เทียนหลง ซ่อนอยู่ในพื้นดินลึกลงไป 1 เมตรห่างจากที่เฉียงเป่าหยุดเท้าเพียง 2 เมตร โดยใช้เคล็ดผสานในวิชาัพสุธา เฉียงเป่ากลับไม่รู้สึกตัวหลังเทียนหลงใช้วิชาตัวเบาหลบหนี พึ่งวิ่งหลบมาไม่ถึงอึดใจ ก็ััถึงพลังของเฉียงเป่าที่ติดตามกระชั้นเข้ามาอย่างรวดเร็วเขาไม่รู้ระดับพลังยุทธ์ของเฉียนเป่า แต่ประเมินว่าสูงกว่าเขาหลายขั้น เห็นได้จากการที่เขาถูกผนึกแสดงว่าพลังยุทธ์ต่างชั้นกันมาก ดังนั้นไม่ว่าด้านใดไม่ว่าวิชาตัวเบาหรือการต่อสู้ เขาไม่มีทางสู้กับฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแน่นอน พลันคำนวนว่าอีกเพียงสองอึดใจเขาจะถูกตามทันเลยใช้วิชาัพสุธาเคล็ดผสาน เมื่อใช้เคล็ดผสานในวิชาัพสุธา เขาผสานกับพื้นดินพึ่งดำลงมาลึกได้เพียง 1 เมตร เฉียงเป่าก็ตามมาถึง ได้แต่หยุดการเคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกตัวเทียนหลงซ่อนตัวอยู่ใต้จมูกฉียงเป่าแท้ๆ แต่เขาถึงกับตรวจจับไม่ได้โดยสิ้นเชิง ในทางกลับกันสิ่งมีชีวิตโดยรอบรัศมี 1 กิโลเมตร ไม่อาจรอดพ้นการตรวจจับของเทียนหลง
ทันทีที่เฉียงเป่านั่งลงบนโขคหิน เทียนหลงสลายเคล็ดวิชาผสานพุ่งร่างจากไปเขามุ่งหน้าออกจากป่า พึ่งวิ่งมาได้ 400 เมตรก็รู้สึกว่า เฉียงเป่ากำลังติดตามเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วจำเป็ต้องใช้วิชาผสานอีกครั้งหนึ่ง พึ่งซ่อนตัวลึกลงไปได้ 2 เมตรเฉียงเป่าก็มาถึง
ฝ่ายเฉียงเป่าเมื่อนั่งลงผนึกพลังตรวจจับเพียงครู่เดียวเขาก็ััการเคลื่อนไหว ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งกำลังมุ่งหน้าออกจากป่าเขามั่นใจว่าเป็เทียนหลง พยามใช้พลังจิตตรึงเป้าหมาย เร่งวิชาตัวเบาติดตามมา พอมาถึงจุดที่จิตของเข้าตามถึงกลับไม่พบอะไรในสายตา มองไปรอบๆถึงกับพนึกพลังปราณตรวจสอบ เพื่อเทียนหลงหลบอยู่หลังก้อนหินหรือพุ่มไม้แต่ก็ไม่พบอะไร จากการเคลื่อนไหวและทิศทางของเทียนหลงเมื่อครู่เขามั่นใจว่าเทียนหลงกำลัง้าออกจากป่า เขาพุ่งไปอีก200 เมตรยึดชัยภูมิโขดหินสูง นั่งลงผนึกปราณควานหาเทียนหลงอีกครั้งหนึ่งคราวนี้เขามั่นใจว่าดักทิศทางไปของเทียนหลงได้แล้ว
