เช้าแห่งรุ่งอรุณที่แสงทองส่องประกายต้อนรับงานเฉลิมฉลองทั่วทั้งเมืองหลวงคึกคักผิดหูผิดตาเพราะผู้คนพร้อมใจกันทำกิจกรรมต่างๆอย่างรื่นเริง เสียงเฮฮามีให้ได้ยินอยู่ไม่ขาด
ตามธรรมเนียมปฏิบัติในตอนเช้าทุกครัวเรือนจะทำความสะอาดที่พักอาศัยของตัวเองและตกแต่งให้สวยงามตามความชอบจากนั้นจึงร่วมกันทำอาหารทั้งคาวหวานที่บริเวณลานกลางแจ้ง ได้อิ่มหนำสำราญถ้วนหน้า
แม่นางซินตาจำใจเดินทางกลับอย่างไร้ข้อโต้แย้งโดยก่อนหน้านั้นมายามาดักรอพบด้วยอยากรู้ผลของแผนที่วางไว้แต่กลับได้รับเพียงสายตาหยามิ่ดั่งถูกคาดโทษร้ายแรง
ไม่สำเร็จหรือนี่
ส่งผลให้มายารู้สึกไม่สบายใจและกระวนกระวาย กลัวว่าหากสืบสาวราวเื่มาถึงตัวจะทำอย่างไรคนมีชนักติดหลังจึงส่อพิรุธออกมาโดยไม่รู้ตัวและไม่พ้นเป็ที่สังเกตได้ง่ายสำหรับคนที่คอยจับตามองอยู่
ลินดากับวารีดูเหมือนจะลำบากใจที่สุดสำหรับวันนี้เพราะใครต่อใครต่างพากันถามหาหญิงสาวจนอยากแทรกแผ่นดินหนีให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
“นางป่วย เป็ไข้ ตัวร้อน ปวดหลัง สรุปว่าไม่สบายมากน่ะ” สารพัดโรครุมเร้ากันเลยทีเดียว
“แปลก เมื่อวานยังเห็นดีๆ อยู่” สายรุ้งบ่นด้วยความงง
“แหม! คนเราก็มีโอกาสป่วยกันได้ทุกเวลาเลือกได้ที่ไหน” นทีพยายามหาเหตุผลเข้าช่วยแต่พอจะขอไปเยี่ยมเยียนกลับถูกสองสาวคู่เหมือนเดินหนีแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยคล้ายเป็โรคกลัวคนรู้จักไปโดยปริยาย ทั้งอันนา ราตรี นที และสายรุ้งต่างโพล่งเป็คำเดียวว่า
“ท่าจะเพี้ยน!”
สำหรับคนที่หนีหน้าใครไม่ได้จึงเหมือนถูกตอกย้ำให้ยิ่งรู้สึกปวดร้าวทุกครั้งที่มีคนพูดถึง ‘นาง’ หรือนี่คือบททดสอบความอดทนของผู้ยิ่งใหญ่ที่ต้องคอยฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการต้องอดทนต่อสิ่งเร้าที่คอยบั่นทอนความรู้สึก
เมื่อไหร่จะสิ้นสุดลงสักที
“ข้าว่าเื่มันชักไปกันใหญ่แล้ว ทำไปทำมาไอ้การพยายามใส่ร้ายนาตาลีของแม่นางซินตาที่เราพอจะรู้ๆกันอยู่ กลับทำให้บางเื่ที่สำคัญกว่าเปิดเผยขึ้น ภาพนั้นทำให้เนเรนโกรธมากนานแล้วนะที่ข้าไม่เคยเห็นท่านเป็แบบนี้”
“หนำซ้ำนางยังปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักเนเรนมาก่อนอีกใครจะเชื่อว่าเป็ความจริง”
