สำหรับหลันเยวี่ยแล้วชีวิตแต่งงานที่ไม่เป็สุขในชาติก่อน นอกจากจะทิ้งความเ็ปไว้ในใจยังฝากฝีมือการทำอาหารที่ยอดเยี่ยมระดับเชฟโรงแรมติดตัวเธอมาอีกด้วย
ั้แ่จากพ่อแม่ที่แท้จริงหวนคืนสู่บ้านของพ่อแม่อุปถัมภ์อีกครั้งชีวิตที่เคยสดใสของหลันเยวี่ยก็สิ้นสุดลง
แม้พ่อแม่อุปถัมภ์จะดีกับเธอเหมือนเดิมแต่ก็มอบหมายงานบ้านให้เธอทำมากมาย
เจตนาของพ่อแม่อุปถัมภ์นั้นชัดเจนหากอยากอยู่ที่นี่ต่อก็อนุญาต แต่ต้องซักผ้า ทำอาหาร และปรนนิบัติพวกเรารวมถึงเฉินเชี่ยนเชี่ยน ลูกสาวแท้ๆ ของพวกเขาด้วย
เพื่อที่จะได้อยู่ในเมืองต่อหลันเยวี่ยจึงต้องยอมอดทน
การอยู่ในบ้านพ่อแม่อุปถัมภ์ที่ว่าแย่แล้วแต่สิ่งที่เลวร้ายกว่าคือหลังจากแต่งงาน
แม่สามีเป็คนเื่มากอาหารไม่ถูกปากหน่อยก็แสดงสีหน้าไม่พอใจแถมผู้ชายที่หลันเยวี่ยแต่งงานด้วยก็เป็คนที่เชื่อฟังแม่ทุกอย่าง
เพื่อเอาใจสามีและพิชิตใจแม่สามีหลันเยวี่ยจึงต้องตั้งใจศึกษาการทำอาหารอย่างสุดความสามารถ
ขณะที่หลันเยวี่ยขยับทำงานไปพลางคิดถึงเื่ราวในอดีตหูถิงถิงที่หมักปลาเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาใกล้
"พี่คะ หนูพอจะช่วยอะไรได้บ้างไหม?"
หลันเยวี่ยพลันได้สติกลับคืนมา"เดี๋ยวไปช่วยพี่ก่อไฟหน่อยนะ พี่จะทำน้ำแกงปลาให้แม่กินก่อน"
ขณะที่ถิงถิงกำลังจะไปก่อไฟที่บ้านก็มีคนมาเยือน
คนที่มาก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลสองแม่ลูกสะใภ้รองหูและหูหลิงหลิงนั่นเอง
พวกเธอไม่ได้มาเยี่ยมเยือนแต่มาหาเื่
ยังไม่ทันจะเข้าบ้านสะใภ้รองหูก็ร้องโวยวายด้วยเสียงดังลั่น "พี่ใหญ่พี่สะใภ้ ออกมาตัดสินหน่อยเร็ว ลูกสาวตัวดีที่เพิ่งรับกลับมาของพวกพี่เกือบจะฆ่าหลิงหลิงบ้านฉันตายแล้ว!"
หูฉางหมินและภรรยาที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียงก็รีบเดินออกมา
หูฉางหมินรีบห้ามภรรยาที่กำลังจะเดินออกไปด้วยกัน"ผมจัดการเองได้ คุณรีบไปให้นมลูกคนเล็กเถอะ"
จ้าวหงเหมยจึงไม่ได้ตามออกไปด้วย
ไม่นานนักหูฉางหมินก็มาถึงลานบ้านในเวลานี้สองแม่ลูกสะใภ้รองหูก็เข้ามาแล้วเช่นกัน
ขณะเดียวกันหลันเยวี่ยและถิงถิงที่อยู่ในครัวก็ออกมาแล้ว
หากไม่เห็นหลันเยวี่ยก็คงไม่เท่าไหร่แต่พอเห็นเธอ หูหลิงหลิงก็เริ่มโวยวาย "แม่คะยัยหมูตอนนี่ไม่ยอมให้ปลาหนู แถมยังกระชากคอเสื้อ เกือบจะรัดคอหนูให้ตาย"
สะใภ้รองหูจ้องมองหลันเยวี่ยอย่างเอาเื่แล้วหันไปมองหูฉางหมินที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า "พี่ใหญ่ พี่ก็ได้ยินที่หลิงหลิงพูดแล้วฉันก็ไม่อยากจะถือสาหาความกับเด็กหรอกนะแค่ให้ลูกสาวคนโตที่กลับมาจากในเมืองของพี่ขอโทษหลิงหลิงบ้านฉันเื่นี้ก็ถือว่าแล้วกันไป"