เทียนหลง เดาวัตถุประสงค์ของเฉียงเป่าออกโดยง่าย “เื่อะไร เขาจะเดินไปติดกับสภาพป่าแถวนี้เขาชำนาญกว่าผู้ใด” สบัดหน้าหลบหนีเข้าป่าลึกพึ่งวิ่งออกมาได้ 400 เมตรก็รู้สึกว่า เฉียงเป่าติดตามเข้าใกล้มาอีก มองทำเลแล้วหาจุดผสานกับแผ่นดินอีกครั้ง
เฉียงเป่าติดตามมาถึงอย่างรวดเร็วมองไปรอบทิศสุดสายตายังไม่พบแม้แต่เงาของเทียนหลง โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ฟาดก้อนหินข้างกายจนแหลกละเอียด“ฮืม! ไอ้เด็กปีศาจ อย่าให้ข้าจับได้นะ ฮึ่มๆๆ” การเล่นหมาไล่จับกระต่ายนี้ดำเนินั้แ่ยามเที่ยงจนมืดค่ำ ระยะห่างระหว่างผู้ล่ากับเหยื่อ ห่างไกลขึ้นทุกทีจนกระทั่งเฉียงเป่าไม่สามารถจับััการเคลื่อนไหวของเทียนหลงได้อย่างสิ้นเชิงแถมก่อนใกล้ค่ำ เทียนหลงถึงกับหลอกให้เขาถูกสุนัขป่าหลังเงินตัวหนึ่งจู่โจมหลังจากนั้นเขาก็หาเทียนหลงไม่เจอแม้แต่เงาของสนามพลัง
ยามโพล้เพล้ เทียนหลงในสภาพระวังตัวซ่อนเร้นถึงขีดสุดเขาออกจากแนวป่ามาได้แล้ว แต่กลับพบว่า ทุกๆระยะจะมีชาวยุทธ์ซุ่มอยู่ เขาไม่แน่ใจว่าคนพวกนี้มาทำอะไรที่แนวชายป่าจนกระทั่งหลบซ่อนผสานในพื้นดินครั้งหนึ่ง “อาฉางเ้าว่าเงินก้อนนี้มีโอกาสตกมาถึงมือพวกเราหรือไม่” ได้ยินเสียงอาฉาง“ไอ้เด็กน้อยเทียนหลง ไม่รู้ไปทำอะไรไว้กับตระกูลกู้ ยามปรกติข้ายังชื่นชมมันอยู่บ้าง เป็เด็กที่เฉลียวฉลาด แต่เพื่อเงิน 100 เหรียญทองต่อให้เป็หลานข้าแท้ๆ ข้าก็ต้องจับมันเอาไปขึ้นเงิน...สงสารส่วนสงสารแต่เงินขนาดนี้ถ้าข้าได้มา..โอ..ไม่อยากคิด พวกเราพี่น้องคงสบายไปหลายปี” เพียงได้ยินเสียง เทียนหลงก็จำได้ พี่น้องที่คุยกันอยู่บนพื้นดินเหนือหัวเทียนหลงคือสองพี่น้องตระกูลจง ทั้งสองเป็คนขับรถม้าของร้านขนส่งมีฝีไม้ลายมือทางเชิงยุทธ์ไม่น้อย ปรกติเห็นยังทักทายกันหลายคำ ยามนี้กลายเป็ผีเห็นเงินตาโตไร้เยื่อใยขาดเมตตาโดยสิ้นเชิง
เทียนหลงลัดเลาะหลบหลีกไปเรื่อยจากการประเมินของเขาถึงกับมีผู้คนเกือบร้อยคน ้าจับตัวเขา หลังมืดค่ำผ่านไป 1ชั่วโมงเขาก็มาถึง ริมทะเลสาบซือหยู่ เหมือนพญาัคืนถิ่นบนบกยากหาตัวเขาพบ ในน้ำยิ่งหายากกว่าหลายเท่า เขาลงมากบดานใต้ทะเลสาบในใจครุ่นคิดเขาคงกลับบ้านไม่ได้ เป็ห่วงก็แต่ป้าฟางจื่อ กับลุงฟางโหวไม่รู้จะมีคนไปดักรอเขาที่บ้านลุงหรือไม่ ถ้าแค่ดักรอนั้นไม่เป็ไรแต่ถ้าลุงกับป้าถูกทำร้ายเพราะเขา เทียนหลงคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต คิดได้เช่นนั้นเขาคงต้องลอบ ไปดูบ้านลุงฟางสักครั้ง
