ในเวลาเดียวกันอนุรักษ์ที่กำลังตรวจเอกสารต่างๆ ในห้องทำงานเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นบนโต๊ะก็เรียกให้เขาละสายตาจากเอกสารที่อยู่ในมือ ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมารับสายแทน
“คุณรักษ์คะ คุณกฤษมาขอพบค่ะ” เลขานุการสาวเอ่ยบอกเสียงหวานตามสายมาอนุรักษ์ยิ้มย่องภายในใจ
“ครับให้เข้ามาได้เลยครับคุณเปรม”
เขาตอบรับอย่างสุภาพบอกให้แขกคนสำคัญเข้ามาได้เลยโดยที่เขาเองก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าเพื่อนรักจะต้องมาหาเขาไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้อย่างแน่นอนและเื่ที่ทำให้กฤษณะถ่อมาหาถึงที่นี่ได้ ก็มีอยู่เื่เดียว หึๆๆได้เวลาขายข่าวแล้วสินะ
ประตูถูกเปิดกว้างอนุรักษ์รีบช่อนรอยยิ้มเอาไว้ทันทีก่อนจะลุกขึ้นเดินไปนั่งที่โต๊ะรับแขกแล้วเอ่ยแซวตามประสาคนอารมณ์ดี
“ลมอะไรหอบแกมาถึงที่นี่ฮะไอ้กฤษไม่ยักจะรู้ว่าประธานบริษัทที่ขยันขันแข็งมีงานล้นมือ จะมีเวลาว่างมาหาเพื่อนได้”
ถามออกไปทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายมาหาเขาในวันนี้ด้วยจุดประสงค์อะไร
“ฉันอยากรู้เื่ต่างๆ ที่เกี่ยวกับสถาปนิกสาวของแก”กฤษณะบอก
“อ้าวแล้วทำไมแกไม่ลองให้คนสนิทสืบหาดูล่ะ” ใบหน้าหล่อตี๋ฉีกยิ้ม
“อย่ามาลีลามากนักไอ้รักษ์ฉัน้ารู้ตอนนี้และก็เดี๋ยวนี้ด้วย”คนขายข่าวที่คิดจะเอาข่าวมาขาย เมื่อเห็นใบหน้านิ่งๆ พร้อมกับสายตาที่มองมาอย่างคาดคั้นทำให้ต้องหุบยิ้มอย่างฉับพลัน
‘โหโหดแท้ ไอ้หล่อน้อยกว่า’ (ได้แต่อุทานเบาๆ ภายในใจ)
ให้มันได้อย่างนี้สิวะไอ้เพื่อนคนนี้ไม่มีใครกล้าปฏิเสธดวงตาคมกริบคู่นี้ได้จริงๆ เพิ่งจะรู้ก็วันนี้แหละว่าทำไมคู่แข่งทางธุรกิจถึงได้เกรงกลัวมันนัก แต่ฉันเป็เพื่อนแกนะโว้ย!!อย่าเอาสายตาแบบนี้มาใช้กับฉันได้ไหมวะ เดี๋ยวหล่อก็ขี้หดตดหายกันพอดี
“เออๆ บอกก็ได้ แล้วเื่ต่างๆ ที่แกอยากรู้มีอะไรบ้างล่ะ”
กฤษณะที่ได้ยินดังนั้นก็กระตุกยิ้มอย่างผู้มีชัยพลอยทำให้อีกคนมองกลับอย่างนึกหมั่นไส้ หือ!!ทีเมื่อกี้ยังทำหน้าเข้มข่มขู่เขาอยู่เลย อย่าให้ถึงทีหล่อบ้างแล้วกัน
“ก็ทุกเื่ที่แกรู้เกี่ยวกับเธอฉันแค่อยากจะรู้อะไรบางอย่างให้แน่ชัดมากขึ้น” กฤษณะบอก
“อื้อ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ ถึงคุณอริสจะเป็พนักงานในบริษัทฉันก็ใช่ว่าฉันจะรู้อะไรมากนักหรอกนะที่รู้ก็แค่คุณอริสเธอเพิ่งจะเรียนจบมาจากฝรั่งเศส ไม่มีพี่น้อง ยังโสด อ่อโสดของฉันหมายถึงยังไม่มีเ้าของหัวใจ ทุกวันเธอจะขับรถมาทำงาน เป็คนเก่งเรียบร้อย น่ารัก อ่อนหวาน แต่ไม่หัวอ่อนเหมือนผู้หญิงของแกหรอกนะเว้ยยัง้ารู้อะไรเพิ่มอีกไหมคร้าบท่าน ส่วนสูง น้ำหนักสัดส่วนหรือว่าอยากจะได้เบอร์รองเท้าด้วยเลยไหม!!”
