บทที่ 9
ทุกคนต่างแยกทางกันเมื่อออกมาถึงห้องล็อบบี้ของโรงแรมริออดันหายตัวไปเกือบจะในทันที ทำให้ทุกคนเดาเอาเองว่าเขาคงจะกลับขึ้นไปบนห้องแล้วทอดด์เสนอขึ้นอย่างไม่ใคร่แน่ใจนักว่าเขากับเคอรี่จะขับรถไปส่งเธอที่บ้านก่อนแต่จิลล์โบกมือให้อย่างไม่สนใจ ทั้งคู่จึงยืนยันที่จะรออยู่จนกว่าจิลล์จะโทรศัพท์เรียกรถแท็กซี่ได้และมั่นใจว่าแท็กซี่คันนั้นจะมารับเธอได้ในทันที
รถคันของทอดด์แล่นออกจากที่จอดรถของโรงแรมไปแล้วจิลล์มองผ่านกระจกออกไปทันเห็นเคอรี่เอนศีรษะพิงอยู่กับไหล่ของทอดด์ความรักที่แท้จริงมักจะต้องมีอุปสรรคเสมอ นั่นเป็คำที่เขากล่าวกันอยู่มิใช่หรือ? และสำหรับคนคู่นี้ก็น่าจะเรียกว่าเป็ความรักแท้ได้เพราะทอดด์ก็ได้พบกับอุปสรรคเช่นที่ว่าเข้าแล้ว
“อย่าบอกผมนะว่าเขาลืมเอาคุณติดรถกลับไปด้วย”
จิลล์หันขวับไปมองทันทีสีหน้าบอกความใเมื่อเห็นริออดันเข้า เขายืนเอามือข้างหนึ่งซุกกระเป๋ากางเกงไว้อีกข้างหนึ่งกำลังยกบุหรี่ขึ้นสูบ ดวงตาหรี่ลงเมื่อมองผ่านม่านควันมายังเธอ
“หรือว่าคุณจัดการให้ตัวเองถูกทิ้งไว้ก่อน?”ริออดันถามหยัน ๆ
จิลล์พูดไม่ออกไปเป็ครู่ยกมือขึ้นทาบลำคอไว้เปล่งเสียงหัวเราะพร่า ๆ ออกมา
“คุณทำให้ฉันใหมดเลยค่ะ”พวงผมของเธอซุกอยู่ใต้ปกเสื้อคลุม จิลล์จึงเสยมันออก “เคอรี่กับทอดด์เขายังไม่เลยกลับบ้านหรอกค่ะเพราะฉะนั้นฉันก็เลยคิดว่าควรจะนั่งแท็กซี่กลับเอง ไม่อยากทำตัวเป็ก้างขวางคอใคร”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ ๆไม่้าที่จะให้เขาคิดว่าที่เธอยังรั้งรออยู่ที่นี่ก็เพื่อจะรอพบเขาต่อ
“ผมก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกันถ้าคุณทำ”เขาเน้นตรงคำว่าคุณ “แต่ที่จริงคุณก็ไม่จำเป็ต้องไปแท็กซี่นี่ผมขับรถเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะไปส่งคุณให้ก็ได้”
“ไม่จำเป็ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกค่ะเพราะตอนนี้รถก็กำลังมารับฉันอยู่แล้ว” จิลล์ชะเง้อมองออกไปทางหน้าต่างกระจกอย่างตื่นๆ และเห็นแสงไฟหน้ารถที่กำลังเลี้ยวอ้อมทางโค้งเข้ามา “เอ้อ..นั่นไงคะมาแล้ว ขอบใจมากนะคะที่คุณจะกรุณา”
ก่อนที่เธอจะทันเอื้อมไปดึงประตูให้เปิดออกเขาก็ยื่นมือออกไปเปิดให้เสียก่อนจิลล์ไม่ได้อยากจะเงยขึ้นสบตาสีเทาที่ฉายแววอำนาจประหลาดนั้นเลยเพราะมันมิได้สะท้อนความคิดใด ๆ ออกมานอกจากภาพของเธอเองคนขับแท็กซี่กำลังเดินเข้ามาใกล้เมื่อเธอเดินออกไปภายนอกพร้อมกับริออดันซึ่งตามติดมาข้างหลัง
“คุณเรียกรถแท็กซี่ใช่ไหมครับ?”