“น่าหนักใจแทนเหลือเกิน คงทรมานใจมาก น่านับถือความแข็งแกร่งของเขาจริงๆ”นับรบคนสนิทยังคงถกกันไม่เลิกด้วยรู้สึกห่วงใยในตัวท่านไหนจะงานแผ่นดินที่หนักหนาเอาการอยู่แล้วไหนจะเื่ของตำนานเพชรเข้ามาซ้ำให้วุ่นวายแล้วยังจะเื่ของหัวใจที่เหมือนไม่มีวันมากันได้อีกเล่า
นับวันต้องฟ้าแห่งนี้จะมีแต่เื่ประหลาดให้ต้องเผชิญ..โชคชะตาช่างเลยตลกได้ไม่เว้นแต่ละวัน
ตลอดทั้งวันเหตุการณ์ผ่านไปด้วยดีไม่มีรายงานถึงสิ่งผิดปกติใดทำให้บรรดาท่านรู้สึกโล่งใจและผ่อนคลายแต่ก็มิอาจวางใจได้ยิ่งใกล้ถึง่พลบค่ำซึ่งเป็่เวลาที่ทุกคนรอคอย ยิ่งต้องระวัง
ฝ่ายชายต่างทยอยมองหาหญิงที่ตัวเองหมายปองเพื่อเชิญมาเป็คู่เต้นรำอันนายังคงนึกวนเวียนอยู่กับบางถ้อยคำ
“ความรักเป็เื่ของคนสองคนในเมื่อเรารู้ว่าคนที่รักเราก็คือคนๆ เดียวกับคนที่เรารักแล้วจะสร้างกำแพงมาปิดกั้นหัวใจตัวเองทำไม ก็่ชีวิตคนเราไม่ได้ยาวนานขนาดนั้นนี่นาเพราะฉะนั้น…”
ฉะนั้นควรแล้วหรือที่ตนต้องทิ้งโอกาสนั้นไป
ฟาลีไม่มีกะจิตกะใจร่วมสนุกสนานไปกับงานเลี้ยงสักนิดเพราะนึกห่วงเพื่อนรักผู้แบกรับเื่ราวไว้มากมายแม้ภายนอกท่านจะดูเป็ปกติ..หากภายในนั้นบอบช้ำแทบไม่เหลือชิ้นดี ต่อให้เข้มแข็งเพียงใดหัวใจก็เป็เพียงก้อนเนื้อก้อนหนึ่งอยู่วันยันค่ำ
“ไม่ไปขออันนาเต้นรำล่ะ”ท่านเนเรนหันมาถามให้ฟาลีออกจากภวังค์ความคิด “ข้าจะรู้สึกดีและสบายใจหากพวกเ้ามีความสุข” คนฟังเผยสีหน้าหม่นเมื่อนึกถึงเื่ของตัวเอง “แต่เื่ของข้าก็ไม่ได้แตกต่างจากเื่ของเ้าสักเท่าไหร่”พูดจบก็ถอนใจ “จนถึงตอนนี้ข้ายังไม่รู้เลยว่านางคิดยังไงกับข้าอาจเป็ข้าที่คิดไปเองฝ่ายเดียว”
“แต่ทุกครั้งนางไม่เคยปฏิเสธเ้า”
“แต่ก็ไม่เคยยอมรับ”
“ท่านฟาลี” เสียงหวานใสทำให้การสนทนาของสองชายหนุ่มหยุดลงอันนาเผยรอยยิ้มกระจ่างก่อนเอ่ยชื่อนั้นอีกครั้งคล้ายยืนยันคำพูดตัวเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังทำหน้าเหมือนไม่เชื่อหูอยู่นั่นมือเรียวบางยื่นแบออกตามธรรมเนียมให้คนมองได้ตื่นตะลึงคาดไม่ถึง
ท่านเนเรนกระแอม
“คราวนี้คงรู้แล้วนะ” และที่รู้ได้ดีที่สุดก็คือคนสองคนที่บัดนี้ต่างประสานมือเป็หนึ่งเดียวกลายเป็คู่เต้นรำที่หลายคนให้ความสนใจโดยเฉพาะเมื่อฝ่ายหญิงเป็ฝ่ายลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนทว่ากลับเรียกรอยยิ้มสุขสมได้จากใบหน้าสาวๆหลายคนคล้ายสะท้อนสิ่งที่ตัวเองคิดไว้อยู่ในใจเช่นกัน..แต่ไม่กล้าเปิดเผย
