ในที่สุดหลังจากที่เราเดินทางบนอากาศมานานกว่า 10 ชั่วโมงพวกเราก็มาถึงยังเมืองระดับป้อมปราการที่เป็แนวป้องกันแรกของชายแดน จากบนท้องฟ้าตัวเมืองนั้นเล็กเอามากๆ จะเห็นก็เพียงแสงไฟจากด้านล่างเท่านั้นเนื่องจากพวกเราอยู่บนอากาศ 65,616 ฟุต ยานบินได้เดินทางมามากกว่า 3000 กิโลเมตรแล้วในตอนนี้ บนที่นั่งบรรยายยุทธวิธีคน คนนึงกำลังนั่งฟังบรรยายอย่าสนอกสนใจอยู่บริเวณด้านหลังของที่บรรยาย คนคนนั้นก็คือเอนั้งเองหลังสุดของกองร้อยที่ 3 จากที่เขาขึ้นยานรบเขาได้รู้ว่าว่ายานนี้มีขนาด 2 กิโลเมตร จัดอยู่ในยานรบประเภทเรือประจันบานบรรทุกเครื่องบินระดับ B+ พิเศษที่เพิ่มความสามารถในการบรรทุกทั้งอากาศยานและหุ่นยนต์รบ combat walker รถถังและอื่นๆอีกมากมาย ตัวยานมีโล่พลังงานที่กันได้แม้แต่การโจมตีของบอส lv.10000 ในขณะนี้เลขาของกิลก็เดินเข้ามาอธิบายแทนหัวหน้ากิล
“เรากิลนักพจนภัยของอาณาจักรภูริอันได้รับหน้าที่เข้าตีปีกซ้ายของแนวป้องกันที่หนึ่งข้าศึก”
“นี้คือค่ายของข้าศึก ก่อนถึงค่ายของสถานที่จะเป็บริเวณเปิดโล่งซึ่งหมายความว่าข้าศึกสามารถเห็นและตอบโต้ได้อย่าแน่นอน”
“และจากภาพนี้เราจะเห็นได้ว่าบริเวณแนวหลังของค่ายนั้นสะดวกต่อการถอยรนเป็อย่างมาก”
“ภารกิจของเราคือการโจมตีเน้นไปที่การทำลายตัวค่ายเพื่อให้ศัตรูถอยรนไปยังบริเวณนี้”
“โดยที่เราจะลงจอดบริเวณนี้ 1 กิโลเมตรนอกแนวป่า”
“ทั้งนี้ทางอาณาจักรจะส่งกำลังสนับสนุนคือ”
“ทหารโล่ 2 กองพัน ผลธนู 2 กองร้อย และรถถังขนาดกลาง 2 คัน ”
“ทั้งนี้เราสามารถขอกำลังสนับสนุนทางอากาศเป็ยานบินทิ้งะเิความเร็วสูง 1 รอบ”
“ใครมีคำถามไหม”
“….. ไม่มีใช่ไหมงั้นมาต่อกันเลยคะ”
“การจัดตำแหน่งจะเป็ดังนี้ ผลโล่ของอาณาจักรจะรับหน้าที่เป็แนวหน้ารับการโจมตีส่วนใหญ่ ”
“นักดาบจะรับผิดชอบปีกซ้ายและขวา”
“นักธนูของอาณาจักรและนักธนูของกิลจะอยู่หลังนักดาบ”
"นักเวทย์จะผสมและอยู่แนวหลังของนักธนู”
“ผู้มีอาชีพพิเศษจะกระจายผสมตามที่กิลจัดให้”
“และรถถังขนาดกลางจะคอยยิงสนับสนุนจากด้านหลัง”
“ต่อไปนี้จะจัดต่ำแหน่ง”
“กองร้อยที่ 1 ….”
“กองร้อยที่ 2 ….”
“กองร้อยที่ 3 จะอยู่บริเวณปีกซายติดอยู่กับทหารโล่”
“กองร้อยที่ 4….”
….