ฝ่าย กู้หวังตันลากตัวกู้ฉินชุ่นมุ่งตรงไปบ้านตระกูลหลี่ ระหว่างทาง กู้หวังตัน ก็เล่าให้กู้ฉินชุ่นฟังว่า อาจารย์อู่ซินเป็แพทย์ที่มีชื่อเสียงมากทางแดนใต้ เคยเป็แพทย์ใหญ่ทำงานในวังหลวง ต่อมาอายุมากขอพระราชทานวางมือ ออกจากเมืองหลวง ท่องไปในแดนใต้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปไกล
เมื่อไปถึงเขาสองคนขอพบเ้าบ้านตระกูลหลี่หลี่ไป่หมิน พึ่งพบหน้าทั้ง กู้หวังตันและกู้ฉินชุ่น พากันคราวะและแจ้งเื่ขอความช่วยเหลือทันที หลี่ไป่หมิน อึ้งไปครู่หนึ่งก็พูดขี้นว่า “อาจารย์อู่ชุน อยู่ที่นี่จริง แต่ข้าไม่กล้ารับปากแทนท่านอาจารย์ท่านเพียงมาตรวจอาหญิงของข้า แต่....เอายังงี้แล้วกัน ข้าจะเชิญท่านอาจารย์ออกมาพวกท่านลองขอร้องเขาดู” สองพี่น้องเ้าบ้านตระกูลกู้รีบพูด “แค่นั้นก็เป็พระคุณแก่ข้าสองคนมากแล้ว”
ผ่านไปเพียงอึดใจชายชราเคราขาวหน้าตาอิ่มเอิบสดใส ท่าทางเมตตาก็เดินเข้ามา สองพี่น้องเ้าบ้านตระกูลกู้ถึงกับรีบคุกเข่าคราวะชายชรารีบโบกไม้โบกมือ “ท่านทั้งสองไม่ต้องมากมารยาทถึงขนาดนี้มาๆ..นั่งลงพูดจากัน มีอะไรให้ข้าช่วยเหลือ” “บุตรของข้าทั้งสองคนต่างถูกพิษร้อนที่พิสดารอย่างยิ่ง แพทย์ประจำตระกูลพยามแก้ไขแล้วแต่ทำไม่ได้ ตอนนี้อยู่ระหว่างความเป็ความตายขอวิงวอนท่านอาจารย์ช่วยชีวิตบุตรข้าด้วย” หลี่ไป่หมินใ “พวกท่านหมายถึง กู้หงซวนกับกู้คุนต้า นะรึ” กู้หวังตัน“ยังมีลูกชายข้า กู้ไป่ ก็โดนพิษด้วย”
หลี่ไป่หมิน ขมวดคิ้วรู้สึกเื่นี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลใครจะบ้าวางยาเด็กน้อยที่อายุไม่ถึง 10 ปีกัน ขยับปากจะถาม แต่อู่ชุนโบกมือตัดบทเสียก่อน “ท่านรีบสั่งให้คนไปนำหีบยาของข้ามา เื่นี้รอช้าไม่ได้ ช่วยชีวิตคนเร่งด่วนกว่าสิ่งใด รีบไปกันเถอะ” หลี่ไป่หมิน “งั้นข้าไปด้วยเพื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง”พึ่งออกจากประตูตระกูลหลี่ ก็สวนกับเ้าเมืองเฟิงซีหมิน “เกิดอะไรขึ้น ท่านอาจารย์อู่ชิน กำลังจะไปไหน?”
