ตอนที่ 4
“คุณชายเ้าคะ ท่านทำเช่นนี้ มันเข้าข่ายโกงหรือไม่ ท่านเห็นอยู่ว่าข้าจ่ายเงินแล้ว สินค้านี้ก็ต้องเป็ของข้า หาใช่ของท่านไม่”เลี่ยงหลิ่งขมวดคิ้วอย่างไม่ยอม ในขณะที่ฉิงอันสะกิดให้ปล่อยกรวยในมือให้องค์ชายรองไป
“พี่ฉิงอันอย่ามาสะกิดข้า ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าไม่ยุติธรรม”
“ว่าอย่างไรล่ะแม่ค้า ท่านพอจะตัดสินใจได้หรือไม่ว่ากรวยนี้ควรเป็ของผู้ใด”องค์ชายรองเอ่ยถาม แม่ค้ามองสลับไปมา ด้วยความโลภจึงฉวยเอาถุงเงินขององค์ชายรองมาไว้และดึงของในมือเลี่ยงหลิ่งไปยื่นให้ผู้ติดตามขององค์ชายรองแทน
“หากให้ข้าตัดสินใจ แน่นอนว่าข้าคือผู้กำหนดราคา หากใครให้มากกว่าสินค้าควรจะเป็ของผู้นั้น ถือเป็การประมูลอย่างหนึ่ง เพราะท่านและคุณหนูทั้งสองต่างเอื้อมมือมาจับพร้อมกัน”การตัดสินของแม่ค้าทำเอาเลี่ยงหลิ่งถึงกับไม่อยากจะเชื่อหู อะไรกันก็เห็นอยู่เต็มตาว่านางจับโดนสินค้าก่อน ของก็ต้องเป็ของนางสิ ถึงจะถูก
“คุณชายไม่ยุติธรรมเลยนะเ้าคะ”
“ผู้ใดว่าข้าไม่ยุติธรรม การตัดสินกับเหตุผลที่แม่ค้ากล่าวเมื่อครู่ แม่นางยังไม่เข้าใจตรงไหนอีกอย่างนั้นหรือ?”องค์ชายรองยกยิ้มอีกครั้ง นึกชอบใจสตรีผู้นี้ขึ้นมา เพราะด้วยความที่เป็องค์ชายจึงไม่มีใครกล้าขัด กล้าถกเถียงเขา โดยเฉพาะสตรียิ่งไม่กล้าทำ
“อีกทั้งการแต่งตัวของแม่นาง ข้าก็มองออกว่าแม่นางคงไม่ใช่คุณหนูที่มาจากตระกูลธรรมดา ๆ เหมือนที่แม่นางกล่าวกับข้าเมื่อครู่ คงจะมีเงินมากพอจะสั่งช่างไม้ทำกรวยแบบนี้มากเท่าไร ก็ย่อมได้เช่นกัน”เลี่ยงหลิ่งอ้าปากค้างมองด้วยอารมณ์ขุ่น ไม่นึกว่าจะโดนย้อนกลับแบบนี้ นับแต่นี้ไป นางจะจำคุณชายผู้นี้ไว้ให้แม่นยำ เจอที่ไหนหนีห่างทันที!
“ช่างประไร! หากคุณชายอยากได้สินค้าชิ้นนี้มากนัก ก็เอาไปเลย ข้าไม่้าแล้ว กลับพี่ฉิงอัน!”
“คุณหนู! รอข้าด้วยเ้าค่ะ!”
