
“ฉันเป็อะไรไป”
ปีวราถามลอยๆไม่เต็มเสียงนักขณะดวงตาปรือขึ้น เธอเห็นดำเกิงใกล้ตาที่สุดโดยมีลูกจ้างหลายคนยืนมุงอยู่นอกประตูห้องรับรอง ผู้คนตรงหน้าเท่าที่เห็นดูเหมือนจอภาพที่มีละอองฝนเกาะพราว จึงค่อนข้างเลือน ก่อนจะกะพริบตาไล่ความมัวมนตรงหน้าจนสามารถปรับสายตาเป็ปกติ
“นายหญิงเป็ลมครับ”
เสียงนายเกลี้ยงดังขึ้นแทรกกลางวงล้อมเ้าตัวโผล่มาทางด้านหลังกลุ่มคน เดินผ่านช่องประตูเข้ามาในมือถือแก้วใสบรรจุน้ำดื่มเต็ม
“ฉันเป็ลมอย่างนั้นเหรอ”
เธอทวนคำ คล้ายไม่เชื่อหู พลันนึกถึงคำท้าทายกับสูรย์เมื่อวานทันใดโดยที่ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าขณะนี้ศีรษะของตนนั้นกำลังอิงอยู่กับบ่ากว้างของใครบางคนดังนั้นเมื่อความคิดนั้นแวบเข้ามา สายตาที่พุ่งไปยังจุดโฟกัสด้านหน้าจึงปรับทิศเป็เงยขึ้นข้างบน
นี่เธอกำลังนอนหนุนตักเขา!
แถมใบหน้าของสูรย์มีร่องรอยกังวลแกมอ่อนโยนแฝงอยู่....
เธอจึงขืนตัว ลุกพรวดเมื่อคิดว่าตนเองตกไปอยู่ภายใต้วงแขนแข็งแรงของเขาแต่ดูเหมือนศีรษะเธอจะหนักขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อเคลื่อนตัวเร็วจึงเกิดอาการวิงเวียน จนต้องยกมือกุมขมับ คล้ายจะอ่อนแรงอีกครั้ง
เสียงทุกคนเรียกชื่อเธอเซ็งแซ่พ้องกับวงแขนอบอุ่นนั้นกำลังจะโถมมารองรับตัวเธออีกครั้งแต่เธอก็ใช้มือข้างหนึ่งยันเบาะที่นั่ง อีกข้างยกมือขึ้นห้าม
“ฉันไม่เป็อะไรแค่มึนๆนิดหน่อย”
ดำเกิงถอนหายใจเบาๆก่อนจะแจงว่าเธอเกิดอาการเช่นไร “นายหญิงเป็ลมแดดครับผมว่าทานน้ำเย็นให้ชื่นใจสักแก้ว เผื่อร่างกายจะได้สดชื่นขึ้น”
เธอจึงหันไปรับแก้วน้ำจากมือนายเกลี้ยงแล้วยกขึ้นดื่มจนหมด...รู้สึกได้เลยว่าเพียงแค่ดื่มน้ำเปล่าเหมือนกับร่างกายที่ขาดน้ำนั้น ได้รับความชุ่มฉ่ำเข้าไปจนเต็มปอดอาการหมุนติ้วเป็ลูกข่างดูจะคลายลง
เมื่อปีวราไม่เป็อะไรมากแล้วดำเกิงจึงออกปากให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานตามเดิมแล้วนายเกลี้ยงซึ่งเป็ห่วงเ้านายก็พูดแทรกขึ้นอีกครั้ง
“ไปหาหมอบนฝั่งไหมครับนายหญิง”
“ฉันไม่ได้เป็อะไร...ก็แค่เป็ลมขอบใจนายเกลี้ยงมากนะ ที่เป็ห่วง”
ปีวราพูดขอบอกขอบใจเด็กหนุ่มแต่สายตาเลยผ่านไปยังสูรย์ ซึ่งตอนนี้นั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวเดียวกัน แต่คนละฝั่งแล้วเธอก็ทำเมิน หันไปคุยกับดำเกิง “ขอบใจนายดำเหมือนกันนะฉันไม่นึกเลยว่าแค่ออกแดดประเดี๋ยวเดียว ถึงกับเป็ลม”
“ไม่เป็ไรครับนายหญิงจริงๆแล้วคนที่นายหญิงควรจะขอบคุณมากกว่าใครเพื่อน น่าจะเป็นายหัวน้อยนะครับเพราะว่าตอนที่นายหญิงทรุดลงกับพื้นผมกำลังให้คนงานดึงเชือกที่แขวนหอยมุกขึ้นมาจากใต้ทะเล ดีที่นายหัวน้อยตาไว หันไปพอดีเลยลุกพรวดไปรับตัวนายหญิงไว้ทัน ไม่อย่างนั้น ป่านนี้อาจจะ...”
