ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 33 กำราบ (2)

            หลังจากสิ้นเสียง จุดแสงพลังสามจุดพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพี่ใหญ่ผู้นั้นแล้วโจมตีใส่ร่างของเขาในพริบตา

            แม้ไม่ได้สร้างความเสียหายทว่ากลับทำให้ร่างของเขาถูกผลักออกห่างไปสามฉื่อ

            “ใคร!”

            พี่ใหญ่ตื่นตกใจอย่างมาก เขามองไม่เห็นเลยว่าที่นี่ยังมีคนอื่นอีก

            “ข้าคือปู่ของเจ้าอย่างไรล่ะ”

            ทันใดนั้น ร่างของเสิ่นเสวียนปรากฏขึ้นข้างๆสัตว์น้อยตัวนั้น มองดูคนจากเผ่าอนธการที่อยู่ห่างไปหนึ่งเมตรด้วยใบหน้าที่ปิดบังไว้

            “เป็นไปได้อย่างไร!เจ้ายังไม่ตาย!”

            เมื่อเห็นเสิ่นเสวียนปรากฏตัวขึ้นทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าเดิมเขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้สังหารอีกฝ่ายไปแล้ว เหตุใดถึงยังมีชีวิตอยู่

            “ลำพังแค่เจ้ายังฆ่าข้าไม่ได้หรอกข้าขอเตือนพวกเจ้าให้ออกไปจากที่นี่เสีย! ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องตายอยู่ที่นี่”

            เสิ่นเสวียนกอดอกพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับว่ากำลังกล่าวถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองเลย

            ส่วนสัตว์น้อยตัวนั้นยังคงโคจรพลังของภูเขาไฟออกไปปะทะกับอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่องที่น่าแปลกก็คือสัตว์น้อยตัวนั้นไม่ได้มีความคิดเป็นศัตรูต่อเสิ่นเสวียนเลย ในทางกลับกันยังรู้สึกถึงความเชื่อใจอีกด้วย

            นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้ที่เขายังไม่ปรากฏตัวเขาแอบช่วยสัตว์น้อยตัวนั้นต้านทานพลังของสามคนนั้นอยู่ก่อนแล้ว มิเช่นนั้นลำพังแค่สัตว์น้อยตัวเดียวไม่มีทางยืนหยัดจนถึงตอนนี้ได้เลย

            “ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะเป็นคนหรือเป็นผีนี่คือเรื่องของเผ่าอนธการ ข้าขอเตือนให้เจ้าอย่าเข้ามาแทรก” พี่ใหญ่ผู้นั้นกล่าวด้วยแววตาสั่นระริก

            “เรื่องนี้ข้าคงต้องยุ่งแล้ว”เสิ่นเสวียนยังคงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

            “ตายซะเถอะ!”

            ในขณะที่เสิ่นเสวียนกล่าวออกมาพี่ใหญ่ผู้นั้นรวบรวมพลังทั่วทั้งร่างโคจรไปยังกระบี่เพลิงในมือ แล้วแทงกระบี่เข้าใส่ร่างของเสิ่นเสวียน

            กระบี่นี้สามารถแทงทะลุร่างของผู้แข็งแกร่งขั้นบรรพบุรุษระดับสูงสุดได้ในกระบวนท่าเดียวแม้พลังจะลดลงไปมากก็ยังไม่แน่ว่าเสิ่นเสวียนจะต้านทานได้

            ทว่าตอนที่กระบี่กำลังจะแทงทะลุร่างของเสิ่นเสวียนร่างของเสิ่นเสวียนพลันเลือนหายไปอย่างน่าประหลาด ทำให้อีกฝ่ายโจมตีโดนเพียงความว่างเปล่า

            ภายในมิติปิดผนึกแห่งนี้ แค่สามารถควบคุมร่างให้เคลื่อนที่ไปได้ก็ยอดเยี่ยมมากแล้วกระบี่ของเขาเล็งเป้าไปยังร่างของเสิ่นเสวียน มันโจมตีออกไปได้เพียงสามฉื่อกลับเจอแต่ความว่างเปล่าหลังจากโจมตีไม่สำเร็จ มิติขนาดใหญ่พลันปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเขา

            “ข้าบอกแล้วว่าหากเจ้าไม่ไปข้าจะทำให้เจ้าต้องตายอยู่ที่นี่”

            เสียงของเสิ่นเสวียนดังขึ้นในหูของเขาอีกครั้งอย่างน่าประหลาดทำให้สีหน้าของเขาแสดงความหวาดกลัวออกมา พยายามรวบรวมพลังออกมาแต่ก็ทำได้เพียงป้องกันตัวเท่านั้น

            แต่น่าเสียดายที่สายเกินไปแล้ว

            ร่างของเสิ่นเสวียนยังไม่ทันปรากฏขึ้นกลับมีพลังหมัดพุ่งใส่ใบหน้าในระยะประชิดจนลานสายตาถูกบดบัง

            ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!