เห็นใบหน้ากวนๆ และรอยยิ้มเล็กๆที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายแล้วก็อดที่จะประชดเสียงสูงไม่ได้
“อื้ม!!ถ้าได้ก็ดีเหมือนกันหึหึหึ” กฤษณะตอบกวนๆ กลับไปพร้อมกับหัวเราะในลำคอ
“ชิ หนอย!!...พอได้ในสิ่งที่้าหัวเราะออกเชียวนะ อ่อ!! ว่าแต่สาวที่คุณป้าหามาให้ เธอชื่ออะไรแล้วสวยไหมวะ”ลากเสียงยาวอย่างนึกหมั่นไส้ก่อนจะถามในสิ่งที่ตนอยากจะรู้บ้างแต่คำตอบที่ได้ช่างห้วนและน่ากลัวสิ้นดี
“ไม่รู้เว้ย!!อยากจะรู้ไปทำไมกันรึว่าแกสนใจ”
ได้ยินอนุรักษ์ถามถึงว่าที่เ้าสาวที่มารดาหาให้ก็ทำให้อารมณ์ดีก่อนหน้านี้จางหายไปทันที ใบหน้าคมเข้มกลับมาเป็บึ้งตึงและไม่สบอารมณ์เมื่อคิดว่าอนุรักษ์อาจจะสนใจเ้าหล่อน แค่คิดก็รู้สึกไม่ชอบใจแล้ว ว่าแต่ทำไมกันล่ะ ในเมื่อเขาเองก็ไม่ได้รักเธอ แถมหน้าตาก็ยังไม่เคยเห็นแล้วทำไมต้องหงุดหงิดเช่นนี้ด้วย
สลัดความคิดทิ้งก่อนจะคิดอย่างเข้าข้างตัวเองเพราะเธอยังอยู่ในสิทธิ์ของเขาดังนั้นตอนนี้คนอื่นยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่เพื่อนรักก็ตามที
“เออๆ ฉันไม่อยากรู้ก็ได้ถามแค่นี้ทำเป็หวง”
“ฉันไม่ได้หวงเว้ย!!ขอย้ำอีกทีว่าฉันไม่ได้หวง” สวนกลับอย่างทันควัน อนุรักษ์ได้แต่แอบยิ้มอย่างขบขัน
“ไม่หวงก็ไม่หวงสิวะ ทำไมต้องดุกันด้วย”
แน่ะ!!ปากบอกไม่อยากแต่งแต่กลับหวงซะงั้น ที่สำคัญยังปากแข็งอีกต่างหากแอบขำเล็กน้อยกับท่าทางของเพื่อนรักที่แสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเปลี่ยนเื่คุยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มจะทำหน้าไม่รับบุญ
“ว่าแต่เย็นนี้แกไปไหมวะ ร้านเดิมเวลาเดิม อ่อ!!และถ้าไปช้าก็ต้องเป็เ้ามือเลี้ยงอีกเหมือนเดิมนะเว้ย!!”
“อื้มก็ไม่เคยพลาดอยู่แล้วหนิ”
ครืดๆๆครืดๆๆ!! โทรศัพท์มือถือในกางเกงสแล็กส์สั่นเตือนเป็สัญญาณบอกให้กฤษณะรับรู้
“ฉันกลับก่อนแล้วกัน เย็นนี้ค่อยเจอกัน”กฤษณะบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มมาดเข้มอย่างผู้บริหารจากนั้นก็เดินออกไปทิ้งให้อีกฝ่ายนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองตามหลังเมื่อคิดว่าวันนี้คงจะได้กินฟรีดื่มฟรีไม่อั้นอีกนั่นเอง
.......................................................................................................................................................