เย้ยฟ้า ข้าขอเป็นเซียน!

    กระเป๋ามิติ

    แถวที่เต็มไปด้วยคนเริ่มลดลงไปเรื่อยๆไม่นานหลังจากนั้นก็มาถึงแถวที่กลุ่มของมู่เยว่ชิงอยู่ คนแรกลงชื่อแล้วเลือกที่อยู่อาศัยหลังจากนั้นก็ถึงคราวนาง




    "ลงชื่อแล้วเลือกที่อยู่" ศิษย์นิกายที่ทำหน้าที่ลงทะเบียนกล่าว




    บนโต๊ะมีกระดาษกับแปรงขนนกและตลับหมึกวางอยู่ มู่เยว่ชิงหยิบขึ้นมาและเขียน




    หลังจากที่เห็นนางเขียนเสร็จแล้วพร้อมกับหยิบมาตรวจดู ศิษย์นิกายหยิบแผนที่หนังที่วางอยู่ข้างๆ มาให้นางดูและบอกให้นางเลือก




    ตัวแผนที่นั่นมีสถานที่อยู่อาศัยของประตูภายใน มองไปที่บริเวณที่อยู่ใกล้ประตูภายในนั่นเต็มไปหมดแล้ว หากแต่ส่วนนอกออกมานั่นค่อยๆมีคนน้อยลงเรื่อยๆ ความจริงแล้วมันไม่น่าแปลกใจสักเท่าใด เนื่องจากยิ่งอยู่ใกล้ประตูภายในมากเท่าไหร่ ความหนาแน่นของลมปราณที่ลอยอยู่ในอากาศก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น




    ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะศิษย์เก่าหรือศิษย์ใหม่ต่างก็มักจะเลือกที่อยู่ใกล้ประตูภายในเท่านั่น โดยทำให้พื้นที่ใกล้ด้านในและตรงกลางล้วนแล้วแต่มีคนเลือกกันเต็มไปหมด พื้นที่รอบนอกจึงมีเพียงประปรายเท่านั้นที่มีคนเลือก




    หากเป็นตามปกติมู่เยว่ชิงนางก็คงจะเลือกพื้นที่ภายในหรือตรงกลางเช่นกัน หากแต่นางในตอนนี้นั้นมีแหวนเงินซึ่งเป็นสมบัติสุดโกงติดอยู่กับตัว หลังจากได้ฟังคำอธิบายจากไขมันน้อย หากนางฝึกการรวบรวมลมปราณเป็นที่เรียบร้อยแล้วตัวของนางก็จะสามารถเข้าไปในพื้นที่ได้




    เพราะฉะนั้นเรื่องการขาดแคลนกลิ่นอายของลมปราณควรจะลืมไปได้เลย อีกทั้งนางยังสามารถฝึกด้วยเวลาที่มากกว่าภายนอกจากการเร่งเวลาที่อยู่ภายในมิติของแหวนได้อีกต่างหาก




    มองไปที่แผนที่ นางมองไปที่รอบนอกของประตูภายนอก จากนั้นจึงเลือกมาจุดนึงที่อยู่ห่างไกลไม่ค่อยมีบ้านที่อยู่ใกล้เคียง




    มองไปที่นางเลือกไป ศิษย์นิกายถามด้วยความไม่แน่ใจ "เจ้าจะเลือกที่ตรงนั้นจริงๆหรือ ข้าไม่แนะนำให้เลือกสักเท่าไหร่หรอกนะ ที่ตรงนั้นมันขาดแคลนกลิ่นอาย หากจะเลือกข้าแนะนำให้เลือกพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าบริเวณรอบนอกนะ" ศิษย์นิกายกลัวว่าเธอจะไม่รู้เรื่องนี้จึงแนะนำด้วยความหวังดี




    ได้ยินดังนั้นมู่เยว่ชิงเพียงยิ้มน้อยๆแล้วพยักหน้า "ขอบคุณศิษย์พี่ที่บอก แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่ข้าก็ขอเลือก จุดที่ข้าเลือกไปเช่นเดิม"




    ได้ยินเช่นนั้นศิษย์คนนั้นจึงไม่คิดจะพูดอะไรเพิ่มเติมอีกเพราะคนที่เลือกและได้รับผลที่ตัวเองเลือกไปนั่นไม่ใช้ตัวของมันเอง และอีกอย่างตัวมันเองก็ได้แนะนำไปแล้ว หากอีกฝ่ายจะเลือกอะไรมันก็ไม่ได้สนใจด้วย