            พลังหมัดโจมตีใส่หน้าผากของพี่ใหญ่ติดต่อกันถึงสามครั้งทำให้เนื้อตรงหน้าผากบอบช้ำ

            ร่างของอีกฝ่ายสวมเกราะอยู่เสิ่นเสวียนมิอาจทำลายได้ แต่ที่ใบหน้ากลับไม่มีอะไรป้องกัน แต่ละหมัดแอบแฝงพลังระเบิดเอาไว้หลังจากโดนสามหมัดนั้นเข้าไปเหมือนจะทำให้พลังป้องกันตัวของอีกฝ่ายแตกสลาย

            “อ๊าก!!!”

            พี่ใหญ่โดนพลังหมัดโจมตีอย่างรุนแรงจนร้องโหยหวนออกมาข้างๆ หว่างคิ้วคือดวงตา พลังหมัดส่งผลกระทบทำให้เขาตาบอดชั่วคราว เขารวบรวมพลังขึ้นมาไม่ง่ายเลยทว่าเสิ่นเสวียนกลับหายตัวไปแล้ว

            “อ๊าก อ๊าก!อ๊าก!!!”

            หลังจากป้องกันตัวได้แล้วเขาจึงยกมือขึ้นบังตาและกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง เขากวาดตามองไปรอบๆ เพื่อตามหาร่องรอยของเสิ่นเสวียน

            “ออกมาเดี๋ยวนี้ข้าจะสับร่างของเจ้าให้แหลกเป็นหมื่นชิ้น!”

            พี่ใหญ่ลอยอยู่ใกล้ปากปล่องภูเขาไฟเบื้องล่างคือลาวาที่เดือดพล่าน ดวงตาบวมเป่งของเขามองไปรอบๆ อัญมณีสีดำตรงหน้าอกส่องประกายสว่างไสวเจิดจ้า

            อัญมณีจะสว่างขึ้นมามีอยู่สองสาเหตุ

            หนึ่ง ใช้อายุขัยเกินขีดจำกัดเพื่อฝืนเพิ่มพลัง

            สอง พลังชีวิตกำลังถูกแผดเผา

            ผลลัพธ์ของการแผดเผาพลังชีวิตแสดงให้เห็นว่าหากอีกฝ่ายไม่มีแผนสำรองในการป้องกันตัวก็จะโดนพลังนั้นกลืนกินจนตาย

            และในตอนนี้ พี่ใหญ่ผู้นั้นกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่สอง

            การที่เสิ่นเสวียนสามารถซ่อนตัวได้เช่นนี้ความจริงต้องยกความดีความชอบให้อีกฝ่ายก่อนหน้านี้พี่ใหญ่เคลื่อนที่ผ่านมิติไปสองครั้งติดต่อกัน ทำให้ไอพลังมิติที่หลงเหลืออยู่โดนผังเมืองซานเหอในทะเลจิตสำนึกของเขาดูดเข้าไปจึงเปิดมิติเล็กๆ ภายในผังเมืองซานเหอออกมาได้

            มิตินี้ไม่ใหญ่นัก สามารถยัดร่างของเสิ่นเสวียนเข้าไปได้เป็นเพราะผังเมืองซานเหอทำให้เสิ่นเสวียนเข้ามาในนี้ได้อย่างปลอดภัย กระทั่งทำให้ตนได้เปรียบอีกด้วย

            เปรี้ยง! เปรี้ยง!เปรี้ยง!

            พี่ใหญ่ฟันกระบี่เพลิงเข้าใส่มิติรอบๆไม่ยั้งมือ แต่ละครั้งทำให้มิติเกิดรอยร้าวขึ้นมากมาย พร้อมทั้งมีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมาด้วย

            “ออกมาเดี๋ยวนี้!ออกมาเดี๋ยวนี้!” ขณะที่ฟันกระบี่เพลิง พี่ใหญ่ผู้นี้ยังไม่ลืมตะโกนออกมาด้วย

            ตั้งแต่เข้าสู่เส้นทางฝึกฝนเขายังไม่เคยรู้สึกอัปยศอดสูขนาดนี้มาก่อนโดนพลังหมัดโจมตีเข้าหว่างคิ้วถึงสามครั้งติดต่อกัน พลังหมัดนั้นทำให้รวบรวมพลังสมาธิได้ยากขึ้นหากไม่สังหารอีกฝ่ายคงยากจะลบเลือนความเคียดแค้นภายในใจไปได้

            ทว่าสิ่งที่เสิ่นเสวียนต้องการคือผลลัพธ์เช่นนี้

            เขาซ่อนตัวอยู่ในผังเมืองซานเหอทั้งช่วยเหลือสัตว์น้อยตัวนั้น ข้อจำกัดของสถานที่ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเขา สามารถซ่อนตัวได้ตามอำเภอใจแต่อีกฝ่ายกลับทำไม่ได้ ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวจะสูญเสียพลังมหาศาล หากเป็นเช่นนี้ต่อไปพลังของอีกฝ่ายจะอ่อนแอลงเรื่อยๆและเมื่อถึงขั้นที่เสิ่นเสวียนสามารถสังหารอีกฝ่ายได้ เขาจะปรากฏตัวออกมา

            “พี่ใหญ่ กลับมาเถอะ!”

