ไลท์เดินมาส่งเบเรียลที่โรงแรมก่อนที่เขาจะกลับไปนอนพักที่โรงแรมของตัวเอง
ตอนสายไลท์มารอเบเรียลที่ล็อบบี้ของโรงแรม เนื่องจากการแข่งขันรอบแปดคนจะแข่งตอนบ่ายโมง ซึ่งพวกเขากะว่าจะไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนที่จะเดินทางไปดูการแข่งขัน
ไลท์ที่เดินมาถึงเขาก็พบกับเฟร็ดดิชที่กำลังเดินออกมาจากโรงแรม
เมื่อเฟร็ดดิชเห็นไลท์แววตาของเขาก็ฉายแววออกถึงความกลัว
หลังจากที่เขาถูกเบเรียลไล่ในวันนั้นเขาก็ไปสืบข้อมูลของไลท์ เขาถึงได้รู้ว่าชายหนุ่มที่ดูธรรมดาคนนี้คือนักผจญภัยระดับSที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง แม้แต่อาร์คโทเน่และราชันออร์คแอลโบลก็ยังถูกชายคนนี้ฆ่าตาย
ไลท์เห็นท่าทีหวาดกลังของเฟร็ดดิชรู้แล้วว่าเ้าหมอนี้จะต้องไปสืบข้อมูลของเขามาแล้ว
“ ท่านไลท์ผมขอโทษกับเื่ในวันนั้นด้วยครับ ” เฟร็ดดิชรีบเดินมาขอโทษไลท์ทันที
“ ไม่เป็ไรๆฉันไม่ได้ถือสาเื่วันนั้นหรอก ” ไลท์ส่ายหน้าเขาจะไปคิดมากทำไมในเมื่อมันเป็เพียงแค่เื่ขำขันสำหรับเขาเท่านั้น
“ ขอบคุณมากครับท่านไลท์ ” เฟร็ดดิชถอนหายใจเมื่อรู้ว่าไลท์ไม่ได้คิดมากกับเื่ในวันนั้น การสร้างความแค้นกับตัวตนระดับSไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย ถ้าหากปล่อยวางได้ก็รีบทำซะก่อนที่มันจะสายเกินไป
“ อย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ” เฟร็ดดิชพูดจบเขาก็เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
ไลท์เดินไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่ล็อบบี้พร้อมกับรอเบเรียลลงมา
ไม่นานเบเรียลก็ลงมาจาก้า เมื่อเธอเห็นไลท์นั่งรออยู่หัวใจของเธอก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น
“ มารอนานหรือยังไลท์? ” เบเรียลถามขึ้น
“ เพิ่งจะมาถึงเอง ” ไลท์ตอบ จากนั้นเขาก็เห็นว่าวันนี้เบเรียลดูสวยเป็พิเศษ
“ ไม่ใช่ว่าตอนเย็นเธอจะต้องไปสู้กับออลเวย์หรอทำไมแต่งตัวซะสวยเลยล่ะ? ” ไลท์ถามขึ้นพร้อมกับยิ้ม
“ เื่นั้นไม่ต้องห่วงหรอกน่า ” เบเรียลแลบลิ้นให้ไลท์ เธออยากจะพูดว่าที่เธอแต่งตัวสวยแบบนี้ก็เพราะ้าให้ไลท์ชมเธอ
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เดินเล่นแถวๆที่มีร้านขายของเยอะๆ
“ อันนี้เหมาะกับเธอดีนะ ” ไลท์พูดพร้อมกับหยิบปิ่นปักผมให้กับเบเรียล
เบเรียลมองดูปิ่นปักผมในมือของไลท์เธอก็รู้สึกชอบมันขึ้นมาทันที
“ ขอบใจนะไลท์ ” เบเรียลยิ้มอย่างมีความสุขก่อนที่จะเก็บไว้ในแหวนมิติ
ไม่นานไลท์และเบเรียลก็มาถึงโคลอสเซียมก่อนการแข่งขันประมาณครึ่งชั่วโมง
หลังจากนั้นงานประลองรอบสุดท้ายก็เริ่มต้นขึ้น
