ณ. กรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศไทย ในคืนวันที่ฝนตกพรำๆ ตอนนี้คนส่วนมากคงจะนอนหลับสบายภายใต้ผ้าห่มผืนหนา หรือบางคนที่มีคู่ครองก็คงจะนอนกอดกันกลมเพราะบรรยากาศที่เป็นใจ
แต่!! ณ.ตอนนี้ที่ถนนแถวๆพระราม2 กลับมีผู้หญิงร่างบางเดินร้องไห่อยู่ข้างถนน มือเธอกำจี้หัวใจที่พึ่งดึงออกจากคอไว้แน่น เธอพร่ำภวานาขอบคุณฝนที่ตกลงมาตอนนี้ เพื่อที่มันจะได้บดบังน้ำตาที่ไหลลงมาจากดวงตาคู่สวย เพื่อที่ใครต่อใครจะได้ไม่รู้ว่าเธอกำลังร้องไห่และอ่อนแอ
"ปริ้นๆ"
"ตาแกไม่เป็นไรนะขึ้นรถก่อนแก"อิงๆเพื่อนสนิทที่มีดีกรีเป็นนางแบบตัวท๊อปของประเทศไทยดึงแขนเพื่อนที่กำลังเศร้าให้ขึ้นรถแล้วขับออกมาจากจุดนั้นอย่างรวดเร็ว
"ตาแกไหวมั้ย"
"ไหวแกฉันไหว ขอบใจแกมากนะอิง"
"อื้ม..เพื่อนกัน"ต่างคนต่างเงียบ อิงๆเงียบเพื่อให้ความเงียบคอยเยียวยาจิตใจของเพื่อนให้ดีขึ้น แต่ก็คอยจับมืออีกข้างของเพื่อนไว้เพื่อให้เพื่อนรู้ฉันห่วงและยังอยู่ตรงนี้อยู่ข้างๆแกไม่ไปไหน
ส่วนสิตาที่เงียบเพราะต้องการคิดทบทวนกับเรื่องที่เกิดขึ้น และเงียบเพื่อดึงสติตัวเองกลับคืนมา
ซุปเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลีขับด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าไปทางลาดพร้าว จุดมุ่งหมายคือคอนโด 30ชั้นสุดหรูใจกลางเมืองที่เพื่อนสาวเธออาศัยอยู่
ผ่านไปได้สักพักก็เห็นตึกสูงตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า นางแบบสาวไม่รอช้าหักพวงมาลัยเข้าไปในตัวอาคารทันทีอย่างชำนาญทาง และสาเหตุที่ทำให้เธอมีแรงจูงใจมาที่นี่จนชำนาญทางรู้ทุกมุมของตึกขนาดนี้ คือ อนิรุตพ่อพระเองดังขัวญใจประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ตึกนี้นั้นเอง
"ตาๆ ยั้ยตาถึงแล้ว"
"อื้ม..."สิตาสดุ้งตื่นจากความเหม่อลอย และลงจากรถไปโดยไร้ชีวิตชีวา ดีหน่อยที่มีสติประคับประคองตัวเองให้มาถึงห้องอย่างปลอดภัย
"กระเป๋า..คือ?...อย่าบอกนะว่าอิงจะมานอนที่นี่"
"ถูกต้องแกคิดถูกตา"
"ฉันอยู่คนเดียวได้อย่าลำบากแกเลย"
"อย่าคิดมากฉันไม่ได้ลำบากอะไรเลย ตอนนี้เพื่อนฉันกำลังเศร้าฉันไม่บ่อยให้เพื่อนอยู่คนเดียวหรอก"
"ขอบใจแกมากนะอิง"ร่างบางเดินเข้าไปกอดเพื่อนที่นั่งโซฟาตัวยาวตรงข้าม แล้วร้องไห่สะอึกสะอื้นจนเพื่อนอย่างอิงๆต้องกอดตอบและลูบหลังปลอบเพื่อน
สิตาร้องไห่สักพักก็หยุด เหมือนจุดอิ่มตัวที่กินอิ่มแล้วก็หยุดกิน การร้องไห่ครั้งนี้ของเธอเหมือนการได้ระบาย ได้สติ และทำให้เธอคิดได้ว่าควรปล่อยวางกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อที่เธอจะได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสวยงาม
"ตาแกไปอาบน้ำก่อนปะ เดี๋ยวไม่สบาย"อิงๆเห็นเพื่อนสาวสงบลง ก็แนะนำให้ไปอาบน้ำในความเป็นห่วงเพื่อนที่ทั้งเนื้อทั้งตัวเปียกฝนตั้งแต่ศรีษะยันฝ่าเท้า
"แกจะบอกฉันได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น"หลังจากสิตาอาบน้ำเสร็จก็ถูกอิงๆเพื่อนสาวลากไปเค้นถามเรื่องราวที่เตียง
"วันนี้ฉันบอกนนท์ว่าจะกลับลำปาง ไปเยี่ยมหม่อมย่า แต่ฉันไม่ได้ไปเพราะหม่อมย่าติดไปปฏิบัติธรรมที่จังหวัดเลย ฉันเลยกะว่าจะเข้าไปทำอะไรกินที่ห้องของนนท์และไหนๆก็จะเข้าไปแล้วเลยไม่โทรบอกดีกว่า"
"แต่แกเจอเซอร์ไพสร์จากแฟนแก"
"ใช่ฉันเห็นนนท์กับผู้หญิงคนนั้นมีอะไรกันที่โซฟาในห้องรับแขก"
"ไอ้ชั่ว!! แล้วมันเห็นแกมั้ย"
"ไม่เห็นฉันออกมาก่อน"
"ดีแล้วแหละที่แกเห็นจะได้ตาสว่างเลิกกับมันก่อนดีกว่าไปเห็นทาสแท้ของมันอีกทีหลังจากแต่งงานไปแล้ว"
ร่างบางก้มหน้าลงอย่างเศร้าสลดทันทีที่อิงๆพูดเรื่องแต่งงาน เพราะนนท์พึ่งขอสิตาแต่งงานไปเมื่อวันก่อนนั้นเอง
"อย่าเศร้าพรุ่งนี้ฉันจะพาแกไปต่างจังหวัดไปเที่ยวกัน เผื่อแกจะลืมผู้ชายเลวๆอย่างไอ้นนท์ได้"
"แล้วแกไม่ทำงานหรอ"
"ไม่ฉันว่าง 3-4วันนู้นแหละ"
"อื้มขอบใจนะ"
ตกลงกันได้ก็พากันแยกย้ายล้มตัวลงนอน
ในความมืดมิดที่ปกคลุมลงมาหลังจากปิดไฟ ร่างบางที่เศร้าซึมกับลืมตาขึ้นเพราะนอนไม่หลับในใจก็ได้แต่น้อยเนื้อต่ำใจในวาสหนาของตัวเอง ที่ชีวิตนี้อาภัพนัก ตั้งแต่เกิดมาก็มีแค่หม่อมย่าที่รักและดูแลมาตั้งแต่เด็ก เนื่องด้วยท่านพ่อและหม่อมแม่นั้นประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ พอมีแฟนหรือคนรักที่คิดว่าคนนี้แหละใช่ แต่กลับต้องผิดหวังและมีเหตุให้เลิกราทุกที