บทที่ 1
ประเทศอวิ้นจูถือเป็ประเทศขนาดเล็กทางตอนบนของภูมิภาคเหนือที่ถูกปกครองโดยราชวงศ์โจววันนี้ภายในเมืองหลวงนั้นดูวุ่นวายกว่าปกติตามถนนสายหลักของเมืองถูกประดับไปด้วยโคมแดงและป้ายตัวอักษรแสดงความยินดีผู้คนเดินกันไปมาขวักไขว่เพื่อเตรียมงานมงคลที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้
พิธีหมั้นหมายขององค์ชายสี่โจวหยางและคุณหนูอวี้ไป๋เหมยนั้นเป็เื่ใหญ่ของประเทศอวิ้นจูทำให้ผู้คนมากมายเดินทางมายังเมืองหลวงเพื่อแสดงความยินดีอวี้ไป๋เหมยคือบุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่อวี้ถงผู้ถืออำนาจทางการทหารทั้งหมดของเมืองหลวง
ในขณะที่ตามถนนและตระกูลอวี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายนั้นภายในจวนหลังหนึ่งที่เงียบสงัดองค์ชายสี่ผู้เป็บุคคลสำคัญเวลานี้ดูไม่ได้สนใจพิธีหมั้นหมายเลยแม้แต่น้อยองค์ชายสี่ผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลาคิ้วเข้มท่วงท่ากริยาล้วนอ่อนน้อมงดงามอย่างสมบูรณ์แบบจุดด้อยเพียงอย่างเดียวก็คือผิวที่ซีดกว่าปกติและร่างกายที่ดูผอมบางเท่านั้น
ภายในห้องที่มีเพียงแสงไฟสลัวนั้นนอกจากองค์ชายสี่แล้วยังมีชายวัยกลางคนอีกหนึ่งคนที่ยืนมองดูการกระทำขององค์ชายสี่อย่างเงียบๆชายคนนี้นามว่าเตาเหวินเทียนเป็องครักษ์คู่ใจขององค์ชายสี่ที่ติดตามดูแลเขามาั้แ่ยังเยาว์
ใบหน้าขององค์ชายสี่ดูเฉยชาขณะที่กำลังเขียนจดหมายฉบับหนึ่งอย่างไม่รีบร้อนเวลาผ่านไปชั่วกาน้ำชาเดือดสุดท้ายเขาก็วางพู่กันลงแล้วปิดตลับหมึกจดหมายแผ่นนั้นถูกพับเก็บอย่างดีก่อนจะส่งให้กับเตาหวินเทียน
“หลังจากนี้สามวันค่อยส่งให้กับท่านแม่ของข้า”
เตาเหวินเทียนรับคำพร้อมกับเก็บจดหมายเอาไว้ในอกเสื้อเวลายังค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆองค์ชายสี่เหลือบมองไปยังชุดสีแดงที่วางอยู่บนเตียงครู่หนึ่งก็ถอนหายใจออกมาระหว่างที่รอคอยอะไรบางอย่างอยู่นั้นสมองของเขาก็พลันนึกย้อนกลับไปยังอดีตที่ผ่าน
สิบปีก่อนเขาคือองค์ชายสี่ตัวน้อยผู้เป็อัจฉริยะของราชวงศ์โจวและยังมีสถานะเป็ถึงองค์รัชทายาทอีกด้วยอย่างไรก็ตามในตอนที่อายุหกขวบนั้นตัวเขาก็เริ่มป่วยเป็โรคที่ไม่รู้จักไม่ว่าฮ่องเต้บิดาของเขาจะเชิญหมอมากฝีมือมาจากทุกสารทิศก็ยังไม่อาจรักษาได้
ร่างกายของเขาอ่อนแอลงเรื่อยๆจนกระทั่งเขาอายุสิบขวบเื่บางอย่างก็ได้เกิดขึ้นเขาได้รับความทรงจำที่ถูกปิดผนึกเอาไว้เมื่อชาติก่อนกลับมาและรู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเขานั้นเป็ใครเขาเริ่มทำการตรวจสอบร่างกายตัวเองอีกครั้งและพบว่าแท้จริงแล้วในตอนอายุหกขวบเขาได้ถูกใครบางคนวางยาพิษ!
พิษชนิดนี้เรียกว่าเป็พิษที่แม้แต่ตัวเขาเองที่มีความรู้ด้านสมุนไพรก็ยังไม่รู้จักอย่างไรก็ตามหลังจากใช้เวลาศึกษาอยู่หลายเดือนในที่สุดเขาก็รู้ว่ามันคือปรสิตกลืนใจซึ่งเป็พิษที่ร้ายแรงและหายากเป็อย่างมาก!เขาได้แต่หัวเราะกับตัวเองอย่างขมขื่นเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจหรือเป็เื่บังเอิญถึงได้ใช้พิษที่ล้ำค่าเช่นนี้กับเด็กตัวเล็กๆอย่างเขา?