โดยการจับฉลากคู่แรกเป็การพบกันระหว่าง ไลก้าและเรย์ฟิส
คู่ที่สองเป็การพบกันระหว่าง เวโรนิก้าและมอสโม่
คู่ที่สามเป็การพบกันระหว่าง เดซี่และรูฟ
คู่ที่สี่เป็การพบกันระหว่าง บามุธและลูเฟิร์ส
คู่ที่หนึ่งและคู่ที่สองจะอยู่สายเดียวกัน ซึ่งถ้าหากไลก้าและเวโรนิก้าชนะคู่ต่อสู้ ทั้งสองก็ต้องมาเจอกันในรอบรองชนะเลิศ ส่วนอีกฝั่งก็ต้องดูว่าเดซี่จะผ่านเข้ารอบมาเจอกันในรอบชิงได้หรือไม่
รอบสนามประลองกำแพงเวทย์สีโปร่งใสก็ได้ปรากฏขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ชม ซึ่งกำแพงเวทย์นี้สามารถป้องกันการโจมตีของระดับSได้นานเป็ชั่วโมงเพราะฉะนั้นผู้ชมจึงไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น
บนสนามประลอง
ไลก้ามองไปยังเรย์ฟิสพร้อมกับหยิบหอกสีเงินออกมา
เรย์ฟิสเป็ชายอายุประมาณสามสิบปีต้นๆ ใบหน้าตอบรูปร่างสูง สวมชุดคลุมสีเทาด้านหลังเป็ตราสัญลักษณ์ของกิลด์ มาทาเดียร์ และเรย์ฟิสยังเป็จอมเวทย์ระดับAเชี่ยวชาญธาตุไม้และธาตุดิน
ทันทีที่เริ่มการต่อสู้ เรย์ฟิสได้ใช้เวทย์ดินสร้างกล่องสี่เหลี่ยมล้อมรอบไลก้าและใช้เวทย์ไม้สร้างต้นไม้ครอบกำแพงดินไว้อีกที
“ เสร็จฉันแน่ ”เรย์ฟิสยิ้มอย่างเ็าแม้ว่าเขาจะรู้ว่าไลก้าเป็จอมเวทย์ธาตุสายฟ้าแต่เมื่อถูกกำแพงดินและถูกคลุมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ไม่มีทางที่จะออกมาได้ง่ายๆ
เพียงแต่ความฝันและความจริงมักจะต่างกันเสมอ
ตู้มมมมม
เสียงะเิดังขึ้นพร้อมกับเศษซากของต้นไม้และกล่องดินถูกทำลายจนย่อยยับ
“ ไม่เลวเลยนิหว่า ” ไลก้ามองไปทางเรย์ฟิสพร้อมกับแสยะยิ้มออกมาจากนั้นเขาก็พุ่งตัวเข้าไปหาเรย์ฟิส
เรย์ฟิสไม่รอช้ารีบสร้างกำแพงขึ้นมาป้องกันการโจมตีของไลก้า แต่ก็ถูกไลก้าทำลายได้ง่ายๆ
“ พันธนาการแมกไม้ ” เรย์ฟิสคำรามพร้อมกับมีกิ่งไม้จำนวนมากโผล่ขึ้นมาจากพื้นและเข้าไปรัดไลก้าเอาไว้
กิ่งไม้เ่าั้มีความหนากว่าสามสิบเิเ
ไลก้าหรี่ตาลงก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมา
“ ัอัสนีสิบเส้นสังหาร!! ” ไลก้าคำรามพร้อมกับแทงหอกไปด้านหน้า
ทันใดนั้นัสายฟ้าสิบตัวก็ปรากฏขึ้น แต่ละตัวหนากว่าสองเมตรและยาวเกือบแปดเมตรพุ่งเข้าใส่เรย์ฟิส
“ นี้มัน! ” เรย์ฟิสในี้เป็ท่าใหม่ที่ไลก้าไม่เคยใช้ในการแข่งขันมาก่อน
ัสายฟ้าแต่ละตัวทำลายกิ่งไม้ของเรย์ฟิสจนพังพินาศ
เรย์ฟิสยังไม่ยอมแพ้เขารีบร่ายเวทย์สร้างกำแพงดินและไม้ผสานกันเพื่อป้องกันการโจมตีขอไลก้าอย่างต่อเนื่อง
“ บ้าเอ้ย! ” เรย์ฟิสะโอย่างเดือดดาลเพราะเขาไม่สามารถป้องกันการโจมตีของไลก้าได้
