ตอนที่ 20 ความแข็งแกร่งในอากาศ
เด็กชายหินกำลังหลงใหลกับแสงแดดอบอุ่นกลับถูกปลุกขึ้นมาพบกับกลุ่มคนสิบกว่าคนยืนรออยู่หน้าห้องอยู่แล้วโดยมีพี่น้องร่วมสาบานทั้งสามยืนตัวลีบรวมกันด้วยใบหน้าขมขื่นเด็กชายอ้วนลู่เฉียวเห็นพี่ใหญ่ของตนเดินออกมาจึงส่งเสียงด้วยความยินดี
“ศิษย์พี่ทั้งหลาย วันนี้อากาศดีจริงๆนะครับ”เด็กชายปรับสีหน้าเป็นิ่งสงบอย่างรวดเร็ว ในใจนึกถึงนิยายจีนของเหล่านักประพันธ์จากโลกใบเล็กที่สอดแทรกแง่คิดในการใช้ชีวิตมากมายแม้เด็กชายยังเด็กเกินจะเข้าใจได้ถ่องแท้ทั้งหมดอย่างน้อยตอนนี้เริ่มเข้าใจบางอย่างเช่น ผู้แข้มแข็งกลืนกินผู้อ่อนแอ หากไม่เชิดหน้าก็ต้องก้มหัวอยู่ร่ำไป
“เหอะ... เ้าเด็กเหลือขอ พี่น้องของเ้าไม่ยอมมาแสดงความเคารพต่อเหล่าศิษย์พี่ได้ฟังว่าพวกมันมีคนหนุนหลัง จึงกล้าไม่เคารพผู้ใหญ่พี่ใหญ่อย่างเ้าจะว่าอย่างไร” หนึ่งในเด็กทั้งสิบคนที่ยืนรวมกันตรงนี้ดูจากลักษณะภายนอกอายุประมาณเก้าขวบใบหน้าเหลี่ยนคิ้วหนาดูน่าเกรงขามรูปร่างไม่สูงนัก แต่ไม่ต่ำเตี้ยเกินไปรูปร่างสันทัดดูทรงพลังคากว่าต้องเป็ผู้นำของคนเ่าั้
- ผู้หนุนหลังใดกันเ้าพี่น้องพาซวยดันเอาเราลากลงไปด้วย- เด็กชายบ่นในใจอย่างกระวนกระวาย แต่ใบหน้าสงบนิ่งริมฝีปากยกยิ้มน้อยๆขึ้นมา ดูลี้ลับทำให้ผู้คนประเมินไม่ออกว่าเป็คนเช่นไรทั้งที่ความจริงตึงเคร็ดอย่างยิ่ง กัดฟันตอบกลับไปว่า
“แสดงความเคารพอย่างไร หาก้าของเซ่นไหว้พวกเราทั้งสี่พี่น้องยังพอจัดการได้”
“โอหัง...” เด็กชายร่างสูงใหญ่ ที่ยืนอยู่ข้างทำท่าฮึดฮัดจะเดินเข้ามา เด็กชายหินแทบอยากวิ่งหนียังดีที่หัวหน้าของเด็กเ่าั้ยกมือห้ามเสียก่อน
“ข้าเล่อฝ่านถูกใจคนใจกล้าเช่นเ้าจริงๆเช่นนี้เป็ไรหากเ้ารับข้าได้หนึ่งฝ่ามือเดือนนี้พวกเ้าสี่พี่น้องไม่ต้องจ่ายออกมา”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าเฮง(เน้นเสียงข่ม)ฉีเทียนถูกใจคนเช่นอย่างเ้าเช่นกันดีเหมือนกันตัวข้าเพิ่งก้าวขึ้นระดับกลางของระดับกำเนิดพลังขั้นหนึ่งดูว่าผู้ใดจะรับหนึ่งนิ้วดีดกะโหลกได้บ้าง”เด็กชายหินทำท่าทางกระเหี้ยมกระหือรือจะลงมือทันที
ระดับดำเนิดพลังขั้นหนึ่งคำนี้สร้างความแตกตื่นแก่เด็กหัวโจกทั้งหมดจนต้องผวาแม้แต่พี่น้องทั้งสามดวงตาเปล่งประกายด้วยความเชิดชูบูชา หัวหน้าของกลุ่มเด็กนามเล่อฟ่านถึงกับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวใบหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย รู้สึกคอแห้งผากแต่ถึงอย่างไรเมื่อขึ้นหลังเสือย่อมยากจะลงได้