“เดี๋ยวก่อนเ้า”ก่อนที่ฉิงอันจะเดินตามคุณหนูของนางไป องค์ชายรองก็เรียกไว้เสียก่อน “คุณชายมีสิ่งใดหรือเ้าคะ”
“ข้าอยากรู้ว่าคุณหนูของเ้ามีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร เป็ลูกเต้าเหล่าใคร”พอได้ฟังคำถามฉิงอันก็ลังเลใจที่จะบอก เพราะดูจากสีหน้าและท่าทางของเลี่ยงหลิ่งแล้ว ดูท่าทางจะไม่ชอบหน้าคุณชายผู้นี้เท่าไหร่นัก
“เ้าตอบคุณชายของข้าไปสิ หากเป็ตระกูลเล็ก ตระกูลน้อย อาจจะเดือดร้อนได้ หากเ้าได้รู้ว่าคุณชายของข้าเป็ใครล่ะก็ คุณหนูของเ้าเดือดร้อนแน่”ผู้ติดตามเอ่ยกระซิบให้ฉิงอันยอมบอกออกมาด้วยการขู่ไป
“คะ..คือ คุณหนูเมื่อครู่เป็ครูหนูรองจากตระกูลเหลียน เหลียน เลี่ยงหลิ่งเ้าค่ะ แต่คุณชายท่านอย่าได้ถือสาคุณหนูของข้าเลยนะเ้าคะ ผู้คนทั้งเมืองต่างก็รู้ว่าคุณหนูหัวรั้น อีกทั้งเพิ่งจะเข้าวัยแต่งงานได้ปีเดียว”
“คุณหนูไร้เดียงสา ข้าขอความเมตตาจากคุณชายด้วยเ้าค่ะ”ฉิงอันกำลังจะนั่งลงคุกเข่า เพราะเกรงกลัวอำนาจของคนตรงหน้า แต่องค์ชายรองก็ยกมือห้าม ผู้ติดตามที่กระซิบนางเมื่อครู่จึงฉุดแขนนางไว้ไม่ให้คุกเข่า
อีกนัยหนึ่งก็เพราะว่าเขาไม่อยากให้ตนเป็จุดสนใจมากนัก หากความแตกจะเป็เื่เอา หวังฮองเฮาผู้เป็มารดาคงจะเรียกไปบ่นหูชาเป็แน่
“ข้าแค่อยากรู้จักคุณหนูของเ้าว่านางเป็ใคร ถึงไม่กลัวบุรุษ กล้าต่อปากต่อคำกับบุรุษ ข้ายิ่งไม่เคยเห็น”
“เ้าเอาสินค้าชิ้นนี้ไปให้นาง เอาเงินของนางกลับไปด้วย ถือว่าข้าซื้อให้”องค์ชายรองพยักเพยิดหน้าให้ผู้ติดตามของเขาส่งกรวยคืนแก่ฉิงอันพร้อมกับเงินและส่งปิ่นปักผมที่ถูกห่อไว้ในผ้าแพรอย่างดีให้ไปด้วย
“สิ่งนี้ข้าเกรงว่าคุณหนูคงไม่รับไว้ คุณชายเอากลับคืนไปเถิดเ้าค่ะ”
“คุณชายบอกให้เ้าเอากลับไปก็เอากลับไป นี่เป็คำขอโทษและไมตรีจากคุณชายของเรา เ้ารีบตามคุณหนูของเ้าไปเถิด”
ฉิงอันไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงเก็บปิ่นปักผมไว้และรีบวิ่งตามเลี่ยงหลิ่งออกไป
“เหตุใดองค์ชายรองจึงเลือกที่จะให้ปิ่นปักผมแก่คุณหนูตระกูลเหลียน”
“ข้าจะไปรู้รึ เ้าก็ถามองค์ชายรองเองสิ ถามข้า ข้าจะเอาคำตอบจากผู้ใดมาให้เ้ากัน”ระหว่างที่กำลังเดินทางกลับ สองผู้ติดตามก็พูดคุยกันและเดินตามหลังองค์ชายรองด้วยความสงสัย
ปิ่นปักผมเป็ตัวแทนขององค์ชายรองที่พระองค์ตั้งใจมอบให้สตรีที่พระองค์รู้สึกสนใจเป็พิเศษ และเลี่ยงหลิ่งก็เป็สตรีคนแรกและคนเดียวที่ได้ปิ่นปักผมนี้ไป
เพราะปิ่นปักผมนี้มีอันเดียว และจะไม่ทำเพิ่มอีก
“พวกเ้าจะพูดลับหลังข้าไปจนถึงวังหลวงเลยหรือไม่ ข้าจะได้ปล่อยพวกเ้าไว้กลางทาง”องค์ชายรองเหลือบมองด้านหลัง เอ่ยเสียงเรียบจึงทำให้สองผู้ติดตามคุกเข่าลงแทบไม่ทัน
“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะองค์ชายรอง พวกหม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจแค่เพียงสงสัย คุณหนูผู้นั้นถึงจะเป็คุณหนูจากตระกูลเหลียน แต่ก็มีกิริยาที่ก้าวร้าวนัก พวกหม่อมฉันจึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดพระองค์จึงยกปิ่นปักผมหยกให้คุณหนูตระกุลเหลียนไป”ผู้ติดตามพูดอธิบายเสียงสั่น กลัวจะโดนลงโทษ เพราะถึงแม้ว่าจะเป็เพียงองค์ชายรองแต่ในวังก็ย่อมมีการแข่งขัน
องค์รัชทายาทจะถูกปลดเมื่อไรก็ย่อมได้ และผู้ที่จะได้รับตำแหน่งต่อก็ต้องเป็ผู้ที่เฉียนฮ่องเต้ไว้ใจให้ทำงาน อย่างองค์ชายรองเป็แน่แท้
เท่ากับว่าองค์ชายรองมีอำนาจห่างจากองค์รัชทายาทเพียงนิดเดียวเท่านั้น
“ข้าไม่รู้”
“ข้ารู้แค่ว่า..นางน่าสนใจดี”
“เท่านั้น”
พอกลับมาถึงจวนก็รีบวิ่งเข้าห้องอย่างเช่นเคย ไม่เข้ามาทำความเคารพ เสนาบดีกรมและฮูหยินใหญ่ที่นั่งอยู่ แต่ครั้งนี้คงจะปลง ๆ ลงบ้างแล้วกับความดื้อของลูกสาว และเพราะนางกลับจวนตามเวลาที่กำหนด ฮูหยินใหญ่จึงปล่อยผ่านไป
ครั้นจะลงหวายก็คงไม่เข็ดหลาบอยู่ดี ทำไปก็คงไม่มีประโยชน์อันใด
“ครั้งนี้เ้าไม่บ่นว่านางแล้วหรือฮูหยิน”แม้แต่เสนาบดีกรมเองที่เห็นว่าภรรยานั่งเงียบไม่สนใจลูกสาวคนเล็ก ก็เอ่ยถามขึ้นมา
“ข้าจะสนใจนางไปใยกัน บ่นด่า ลงหวายให้หลาบจำก็ไม่เคยจะจำ ยังดีที่นางกลับมาตรงเวลา ไม่อย่างนั้นท่านไม่ต้องห่วงหรอกว่าลูกสาวท่านจะได้นอนอย่างสบายใจ”
“เ้านี่จริง ๆ เลย จงเกลียดจงชังอะไรลูกนักหนา เอาคำพูดของผู้อื่นมาใส่ใจ ละเลยเลี่ยงหลิ่งอยู่ได้”เสนาบดีกรมรู้สึกขุ่นหูนัก แต่ก็ทำได้แค่บ่น คิดในใจว่าไม่น่าถามขึ้นมาให้ขุ่นใจตนเลยเสียจริง
“ไป๋เซ่อ เป็ไงที่นอนใหม่ของเ้า ข้าทำไว้ให้แล้ว เ้าจะได้ไม่ต้องนอนในกองฟางแข็ง ๆ อีก”
“ชอบไหมเ้าไป๋เซ่อ”เลี่ยงหลิ่งนั่งลงเล่นกับกระต่ายน้อยและเทนมถั่วไว้ให้ นางลูบตัวมันอย่างเอ็นดู ไป๋เซ่อก็ะโเข้ามาหานางราวกับว่ากำลังขอบคุณที่ช่วยชีวิตมันไว้ “ไหนข้าดูสิ แผลเ้าหายดีหรือยัง”