ดวงตาของเรย์ฟิสหรี่ลงจากนั้นเขาก็รีบะโถอยหลังและหยิบคฑาออกมาจากแหวนมิติ ั้แ่เริ่มการต่อสู้เรย์ฟิสก็ยังไม่ได้ใช้อาวุธของตัวเองเลยที่ผ่านๆมาเขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้แบบไม่ยากเย็น
เรย์ฟิสร่ายเวทย์กำแพงอีกครั้งซึ่งครั้งนี้กำแพงดินและไม้ของเรย์ฟิสแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก เดิมทีัสายฟ้าของไลก้าสามารถทำลายกำแพงได้ทันทีแต่นี้มันต้องชนถึงสองครั้งจึงจะทำลายได้
“ อสรพิษไม้ ” เรย์ฟิสร่ายเวทย์และด้านหลังของเรย์ฟิสก็มีอสรพิษไม้สามตัวโผล่ขึ้นมาและพุ่งเข้าใส่ัสายฟ้าของไลก้า
ไลก้าที่เห็นดังนั้นก็คำรามและพุ่งใส่อสรพิษไม้ทั้งสามทันที
ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม
เสียงะเิดังไปทั่ว
เป็ไลก้าที่ใช้การโจมตีอันทรงพลังทำลายอสรพิษไม้ทั้งสามลงได้จากนั้นเขาก็เผด็จศึกโดยการพุ่งเข้าใส่เรย์ฟิสในระยะประชิดตัว จนทำให้เรย์ฟิสต้องยอมแพ้ไป
“ เป็การต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมจริงๆดูเหมือนว่าไลก้าจะแข็งแกร่งกว่าวันนั้นเยอะเลย ” เบเรียลพูดขึ้น เธอััได้ว่าวันที่กองทัพสัตว์เวทย์บุกเมืองไลก้ายังไม่มีท่าโจมตีทรงพลังแบบนี้เลย
“ ของแบบนี้มันฝึกฝนกันได้ ” ไลท์พูดขึ้น
“ ก็รู้ว่ามันฝึกกันได้แต่ไม่คิดว่าใช้เวลาไม่นานก็แข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้แล้ว ” เบเรียลถอนหายใจ
หลังจากจบการต่อสู้ของไลก้าและเรย์ฟิส เ้าหน้าที่สนามก็วิ่งขึ้นมาและใช้เวทย์ทำให้สนามกลับมาเป็เหมือนเดิม
คู่ต่อไปเป็ทางด้านเวโรนิก้ากับมอสโม่
มอสโม่ เป็ชายอายุประมาณสี่สิบปี ใบหน้าดุดันเส้นผมสีแดงเพลิง รูปร่างสูงใหญ่ เป็จอมเวทย์ผสานร่างกับราชสีห์เพลิง เป็จอมเวทย์ระดับA
บนลานประลอง
“ สาวน้อยเธอสามารถยอมแพ้ตอนนี้ทันนะ ” มอสโม่พูดขึ้นพร้อมกับแสดงท่าทีจริงจัง
“ ไม่จำเป็ ” เวโรนิก้าสายหน้า
“ งั้นก็เข้ามาเลย ” มอสโม่คำรามก่อนที่ร่างกายของเขาจะค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นจนตอนนี้สูงกว่าสี่เมตร
ตอนนี้มอสโม่เป็ครึ่งคนครึ่งราชสีห์ ยืนสองขา ลำตัวกลายเป็สีแดง
โฮกกกกกกก
เสียงคำรามของมอสโม่ทำให้ทุกๆคนที่อยู่ในลานประลองต้องปิดหู
การต่อสู้ของมอสโม่ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ใช้พละกำลังอันมหาศาลเอาชนะศัตรูเท่านั้น นอกจากนี้ร่างกายของมอสโม่ก็แข็งแกร่งมากแม้แต่การโจมตีของจอมเวทย์ระดับAก็ยังไม่สามารถทำอะไรมอสโม่ได้
มอสโม่วิ่งเข้าใส่เวโรนิก้าอย่างรวดเร็ว ความเร็วของมอสโม่นับว่าเร็วมากเพียงแต่ในสายตาของเวโรนิก้ายังถือว่าเป็ความเร็วที่ธรรมดา
วูบ
มอสโม่มาโผล่ด้านหลังของเวโรนิก้าและใช้กรงเล็บฟาดเข้าไปที่ด้านหลังของเธอ