“ใช่” จิลล์รีบตอบออกไป
ริออดันเอื้อมมาจับปลายศอกเธอไว้
“แต่ตอนนี้คุณผู้หญิงไม่้าใช้รถแล้ว”เขายัดธนบัตรไปในมือคนขับ “เอ้า..เป็ค่าเหนื่อย”
คนขับก้มลงมองเงินในมือรอยยิ้มกระจายขึ้นบนใบหน้า
“ขอบคุณครับผม”เขายัดเงินลงในกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็วและเดินจากไป
จิลล์ขยับปากจะทักท้วงอยู่แล้วแต่มันออกจะไร้ประโยชน์สำหรับการที่จะตั้งตัวเป็ฝ่ายตรงข้ามกับผู้ชายคนนี้เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว การยอมรับข้อเสนอของเขาดูจะเป็ทางออกเดียวที่ดีที่สุด
“ฉันหวังว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ทำให้คุณต้องมาเสียเวลาหรอกนะคะคุณริออดัน” จิลล์เอ่ยขึ้นเมื่อเขาจับปลายศอกพาเดินตรงไปยังที่จอดรถ
“ไม่เลยครับคุณแรนดอลล์” น้ำเสียงของเขากึ่งเยาะอยู่เป็นัยลักยิ้มตรงข้างแก้มกดลึก “เพราะผมเองก็ยังไม่ได้คิดว่าจะออกไปไหนหรอกทุกครั้งที่ผมเข้าเมืองมันมักจะเป็โรคเก็บตัวทุกที”
เขาเอื้อมไปเปิดประตูรถให้เธอจิลล์มิได้เอ่ยอะไรออกมาอีกจนเมื่อเขาเลื่อนตัวเข้ามาในที่นั่งข้างคนขับเรียบร้อยแล้ว
“แต่ท่าทางของคุณก็เข้ากับบรรยากาศในเมืองได้อย่างดีนี่คะ”เธอกวาดสายตามองดูชุดค่ำสีเทา เสื้อเชิ้ตสีดำกับเสื้อสเวตเตอร์ตัวนอกที่เขาสวมอยู่
เขาตวัดสายตามองเธอแวบหนึ่งก่อนที่จะเอี้ยวตัวไปมองด้านหลังและถอยรถออกจากที่จอด
“คุณเชื่อว่าเครื่องแต่งตัวมันทำให้คนเป็คนอย่างนั้นรึคุณแรนดอลล์?”
“จิลล์ค่ะ” เธอช่วยแก้ชื่อที่เขาเรียกให้ แล้วจึงได้ตอบคำถามของเขา “ก็ท่าทางของคุณไม่ได้บอกว่าอึดอัดอะไรนี่คะ เมื่อแต่งตัวอย่างนี้อยู่”
“น่าแปลกนะคะ..จิลล์”ท่าทางของเขาเหมือนจะแสดงความไม่เต็มใจอย่างมีเจตนาเมื่อเอ่ยชื่อเธอ“ผมคิดว่าคุณเคยรู้แล้วเสียอีกว่าหมาจิ้งจอกในคราบหนังแกะถึงยังไงมันก็ยังเป็หมาจิ้งจอกอยู่ดี”
“แล้วคุณล่ะคะเป็หมาจิ้งจอกอย่างนั้นรึ คุณริออดัน?” เธอแสร้งถามด้วยน้ำเสียงราวไร้เดียงสา
“เรียกผมริออดันเฉย ๆก็ได้ ผมน่ะมันหมาจิ้งจอกประเภทที่ชอบออกหากินตามลำพังพอใจที่จะท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ โดยไม่คิดจะรวมกลุ่มกับหมาตัวไหนหรือตัวเมียทั้งสิ้น”
จิลล์เอนหลังพิงพนักที่นั่งไว้นี่เขากำลังเตือนเธออยู่อย่างนั้นหรือ?” หรือเขากำลังคิดว่าเธอกำลังล้อเล่นอยู่กับเขา?เธอไม่เคยแสดงท่าทางชวนเชิญเขาเลยแม้แต่ครั้งหรือแสดงให้เขาเห็นว่าเธอมีความสนใจในตัวเขามากไปกว่าความเป็พี่ชายของทอดด์และว่าที่พี่สามีของเคอรี่
บางทีเขาอาจจะเคยชินกับการที่ผู้หญิงเป็ฝ่ายชวนเชิญก็ได้ผู้หญิงส่วนมากมักจะพึงใจที่จะเล่นกับความเหี้ยมที่มีอยู่ในตัวเขาเสียด้วยเพราะการที่จะจับเขาให้อยู่มือได้ย่อมเป็สิ่งที่ท้าทายความสามารถอยู่มาก ซึ่งถ้าสภาพการณ์แตกต่างไปกว่านี้บางทีเธอก็อาจจะลองดูบ้างอย่างน้อยก็เพื่อความสำราญใจของตัวเอง
“ค่ะวิธีนั้นมันทำให้คุณไปได้เร็วกว่าคนอื่น ๆ” จิลล์คล้อยตามทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างรถ แสร้งทำเป็สนใจกับทิวทัศน์สองข้างทางและความเงียบก็เข้ามาแทนที่การสนทนากันด้วยเื่ส่วนตัวเมื่อครู่
“คุณเป็ชาวมอนตาน่าหรือ?”ริออดันไม่ยอมปล่อยให้ความเงียบเกิดอยู่นานเกินไป
“ค่ะ พ่อแม่ฉันอยู่ที่เวสท์ เยลโลว์สโตน ฉันเองก็เกิดแล้วก็เติบโตที่นั่นเหมือนกัน”
“ถ้างั้นคุณก็คงชินกับสภาพแล้วก็บรรยากาศที่นั่นสินะ?”
“มีใครเคยชินกับมันได้ด้วยหรือคะ?ฉันว่าไม่มีมากกว่ามั้ง?” จิลล์พูดยิ้ม ๆ
“คุณมีพี่น้องบ้างหรือเปล่า?”
