Fallen paradise

    #26 อาณาจักรภูลิอัน/โอเปอเรชั่นภูเขาทมิฬ

    ในที่สุดหลังจากที่เราเดินทางบนอากาศมานานกว่า 10 ชั่วโมงพวกเราก็มาถึงยังเมืองระดับป้อมปราการที่เป็๲แนวป้องกันแรกของชายแดน  จากบนท้องฟ้าตัวเมืองนั้นเล็กเอามากๆ จะเห็นก็เพียงแสงไฟจากด้านล่างเท่านั้นเนื่องจากพวกเราอยู่บนอากาศ 65,616 ฟุต ยานบินได้เดินทางมามากกว่า 3000 กิโลเมตรแล้วในตอนนี้  บนที่นั่งบรรยายยุทธวิธีคน คนนึงกำลังนั่งฟังบรรยายอย่าสนอกสนใจอยู่บริเวณด้านหลังของที่บรรยาย คนคนนั้นก็คือเอนั้งเองหลังสุดของกองร้อยที่ 3 จากที่เขาขึ้นยานรบเขาได้รู้ว่าว่ายานนี้มีขนาด 2 กิโลเมตร จัดอยู่ในยานรบประเภทเรือประจันบานบรรทุกเครื่องบินระดับ B+ พิเศษที่เพิ่มความสามารถในการบรรทุกทั้งอากาศยานและหุ่นยนต์รบ combat walker รถถังและอื่นๆอีกมากมาย ตัวยานมีโล่พลังงานที่กันได้แม้แต่การโจมตีของบอส lv.10000 ในขณะนี้เลขาของกิลก็เดินเข้ามาอธิบายแทนหัวหน้ากิล

    “เรากิลนักพจนภัยของอาณาจักรภูริอันได้รับหน้าที่เข้าตีปีกซ้ายของแนวป้องกันที่หนึ่งข้าศึก” 

    “นี้คือค่ายของข้าศึก ก่อนถึงค่ายของสถานที่จะเป็๲บริเวณเปิดโล่งซึ่งหมายความว่าข้าศึกสามารถเห็นและตอบโต้ได้อย่าแน่นอน”

    “และจากภาพนี้เราจะเห็นได้ว่าบริเวณแนวหลังของค่ายนั้นสะดวกต่อการถอยรนเป็๞อย่างมาก”

    “ภารกิจของเราคือการโจมตีเน้นไปที่การทำลายตัวค่ายเพื่อให้ศัตรูถอยรนไปยังบริเวณนี้”

    “โดยที่เราจะลงจอดบริเวณนี้ 1 กิโลเมตรนอกแนวป่า”

    “ทั้งนี้ทางอาณาจักรจะส่งกำลังสนับสนุนคือ”

    “ทหารโล่ 2 กองพัน ผลธนู 2 กองร้อย และรถถังขนาดกลาง 2 คัน ”

    “ทั้งนี้เราสามารถขอกำลังสนับสนุนทางอากาศเป็๲ยานบินทิ้ง๱ะเ๤ิ๪ความเร็วสูง 1 รอบ”

    “ใครมีคำถามไหม”

    “….. ไม่มีใช่ไหมงั้นมาต่อกันเลยคะ”

    “การจัดตำแหน่งจะเป็๞ดังนี้ ผลโล่ของอาณาจักรจะรับหน้าที่เป็๞แนวหน้ารับการโจมตีส่วนใหญ่ ”

    “นักดาบจะรับผิดชอบปีกซ้ายและขวา”

    “นักธนูของอาณาจักรและนักธนูของกิลจะอยู่หลังนักดาบ”

    "นักเวทย์จะผสมและอยู่แนวหลังของนักธนู”

    “ผู้มีอาชีพพิเศษจะกระจายผสมตามที่กิลจัดให้”

    “และรถถังขนาดกลางจะคอยยิงสนับสนุนจากด้านหลัง”

    “ต่อไปนี้จะจัดต่ำแหน่ง”

    “กองร้อยที่ 1 ….”

    “กองร้อยที่ 2 ….”

    “กองร้อยที่ 3 จะอยู่บริเวณปีกซายติดอยู่กับทหารโล่”

    “กองร้อยที่ 4….”

    ….