ตู้มมม
เพียงแต่มอสโม่ฟาดใส่อากาศจนเกิดคลื่นไปกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนกลายเป็รู
“ เร็วมาก! ” มอสโม่ใในความเร็วของเวโรนิก้า เพราะการโจมตีเมื่อครู่เขาโจมตีถูกเงาของเธอ
ทันใดนั้นมอสโม่ก็รู้สึกถึงภัยอันตรายจากด้านหลัง สัญชาตญาณของเขาบอกให้รีบหนีออกจากตรงนี้ทันที เพียงแต่ว่าการเคลื่อนไหวของมอสโม่ช้าไปเพียงแค่นิดเดียว
“ ปืนใหญ่คลื่นสูญญากาศ ” เวโรนิก้าคำรามพร้อมกับชกหมัดใส่หลังของมอสโม่
ปืนใหญ่คลื่นสูญญากาศเป็ท่าที่พัฒนามาจากหมัดสูญญากาศที่เวโรนิก้าถนัด
ตู้มมมมม
เสียงะเิดังกึงก้องไปทั่วทั้งสนามประลอง
ร่างของมอสโม่บินลอยไปติดกับกำแพงป้องกันของสนามประลอง ผ่านไปหลายวินาทีร่างของมอสโม่จึงค่อยๆหล่นลงมาที่พื้น
เนื่องจากกำแพงป้องกันของสนามประลองอยู่นอกลานประลองเพราะฉะนั้นมอสโม่จึงแพ้ไปโดยปริยาย แต่ถึงอย่างนั้นหมัดของเวโรนิก้าก็ทำให้ผู้คนในสนามประลองประลองพากันอึ้ง ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าผู้หญิงตัวผอมบางอย่างเวโรนิก้าจะต่อยมอสโม่ที่ตัวสูงใหญ่กว่าสี่เมตรกระเด็นไปไกลและยังแรงจนทำให้หมดสติอีก
เ้าหน้าที่สนามวิ่งมาดูอากาศของมอสโม่ทันที
“ ผู้ชนะเวโรนิก้า!! ” กรรมการะโขึ้น
เสียงผู้ชมในสนามพากันะโชื่อเวโรนิก้าอย่างบ้าคลั่ง
ไลก้าที่อยู่ในสายเดียวกับเวโรนิก้าก็กลืนน้ำลาย
“ เวรเอ้ยพี่เวโรนิก้าเล่นแรงอีกแล้ว ” ไลก้าเหงื่อแตก
ไลท์ที่นั่งอยู่ในห้องส่วนตัวก็หัวเราะสบายๆ แต่ทางด้านเบเรียลใกับฝีมือของเวโรนิก้าอยู่
“ หมัดของเธอดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนมากเลยนะ ” เบเรียลพูดขึ้น
“ ใช่แล้วล่ะ แต่นี้ยังไม่ใช่พลังสูงสุดของเวโรนิก้าหรอกนะ เธอยังสามารถพัฒนาไปได้อีกไกล ” ไลท์ตอบ
“ หมายความว่ายังไง? ” เบเรียลสงสัย
ไลท์ยิ้มและพูดขึ้นว่า “ อีกไม่นานเธอก็จะรู้เอง ”
เบเรียลแสดงสีหน้าไม่พอใจใส่ไลท์แต่ท่าทางของเธอมันดูน่ารักจนทำให้ไลท์หัวเราะขึ้นมา
คู่ต่อมาก็คือเดซี่และรูฟ
เดซี่เป็เด็กผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดและยังเข้ารอบลึกทำเธอกลายเป็ขวัญใจของผู้ชม เสียงเชียร์ะโชื่อเดซี่ดังไปทั่วสนามประลอง
รูฟเองก็เป็ชายหนุ่มที่อายุน้อย เขาอายุประมาณยี่สิบห้าปีเท่านั้น รูฟเป็นักสู้อิสระและยังเชี่ยวชาญการใช้ดาบอีกด้วย การต่อสู้ในรอบที่ผ่านๆมารูฟใช้ไม่กี่กระบวนท่าก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้
เวลานี้สองนักดาบได้มาเจอกันทำให้ผู้ชมต่างก็คาดหวังและทั้งสองก็ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวัง
ความเร็วของทั้งสองทำให้คนทั่วๆไปไม่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวได้ แต่สำหรับตัวตนระดับสูงพวกเขาสามารถมองเห็นการโจมตีของทั้งสองได้อย่างชัดเจน
ทักษะดาบของทั้งสองนับว่าสูสีกันมาก
“ เ้าหมอนี้เข้าใจวิถีดาบในระดับแก่นแท้เท่ากับเราเลย!! ” เดซี่พึมพำเบาๆ การที่คนธรรมดาสามารถเข้าสู่วิถีดาบระดับแก่นแท้ได้นับว่าต้องเป็อัจฉริยะเท่านั้นและยิ่งอายุของรูฟยังน้อยยิ่งทำให้เห็นว่าเขาคืออัจฉริยะ
รูฟเองก็ใกับทักษะดาบของเดซี่
‘ ผู้หญิงคนนี้วิถีดาบเหนือกว่าเราอีก! ’ รูฟคิด
หลังจากการที่ปะทะดาบกันไม่นานทั้งสองก็แยกออกจากกัน
“ อุ่นเครื่องเสร็จแล้วถึงเวลาเอาจริงกันแล้วสินะ ” เดซี่ยิ้มและมองมาที่รูฟด้วยแววตาสัตว์ร้าย
รูฟที่ถูกแววตาสัตว์ร้ายของเดซี่จ้องมองก็หรี่ตาลงก่อนที่แววตาของเขาจะเปลื่ยนไปเป็จริงจัง
ทันใดนั้นทั้งสองก็วาดดาบออกไปด้านหน้าพร้อมกัน
คลื่นดาบสีชมพูกับคลื่นดาบสีน้ำเงินปะทะกันกลางอากาศก่อนที่จะะเิออกมา
ทันใดนั้นร่างของทั้งสองก็ต่อสู้ด้วยความรุนแรงยิ่งกว่าเก่า
“ คลื่นดาบร้อยบุปผา ” เดซี่วาดดาบไปด้านหน้า
คลื่นดอกไม้นับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่รูฟ
“ ดาบปราบพยัคฆ์ ” รูฟเองก็ใช้ทักษะ
พยัคฆ์ขาวตัวใหญ่กว่าสามเมตรพุ่งทะยานเข้าหาคลื่นดอกไม้ของเดซี่
คลื่นพลังทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง
“ กลีบบุปผาคลั่งสังหารไร้ปราณี ” เดซี่ะโหลังจากที่คลื่นพลังทั้งสองยังปะทะกันอยู่
ทันใดนั้นทั่วทั้งสนามก็ปรากฏกลีบดอกไม้นับสิบล้าน
รูฟที่เห็นดังนั้นก็หรี่ตาลง สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่งแต่ทว่าในใจของเขาได้กรีดร้องออกมาแล้ว
“ ไป ” เดซี่พูดขึ้น
คลื่นกลีบดอกไม้หลายสิบเส้นก็พุ่งหารูฟจนทำให้รูฟต้องะโหนีอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าความเร็วของเขาก็ยังช้ากว่าคลื่นกลีบดอกไม้อยู่ดี
รูฟไม่รอช้าเขารีบใช้ทุกทักษะที่มีโจมตีใส่คลื่นกลีบดอกไม้ของเดซี่ แต่ไม่ว่าจะโจมตีเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำลายได้หมดสักที
าแตามร่างกายของรูฟเริ่มมีมากขึ้น
จนกระทั้งผ่านไปไม่ถึงสามนาที ร่างกายของรูฟเต็มไปด้วยาแจำนวนมากราวกับถูกใบมีดเล็กๆบาดทั่วร่างกาย
รูฟกระอักเืออกมาและลงไปนอนหมดสติกับพื้นเพราะเสียเืเป็จำนวนมาก
เดซี่ที่เห็นว่ารูฟหมดสติไปแล้วเธอก็ยกเลิกทักษะกลีบบุปผาคลั่งสังหารไร้ปราณี
“ ผู้ชนะ เดซี่!! ” กรรมการะโขึ้น
เสียงะโชื่อเดซี่ดังต่อเนื่องจนกระทั้งเดซี่ลงจากสนามประลองไป
คู่สุดท้ายของรอบแปดคนได้คือบามุธและลูเฟิร์ส