแขนหลิวเนี่ยนที่อยู่ใกล้ที่สุดบรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้งเพราะหลิวเนี่ยนซึ่งเป็นักศึกษาอย่างน้อยก็ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับเราหากชายชราเล่นงานเขาจริงๆ มันคงทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงแน่นอน
ผมไม่ได้ตรวจสอบตัวตนของเขาแต่ด้วยสัญชาตญาณ ผมรู้สึกว่าเขาไม่น่าเป็ผู้โหยหวนอย่างน้อยก็ไม่น่าจะเป็คนที่มีอิทธิพลหรือมีความสามารถที่จะข่มขู่ใครในเกมนี้
“ผม…ผมยังคิดไม่ออกเลยครับ”
หลิวเนี่ยนพูดด้วยสีหน้าหวาดกลัวพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้ถูกบีบหรือข่มขู่ หวังเฉียงจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย
แต่ผมรู้ดีว่าหลิวเนี่ยนถูกควบคุมด้วยสายตาจับจ้องอันแรงกล้าแสดงให้เห็นว่าเขายังอ่อนประสบการณ์นัก
หลิวเนี่ยนนายไม่เคยสงสัยเลยเหรอว่าทำไมถึงถูกเพ่งเล็งมาตลอด ถ้านายยืนหยัดได้มั่นคงกว่านี้ถ้าไม่ใช่เพราะ “ถ้า” เ่าั้พวกเขาก็คงไม่เล็งมาที่นาย
มันเป็ความจริงที่ไม่เคยเปลี่ยนคนมักจะเลือกโจมตีคนที่อ่อนแอกว่าเสมอ และเฉียนตัวตัวกับชายชราก็ไม่ใช่คนโง่พวกเขาต่างรู้จุดนี้ดี
ตอนนี้ทั้งสองเหมือนจะเข้ากันได้อย่างน่าขยะแขยงไม่ว่าพวกเขาจะเป็ผู้โหยหวนหรือแค่ไม่ชอบหน้าผมหรือคิดจะเล่นตามแผนของตนเองก็ตามแต่สุดท้ายเสียงโหวตสองเสียงก็ถูกโยนมาที่ผมแล้ว
“เหอะ...”
ซางจื้อหย่วนแค่นเสียงหัวเราะเบาๆเขายังไม่แสดงจุดยืน
แต่จากท่าทีที่ยกคิ้วและแสดงสีหน้าอย่างผู้ได้เปรียบเหมือนว่าเขาพร้อมจะลงคะแนนเสียงแล้ว ครั้งนี้คงยากที่จะเลี่ยงไปได้
จากที่ดูคะแนนเสียงที่ชัดเจนตอนนี้ผมคงจะได้หนึ่งเสียงจากฝั่งหวังเฉียงในขณะที่ฝั่งตรงข้ามมีสามเสียงที่เตรียมจะลงคะแนน แต่มีเพียงสองเสียงที่โยนมาที่ผมจริงๆ
และแม้ผมจะคิดว่าความเป็ไปได้ที่ซางจื้อหย่วนจะโหวตผมนั้นสูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่อาจมั่นใจได้เต็มที่
ผมเข้าใจดีว่าเกมนี้ได้เข้าสู่่ร้อนระอุแล้วเป็่เวลาที่สำคัญที่สุดและเต็มไปด้วยความเสี่ยงต่อความผิดพลาด
ทุกคำพูดและการกระทำของแต่ละคนอาจเป็เพียงการหลอกล่อเพื่อชัยชนะ
นี่คือเวลาที่ทุกคนจะต้องงัดความเข้าใจและสติปัญญาออกมาใช้กันอย่างเต็มที่ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยคือเด็กสองคนที่ต่างก็ยกมือขึ้นพร้อมกันและชี้ไปที่หญิงร่างท้วมด้วยความกลมเกลียว
ผมพยักหน้าเบาๆอย่างอดไม่ได้ เกมนี้ช่างพลิกผันอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ
หลังจากที่หญิงร่างท้วมถูกหวังเฉียงฆ่าตายจำนวนผู้เล่นลดลงเหลือเพียงสิบคน พอดีกับการแบ่งฝั่งของคะแนนเสียง
ยังไม่นับว่าการที่ผมต้องแข่งขันกับคนตายเป็เื่แปลกขนาดไหนแต่ที่สำคัญคือผมไม่สามารถใช้คะแนนเสียงของตนเองได้ เพราะในรอบการโหวตรอบสองนี้ผมยังคงเป็ผู้ต้องสงสัย แม้จะมีคะแนนโหวตเสมอในรอบก่อนแต่ก็ไม่ช่วยให้ผมพ้นสถานการณ์นี้
ตุบตุบเสียงหัวใจเต้นแรงอีกครั้งเกินขอบเขตความสนใจของผม