            คนหนึ่งที่อยู่ด้านบนกล่าวกับพี่ใหญ่ที่อยู่ด้านล่างพวกเขาคิดไม่ถึงเช่นกันว่าพี่ใหญ่จะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ พวกเขามองเสิ่นเสวียนเป็นเพียงมดตัวหนึ่งทำไมถึงนำพาให้พี่ใหญ่กลายเป็นแบบนี้ไปได้

            พวกเขาสองคนเห็นว่าตะโกนเรียกแล้วไม่เป็นผลต่างคนต่างมีจิตใจเด็ดเดี่ยว ยอมแผดเผาอายุขัยของตนเอง ทำให้อัญมณีสีดำแสดงม่านแสงออกมาปกคลุมร่างของพี่ใหญ่ไว้จึงทำให้พี่ใหญ่ค่อยๆ ตั้งสติกลับมาได้

            “ข้าเป็นอะไรไป!”

            พี่ใหญ่ยังคงหวาดกลัว ก้มลงมองร่างของตนเองที่พลังใกล้จะหมดลงด้วยสีหน้าย่ำแย่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องล่าถอยออกไป ไม่เช่นนั้นอาจต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่จริงๆ

            ทว่าขณะที่พวกเขาเตรียมล่าถอยออกไปร่างของเสิ่นเสวียนกลับปรากฏขึ้นห่างจากพวกเขาไปทางซ้ายราวหนึ่งจั้ง

            เสิ่นเสวียนมองพี่ใหญ่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลันยื่นมือข้างหนึ่งออกไปเบื้องหน้าแล้วกำไว้หลวมๆ

            เขากระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยค่อยๆ คลายมือที่กำไว้ออก พร้อมกันนั้นก็พูดออกมาเพียงหนึ่งคำ

            “ปะทุ!”

            เสียงของเขาเบามาก แต่เหมือนดังก้องอยู่ในหัวของพี่ใหญ่ผู้นั้น

            ตูม!

            เสียงระเบิดดังขึ้น เลือดไหลทะลักออกมาจากหัวของเขาดวงตาเหม่อลอย พลังบนร่างแตกกระจายออกไปราวกับลูกโป่งถูกปล่อยลม

            สามหมัดก่อนหน้านี้คือคมหมัดปะทุกำลังภายในสามสายพุ่งเข้าสู่ร่างของอีกฝ่าย ค่อยๆ คืบคลานเข้าไปในทะเลจิตสำนึกขณะที่สูญเสียการควบคุมอารมณ์จากนั้นจึงชี้นำให้มันระเบิดออก

            ทะเลจิตสำนึกของเขาระเบิดในทันทีเละรวมกับเนื้อสมองจนเป็นเนื้อเดียวกัน

            ดูผิวเผินเหมือนเขาไม่เป็นอะไรเลยแต่ความจริงสมองของเขาตายไปแล้ว

            “พี่ใหญ่!”

            เมื่อสัมผัสได้ว่าไอพลังของพี่ใหญ่เลือนหายสองคนที่อยู่ด้านบนสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ตะโกนเรียกเสียงดังก้อง

            แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไร ร่างของอีกฝ่ายกลับร่วงหล่นลงสู่ลาวาเบื้องล่างอย่างไม่อาจควบคุมได้

            หากปล่อยให้ร่วงหล่นลงไปเช่นนี้ร่างของเขาจะหลอมละลายไป

            “เฮ้อ น่าเสียดายของดีขนาดนี้”

            เสิ่นเสวียนส่ายหัวเบาๆ แล้วเขาก็สะบัดมือเก็บเอาร่างของพี่ใหญ่เข้าไปไว้ในมิติเล็กๆของผังเมืองซานเหอ

            “พวกเจ้าก็อยู่ที่นี่ต่อไปเลยแล้วกัน!”

            เสิ่นเสวียนเงยหน้าขึ้นมองสองคนด้านบน

            “รีบหนีออกไปจากที่นี่!”

            หนึ่งในนั้นตะโกนสุดเสียงฝืนแผดเผาอายุขัยไปอีกยี่สิบปี พลังของเขาพลุ่งพล่านขึ้นมา ทะลวงผ่านผนึกหนีออกไป

            อีกคนหนึ่งก็ไม่รอช้า หนีออกไปด้วยวิธีการเดียวกัน

            “เฮ้อ ดูสิทำให้พวกเจ้ากลัวเสียแล้ว ข้ายังไม่มีความสามารถรั้งพวกเจ้าสองคนไว้ได้หรอก”

            เสิ่นเสวียนมองสองคนที่กำลังหนีพลางส่ายหัว

            “จี๊ด จี๊ด...”

            ขณะนั้นเองสัตว์ตัวน้อยโผล่ออกมาจากด้านหลัง กำลังใช้หัวเล็กๆ ของมันถูไถไปกับเสื้อผ้าของเสิ่นเสวียน

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน