ตอนที่ 7
ข้าขอเวลาหนึ่งปี
“ในเมื่อเ้ามอบของสำคัญเช่นนี้ให้ข้า”หลินรั่วซีหลับตานึกถึงสิ่งของที่ตนพกพามาด้วย ว่ามีสิ่งใดที่จะมอบคืนเป็การแลกเปลี่ยนสุดท้ายตัดสินใจแบบกำปั้นทุบดิน “ในฐานะที่เ้าเรียกข้าเป็พี่หญิง แถมยังมอบสร้อยคอล้ำค่าเส้นนี้ให้อีก”เอ่ยถึงตอนนี้ทั้งสองพลางจ้องมองซึ่งกันและกัน หยางอี้ยิ้มแย้ม หลินรั่วซียิ้มแย้ม“ข้าก็จะมอบโอสถให้เ้าเป็การตอบแทนก็แล้วกัน” หลินรั่วซีหยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีหยกด้านในอัดแน่นไปด้วยโอสถกำเนิดปราณขั้นต้นชั้นดีสิบกว่าเม็ด ซึ่งนางพกติดตัวมาหวังใช้แลกเปลี่ยนเป็สิ่งของออกมามอบให้แก่หยางอี้ “รับไปเสีย แล้วจงเร่งฝึกปรือหากพบกันครั้งหน้าพี่หญิงจะสอนวิชาต่อยตีให้แก่เ้าเอง”หลินรั่วซีมาจากตระกูลหลินที่กอปรกิจการสำนักคุ้มภัยในเมืองใหญ่ ฐานะร่ำรวยกว่าตระกูลหยางนับร้อยเท่า โอสถกำเนิดปราณชั้นต้นสิบกว่าเม็ดจึงไม่นับว่ามีมูลค่ามากมายนัก“แต่โอสถสิบกว่าเม็ดดูเหมือนจะน้อยไปหน่อย”
“หาสิบกว่าเม็ดน้อยไปหน่อย” หยางอี้รีบเปิดจุกที่อุดขวดโอสถออก กลิ่นหอมสดชื่นภายในฟุ้งกระจายสดชื่นเพียงดมดูก็ร็ว่าคุณภาพของเม็ดยาในขวดโอสถใบนี้ ดียิ่งกว่าของที่ถูกหยางอวี่สวนขโมยไปเสียอีก
“ใช่แล้วน้อยไปหน่อยเ้ามอบสร้อยคอเส้นสำคัญติดตัวแก่ข้า แต่ตัวข้าอยู่ระหว่างเดินทางไกลไม่มีของสำคัญติดตัวมาด้วยนี่สิ”หลินรั่วซีครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ “นึกออกแล้ว” เด็กสาวเอ่ยพลางล้วงไปที่ช่องเหน็บข้างเอวล้วงปิ่นสั้น ๆ ของเด็กหญิงอันหนึ่งออกมา “ปิ่นไม้นี้ ท่านแม่มอบให้ข้าแต่เพราะข้าไม่ชอบแต่งตัว ถ้าเช่นนั้นก็เหมาะกันกับสร้อยนี่”หลินรั่วซียิ้มแย้มมอบสิ่งของให้หยางอี้
“ขอบคุณพี่หญิงรั่วซี”
คุณหนู คุณหนู !!!
ในที่สุดการพบเจอกันของทั้งสองก็สิ้นสุดลงเมื่อมีเสียงเรียกจากผู้คนของตระกูลหลินดังแว่วมาแต่ไกล
“ข้าต้องไปแล้วจำเอาไว้ หมั่นฝึกฝนอย่าให้ใครมารังแกเ้าอีก แล้วก็กินข้าวเยอะ ๆ หน่อยเ้านะตัวเล็กเกินไปแล้วรู้ไหม” เด็กสองคนยิ้มส่งลาจาก หลินรั่วซีทะยานไวมุ่งไปตามเสียงเรียกส่วนหยางอี้ยืนนิ่ง ทำได้เพียงใช้สายตาอาวรณ์ มองส่งไล่หลังเด็กสาวจนหายลับตาจึงค่อยเดินทางกลับสู่ตระกูลหยาง
.
.
“ลูกอี้มานี่ซิ”กลับมาถึงหน้าเรือนที่พัก หยางเฉิงที่ยืนรอหยางอี้อยู่พักใหญ่ก็เอ่ยขึ้นทันทีที่พบหน้า
“ขอรับท่านพ่อ”หยางอี้ตอบคำ พลางมองดูบิดาของตนด้วยความสงสัย
“เฮ้อ วันนี้เ้าถูกรังแกมาสินะ” หยางเฉิงไม่เอ่ยเปล่ากลับเลิกเสื้อของหยางอี้ขึ้นจึงเห็นรอยแดงฟกช้ำเป็จ้ำหลายจุด
“ช่างมันเถอะขอรับท่านพ่อ”หลังแยกจากหลินรั่วซี หยางอี้ก็ลืมเลือนเื่ของหยางอวี่สวนไปจนแทบสิ้น“เป็ข้าที่อ่อนแอเอง”
“หยางอวี่ถงและลูกชายช่างบีบคั้นผู้คนยิ่งนัก”หยางเฉิงพึมพำเบา“เห็นทีคราก่อน หากข้าเลือกผิดคำสัญญากับท่านพ่อ ย้ายไปยังสกุลหลิว ตามความคิดของมารดาเ้าก็คงจะดีวันวานเพราะข้าลังเล แต่มาวันนี้คงไม่ต้องลังเลอีกแล้ว พวกเรารอให้มารดาของเ้ากลับมาจากตระกูลหลิวก่อนแล้วค่อยออกเดินทางไปยังตระกูลของท่านตาเ้าพร้อมกันไปเลย”
“ไม่ได้นะขอรับท่านพ่อ”หยางอี้จดจำนัดหมายกับหลินรั่วซีเอาไว้ หากเขาย้ายไปวันนี้ในอีกหนึ่งปีข้างหน้าคงไม่มีโอกาสพบเจอพี่หญิงหลินอีกแล้ว
“เ้ามีเื่อันใดอยากกระทำก่อนรึจึงยังย้ายไปไม่ได้”
“ข้า...ข้าขออยู่ที่นี่อีกหนึ่งปีขอรับแค่ปีเดียวเท่านั้นจริง ๆ ขอรับ” หยางอี้คิดในใจว่าพบกันครั้งหน้าตนเองจะได้บอกกล่าวกับพี่หญิงรั่วซีว่าตนเองได้ย้ายไปยังสถานที่แห่งใหม่เช่นนั้นก็ยังมีโอกาสได้พบเจอกันอีก
“หนึ่งปี”หยางเฉิงจ้องหน้าบุตรชายด้วยความสงสัยเพราะก่อนหน้าเป็หยางอี้เองที่อยากจะย้ายไปยังสกุลหลิวเพราะที่นั่นผู้คนล้วนเป็มิตรต่อหยางอี้ แต่มาวันนี้เหตุใดจึงต้องรออีกหนึ่งปี“แล้วเ้าไม่กลัวถูกรังแกเช่นวันนี้อีกรึ”
“นั่นก็เป็เหตุผลหนึ่งขอรับ”
“เหตุผลหนึ่ง”หยางเฉิงเลิกคิ้วขึ้น แสดงสีหน้าสงสัย
“ที่ข้าถูกรังแกเพราะฝึกฝนไม่เพียงพอหากข้าแข็งแกร่งกว่านี้ เ้าพวกนั้นก็คงไม่กล้ามาตอแย”
หยางเฉิงสูดหายใจลึกด้วยสับสนใจหนึ่งก็นึกชื่นชมความคิดของบุตรชาย อีกใจหนึ่งก็หวั่นเกรงว่าหากความหวังนั้นไม่ประสบผลจะย้อนกลับมาทำร้ายหยางอี้รุนแรงเป็ทบเท่า “เอาเถอะ ในเมื่อเ้าตัดสินใจแล้วหนึ่งปีก็หนึ่งปี แต่ระยะเวลาหนึ่งปีนี้ พ่อมีข้าแม้ต่อเ้าเื่หนึ่ง”
“ข้อแม้อันใดหรือขอรับ”หยางอี้ยิ้มกว้างรู้ว่าบิดายอมโอนอ่อนตามตนเองแล้ว
“หากหนึ่งปีการฝึกตนของเ้ายังมิก้าวหน้า เ้าต้องมาเรียนเื่บัญชีการค้ากับพ่อตกลงไหม”
“ขอรับท่านพ่อ”
หยางเฉิงมิได้เอ่ยเงื่อนไขให้หยุดฝึกฝนในทันทีแต่เลือกที่จะให้เรียนรู้เพิ่มเติม และหวังว่าจะใช้การโน้มน้าวในอนาคต หวังเบี่ยงเบนความสนใจของหยางอี้ให้หันมาเอาดีทางด้านทำการค้าแทน
หยางเฉิง !!!
แต่ยังไม่ทันที่สองพอลูกจะเดินกลับเข้าไปภายในเรือน เสียงะโเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้นเสียก่อน นักบู๊ของตระกูลหยางที่รับใช้หยางอวี่ถงนับสิบกรูกันเข้ามาพร้อมกับหยางอวี่ถง เมื่อมาถึงก็ตั้งแถวครึ่งวงกลม ล้อมรอบสองพ่อลูกเอาไว้ทันที
“ท่านพี่อวี่ถงมาหาถึงที่พักของข้าด้วยตนเองเช่นนี้มีเื่ราวอันใดกันรึ”
“เ้าก็ลองถามจากปากของลูกชายสารเลวของเ้าสิว่ามันรวมหัวกับคนนอกทำร้ายลูกชายของข้าจนาเ็สาหัส”
“ลูกของท่านลุงต่างหากที่พสพวกรุมทำร้ายข้า” หยางอี้เอ่ยส่วนทันควันด้วยความโกรธ
“เ้าเด็กปากดีไร้มารยาท”หยางอวี่ถงไม่เอ่ยเปล่าเคลื่อนฝ่ามือหมายตบปากของหยางอี้ แต่หยางเฉิงมีหรือจะยินยอม
หยางเฉิงเมื่อสองปีฝีมือเป็รองหยางอวี่ถงเล็กน้อยทันทีที่รับฝ่ามือจึงมิถอยร่น แต่กลับกระแทกกลับคืนเสมอกัน เมื่อหยางอวี่ถงถอยกลับหยางเฉิงจึงเอ่ยพร้อมถลกเสื้อของหยางอี้ที่ปรากฏรอยฟกช้ำขึ้นหลายแห่งให้อีกฝ่ายเห็น“ท่านพี่เื่ราวของเด็กทะเลาะกัน ก็ย่อมต้องมีฟกช้ำกันบ้าง” ด้วยหวังยุติความขัดแย้ง
“ลูกเ้ามันก็แค่เศษสวะไหนจะมาเทียบกับอาการของลูกข้าที่ปีหน้าจะเป็ของตัวแทนตระกูล เข้าทดสอบเพื่อเป็ศิษย์ของสำนักแม่น้ำใหญ่ได้”
“เ้าพูดใหม่สิ”หยางเฉิงปกติสงบเงียบ ใจเย็น แต่จู่ ๆ ก็กลับกลายเป็เคร่งเครียดถมึงทึง
“ทำไมก็ลูกเ้ามันเป็สะ...”
เปรี้ยง !!!
หมัดที่ใช้ออกด้วยลมปราณแรกธรรมชาติขั้นสองของหยางเฉิงทะลวงผ่านสองแขนที่ยกป้อง กระแทกเข้าใบหน้าของหยางอวี่ถงอย่างจัง จนเืกำเดาไหลนักบู๊ส่วนตัวของหยางอวี่ถงต่างยกอาวุธขึ้นพร้อมต่อยตี แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าลงมือเพราะรู้ถึงฝีมือของอยางเฉิงดี
“นี่เ้าทะลวงผ่านได้แล้ว”
หยางเฉิงยังคงเืลมระอุร้อน ไม่คิดสนทนา “พวกเ้าทั้งหมดไสหัวไปให้พ้นจากเรือนของข้า”หยางเฉิงใช้เพียงแรงกดดัน ก็เพียงพอให้นักบู๊ของตระกูลหยางชักเท้าถอยเมื่อเห็นวงล้อมคลายออก จึงหันหน้ากลับมามองหยางอวี่ถง “ส่วนเื่ของเรา เดี๋ยวข้าจะไปหาท่านผู้นำให้ช่วยตัดสินเอง”
ถุย...หยางอวี่ถง พ่นโลหิตออกจากปาก ในใจหวาดหวั่นเพราะไม่คิดมาก่อนว่าหยางเฉิงที่ทำงานหนักมาหลายปี กลับแบ่งเวลาไปฝึกฝนจนตอนนี้ฝีมือเลื่อนขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับตน แถมยังอาจจะเหนือล้ำไปไกลกว่าด้วยซ้ำ“ดี ถ้าเช่นนั้นก็ไปพบท่านพ่อด้วยกัน”
“ตกลง” หยางเฉิงจูงมือหยางอี้เดินฝ่านักบู๊ที่รับใช้หยางอวี่ถงไปโดยมิมีผู้ใดกล้าเอ่ยคำ
การไต่สวนของผู้นำ หยางตงฉวนดูเหมือนจะไม่เอนเอียง และคิดไกล่เกลี้ยสองฝั่งให้ปรองดองเพราะอย่างไรทั้งคู่ก็เป็อนาคตของตระกูลหยาง แต่แล้วโอสถกระเบื้องเคลือยสีหยกกระปุกนั้นเองที่ทำให้เื่ราวพังทลาย และเพาะบ่มความแค้นขึ้นในใจของ...ผ้าขาวที่ถูกสลักนามั้แ่เกิดว่าหยางอี้