ดำเกิงละคำเอาไว้แค่นั้นแต่เธอก็เข้าใจอยู่หรอก ว่าคงจะตีความได้ว่า อาจตกลงไปใต้ทะเลติดตาข่ายด้านล่างจนพันอีรุงตุงนัง หรือไม่ก็ล้มพาดกับไม้กระดานได้รับาเ็
เธอจึงไม่อาจเลี่ยงหันไปบ่นพึมพำใส่เขา “ขอบ...คุณนะคะ”
“ว่ายังไงนะครับพี่ไม่ค่อยได้ยินเลย”
เธอรู้ว่าเขาจงใจยียวนจึงแกล้งพูดตะคอกกลับ “ฉันบอกว่าขอบคุณ ทีนี้ได้ยินชัดรึยัง แล้ววันหลังคุณก็หัดแคะขี้หูซะบ้างนะจะได้ไม่หูตึง”
หญิงสาวหน้าง้ำลงเล็กน้อยเมื่อตนเองเป็ฝ่าย ‘แพ้’ ั้แ่วันแรก ทั้งที่ยังไม่ทันต่อกรแต่เธอก็ทำเป็เมินไม่พูดถึง ยกข้อมือดูนาฬิกา เห็นว่าบ่ายคล้อยจึงแสร้งหันหน้าไปทางนายเกลี้ยงแล้วออกปากว่า
“ตอนนี้นายเกลี้ยงว่างหรือเปล่าฉันอยากให้ขับเรือไปส่งฉันที่ฝั่งหน่อย ฉันมีธุระในเมือง...เดี๋ยววันนี้ฉันขอตัวนะนายดำคงไม่ว่าอะไร”
ท้ายประโยคหันไปบอกดำเกิงเห็นเขาพยักหน้ารับ เธอก็หันไปทางนายเกลี้ยง รายนั้นยิ้มเผล่อย่างเคยทำเธอจึงตั้งท่าจะลุกขึ้น แล้วออกไปจากห้อง
ทว่าเสียงกระแอมไอของชายหนุ่มอีกคนที่เธอทำเป็ไม่สนใจดังขึ้น เมื่อเผลอหันไปมอง เขาก็พูด ‘ทวง’ข้อตกลงทันที
“จะรีบไปไหนล่ะครับปีลืมสัญญาของเราเมื่อวานแล้วหรือเปล่า”
“ฉันทำผิดสัญญาตรงไหนไม่ทราบ” เธอย้อนหน้าตาเฉย
สูรย์จึงเบี่ยงหน้าไปหาพยานรู้เห็นอย่างดำเกิง“ว่าไงล่ะนายดำ การที่ปีเป็ลมไป ถือว่าปรับแพ้ไหมถ้าใช่...นายก็ช่วยเป็กรรมการยืนยันความพ่ายแพ้นั้นให้ทีสิ”
“ก็แค่เป็ลม”
ปีวราไม่รอฟังคำตัดสินใดๆก้าวพรวดพราด ดึงแขนเสื้อนายเกลี้ยงเบาๆให้เดินตามกันออกไปทันทีจะหาว่าขี้โกงหรือไม่ก็แล้วแต่ เื่แค่ขี้ปะติ๋ว อย่างเป็ลมแดดไม่ถือว่าพ่ายแพ้ซะหน่อย
..................................................จบบทที่ 8