บทที่ 38 ล้างหน้าล้างตาแล้วเข้านอนเถอะ
ในที่สุด เย่เส้าก็ตัดสินใจเด็ดขาดเรื่องแยกครอบครัว ไม่ว่าแม่จะเห็นด้วยหรือไม่
เย่หลิงเห็นท่าไม่ดี จึงจำต้องถามขึ้น “พี่รอง แล้วจะแยกยังไงล่ะ?”
“บ้านหลังนี้เป็นของแม่ เราไม่อยากได้บ้านหลังใหม่หรอก แต่ตอนนี้ก็ไม่มีที่ไป ฉันคิดว่าก่อกำแพงแบ่งกลางลานบ้านแล้วเปิดประตูอีกบาน เท่านี้ก็ถือว่าแยกแล้ว”
คำพูดเรียบง่ายของเย่เส้าทำให้จ้าวซู่อวิ๋นแทบทรุด “ก่อกำแพงกลางลานเนี่ยนะ? นี่มันประจานฉันชัดๆ ไม่ได้ ฉันไม่เห็นด้วย! มันดูไม่ดี!”
“แม่ อย่าคิดมาก ผมตั้งใจกลับมาจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ เวลาผมมีจำกัด การแยกครอบครัวไม่ใช่เรื่องเสียหาย ต่อไปแม่ก็ไม่ต้องเห็นหน้าซูหลีแล้ว เธอก็ไม่ต้องรบกวนแม่ดูแลหลานอีก”
จ้าวซู่อวิ๋นถึงกับพูดไม่ออก เธอมักจะพูดอยู่เสมอว่าการดูแลหลานชายและลูกสะใภ้นั้นทำให้เธอเหนื่อยมาก คำพูดของเย่เส้าจึงเหมือนตบหน้าเเม่เต็มๆ
“เอาล่ะ ตกลงตามนี้ ทุกคนไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะให้คนมาก่อกำแพง” เย่เส้าพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดราวกับผู้นำครอบครัว พูดจบก็พาลูกเมียกลับห้อง
บ้านของพวกเขาเป็นบ้านชาวนาธรรมดาๆ มีลานบ้านสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีห้องนอนหลักสามห้อง ในลานมีห้องครัว ห้องน้ำ และห้องเก็บของเล็กๆ อีกสองห้อง
เมื่อกลับถึงห้อง เย่เส้าบอกกับซูหลีว่า “เราจะก่อกำแพงแบ่งลาน ห้องนอนหลักสามห้องเราก็ได้อยู่แค่ห้องเดียว โชคดีที่ฝั่งของเรามีห้องเก็บของ ผมจะต่อเติมเป็นครัวเล็กๆ ต่อไปคุณก็พาลูกมาอยู่ฝั่งเรา”
เสี่ยวเย่ปิงดีใจกระโดดโลดเต้น “พ่อ หมายความว่าจะมีกำแพงในบ้านเราใช่ไหม? สนุกแน่ๆ!”
ความสนุกของเด็กๆ มักจะเรียบง่าย พวกเขาไม่สนใจเรื่องของผู้ใหญ่ สนใจแต่ว่าถ้ามีกำแพงเพิ่มขึ้นมาในบ้าน และมีประตูอีกบาน มันคงน่าตื่นเต้นไม่น้อย
เสี่ยวเย่ปิงนึกอะไรได้จึงถามต่อ “แล้วผมชวนเพื่อนๆ ในหมู่บ้านมาเล่นที่บ้านเราได้ไหมครับ?”
“ได้สิ ต่อไปนี้ลูกชวนเพื่อนมาเล่นที่บ้านเราได้ตามสบาย”
“เยี่ยมไปเลย ปกติคุณย่าไม่เคยให้ผมชวนเพื่อนมาเล่นที่บ้านเลย”
เสี่ยวเย่ปิงอยากชวนเพื่อนมาเล่นที่บ้านที่สุด แต่คุณย่าไม่เคยอนุญาต ถ้าไปเล่นบ้านเพื่อนคนอื่น บางทีเขาก็โดนเพื่อนไล่ ทำให้การเล่นสนุกๆ กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ
“ต่อไปนี้ลูกชวนใครมาเล่นก็ได้ แต่ต้องเชื่อฟังแม่ด้วยนะ” เย่เส้ารู้ว่าลูกชายซุกซน แต่ก็เป็นลูกแท้ๆ ไม่ได้เจอกันนานๆ ก็รักและเอ็นดู
ซูหลีไม่ค่อยพูด เธอเพียงแต่ฟังเย่เส้าจัดการทุกอย่าง นั่นเป็นนิสัยของเธอ เธอเป็นคนเงียบๆ และไม่มีตัวตนในบ้านหลังนี้
ทันใดนั้นเย่เส้าก็หาว “ดึกแล้ว เราไปอาบน้ำนอนกันเถอะ” คำพูดนั้นทำให้ซูหลีสะดุ้งในใจ เธอเป็นหญิงสาวที่ยังไม่เคยผ่านมือชาย คืนนี้จะเป็นยังไง?
เย่เส้าออกไปตักน้ำ จับเสี่ยวเย่ปิงมาล้างหน้าล้างมือก่อน แล้วก็จัดการกับเท้าเหม็นๆ ของลูกชาย เสี่ยวเย่ปิงไม่ชอบล้างเท้าเอาเสียเลย
ปกติคุณย่าไม่บังคับ แต่ช่วงนี้แม่เขาจู้จี้ ทุกคืนต้องให้เขาล้างเท้า แม้จะไม่เต็มใจ แต่เพื่อให้ได้ฟังนิทานที่แม่เล่า เขาก็ต้องยอม
แต่คืนนี้พ่อเป็นคนสั่ง เขาไม่กล้าขัดเลยสักคำ