ท่านอาจารย์อู่ซินพงกศรีษะ “ข้าจะไปรักษาคน อืมท่านเ้าเมืองมีวรยุทธ์สูงส่ง รบกวนท่านมากับข้าด้วย เพื่อต้องพึ่งพลังวรยุทธ์ของท่าน” สองพี่น้องตระกูลกู้โดยเฉพาะกู้ฉินชุ่น แม้ไม่ยินดีแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งคณะก็เร่งเดินทางไปบ้านตระกูลกู้ในทันที
เพียง 10 นาทีให้หลัง อาจารย์อู่ชุนก็ทำการตรวจกู้คุนต้าก่อนเนื่องจากเขามีอายุน้อยที่สุด อาการของคุณชายทั้งสามยังไม่ทรุดตัวลง แต่สภาพในห้องพยาบาล ก็แสดงให้เห็นถึงความร้ายกาจ ของพิษที่คนทั้ง3 ได้รับ ท่านอาจารย์ตรวจดูอยู่หลายอึดใจ ถึงกับถ่ายเืออกมาทดสอบหลังจากผ่านการทดสอบพิษอยู่ครู่หนึ่ง ก็เดินออกมาจากห้อง พร้อมส่ายศรีษะพึมพำว่า “..ยาก...ยากยิ่งนัก”
ฝ่ายเ้าบ้านร้อนใจยิ่ง “ท่านอาจารย์ไม่ทราบว่าท่านจะบอกได้หรือไม่ว่า ลูกชายข้าโดนพิษอะไร?”
อาจารย์อู่ซิน “นี่มันประหลาดเกินไปแล้ว พิษที่คุณชายน้อยทั้งสามโดนคือพิษหยางของสัตว์วิเศษขั้น 4”
ทุกคนที่ได้ยินโดยเฉพาะสองพี่น้องเ้าตระกูล ถึงกลับะโปราดลุกขึ้น “แย่แล้ว” ทุกผู้คนล้วนรู้ดีว่า การโดนพิษสัตว์วิเศษระดับ 4 มันหมายถึงอะไรลำพังแค่โดนพิษของสัตว์วิเศษระดับ 2 ก็ไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้แล้ว ครานี้ต้องมีโอสถวิเศษระดับ4 เท่านั้นจึงจะขจัดพิษในระดับเดียวกันได้ อย่าว่าแต่โอสถวิเศษระดับ 4 ไม่อาจแสวงหาแค่โอสถวิเศษระดับ 2 ยังหาซื้อแทบไม่ได้ ในรอบร้อยปีเคยปรากฏขึ้นไม่กี่ครั้งแต่ละเม็ดก็มีมูลค่ามหาศาล ราวกับความหวังลอยหายไป ทั้งสองหมดแรงถึงกับทรุดคุกเข่าลง
อาจารย์อู่ซิน “ข้ายังพูดไม่จบ ประเมินจากพลังพิษ สัตว์เ้าของพิษมีอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปีทันทีที่ถูกพิษ คนที่ถูกพิษจะเพชิญมหาอัคคีเผาร่าง มอดเป็จุลไปในทันที”
“แต่เด็กทั้งสามคนไม่เพียงไม่ถูกพิษเผาในทันที อาจยังพอมีความหวัง”
กู้ฉินชุ่นรู้สึกมีความหวังขี้นมาเล็กน้อย “ท่านอาจารญ์หมายความว่าอย่างไร”
อาจารย์อู่ซินลูบเคราขาว “เด็กทั้งสามไม่น่าถึงชีวิตในเวลาอันใกล้นี้เมื่อพิษหยางกำเริบระบบชีวิตในร่างกายจะถูกเผาพลาญขั้นต่ำก็เส้นชีพจรถูกเผาเสียหาย แต่พอพิษหยางพุ่งไปถึงขีดสุด กลับก่อกำเนิดหยินมายับยั้ง ทำให้ผู้ถูกพิษได้รับความทุกข์ทรมานวนเวียนไปจนกว่า...จนกว่า...จะทนไม่ได้…ไม่ถึงตายในทันที ”