ขณะที่หูฉางหมินกำลังจะโต้ตอบก็มีเสียงของถิงถิงลูกสาวคนรองดังขึ้นข้างหู "พ่อคะหลิงหลิงมาขอปลาจากพวกหนู พวกหนูไม่ให้ ยัยนั่นก็ด่าพี่หนู หนูเลย…"
ถิงถิงยังไม่ทันพูดจบหลันเยวี่ยก็แทรกขึ้น"พ่อคะ หนูกับถิงถิงตกปลามาให้แม่กินบำรุงร่างกาย เพราะแบบนั้นพอหลิงหลิงมาขอ พวกหนูก็เลยไม่กล้าให้ นึกไม่ถึงว่าหลิงหลิงจะเอาเื่กลับไปฟ้องแถมยังใส่ร้ายว่าหนูกับน้องสาวรังแกเธอด้วย ถ้ารู้อย่างนี้หนูคงให้ปลาเธอไปแล้วอย่างมากแม่ก็แค่ได้กินน้ำแกงปลาน้อยลงหน่อย"
พูดไปพลางหลันเยวี่ยก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
"คุณลุง เื่มันไม่ได้เป็แบบนี้นะคะ ถิงถิงจะให้ปลาหนูอยู่แล้วแต่หูหลันเยวี่ยไม่ยอม แถมยังกระชากคอเสื้อจะฆ่าหนูด้วย!" หูหลิงหลิงะโเสียงดัง
สะใภ้รองหูรีบช่วยลูกสาวพูด"พี่คะ หลิงหลิงบ้านฉันไม่ใช่คนโกหกพี่ก็เห็นหลิงหลิงมาั้แ่เด็กแล้ว นิสัยของหลานเป็ยังไงพี่ไม่รู้หรือไง"
คำพูดของสะใภ้รองหูเหมือนจะบอกว่าหูหลันเยวี่ยเพิ่งกลับมา ใครจะไปรู้ว่านิสัยของเธอเป็อย่างไร
เธอยังเน้นย้ำกับหูฉางหมินว่าหลิงหลิงเป็คนที่พี่เลี้ยงดูมาั้แ่เด็ก
โดยปกติแล้วเมื่อคนที่คุณคุ้นเคยและคนแปลกหน้าทะเลาะกันการเข้าข้างคนที่คุ้นเคยด้วยมากกว่าคือปฏิกิริยาตอบสนองที่เป็ไปตามสัญชาตญาณ
อย่ามองว่าสะใภ้รองหูเป็แค่หญิงชาวนาธรรมดาๆที่เขียนชื่อตัวเองไม่ได้ เพราะเธอเจนจัดในการใช้ชีวิตเป็อย่างมาก
หลันเยวี่ยต้องขอยอมรับในความฉลาดของสะใภ้รองแต่เธอไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
หลันเยวี่ยจับมือถิงถิงเบาๆและส่งสัญญาณด้วยสายตา ถิงถิงก็เข้าใจในทันที
"พ่อคะ ที่พี่พูดเป็ความจริงค่ะ หูหลิงหลิงมาขอปลาจากพวกหนูพอพวกหนูไม่ให้ ยัยนั่นก็ด่าพี่ว่าเป็ยัยหมูตอนหนูเลยด่ายัยนั่นกับหูเจี้ยนผิงกลับไป แล้วพวกนั้นก็กลับบ้านไปค่ะ อย่างที่พี่บอกถ้ารู้ว่าหูหลิงหลิงจะกลับไปฟ้องแล้วใส่ร้ายพี่แบบนี้ พวกหนูคงให้ปลาไปแล้ว"
ขณะที่พูดถิงถิงมองด้วยสายตาที่จริงจังเป็พิเศษ และมีท่าทีที่จริงใจ
เดิมทีถิงถิงก็เป็เด็กที่ซื่อสัตย์อยู่แล้ว
หากเมื่อครู่หูฉางหมินคล้อยตามถ้อยคำชักจูงของสะใภ้รองหูเขาคงยังลังเลว่าจะเชื่อใครมากกว่ากันระหว่างหลิงหลิงที่คุ้นเคยและหลันเยวี่ยที่เป็คนแปลกหน้า
คำพูดที่ถิงถิงเพิ่งพูดออกมาทำให้หูฉางหมินตัดสินใจได้
หลันเยวี่ยไม่คาดคิดว่าถิงถิงจะมีไหวพริบขนาดนี้เธอรู้สึกยินดีที่พวกเธอเข้าขากันได้เป็อย่างดี และพูดต่อ
"หูหลิงหลิง ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ฉันอยู่เดือนต้องบำรุงร่างกาย เธอเข้ามาขอปลาฉันก็ให้ไปแล้ว เพราะว่าแม่ฉันกินไม่ดี นมเลยไม่พอเลี้ยงน้องสาวคนเล็กฉันกับถิงถิงก็เลยคิดว่าจะไปจับปลาในแม่น้ำมาต้มให้แม่กินบำรุงร่างกายไง"
ในเวลานี้จ้าวหงเหมยที่กล่อมลูกอยู่ในบ้านก็ออกมา