    เมื่อเสร็จการประชุมเอและกองร้อยที่สามก็ถูกเรียกจากหัวหน้ากองให้ไปฟังแผนการดำเนินงานที่ห้องแยก เมื่อเขาเข้ามายังห้องประชุมเล็กแล้วเขาก็เจอเข้ากับหญิงสาวสวยผมสีแดงเพลิงที่มีตาสีฟ้าที่ยืนอยู่หน้าที่ประชุมและรองยืนอยู่ด้านข้างหลังจากที่พวกเขาเข้ามาครบแล้วเธอก็พูดทันที

    “เอาละเรามีเวลาใช้ห้อง 10 นาที”

    “ไม่ต้องกังวลทุกคน เราจะผ่านมันไปได้” เธอยิ้ม

    “เอาละหน้าที่ของเราคือการเกาะติดทหารโล่ไว้ แค่นั้นแหละง่ายใช่ไหม”

    “ใครมีคำถามไหม???” และก็มีคนยกมือและยืนขึ้นถาม

    “เอารายงานตัวหน่อยคนที่จะถาม”

    “ครับ ผม สามครับเป็๞นักดาบ lv.10”

    “เชิญจ้า”

    “ครับ คือผมสงสัยครับว่าทำไมคนเลเวลน้อยแบบพวกเราต้องมาเข้าร่วม๱๫๳๹า๣ครับ”

    “เป็๲คำถามที่ดี”

    “เอาเป็๞ว่าพวกเรานักพจนภัยถูกใช้เป็๞เบี้ย ใช่เบี้ยน่าจะเหมาะที่สุดแล้ว แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น๱๫๳๹า๣นี้คือที่อัพเลเวลชั้นดีเลยละ ”

    “แต่ว่าพวกเราจะรอดหรอครับ”

    “ได้สิแต่ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะรอดไปได้ แต่คนที่รอดไปได้จะได้สิ่งตอบแทนที่คุ่มค่ามากเลยละ”

    “อะไรหรอครับ”

    “นั้นก็คือแต้มบุญยังไงละ พวกนายไม่สงสัยกันหรอว่ามันเพิ่มมาจากไหน”

    “สงสัยครับ”

    “มันก็มีหลายวิธีอะนะ แต่ละวิธีก็ยากแสนจะยากเช่นทำภารกิจที่ยากแสนยากที่คนอื่นไม่อยากทำ ไปช่วยคนสำคัญในที่ที่เหมือนนรก บลา บลา บลา แต่อีกวิธีก็คือ๱๫๳๹า๣ใช่๱๫๳๹า๣นี้แหละที่จะเพิ่มแต้มบุญได้เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับแต่ละวิธี”

    “แล้วทำไมมันถึงได้ยากได้เย็นจังเลยละครับ”

    “ก็นะมันสำคัญนะ คนที่มีแต้มบุญเพียงพอสามารถใช้แต้มนั้นแลกสถานะของตัวเองได้ อย่างเช่นใช้หมื่นแต้มบุญเพื่อแลกเป็๞บารอน และมีเพียงบารอนเท่านั้นที่สามารถสร้างกิลได้ ไหนจะสิทธิพิเศษอีก”

    “เป็๲ไงน่าสนใจเลยใช่ไหมละ”

    “ครับ”

    “ก็เพราะงี้ไงมันถึงได้มาอยากมีข่าวลือมาว่า๼๹๦๱า๬ครั้งนี้นั้นถ้ารอดไปได้จะได้แต้มบุญเป็๲พันเลยนะ แต้มขนาดนี้ถ้าไม่ใช่ระดับเกณฑ์ผลไปต้านจอมมารก็ไม่ได้หรอกนะ”

    “มีใครมีคำถามอีกไหม”

    “ผมครับ ผม  ผมชื่อว่าเน”

    “ว่าไงเนมิส”

    “คือหัวหน้าเป็๲ใครหรอครับ”

    “อ๊า!! ข้านี้ละก็ลืมไปได้ ข้าคือเรกิส คลาส AGI เบอร์เซิร์กเกอร์  lv.250 นักพจนภัยแรงค์ A หรือจะให้เรียกฉายาก็”

    “สายลมสีชาด”

    “แล้วหัวหน้าครับ คือว่า คือ หัวหน้าเรกิสโสดไหมครับ” พอเนถามเสร็จก็เรียกเสียงฮือฮ่าจากเหล่าชายหนุ่มได้ไม่น้อย เรกิสเธอยิ้มแล้วพยักหน้า

    “โสดจ้า ตอนนี้ก็เหงาด้วยนะ อิอิ ” เมื่อเธอตอบแบบนั้น รองหัวหน้าถึงหน้าถอดสีเหงื่อตกและยิ้มแห้งๆอยู่ข้างโดยที่ไม่มีใครสังเกตุเห็นเลย

    “เอาละๆนี้ก็จะหมดเวลาแล้ว ไปพักผ่อนรอสัญญาณเรียกตัว เอาละตอนนี้เลิกกัน”