ด้วยความทรงจำที่ได้รับมาทำให้เขาเริ่มคิดวิธีถอนพิษและในขณะเดียวกันก็เริ่มฝึกฝนพลังยุทธ์ไปด้วยห้าปีที่ผ่านมานี้เต็มไปด้วยความยากลำบากระหว่างที่แอบรวบรวมวัตถุดิบเพื่อทำยาถอนพิษอย่างลับๆนั้นทางเดียวที่เขาจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้ก็คือฝึกฝนพลังยุทธ์อย่างหนักเพื่อใช้ในการกดพิษปรสิตกลืนใจเอาไว้
ปรสิตกลืนใจคือพิษร้ายที่ไร้กลิ่นไร้สีเป็สุดยอดอาวุธสังหารที่แทบจะสมบูรณ์แบบเมื่อได้รับพิษเข้าไปแล้วพิษจะรวมตัวกันกลายเป็ไข่ของปรสิตฝังอยู่ที่หัวใจแล้วคอยดูดกลืนพลังชีวิตเมื่อใดก็ตามที่ปรสิตฟักออกมาจากไข่มันจะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดกัดกินหัวใจทั้งดวงจนทำให้ผู้ถูกพิษตกตายไปอย่างรวดเร็ว!
ตลอดสี่ปีที่ผ่านมานั้นนอกจากเื่ของพลังยุทธ์และยาถอนพิษแล้วเขายังแอบเตรียมการบางอย่างโดยที่ไม่มีใครรู้อีกด้วยการที่เขาถูกพิษนั้นทำให้เขารู้ดีว่าสถานการณ์ของตัวเองไม่ได้ดีนักแผนการทุกอย่างจึงถูกจัดเตรียมขึ้นมาอย่างเงียบๆด้วยฝีมือของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
จนกระทั่งวันนี้...อีกฝ่ายก็ไม่อาจอดทนรอไหวอีกต่อไป!ไข่ของปรสิตกลืนใจที่ควรจะออกฤทธิ์ไปหลายปีแล้วกลับถูกเขากดเอาไว้ด้วยพลังยุทธ์ทำให้เขามีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้!
“ผ่านมาเก้าปีในที่สุดความอดทนของพวกเขาก็หมดลง...”
องค์ชายสี่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเื่เหล่านี้ไม่มีความสำคัญแม้แต่น้อยเตาเหวินเทียนถอนหายใจออกมามองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเคารพ
หลายปีที่ผ่านมานี้เตาเหวินเทียนอยู่ข้างกายองค์ชายสี่มาโดยตลอดและเป็เพียงคนเดียวที่รับรู้ว่าสี่ปีที่ผ่านมานี้ชายหนุ่มตรงหน้าได้ทำสิ่งใดลงไปบ้าง!เขาไม่อาจจินตนาการได้เลยแม้แต่น้อยว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็ฝีมือของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง...ไม่สิ!ทุกอย่างเริ่มต้นทั้งแต่ตอนที่เขาอายุเพียงสิบเอ็ดปีเท่านั้น!
ไม่เพียงสืบหาจนรู้ความจริงแล้วเตรียมการเื่ต่างๆเพื่อรับมือเท่านั้นเื่โสมมมากมายในราชสำนักก็ถูกเขาขุดคุ้ยขึ้นมาร้อยเรียงจนกลายเป็ความจริงที่น่าหวาดหวั่น!
วิ้ว...
เสียงผิวปากเบาๆลอยมากับสายลมปลุกทั้งสองคนให้ตื่นขึ้นจากภวังค์องค์ชายสี่สบตากับองครักษ์คู่ใจพลางพยักหน้าให้กันแสงตะเกียงเพียงดวงเดียวในห้องถูกดับลงร่างทั้งสองเคลื่อนผ่านเส้นทางที่เตรียมไว้ออกจากจวนไปอย่างช้าๆโดยไม่มีผู้ใดรู้
ร่างทั้งสองเป็ดั่งเงายามรัตติกาลเคลื่อนผ่านไปยังเส้นทางไร้ผู้คนจนสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ซอยเปลี่ยวเล็กๆแห่งหนึ่งที่ด้านหน้าของซอยเล็กๆนี้มีรถม้าคันหนึ่งกำลังจอดอยู่ทั้งสองเดินไปยังรถม้าอย่างช้าๆจนพบกับชายร่างอ้วนกำลังยืนค้อมหัวรออยู่
“ลำบากท่านแล้วผู้จัดการเสิน”
องค์ชายสี่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบาชายร่างอ้วนผู้นี้คือผู้จัดการเสินเป็หนึ่งในคนที่องค์ชายสี่ชุบเลี้ยงขึ้นมาในหลายปีนี้ผู้จัดการเสินยังคงไม่เงยหน้าขึ้นมาแต่คำกล่าวของเขานั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
“ผู้น้อยมีทุกวันนี้ได้เพราะองค์ชายทรงเมตตาั้แ่วันนั้นเป็ต้นมาชีวิตของผู้น้อยก็ถือว่าเป็ขององค์ชายแล้ว!”