    ศิษย์นิกายพยักหน้าและยื่นป้ายหยกมาพร้อมกับถุงผ้าสองใบมาให้นาง




    "ถุงที่ข้าให้ไปนั่นคือกระเป๋าเก็บของมิติถึงเจ้าจะใช้ได้เมื่อไปถึงรวบรวมลมปราณระดับหนึ่งก็เถอะ หากจะเก็บของก็เพียงแค่ใช้จิตวิญญาณไปสัมผัสกับวัตถุแล้วให้นึกเอาว่าจะเก็บมันก็จะเก็บ ในเวลาที่จะเอาของในถุงออกมาก็ทำแบบเดิมเพียงแต่นึกว่าสิ่งนั้นจะออกมาแทน อีกถุงเป็นที่เก็บยาสารอาหารและหยกฝึกรวบรวมลมปราณแบบง่ายๆ ส่วนป้ายหยกนั่นเอาไว้ใช้เปิดประตูบ้านที่เจ้าเลือกไว้ เมื่อไปถึงแล้วให้ยื่นป้ายนี่ไปสัมผัสที่ประตูแล้วประตูจะเปิดเอง"




    "หากเจ้าไม่มีป้ายที่ข้าให้ไปเจ้าจะไม่สามารถเข้าไปในบ้านได้ จำไว้อย่าลืมหรือทำหายเสียละเพราะเวลามาทำใหม่มันเสียเวลา ไม่เพียงแค่นั้นเจ้ายังต้องเสียค่าปรับเป็นหินพลังงานหนึ่งก้อนอีกด้วย"




    "เอ้าไปได้แล้ว! แต่อย่าลืมหลังจากอีกสามวันให้มารวมตัวกันที่นัดไว้ละ" หลังจากที่นางรับของเสร็จแล้วศิษย์พี่จึงเรียกคนต่อไป




    เดินออกมาจากแถวเป็นเย่หมิงหยูที่เดินเข้ามาหานาง




    "เยว่ชิงเจ้าเลือกตรงไหนหรือ ข้านะเลือกอยู่ส่วนกลาง" ห้อยกระเป๋าที่ได้มาใหม่ไว้ข้างเอวนาง ถามมู่เซว่หยิงด้วยความสนใจ พร้อมกับบอกที่อยู่ของตนเอง




    "หืม เจ้าเลือกส่วนกลางงั้นหรอ ข้าก็นึกว่าเจ้าจะเลือกส่วนในซะอีก" (มู่เซว่หยิง)




    "ก็น้า~ ไม่ใช้ว่าข้าไม่อยากเลือกส่วนในหรอกนะ แต่พวกแถวแรกๆนี่สิดันเลือกส่วนในไปกันจนหมดแล้วนะสิ ที่เหลือมันก็เลยมีแค่ส่วนกลางกับส่วนนอกเท่านั้นละนะ เพราะงั้นข้าก็เลยเลือกส่วนกลางซะเลยแล้วเจ้าละเยว่ชิงเลือกส่วนไหนหรือ ส่วนกลางใช่ไหม?" (เย่หมิงหยู)




    "อ่าไม่ใช้หรอก ที่ข้าเลือกนะเป็นส่วนนอกนะ ถ้าเจ้าจะมาเยี่ยมข้าก็มาได้ทุกเมื่อเลยนะ บางครั้งข้าอาจจะไปเยี่ยมเจ้าบ้างละนะ" พร้อมกันนั้นนางก็บอกบ้านหลังที่นางเลือกว่าอยู่ตรงไหน




    "เอ๋~ ไม่ใช้ว่าเจ้าจะเลือกตรงกลางหรอกหรือ ไหงไปเลือกซะสุดขอบได้ละเนี่ย...อ่าแต่ก็นะที่เจ้าเลือกก็คงมีเหตุผลของเจ้าอยู่ , ถ้ามีเวลาว่างเอาไว้ข้าจะไปเยี่ยมเจ้านะ แล้วเจ้าก็อย่าลืมมาเยี่ยมข้าบ้างละ" พร้อมกับกล่าวจบไม่รอให้มู่เยว่ชิงตอบ นางก็วิ่งอย่างร่าเริงไปยังบ้านพักที่นางเลือก




    มองไปยังเย่หมิงหยูเพื่อนคนแรกของนาง มู่เยว่ชิงได้เพียงแค่ยิ้มน้อยๆและส่ายหัว นางเพียงแค่หวังว่าเย่หมิงหยูจะยังคงร่าเริงและสดใสเช่นนี้อยู่หลังจากเวลาผ่านไปนานแล้ว เส้นทางนี้ช่างยาวนานแม้กระทั่งอารมณ์นิสัยบางคนอาจจะเปลี่ยนไปคนละด้านเลยก็ได้




    หลังจากมองเย่หมิงหยูวิ่งไปลับสายตา นางจึงออกเดินไปยังบ้านที่นางเลือกเช่นกัน ระหว่างนั้นเด็กใหม่ที่เดินอยู่โดยรอบมีให้เห็นประปราย




    เดินผ่านประตูภายนอกขนาดใหญ่ นอกจากต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ดูร่มรื่นโดยรอบ บางส่วนเป็นบ้านไม้ที่เรียบง่ายเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ บางพื้นที่ที่นางเดินผ่านมีทะเลสาบขนาดเล็กสวยงาม ไม่นานหลังจากนั้นนางเดินมาถึงที่นางจะอาศัยอยู่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป




    บ้านหลังที่นางเลือกนั้นตั้งอยู่ติดกับริมหน้าผาโดยรอบมีต้นไม้บางตา ตัวบ้านเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวขนาดเล็ก และบริเวณโดยรอบมีบ้านบางหลังให้มองเห็นไม่มากนักทำให้แถวนี้ดูเงียบสงบกว่าที่อื่น พยักหน้าอย่างพึงพอใจนางเดินไปที่ประตูแล้วยื่นแผ่นหยกไปแตะที่ประตู




    แกร๊ก




    เสียงเหมือนบางอย่างปลดออก นางพลักดันประตูไม้แล้วเดินเข้าไป ด้านในเป็นห้องนั่งเล่น มีโต๊ะและเก้าอี้ไม่กี่ตัวตั้งอยู่ เดินไปทางด้านหลังของบ้านเป็นห้องครัวมีเตาพิงที่เอาไว้ใช้ปรุงอาหารแบบเรียบง่ายเตรียมไว้ให้ ทางด้านซ้ายของห้องนั่งเล่นเป็นห้องน้ำ เดินออกมาทางขวามือของห้องนั่งเล่นเป็นห้องนอน ภายในห้องนอนว่างเปล่ามีเพียงเตียงแบบธรรมดาแต่ดูแล้วนุ่มสบายน่านอนตั้งอยู่ หน้าต่างที่อยู่ด้านตรงข้ามกับเตียงมีแสงอาทิตย์ที่อบอุ่นสาดส่องมา




    สำหรับนางบ้านหลังนี่ถือว่าน่าพอใจมากเลยทีเดียวแต่ดูเหมือนมันขาดอะไรไปอยู่ นึกขึ้นได้นางจึงเอาสิ่งของที่ใช้ในบ้านจากในแหวนมิติออกมา หลังจากจัดของที่นางพกไว้ในแหวนมิติเรียบร้อยแล้วตรวจสอบอีกครั้งบ้านของนางดูไม่โล่งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว




    เช็คความเรียบร้อยของบ้านเสร็จเรียบร้อยกลับมาที่ห้องนอน มู่เยว่ชิงหยิบกระเป๋ามิติที่ได้มาจากนิกาย นางทำการส่งพลังจิตวิญญาณเข้าไปตรวจสอบภายใน ข้างในนั้นมีขวดยารวบรวมลมปราณ ตรงตามชื่อมันเป็นยาที่กลั่นเอาลมปราณมารวมกันไว้จนเป็นเม็ดยา ตัวยานั้นเมื่อกินเข้าไปลมปราณที่อยู่ในเม็ดยาจะละลายและสามารถดูดซับได้โดยตรง ซึ่งจะสามารถลดเวลาในการฝึกไปได้ ยานี่มีผลเฉพาะระดับรวบรวมลมปราณเท่านั้น หากสูงกกว่านั้นมากินก็ไม่ค่อยมีผลอะไรเพราะลมปราณในยามันน้อยสำหรับระดับที่สูงขึ้น




    นอกจากยารวบรวมลมปราณแล้วยังมียารักษาต่างๆอีกสองสามชนิดนอกจากนี้ภายในยังมีหินพลังงานอยู่ประมาณสามก้อน ดูเหมือนว่าทุกๆเดือนนั้นศิษย์นอกจะสามารถไปรับสิ่งของที่มีอยู่ในกระเป๋ามิตินี้ได้เพียงแค่เดือนละครั้งเท่านั้น และดูเหมือนว่าถ้าไม่สำเร็จรวบรวมลมปราณระดับหนึ่งก็จะไม่ได้ใช้ของในถุง




    หลังจากเช็คเสร็จแล้วนางมองไปที่อีกถุง กระเป๋าผ้าอันนี่สามารถหยิบมาเปิดได้โดยตรงเพราะมีเพียงแค่เชือกที่ผูกไว้ง่ายๆเท่านั้น ข้างในถุงเป็นขวดยาสารอาหาร ยาสารอาหารเป็นยาที่กลั่นมาจากสมุนไพรที่ให้สารอาหารทดแทนการกินอาหารได้




    โดยหนึ่งเม็ดสำหรับคนธรรมดาสามารถอิ่มไปได้ถึงหนึ่งวัน ในขวดนั่นมีอยู่ประมาณ 30 กว่าเม็ดซึ่งเพียงพอสำหรับนางที่จะอยู่ไปถึงหนึ่งเดือน




    นอกจากนี้ยังมีสมุดเล่มเล็กที่บนหน้าปกเขียนไว้ว่า 'การรวบรวมลมปราณแบบเรียบง่าย' เอาไว้อยู่




    สำหรับนางอย่างหลังคงไม่ได้ใช้เพราะนางมีวิชาที่เหมาะสมสำหรับนางอยู่แล้ว , หลังจากตรวจสิ่งต่างๆเสร็จ ตอนนี้ถึงเวลาสำหรับนางแล้วที่จะฝึกการรวบรวมลมปราณ ล็อคประตูและปิดม่านจากนั่นนั่งข้ามขาบนเตียง