มันบอกผมว่าผมต้องจริงจังกับเกมนี้อีกครั้ง ภายนอกผมยังคงเยือกเย็น มั่นคงแต่ในใจนั้นยังคงซ่อนความหยิ่งผยองที่ไม่อาจดับได้
พวกคนที่ดิ้นรนบิดเบี้ยว แสดงด้านมืดของความเป็มนุษย์ออกมาเพื่อเอาชีวิตรอดในสายตาผมช่างดูไร้ค่าและน่าสมเพชยิ่งกว่าพวกสัตว์เลื้อยคลานเสียอีก
“ยังจะยืนเหม่ออีกเหรอ คิดไปก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี อีกเดี๋ยวผลก็จะออกมาแล้ว”
เฉียนตัวตัวยังคงะโพล่ามไม่หยุดใบหน้าของเขาช่างน่ารำคาญจนผมอยากจะซัดสักหมัดแม้แต่คนใจเย็นอย่างผมยังรู้สึกเกลียดขี้หน้าหมอนี่ไม่แปลกใจเลยหากคนอื่นรู้สึกแบบเดียวกัน
ถึงอย่างนั้นตำแหน่งลูกคนรวยก็ยังมีอิทธิพลอยู่บ้าง ตอนที่หญิงร่างท้วมและหัวหน้าครอบครัวของเธอยังมีชีวิตอยู่พวกเขาไม่เคยกล้าต่อต้านเขาเลยสักครั้ง
แต่สำหรับคนที่เหลือใครจะไปสนใจเขาจริงๆ กันล่ะ
“เอ่อ...ตอนนี้ผมก็ไม่รู้จะเลือกยังไงเหมือนกัน แต่ครูสอนเราว่าสิ่งที่เห็นด้วยตาอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป”
หลิวเนี่ยนพูดออกมาอย่างจริงจังทำให้ทุกคนหยุดฟังด้วยความงุนงง แต่รอยยิ้มของชายชราทำให้ผมรู้สึกกังวล
ซวยแล้ว!
สายตานั้นไม่ใช่สายตาที่บ่งบอกว่าเข้าใจอะไรบางอย่างแต่กลับเหมือนสายตาของคนที่ถูกล้างสมองเสียมากกว่าผมเคยช่วยเพื่อนบางคนออกจากเครือข่ายแชร์ลูกโซ่มาก่อน ซึ่งความรู้สึกนั้นผมจำได้ดี
ตอนนี้ระดับการล้างสมองที่หลิวเนี่ยนได้รับมันเหนือกว่ากลวิธีสามัญแบบพวกแชร์ลูกโซ่มากนัก
หากเื่นี้เป็จริงนักศึกษาผู้โชคร้ายคนนี้คงถึงขั้นยอมช่วยคนที่ขายเขาเสียด้วยซ้ำ
ผมรู้สึกมาโดยตลอดว่าเขาจะเป็จุดอ่อนจุดที่เปราะบางที่สุดในเกมนี้
ใครจะคิดว่าจุดอ่อนนี้จะกลายเป็ชนวนวิกฤตที่ปะทุออกมาอย่างรวดเร็วขนาดนี้
คนที่ไร้ซึ่งสติปัญญาอาจดูธรรมดาคนที่ไร้ทรัพย์สินอาจลำบาก แต่ถ้าไร้ซึ่งการตัดสินใจที่ถูกต้องต่อให้มีทั้งปัญญาและทรัพย์สมบัติมหาศาลเท่าไหร่เขาก็ยังคงเป็เพื่อนร่วมทีมที่พาไปสู่ความพินาศอยู่ดี
“เพราะฉะนั้น นายเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าใครกันแน่ที่หลอกนายมาตลอด”
หวังเฉียงยังไม่ทันตระหนักถึงสถานการณ์เขาพยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพอใจ คงคิดว่าหลิวเนี่ยนจะตัดสินใจได้โดยไม่ลังเล
เพราะตอนนี้ผมเป็พันธมิตรที่แข็งแกร่งของพวกเขาแล้วหากผมล้มทั้งสองคนเป็พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็จะต้องเผชิญกับปัญหาในรอบถัดไปอย่างแน่นอน
อย่าลืมว่าซางจื้อหย่วนได้ประกาศตัวเป็“กัปตัน” ไปแล้วนั่นหมายความว่าเขาอาจเป็ผู้โดยสารที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่พยายามควบคุมเกมเพื่อเอาชนะ
หรือไม่ก็อาจเป็ผู้โหยหวนที่ร้ายกาจ!
แฝงความร้ายกาจไว้ใต้ท่าทางอันสุขุมบงการทุกคนและชักใยสถานการณ์ให้เป็ไปตามแผนของเขา
“อืม ผมรู้แล้ว ดังนั้นผมตัดสินใจว่าจะโหวตให้เขา”
ในที่สุดหลิวเนี่ยนก็ทำการตัดสินใจ เขายกแขนขึ้นเพื่อโหวตเสียงอุทานด้วยความใดังออกมาจากหลายคนในกลุ่ม
“หา!”