องค์ชายสี่ยิ้มออกมาตบไปยังบ่าของผู้จัดการเสินก่อนจะเดินขึ้นรถม้าไปเตาเหวินเทียนพูดคุยกับผู้จัดการเสินถึงแผนการอีกครั้งเพื่อยืนยันเมื่อทุกอย่างเตรียมการเรียบร้อยหมดแล้วรถม้าก็เริ่มเคลื่อนตัวออกไปโดยมีเป้าหมายคือประตูทิศเหนือของเมืองหลวง
เนื่องจากผู้คนเกือบทั้งเมืองล้วนวุ่นวายอยู่กับการเตรียมงานอยู่ในตามถนนเส้นหลักทำให้วันนี้บริเวณอื่นของเมืองหลวงเงียบสงบไร้ผู้คน
ขณะเดียวกันที่จวนขององค์ชายสี่ก็มีกลุ่มคนชุดดำลอบเข้าไปอย่างลับๆภายในจวนขององค์ชายสี่นั้นมีคนรับใช้อยู่ไม่มากยิ่งวันนี้องค์ชายสี่มีคำสั่งให้ข้ารับใช้ทั้งหมดไปจัดเตรียมงานจึงทำให้ภายในจวนเหลือคนอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นกลุ่มคนชุดดำลอบเข้าไปภายในจวนจนถึงห้องนอนขององค์ชายสี่อย่างเงียบเชียบ
อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าไปด้านในแล้วกลับไร้วี่แววผู้คนมีเพียงห้องนอนที่ว่างเปล่าและชุดพิธีสีแดงว่าอยู่บนเตียงเท่านั้นชายชุดดำทั้งสี่หันมามองหน้ากันก่อนจะรีบทำการค้นหาภายในจวนด้วยความช่วยเหลือของหนึ่งในคนรับใช้ทำให้การตรวจสอบเป็ไปอย่างรวดเร็วและได้ข้อสรุปว่าคนได้หลบหนีไปแล้ว!
การมาและการจากไปของกลุ่มคนชุดดำเงียบเชียบไม่มีใครรู้ผ่านไปราวๆครึ่งชั่วยามในโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งที่พลุกพล่านโดยไม่มีผู้ใดสังเกตกำลังมีชายสองคุยพูดคุยกันอย่างแ่เบา
“ให้กลุ่มโจรสมิงดำของข้าทำตามที่เ้าพูดมิใช่เป็การหาเื่ใส่ตัวหรอกรึ!?”
ชายวัยกลางคนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครากล่าวออกมาด้วยไม่พอใจอย่างไรก็ตามชายหนุ่มอีกคนที่แต่งกายเหมือนบัณฑิตนั้นกลับไม่ได้สนใจท่าทีของเขาแต่กล่าวออกมาอย่างราบเรียบ
“ตอนนี้คนของเราได้ปลอมตัวเป็กลุ่มโจรสมิงดำไปดักรอที่ประตูเมืองทั้งสี่เอาไว้แล้วข้าเพียง้าให้พวกเ้าเป็คนลงมือส่วนเื่อื่นๆนั้นเ้าไม่จำเป็ต้องกังวลให้กังวลใจเื่นั้นนายท่านจะจัดการให้เ้าเอง”
หัวหน้ากลุ่มโจรสมิงดำเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะเคาะโต๊ะแล้วมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้า
“สาม! ข้า้าสามเท่าจากข้อตกลงเดิม!”
ชายหนุ่มไม่ได้มองไปยังชายตรงหน้าเลยแม้แต่น้อยเขาค่อยๆยกกาน้ำชาขึ้นมารินใส่ถ้วยพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างเฉยชา
“หากเ้าทำสำเร็จข้าจะให้เ้าห้าเท่าจากข้อตกลงเดิม!”
ชายมีเคราผู้เป็หัวหน้ากลุ่มโจรสูดหายใจเข้าลึกพร้อมกับเผยรอยยิ้มอันน่าเกลียดออกมาอย่างพอใจคนพวกนี้ช่างกระเป๋าหนักจริงๆ
อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะได้ยกยอสิ่งใดก็มีเสี่ยวเอ้อคนหนึ่งเดินผ่านมายังโต๊ะของพวกเขาแล้วแอบสอดกระดาษไว้ใต้จานอาหารชายหนุ่มที่แต่งกายเหมือนบันฑิตหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านข้อความโดยไม่เร่งรีบแล้วมองไปยังชายมีเคราตรงหน้า
“ประตูทิศเหนือ...เตาเหวินเทียนนั้นพลังยุทธ์ลึกล้ำคนของข้าคงต้านเอาไว้ได้ไม่นานนัก”
หัวหน้ากลุ่มโจรเข้าใจความหมายในทันทีเตรียมจะลุกขึ้นเดินออกจากโรงเตี้ยมไปทว่าขณะที่เขากำลังลุกขึ้นยืนนั้นชายหนุ่มตรงหน้าก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“นายท่านหวังว่าเ้าจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง”
หัวหน้ากลุ่มโจรชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับคำพูดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอันเหลือล้น
“กฎเหล็กของโจรสมิงดำคือไม่รับงานที่ไม่มั่นใจว่าจะทำสำเร็จ...ในเมื่อข้ารับงานนี้แล้วดังนั้นมันจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน!”