พอนึกขึ้นได้ว่าต้องเปลี่ยนผ้าทำแผลให้ไป๋เซ่อ เลี่ยงหลิ่งก็ค่อย ๆ แกะผ้าที่พันรอบขาเ้ากระต่ายน้อยออก
“แผลใกล้แห้งแล้ว แต่เ้ายังต้องใส่ยาอยู่ ทนอีกนิดเดี๋ยวเ้าก็หายดีแล้ว”
ใช้ผ้าสะอาดชิ้นเล็กที่ตัดไว้เปลี่ยนใส่ยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์สมานแผล
แต่ฤทธิ์ไม่แรงมาก เพราะต้องใช้กับสัตว์ นางเคยอ่านเจอในตำราของหมอไป่ หมอประจำตระกูล นางชอบไปเล่นอยู่ที่โรงยาของหมอไป่อยู่บ่อย ๆ จึงรู้ว่ายาปริมาณของคนไม่สามารถให้สัตว์เล็กได้ ถ้าหากประมาทให้ไป อาจทำให้สัตว์ไม่สามารถทนฤทธิ์ยาได้จนตายเองไปในที่สุด
เพราะเหตุนี้ จึงทำให้นางต้องระมัดระวังเื่ปริมาณยาที่ผสมเข้าไป เวลาที่บดยาให้เ้าไป๋เซ่อ โดยมีฉิงอันเป็คนคอยช่วยเหลือ
“เสร็จแล้ว ทีนี้เ้าก็นอนได้แล้ว แล้วอย่าะโแบบนี้อีกล่ะ จนกว่าแผลจะหาย เ้าห้ามะโเด็ดขาด”พอผูกปมผ้ารอบสุดท้ายเสร็จ ก็ทำเป็กำชับกับสัตว์ที่ฟังไม่รู้ความ หากผู้ใดได้ยินก็ว่านางวิปลาสทั้งนั้น
“คุณหนูเ้าคะ”ฉิงอันนำเอานมวัวร้อนมาให้เลี่ยงหลิ่งเหมือนอย่างทุกวัน
ถึงจะเห็นว่าสดใสร่าเริงแบบนี้ แต่เลี่ยงหลิ่งก็มีปัญหาเื่การนอนไม่หลับ ทำให้บ่อยครั้งมักจะลอบออกไปข้างนอก ไปนั่งเล่นที่ศาลาบ้าง ไปนั่งห้อยขาชมจันทร์อยู่ตรงระเบียงบ้าง บางครั้งก็ออกไปห้องครัว ไปดูว่ามีขนมอะไรบ้าง จะได้แอบเอามารับประทานในห้อง หรือบางครั้งนางก็อ่านตำราจนถึงเช้าก็มี
“ขอบใจ”นางรับแก้วใส่นมวัวมาเป่าให้คลายร้อนก่อนจะดื่มเข้าไปจนหมดแก้วตามประสาของนาง “พี่ฉิงอันมีอะไรหรือ?”พอเห็นว่าพี่เลี้ยงไม่ได้กลับออกไป ก็หันมาถามด้วยความแปลกใจ ฉิงอันนำเอากรวยไม้ออกมาพร้อมกับผ้าแพรห่อปิ่นปักผมยื่นให้แก่คุณหนูของตน
“คุณชายท่านนั้น ฝากให้ข้านำกรวยไม้และสิ่งนี้มาให้คุณหนู คุณชายฝากบอกแก่คุณหนูว่า มอบให้เป็การขออภัยที่ล่วงเกินและิ่เกียรติคุณหนูไปเ้าค่ะ”เลี่ยงหลิ่งฟังและรับมาเปิดดูอย่างแปลกใจ
“มันปิ่นปักผมหยก? คุณชายผู้นั้นไม่ใช่คุณชายธรรมดา ๆ อย่างที่ข้าคิดไว้จริง ๆ ด้วย”นางมองการแกะสลักของปิ่นปักผมหยก หยกแท้ไม่มีปลอมอย่างแน่นอน
หัวปิ่นเป็ลายหงษ์ งานปราณีตไม่มีตำหนิเลยแม้แต่น้อย
มีอักษรเขียนไว้ว่า ‘ซื่อ’
“ซื่อ? เลขสี่? ความหมายคืออะไร?”