เธอขอบตาแดงก่ำมองสองแม่ลูกสะใภ้รองหูในลานบ้าน "น้องสะใภ้ถ้าบ้านเธออยากกินปลา ก็แค่มาขอดีๆ ก็ได้ทำไมต้องใส่ร้ายว่าเยวี่ยเยวี่ยทำร้ายคนอื่นด้วยล่ะ? ถึงเยวี่ยเยวี่ยจะเพิ่งกลับมาแต่ก็เป็แก้วตาดวงใจของฉันกับพ่อเขา พวกเธอจะรังแกฉันกับสามีก็ได้แต่จะมารังแกลูกสาวฉันแบบนี้ไม่ได้"
จ้าวหงเหมยที่เป็คนใจอ่อนต้องก้มหน้าให้สะใภ้คนอื่นๆ เพราะไม่มีลูกชายมาตลอดได้แสดงความแข็งกร้าวออกมาเป็ครั้งแรก
"คุณป้า หนูไม่ได้ใส่ร้ายหูหลันเยวี่ยนะคะเธอกระชากเสื้อหนูแล้วบีบคอหนูจริงๆ ถ้าไม่เชื่อคุณป้าถามพี่ชายหนูได้เลยค่ะ"หูหลิงหลิงรู้สึกว่าตัวเองถูกรังแก จึงแผดเสียงดังกว่าเดิม
หลันเยวี่ยส่งสายตาเ็าไปยังหูหลิงหลิงที่มีสีหน้าบูดเบี้ยวแล้วพูดอย่างไม่เร่งรีบ "หูหลิงหลิงเธอบอกว่าฉันบีบคอเธอ มีหลักฐานไหมล่ะ? เธอพูดว่าพี่ชายเป็พยานได้แต่ในเมื่อพี่ชายเธอเป็พี่แท้ๆ แน่นอนว่าต้องเข้าข้างเธออยู่แล้วไม่งั้นพวกเราไปให้เลขานุการหมู่บ้านตัดสินไหม ถ้าเลขานุการหมู่บ้านบอกว่าฉันผิดฉันจะขอโทษเดี๋ยวนั้นเลย"
พอได้ยินว่าจะไปหาเลขานุการหมู่บ้านหูหลิงหลิงก็หลบไปอยู่ข้างหลังแม่ของตนโดยไม่รู้ตัว
หูฉางหมินที่เงียบมานานก็พูดขึ้นอีกครั้ง"น้องสะใภ้ เื่ที่เกิดขึ้นระหว่างเด็กๆพวกเราที่เป็ผู้ใหญ่ไม่จำเป็ต้องถือสาเอาความให้มากนักหรอกหลิงหลิงบ้านเธอไม่เคยเรียกเยวี่ยเยวี่ยว่าพี่สาวเลยสักคำแถมยังตั้งชื่อเล่นล้อเยวี่ยเยวี่ยอีก เธอว่ามันสมควรแล้วเหรอ?"
หูฉางหมินเป็คนดีมาตลอดไม่ถือสาอะไรกับใคร เพราะแบบนี้บ้านรองทั้งสองบ้านเลยได้ใจ
ตอนนี้หูฉางหมินไม่เพียงแต่แสดงสีหน้าไม่พอใจเท่านั้นแต่ยังยกเื่ที่หูหลิงหลิงไม่เคารพหลันเยวี่ยที่เป็พี่สาวมาพูดอีกด้วยเหมือนเป็การตบหน้าสะใภ้รองหูอยู่กลายๆ
หูหลิงหลิงไม่เรียกชื่อของหลันเยวี่ยโดยตรงก็ด่าว่าเธอเป็ยัยหมูตอน ใครที่ไม่ได้หูหนวกก็ได้ยินกันถ้วนทั่ว
ไม่ว่าจะเป็ในชนบทหรือในเมืองการที่น้องสาวเรียกชื่อพี่สาวตัวเองโดยตรงก็ไม่เหมาะสมแล้วหากยังตั้งชื่อที่ดูถูกเหยียดหยามให้พี่สาวอีก ก็แสดงว่าไม่มีมารยาท
แม้ว่าสะใภ้รองหูจะเป็คนที่ไม่ฟังเหตุผลแต่การถูกพี่ใหญ่พูดตบหน้าอย่างจังแบบนี้ เธอก็รู้สึกอับอายเหมือนกัน
ก่อนที่สะใภ้รองหูจะได้ตอบอะไรหูฉางหมินก็พูดต่อ "เื่วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าลูกชายคนรองกับแม่ของเราจะไม่เอาเื่พวกเธอสองแม่ลูกถ้าเื่มันใหญ่โตไปมากกว่านี้ คนที่จะเสียหน้าก็คือคนในครอบครัวของเราเองแต่ถ้ามีครั้งหน้า ฉันจะไม่ใจดีแบบนี้แล้ว"
พูดจบหูฉางหมินก็เดินเข้าไปในห้องโถงด้วยสีหน้าบึ้งตึง จ้าวหงเหมยก็รีบเดินตามสามีไป
ส่วนหลันเยวี่ยก็จูงมือถิงถิงกลับเข้าไปในครัว
ในลานบ้านจึงเหลือเพียงสองแม่ลูกสะใภ้รองหูยืนงงอยู่ตรงนั้น