“ผู้ใดเชื่อเ้ากัน” เล่อฟ่านทำใจสู้แต่น้ำเสียงสั่นกลัว
“ข้าไม่จำเป็ให้พวกเ้าเชื่อสักนิดข้านั้นเป็ผู้มีพร์สูงส่งที่ยากหาได้ในรอบสามร้อยปีต่อจากท่านบรรพบุรุษเฮงัเีแค่ระดับกำเนิดพลังจะยากเท่าไหร่กัน”เด็กชายสรรหาคำในนิยายจีนที่เคยอ่านมาข่มอย่างไม่ยอมแพ้
“เอาเถอะ...เดี๋ยวชื่อเสียงของตระกูลเฮงจะมัวหมองหากทำร้ายผู้อ่อนแอกว่าเพื่อไม่ให้เกิดครหาพวกเรามาประลองสังหารสัตว์อสูรดูเป็ไร เอาเป็....”เด็กชายรีบตีเหล็กตอนร้อนกล่าวไม่ให้ทั้งหมดใคร่ครวญ “อสูรหลังเต่าเป็ไรนับเป็อสูรที่พวกเ้าพอจะจัดการได้เป็อสูรระดับสามขั้นสูงที่มีพลังป้องกันแข็งแกร่งพวกเ้าตอนนี้น่าจะอยู่ระดับเริ่มกำเนิดขั้นห้ากันส่วนใหญ่แล้ว ข้าให้พวกเ้าทั้งหมดร่วมมือกันข้าเพียงผู้เดียว วัดกันว่าผู้ใดจะสังหารอสูรหลังเต่าได้มากกว่ากัน”เด็กชายพยายามแสดงถึงความแข็งแกร่งในอากาศ(เล่นละคร,ตบตา หลอกลวง)จนถึงตอนนี้เหล่าเด็กหัวโจกทั้งสิบต่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกได้แต่พยักหน้ารับอย่างจนใจ
“ได้... ในเมื่อเ้าอยากพ่ายแพ้นักถือว่าตกลง” เล่อฟ่านกล่าวตกลงทันทีเกรงว่าเด็กชายหินจะเปลี่ยนใจลงมือตอนนี้หากระดับพลังเป็เช่นที่กล่าวจริงพวกมันเกรงว่าต้องเจ็บตัวฟรีอย่างแน่แท้
“เดี๋ยวก่อน”เสียงเด็กชายหินดังขึ้นจนเล่อฟ่านและพวกพ้องต้องหลั่งเหงื่อเย็นหันกลับถามด้วยเสียงตระกุกตะกักว่า้าส่งใด
“ในเมื่อพนัน ก็ต้องมีของแลกเปลี่ยน” เด็กชายหินหินยิ้มเย็น“ผู้ชนะจะได้สัตว์อสูรทั้งหมดผู้แพ้จะต้องส่งความเคารพต่อผู้ชนะคนละหนึ่งร้อยก้อนผลึก์ขั้นต่ำทุกเดือนเป็เวลาหนึ่งปี”
“หนึ่งร้อยก้อน...มันไม่มากเกินไปหรือ” ลู่ฟ่านส่งเสียงอย่างอ่อนแรงถึงตอนนี้ไม่ทันได้ประลองแต่ดูเหมือนใจพ่ายแพ้ไปก่อนแล้ว
“เช่นนั้นลงมือกันตอนนี้เป็ไร” เด็กชายหินเสียงดังขึ้นใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างน่ากลัว
“ได้ๆ ตามนั้น” ลู่ฟ่านไม่มีกระจิตกระใจอยู่ต่อรีบร้อนพาเด็กทั้งหมดจากไป ในใจด่าทอตนเองที่แกว่งเท้าหาเสี้ยน ได้แต่หาหนทางเอาชนะให้ได้
“เดี๋ยวก่อน...” เสียงเด็กชายทำให้เด็กทั้งหมดเสียงสันหลังวาบชงักเท้าลง “เริ่มประลองพรุ่งนี้เช้าหกโมงตรง สิ้นสุดหกโมงเช้าของอีกวัน ป่าดำกับป่าสามยอด มีอสูรหลังเต่าจำนวนมาก แต่อาจมีอสูรระดับสี่อสูรมือทองหลงมาบ้างระวังให้ดีอย่าตายกันเสียก่อนละฮ่า ฮ่า ฮ่า..”