“เขาได้บอกอะไรพี่ฉิงอันอีกหรือไม่”
“ไม่เ้าค่ะ บอกมาแค่ให้เป็ของไถ่โทษ”
“ช่างเถอะ พรุ่งนี้ ยามซื่อ ข้าจะไปหาพี่เย่วซินที่จวนตระกูลหยาง พี่ฉิงอันเองก็ไปนอนได้แล้ว”
“่นี้หยุดออกไปข้างนอกก่อนดีไหมเ้าคะคุณหนู เห็นว่าฮูหยินใหญ่ไม่ว่าอะไร ไม่ได้หมายความว่าจะไม่โดนเอ็ดนะเ้าคะ”
“ไม่เป็ไรหรอก ถึงทำดีแค่ไหน ท่านแม่ก็ว่าข้าอยู่ดีนั่นแหละ ทำอะไรที่อยากทำดีกว่า ไป ๆ ไปนอนได้แล้ว ข้าเองก็เริ่มง่วงแล้วเหมือนกัน”
เลี่ยงหลิ่งบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ ะโขึ้นเตียง จนฉิงอันอดใไม่ได้ถึงจะเห็นภาพนี้อยู่เป็ประจำอยู่แล้วก็ตาม
“ปิ่นหยกลายหงษ์ สามัญชนไม่มีทางจะมีปิ่นลายนี้ได้แน่”เยว่ซินพลิกปิ่นปักผมไปมา ดูยังไงก็ไม่ใช่ของธรรมดา ๆ แน่ ๆ
“คุณชายผู้นั้น การแต่งตัวก็ดูไม่ธรรมดา อาภรณ์หรูหรา ถุงเงินของเขาก็ดูมีเงินมากโขอยู่ เขาบอกข้าว่า ในถุงเงินนั้นมีเงินมากกว่าที่ข้าจ่ายไปหลายเท่า เท่ากับว่ากรวยไม้ที่เขาให้ข้ามามีค่ามากกว่ากรวยไม้ธรรมดา”
“ดูท่าจะรวยมากอย่างนั้นสิ ไม่แน่อาจจะเป็คุณชายจากแคว้นอื่นเข้ามาท่องเที่ยวที่แคว้นของเรา”
“ข้าไม่รู้ ข้าแค่สงสัยว่าเขาเป็ผู้ใดเท่านั้น แต่ถ้าไม่มีทางที่จะรู้ได้พี่เยว่ซินก็ ลืม ๆ เื่นี้ไปเถอะ”
“เ้ามาทำให้ข้าสงสัยแล้วจะปล่อยไปง่าย ๆ เช่นนี้รึ? เ้าเด็กตัวแสบ”
เยว่ซินเอานิ้วจิ้มที่หน้าผากของเลี่ยงหลิ่งอย่างเอ็นดู
“อืม..ข้านึกออกแล้วว่าใครจะช่วยเราได้ ข้าคิดว่าเขาน่าจะรู้นะ ว่าฐานะ หรือศักดิ์ของคุณชายปริศนาที่เ้าอยากรู้เป็ผู้ใด”เยว่ซินมองปิ่นหยกครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกออก นางถึงคนผู้หนึ่ง ที่นางมั่นใจว่าเขาจะช่วยได้ จึงพาเลี่ยงหลิ่งไปหาคนผู้นั้นทันที