เมื่อเสร็จการประชุมเอและกองร้อยที่สามก็ถูกเรียกจากหัวหน้ากองให้ไปฟังแผนการดำเนินงานที่ห้องแยก เมื่อเขาเข้ามายังห้องประชุมเล็กแล้วเขาก็เจอเข้ากับหญิงสาวสวยผมสีแดงเพลิงที่มีตาสีฟ้าที่ยืนอยู่หน้าที่ประชุมและรองยืนอยู่ด้านข้างหลังจากที่พวกเขาเข้ามาครบแล้วเธอก็พูดทันที
“เอาละเรามีเวลาใช้ห้อง 10 นาที”
“ไม่ต้องกังวลทุกคน เราจะผ่านมันไปได้” เธอยิ้ม
“เอาละหน้าที่ของเราคือการเกาะติดทหารโล่ไว้ แค่นั้นแหละง่ายใช่ไหม”
“ใครมีคำถามไหม???” และก็มีคนยกมือและยืนขึ้นถาม
“เอารายงานตัวหน่อยคนที่จะถาม”
“ครับ ผม สามครับเป็นักดาบ lv.10”
“เชิญจ้า”
“ครับ คือผมสงสัยครับว่าทำไมคนเลเวลน้อยแบบพวกเราต้องมาเข้าร่วมาครับ”
“เป็คำถามที่ดี”
“เอาเป็ว่าพวกเรานักพจนภัยถูกใช้เป็เบี้ย ใช่เบี้ยน่าจะเหมาะที่สุดแล้ว แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นานี้คือที่อัพเลเวลชั้นดีเลยละ ”
“แต่ว่าพวกเราจะรอดหรอครับ”
“ได้สิแต่ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะรอดไปได้ แต่คนที่รอดไปได้จะได้สิ่งตอบแทนที่คุ่มค่ามากเลยละ”
“อะไรหรอครับ”
“นั้นก็คือแต้มบุญยังไงละ พวกนายไม่สงสัยกันหรอว่ามันเพิ่มมาจากไหน”
“สงสัยครับ”
“มันก็มีหลายวิธีอะนะ แต่ละวิธีก็ยากแสนจะยากเช่นทำภารกิจที่ยากแสนยากที่คนอื่นไม่อยากทำ ไปช่วยคนสำคัญในที่ที่เหมือนนรก บลา บลา บลา แต่อีกวิธีก็คือาใช่านี้แหละที่จะเพิ่มแต้มบุญได้เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับแต่ละวิธี”
“แล้วทำไมมันถึงได้ยากได้เย็นจังเลยละครับ”
“ก็นะมันสำคัญนะ คนที่มีแต้มบุญเพียงพอสามารถใช้แต้มนั้นแลกสถานะของตัวเองได้ อย่างเช่นใช้หมื่นแต้มบุญเพื่อแลกเป็บารอน และมีเพียงบารอนเท่านั้นที่สามารถสร้างกิลได้ ไหนจะสิทธิพิเศษอีก”
“เป็ไงน่าสนใจเลยใช่ไหมละ”
“ครับ”
“ก็เพราะงี้ไงมันถึงได้มาอยากมีข่าวลือมาว่าาครั้งนี้นั้นถ้ารอดไปได้จะได้แต้มบุญเป็พันเลยนะ แต้มขนาดนี้ถ้าไม่ใช่ระดับเกณฑ์ผลไปต้านจอมมารก็ไม่ได้หรอกนะ”
“มีใครมีคำถามอีกไหม”
“ผมครับ ผม ผมชื่อว่าเน”
“ว่าไงเนมิส”
“คือหัวหน้าเป็ใครหรอครับ”
“อ๊า!! ข้านี้ละก็ลืมไปได้ ข้าคือเรกิส คลาส AGI เบอร์เซิร์กเกอร์ lv.250 นักพจนภัยแรงค์ A หรือจะให้เรียกฉายาก็”
“สายลมสีชาด”
“แล้วหัวหน้าครับ คือว่า คือ หัวหน้าเรกิสโสดไหมครับ” พอเนถามเสร็จก็เรียกเสียงฮือฮ่าจากเหล่าชายหนุ่มได้ไม่น้อย เรกิสเธอยิ้มแล้วพยักหน้า
“โสดจ้า ตอนนี้ก็เหงาด้วยนะ อิอิ ” เมื่อเธอตอบแบบนั้น รองหัวหน้าถึงหน้าถอดสีเหงื่อตกและยิ้มแห้งๆอยู่ข้างโดยที่ไม่มีใครสังเกตุเห็นเลย
“เอาละๆนี้ก็จะหมดเวลาแล้ว ไปพักผ่อนรอสัญญาณเรียกตัว เอาละตอนนี้เลิกกัน”