“...” ลู่ฟ่านได้แต่ก้มหน้าก้มตารีบจากไปให้เร็วที่สุดไม่แม้จะหันกลับมามอง เกรงว่าจะได้ยินให้หยุดอีกครั้ง
เด็กชายหินยิ้มเย็นเต็มใบหน้า รอจนเหล่าหัวโจกเ่าั้จากไปรอบยิ้มนั้นก็ยังค้างอยู่ เด็กชายอ้วนลู่เฉียวรีบเข้ามาหาพี่ร่วมสาบานด้วยใจพองโตไม่คิดเลยว่าตนเองจะตัดสินใจได้ถูกต้องจนแทบอยากตระโกนดังๆว่า สุดยอด...
“พี่ใหญ่... ท่านเป็ยอดคนจริงๆพวกงี่เหง้านั้นถึงกับวิ่งออกไปแทบจะบิน ฮ่าฮ่าฮ่า”
“พี่ใหญ่วันนี้ท่านทำให้ข้านับถือจนหมดใจ”เด็กหญิงหงส์เยี่ยดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ
“พี่ใหญ่...”เด็กชายผอมลู่ชางเดินเข้ามาหวังจับมือพี่ใหญ่ด้วยเคารพแต่เพียงโดนเท่านั้นเด็กชายหินล้มทั้งยืนลงไปสร้างความแตกตื่นทุกคนจนหน้าเปลี่ยนสี
เด็กทั้งสามรีบหามร่างพี่ใหญ่ของตนเข้าไปที่พักด้านหลังห้องศิลาดำอย่างทุลักทุเลจวบจนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงเด็กชายหินลืมตาขึ้นฝืนยิ้มให้กับพี่น้องรวมสาบานทั้งสามกล่าวว่า
“ฝึกฝนในห้องดุเดือดไปหน่อย พลังลมปราณยังไม่มั่นคง พี่ใหญ่ขอเวลาพักผ่อนสักคืนก็ดีขึ้น”เด็กชายหินใบหน้ายังซีดขาวอยู่บ้าง “ออ...ของที่ให้หาได้ครับหรือเปล่า”
“ครบครับพี่ใหญ่” เด็กชายอ้วนส่งแหวนมิติออกมา ภายในเป็สมุนไพร หยกผลึก และสิ่งของจำนวนมหาศาล
“ดี... นี่ผลึก์ขั้นต่ำหนึ่งพันก้อนพวกเ้าเอาไปแบ่งกัน”เด็กชายหินรับแหวนมิติมาส่งแหวนมิติของตนเองที่ได้จากเ้าสำนักที่หนึ่งกลับไปอย่างใจกว้าง“ผลึก์เหล่านี้พวกเ้านำไปฝึกปรือเถอะ”
เด็กทั้งสามใบหน้าถึงกับเหวอ ไม่คิดว่าพี่ใหญ่จะใจดีเช่นนี้ผลึก์มากขนาดนี้สามารถข้ามขั้นย่อยได้เลยที่เดียวต่างขอบคุณจนน้ำตาคลอค่อยๆทยอยกันปลีกตัวจากไป ปล่อยให้พี่ใหญ่พักผ่อน
“แย่แล้ว...” หลังจากเด็กทั้งสามออกไปเด็กชายรีบปิดล็อกห้องะโโลดเต้นอยู่ผู้เดียว หยิบเอาของหลายอย่างออกมาจากแหวนมิติทั้งสมุนไพร ผลึก หยกไฟ ต่างๆ ทั้งหมดเป็ส่วนประสมของตัวยาใช้มอบประสาท ทำให้ชาทำให้หลับ ที่มีผลกับสัตว์อสูรระดับสามขั้นสูงซึ่งมีอยู่ในหัวแต่ก็ยังไม่เคยทำมาก่อนสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าจะให้ผู้ใดช่วยก็ไม่ได้ ตอนนี้ได้แต่หวังสร้างปาฏิหาริย์แล้ว
- เฮ้อการโกหกมีแต่จะเจ็บตัว มีแต่พลังฝีมือแท้จริงที่จะพอให้เย่อหยิ่งได้-
.................................