“ท่านย่า”คุณหนูตระกูลหยางเอ่ยเรียกฮูหยินใหญ่หยางที่กำลังนั่งปั่นด้ายอยู่ในห้องทอผ้า ฮูหยินใหญ่หยางหันหน้ามามอง ใบหน้าที่ดูใจดีคลี่ยิ้มให้หลานสาวและเลี่ยงหลิ่งที่โค้งคำนับให้นางก่อนจะให้ทั้งสองเข้าไปหา “ไม่นึกว่าวันนี้เลี่ยงหลิ่งจะมาที่นี่ พักหลัง ๆ ข้าไม่ค่อยเห็นเ้ามาหาเย่วซิน จึงนึกว่าคงถูกเหลียนฮูหยินลงโทษอีกแล้วกระมัง”
“เวลานี้ท่านแม่ต้องตระเตรียมงานแต่งงาน และอบรมพี่ซูหนี่ว์ก่อนที่จะเข้าพิธีแต่งงาน ข้าเลยจำเป็ต้องอยู่ช่วยพี่ซูหนี่ว์ก่อน จึงไม่ค่อยได้มาหาพี่เยว่ซินเ้าค่ะ”
“อืม ๆ ข้าเองก็ได้ข่าวว่าซูหนี่ว์กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับคุณชายคนโตที่เกิดกับฮูหยินใหญ่ของตระกูลหวง คุณชายหวงฉลาด นิสัยดี ไม่เที่ยวเตร่ เถลไถล เหมาะสมกับซูหนี่ว์พี่ของเ้า”
“ข้าก็หวังว่าจะเป็เช่นนั้นเ้าค่ะ”
“แล้วพวกเ้าเข้ามาหาย่ามีธุระอันใดกันล่ะ ย่าว่าเด็กดื้อซนอย่างพวกเ้าคงไม่ได้คิดจะมาให้ย่าสอนทอผ้าหรอกนะ”
“ท่านย่ารู้ใจข้าเสมอ คือว่า..เลี่ยงหลิ่งมีเื่ให้ท่านย่าช่วยเล็กน้อยเ้าค่ะ”เยว่ซินบอกความประสงค์แก่ท่านย่าของนาง ก่อนจะสะกิดเลี่ยงหลิ่งให้พูดถึงสาเหตุหลักที่ทำให้เลี่ยงหลิ่งต้องมาหาคุณหนูตระกูลหยางและฮูหยินใหญ่หยางถึงที่นี่
“ข้าได้ปิ่นปักผมหยกมาจากคุณชายปริศนา..ข้ามีเื่กับเขาเมื่อคืนนี้ แต่ไม่ทันได้ถามชื่อเพราะอารมณ์ไม่ดีแล้ว เขาจึงฝากปิ่นปักผมหยกนี้มากับพี่เลี้ยงของข้า เพื่อเป็การขออภัย”
“ข้าอยากรู้ศักดิ์ของบุรุษผู้นั้นว่าเขาเป็ผู้ใด แค่..รู้สึกสงสัยและอยากคืนปิ่นปักผมหยกนี้ให้แก่บุรุษผู้นั้นเ้าค่ะ”เลี่ยงหลิ่งยื่นปิ่นปักผมหยกให้แก่ฮูหยินใหญ่
หยางพิจารณาดู
ยายเฒ่ารับมาดูใกล้ ๆ ก็เกิดอาการใจนเอามือขึ้นทาบอก
“ท่านย่า ท่านเป็อะไรหรือเ้าคะ!”เยว่ซินเห็นแบบนั้นก็ใรีบลุกไปประคองไม่ให้ย่าของนางเป็ลมล้มง่าย และบอกให้สาวใช้เอายาดมมาให้ แต่โดนยายเฒ่ายกมือห้ามเสียก่อน
“นี่เป็ปิ่นปักผมหยกขององค์ชายรองเป็แน่ ข้าจำได้แม่น ไม่ผิดแน่”