กู้ฉินชุ่น “ท่านอาจารย์ได้โปรดช่วยลูกข้าด้วย”
อาจารย์อู่ซิน พลันหันกลับมาถาม “เด็กทั้งสามโดนพิษได้อย่างไร ใช่กินอะไรเข้าไปหรือไม่ จากที่ข้าตรวจอวัยวะภายในบอบช้ำกระดูกซี่โครงหักหลายซี่ แต่ไม่เห็นรอยถูกกัด โพรงจมูกกับปากแดงแต่ไม่เผาไหม้”เ้าบ้านทั้งสอง อ้ำอึ้งแต่อย่างไรลูกสะใภ้ก็ต้องพบแม่ผัว “เด็กน้อยทั้งสามถูกคนต่อยหมัดหนึ่งก็ถูกพิษ”
อาจารย์อู่ซิน ขมวดคิ้วขาว “ลักษณะของพิษ ตามบันทึกที่ข้ารู้ มีเพียงพิษโลหิตของปลาไหลหิมะธนูอัคคี ถึงจะมีลักษณะเช่นนี้ไม่มีทางที่จะเก็บหรือสกัดพิษของมันออกมาได้ จะโดนพิษก็ต้องกินเืของมันโดยตรงถ้าถูกมันพ่นพิษหรือกัด ไฟหยางจะเผาผู้ถูกกัดทันที ไม่มีธาตุหยินจากตัวมันมายับยั้งไฟพลาญกายได้”
เฟิงซีหมิน ถามต่อทันที “ใครเป็คนต่อยพวกมันทั้ง 3”
กู้ฉินชุ่นขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแค่นเสียงออกมา “..จางเทียนหลง..”
“เป็ไปไม่ได้..” คราวนี้กลับมีคนพูดขึ้นมาพร้อมๆกัน เฟิงซีหมิน กับ หลี่ไป่หมิน
เฟิงซีหมิน “บุตรของพวกเ้า ถูกเทียนหลงต่อยซี่โครงหักนั้นเป็เื่ที่เป็ไปได้แต่จะบอกว่าเทียนหลงเป็คนปล่อยพิษ นี่มันเป็ไปไม่ได้เด็ดขาด พิษของสัตว์วิเศษระดับนี้ อย่าว่าแต่ปล่อยเลย แค่ััข้าว่า ตัวเทียนหลงเองก็น่าจะถูกไฟหยางเผาวอดไปแล้วอย่าว่าแต่จะปล่อยมาทำร้ายลูกเ้าเลย ตัวข้าเองหากเพชิญกับสัตว์วิเศษระดับนั้นจะเอาตัวรอดยังยากลำบาก แล้วเกิดอะไรขึ้น? ทำไมเทียนหลงถึงทำร้ายบุตรของพวกเ้าได้เื่นี้ไม่ปรกติ ข้ารู้จักเ้าเด็กเทียนหลงดี นอกจากมันไม่ค่อยพูดแล้วนับว่าเป็เด็กที่จิตใจดีงามผู้หนึ่ง ใครอยู่ในเหตุการณ์ เรียกตัวมันมาให้ข้าสอบถามเดี๋ยวนี้”
กู้ฉินชุ่น รู้ดีว่าเื่นี้ฝายตนผิดอย่างแน่นอนตอนนี้ได้แต่ถ่วงเวลา หวังให้เฉียนเป่าได้ยาขจัดพิษ แล้วเชือดเด็กน้อยนั้นทิ้งไปถึงเวลาไม่มีพยานหลักฐาน เื่ทุกอย่างก็จบลง ได้แต่พูดขึ้นว่า “คนที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็ออกไปตามหาตัวจางเทียนหลงกันหมด เอาไว้พวกมันกลับมาข้าจะส่งพวกมันไปหาท่านเ้าเมืองทันที”
อาจารย์อู่ซิน “เอาละ อย่าพึ่งเถียงเอาความอะไรกันเลย ข้าจะปรุงยาที่ระงับพิษหยางได้ชั่วคราวเอาไว้เมื่อพิษกำเริบ คงพอประทังไปได้ก่อน แล้วค่อยหาวิธีแก้ไขต่อไป”