“4 คนค่ะผู้ชายสามผู้หญิงหนึ่ง”
“แล้วแก่หรืออ่อนกว่าคุณล่ะ?”ริออดันถาม หมุนพวงมาลัยพารถเลี้ยวไปตามขอบโค้งของถนน
“ฉันมีพี่ชายคนหนึ่งโตกว่าฉัน2 ปีค่ะ นอกนั้นก็เป็น้อง” เธอเหลือบตามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนขับรถออกจะสงสัยว่าทำไมเขาจะต้องมาสนใจในเื่ครอบครัวของเธอด้วย มันจะต้องมีสาเหตุแน่ๆ “พี่ชายของฉันก็เป็คนเดียวในพวกเราที่แต่งงานไปแล้วด้วยเขาพบกับภรรยาเขาตอนที่ไปประจำอยู่ที่ฐานทัพเรือในแคลิฟอร์เนีย จู่ ๆเขาก็โทรศัพท์มาหาพ่อแม่ แล้วก็บอกว่า เขาแต่งงานแล้ว พวกเราใกันทุกคนเลยค่ะแต่พอได้พบกับแซลลี่ภรรยาของเขา เราทุกคนก็ชอบเธอ”
เขาเอี้ยวหน้ามามองกวาดสายตาไปทั่วใบหน้า
“คุณนี่ท่าทางเป็คนชอบเอาใจคนใช่ไหม?”ริออดันถามเรียบ ๆ
“แต่ฉันก็พร้อมที่จะปกป้องคนทุกคนที่ฉันรู้จักด้วยนะคะ”จิลล์มองตอบเขาด้วยดวงตาสีฟ้าที่เป็ประกาย
“แต่เื่พี่ชายคุณก็เป็เื่ของคุณเื่น้องชายผมก็เป็เื่ผม เห็น ๆ กันอยู่แล้ว” ริมฝีปากของเขาเครียดขึ้นสีหน้าที่บอกถึงความเด็ดเดี่ยวมิได้ส่อให้เห็นเลยว่าเขาจะหลงเสน่ห์เธอ
กระแสแห่งความเครียดกระจายไปทั่วร่างจิลล์เค้าของพายุฤดูร้อนเริ่มขึ้นอีกแล้วมันมีความรู้สึกยุ่งยากบางอย่างเกิดขึ้นนับแต่เธอได้พบกับเขาในครั้งแรกเป็อะไรบางอย่างที่ทำให้เขาไม่เหมือนกับผู้ชายคนอื่น ๆ ที่เธอเคยพบมา และเมื่อมาถึงนาทีนี้จิลล์ก็พอจะรู้แล้วว่ามันคืออะไร
ริออดันไม่ชอบเธอไม่ใช่เป็เพราะเธอเป็คนสวยหรือเขาจะเชื่อว่าเธอเป็คนโง่แต่เป็เพราะว่าเธอคือผู้หญิงนั่นเอง จิลล์นั่งตัวแข็งปล่อยให้สมองล่องลอยอยู่กับความคิด ริออดันเป็คนเกลียดผู้หญิง ไม่ใช่คำว่าเกลียดอาจจะไม่ถูกต้องนักเพราะดูเหมือนเขาจะมองผู้หญิงในแง่ของสิ่งที่น่าเย้ยหยันเกิดมาเพียงเพื่อจรรโลงความพอใจทางด้านเรือนกายเท่านั้นแต่ทำไมจึงต้องเป็เช่นนั้นด้วยเล่า?
ชีวิตในวัยเด็กของเขาย่อมจะไม่แตกต่างไปกว่าทอดด์เลยเพียงแต่ว่าทอดด์มิได้มีแผลเป็จากการที่พ่อแม่ต้องแยกกันอยู่อย่างที่ริออดันได้แสดงออกมาให้เห็นแม้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือว่าเขาจะเคยรักผู้หญิงมาแล้ว และถูกเธอทรยศเอา?
มันน่าจะเป็ไปได้ จิลล์สรุปถึงแม้ว่าท่วงท่าภายนอกของเขาจะแลดูไร้ความรู้สึกแต่ริออดันก็เป็ผู้ชายที่ทรงเสน่ห์คนหนึ่งมันมิใช่เสน่ห์ในความหมายตามตัวอักษรแต่เป็ความเชื่อมั่นและความรู้สึกส่วนลึกที่เขามีอยู่เขาสามารถจะเก็บความเจ็บใจไว้ได้นานแสนนานดวงตาสีเทาคมปลาบคู่นั้นสามารถที่จะมองเห็นเนื้อในของทุกสิ่งทุกอย่างที่เคลือบไว้ด้วยความศิวิไลซ์และสามารถที่จะทำตัวให้เข้ากับความศิวิไลซ์นั้น ๆได้ตามที่สังคม้าเช่นที่เป็อยู่ในเวลานี้แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็คนยึดมั่นในความคิดของตัวเองเป็ปฐม หยาบคาย อำมหิตและเด็ดเดี่ยวนัก
ซึ่งตรงข้ามกับทอดด์โดยสิ้นเชิง