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้ามา 2ชั่วโมงแล้ว เทียนหลง หลบเร้นกายมาถึงบริเวณบ้านตระกูลฟาง สำรวจด้วยตาไปรอบบริเวณไม่มีผู้คนดักซุ่มอยู่ เขาหลบเข้าบ้าน เจอป้าฟางจื่อกับลุงฟางโหวนั่งหน้านิ้วคิ้วขมวดอยู่ก็คลายใจ ทั้งสองเห็นจู่ๆเทียนหลงโพล่เข้ามาก็ดีใจ “์เ้าไม่เป็ไรกระมัง เกิดอะไรขึ้น ทำไมมีคนมากมายตามหาตัวเ้า นี่เ้าได้กินอะไรมารึยัง”เทียนหลงสั่นหัว ป้าฟางจื่อรีบหาข้าวมาให้เทียนหลงกินก่อนกำลังกินยังไม่ทันอิ่ม ได้ยินเสียงะโโหวกเหวกมาจากหน้าบ้าน “ไอ้เด็กเทียนหลง ออกมาเดี๋ยวนี้ ให้ข้าจับเ้าไปเอาเงินเสียดีๆ ฮ่าๆๆๆ พี่ใหญ่ไม่นึกเลยว่าท่านจะฉลาดเพียงนี้ไอ้เด็กนี้เท่ากับอยู่ในกำมือของเราแล้ว” โบราณว่าไว้ขิงแก่ย่อมเผ็ดกว่า พวกเขาพี่น้องคำนวนว่าอย่างไรเทียนหลงต้องกลับมาหาผู้ใหญ่เพื่อปรึกษา จึงไปเฝ้าอยู่บนยอดไม้ ไกลจากบ้านพอสมควรจึงเห็นเทียนหลง หลบเข้าบ้านถนัดตา
เทียนหลงได้ยินก็รู้ว่าเขาถูกพบเห็นแล้ว ด่าตัวเองชะล่าใจไม่ใช้พลังตรวจสอบแต่ใช้ตามองดูแทนผู้อื่นเห็นชัดตาว่าเขาเดินเข้าบ้านตระกูลฟาง เขาไม่้าให้ลุงกับป้าเดือดร้อนพาลลุกขึ้นหันไปบอกลุงกับป้า “พวกท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าข้าเอาตัวรอดได้ หากปู่จางกลับมาไม่พบข้า ให้พวกท่านบอกปู่จางว่าไม่ต้องเป็ห่วง”ลุงฟางโหว ดึงตัวเทียนหลงไว้ “ข้าจะช่วยเ้าเองไอ้พวกนี้รู้จักข้าฟางโหว น้อยไปเสียแล้ว” เทียนหลงเกลี้ยกล่อมบอกว่าขนาดคนเป็ร้อย ล้อมเขาไว้ เขายังหนีออกมาหาลุงกับป้าได้ ที่ด้านนอกตอนนี้มีแค่สองคนเขาหลบหนีได้สบายมาก กลับเป็ลุงกับป้า อาจเกิดอันตรายเขาไม่้าให้ทั้งสองเข้ามาเกี่ยวข้อง และอยากให้มีคนบอกเื่ราวให้ปู่จางรับรู้พูดแล้วก็ขยับพลองในมือ เดินออกไปอย่างอาจหาญ
ผู้ที่ขวางทาง ไม่ใช่ใครอื่นเป็ตัวอันตรายประจำเมืองสองสุนัขเขี้ยวจันทร์!!
หวงต้า “มาๆๆตัวเงินตัวทองของข้า มา...ให้ข้าจับเสียโดยดี”
เทียนหลง ไม่ได้กลัวพวกมันเลยยกพลองชูขึ้น “..ถามพลองในมือข้าก่อนไหม...”
“ฮ่าๆๆๆ.....ฮ่าๆๆ” สองพี่น้องหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง ”เ้านี้..ตลกจริงๆ...” แล้วตวาดอย่างโเี้ “ไอ้เด็กเวร...พวกข้าไม่มีเวลาเล่นกับเ้า....”
หวงมู่ ตวัดดาบหัวตัดข่มขู่พึ่งตวัดดาบได้ครึ่งทาง เทียนหลงกลับพุ่งเข้าใส่ พร้อมฟาดพลอง โดนกลางแขนของมันดัง“พลั๊ก..” ถึงแม้พลังยุทธ์ของสองพี่น้องจะอยู่ในขั้นพนึกยุทธ์ระดับ 4 แต่แรงปะทะสองพันกิโลของเทียนหลง ไม่อาจล้อเล่น ดาบในมือหวงมู่หลุดกระเด็นมันกุมแขนเจ็บไปถึงกระดูก ตาถลนเหมือนเห็นผี “เ้า...เ้า..ไอ.”
หวงต้า เห็นดังนั้นไม่รออะไรอีกฟาดกระบองเขี้ยวสุนัขใส่เทียนหลง พลังแฝงมาในกระบองมหาศาลราวจะป่นโขดหินให้ละเอียดเทียนหลงตวัดพลองใช้เคล็ดป้ายโดน กระบองกระดอนไปอีกทาง หวงต้าผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชนตวัดแขนลากกระบองกลับมาจู่โจมเทียนหลง คราวนี้มันไม่ประมาทอีก ฟาดกระบองควับๆ รุนแรงราวจะถล่มขุนเขาได้เทียนหลงก็ไม่ถอย ใช้ท่าเท้าเทวราชผสานร่ายรำเพลงพลอง ประเดี๋ยว ปาด จี้ ลาก งัดกวาด ทะลวง ถึงกับมีกระแทก ต่อสู้พัวพันอย่างสูสี หวงมู่ถึงกลับ ตะลึงลานนี่มันเป็ไปได้หรือ เด็กน้อยอายุเพียงนี้กลับสู้กับพี่ใหญ่สองสุนัขเขี้ยวจันทร์ได้อย่างสูสี หวงต้าหงุดหงิดยิ่งจู่โจมยิ่งทำอะไรเทียนหลงไม่ได้ พลันะโขึ้น “น้องข้า ช่วยกันวางราบมันเสีย..”หวงมู่ เก็บดาบหัวตัด กระโจนเข้ากลุ้มรุมเทียนหลงในทันที
ความหวาดเสียวอันตรายเกิดขึ้นสถานการณ์เปลี่ยนไป จะอย่างไรเทียนหลงก็เป็เด็กน้อย อายุแค่ 6ปีมีพลังปราณขั้นธรรมชาติระดับ 8 เท่านั้นถึงแม้จะมีตัวเบากับเพลงพลองถึงขั้นลึกล้ำ แต่การต่อสู้กับคูต่อสู้ ที่มีปราณมากกว่าตัวเองถึงขั้นหนึ่งไม่ใช่เื่ง่ายทั้งยังเป็การสู้ 1 ต่อ 2
“ควับ..”ในที่สุดปลายดาบหัวตัดของ หวงมู่ ก็ฝากาแยาว 5 เิเ ลึก 1เิเ บนไหล่ซ้ายของเทียนหลง เทียนหลงตัดสินใจ หลบหนีในทันที เขามั่นใจว่าสองพี่น้องต้องตามเขาจากไปอย่างแน่นอน พายุพลองจากพลิกแพลงซับซ้อน กลายเป็รวบรัดทรงพลังฟาดกวาดไปตรงๆ สองพลอง ทั้งสองพลองบรรจุพลังเต็มเปี่ยม ด้วยแรงปะทะปลายพลอง น้ำหนักแฝงมากกว่าสองพันกิโลกรัมทั้งหวงต้าและหวงมู่ถึงกลับถูกแรงตี กระเด็นถอยหลังไปคนละสองก้าวจากนั้นเทียนหลงก็เปรียบธนูพุ่งจากแหล่ง พุ่งหายไปในความมืดทิ้งไว้เพียงรอยเืหยดเป็ทาง สองพี่น้องพอตั้งหลักได้ รีบติดตามไปในทันที