“เ้ารักข้า” อันนาทำตาโตขณะอยู่ในอ้อมแขนของชายคนรัก
“ใครบอกท่าน ข้ายังไม่ได้พูดสักคำ”
“แต่เ้าเลือกข้าแล้ว เท่ากับ…”
“เลือกท่านมาเต้นรำด้วยต่างหาก”แก้มนวลแดงปลั่งเมื่อแย้งกลับยิ่งทำให้ชายหนุ่มกระชับอ้อมแขนคล้ายจะแกล้งกันให้หัวใจเต้นแรง
“ตอนแรกข้าแปลกใจที่เ้าทำอย่างนั้นแต่ตอนนี้ข้าคิดว่าข้ารู้สึกดีใจ”
“ก่อนหน้านี้ข้าก็ไม่เคยคิด กระทั่งวันที่แม่นางนาตาลีบอกข้า” อันนาพูดระคนยิ้มอาย “นางบอกว่าความรักเป็เื่ของคนสองคน ในเมื่อเรารู้ว่าคนที่รักเราก็คือคนๆ เดียวกับคนที่เรารัก แล้วจะปิดกั้นหัวใจตัวเองทำไมเพราะ่ของชีวิตไม่ได้ยาวนานขนาดนั้น”
ฟาลีถึงกับหัวเราะในลำคอ..นี่เป็นางอีกแล้วหรือไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะทำเื่น่าประหลาดได้มากมายเพียงนี้
“นางไม่ใช่แขกพิเศษของข้าอย่างที่เ้าเข้าใจแต่เป็แขกของท่านเนเรนต่างหาก วันที่นางร่วมอยู่ในขบวนอันทรงเกียรติเป็เพราะว่านางมากับท่าน”คำเฉลยทำคนฟังหูตาสว่าง
“แย่จริง! ข้านี่คิดอะไรไม่เข้าท่าเลย”
“เข้าท่าสิถ้าข้าอยู่กับผู้หญิงอื่นแล้วเ้าไม่คิดอะไรเลย..คงแย่กว่า” อันนาค้อนเข้าให้อยากจะทุบคนตรงหน้าสักทีให้หายอายก็กลับถูกรวบไว้อย่างรู้ทัน แถมริมฝีปากอุ่นยังประทับลงหลังมือให้ยิ่งตัวร้อนฉ่าแต่กลับอบอุ่นอ่อนหวานอย่างบอกไม่ถูก
ทันใดนั้น!
สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เสียงเป่าเขาสัตว์ดังยาวทุกชีวิตชะงักงัน
“ไฟไหม้!ไฟไหม้!”
ท่านเนเรนและคนอื่นๆ ต่างลุกพรึบเสียงหวีดร้องของผู้คนเริ่มดังระงม ความโกลาหลบังเกิดไปทั่ว
“ไฟไหม้ซีกขวา!” เสียงอลันกรอกหูคนใกล้ให้หัวใจกระตุกวาบ
“ซีกขวา!” ท่านเนเรนผึงตากว้าง
นั่นมัน..!
“นาตาลี!”คนที่ไม่ได้นึกถึงสิ่งใดอีกแล้วนอกจากเ้าของนามที่ถูกเอ่ยถลันเร็วปานสายลมกรรโชกจนเพื่อนนักรบต้องเร่งฝีเท้าตาม
ฮามัวพร้อมพวกแอบลอบเข้ามาขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานครื้นเครงอาศัยความเคยชินแต่เก่าก่อนสมัยครั้งยังไม่ถูกขับไล่ด้วยนิสัยชั่วทำเหตุความมักใหญ่ใฝ่สูงหวังอาณาจักรต้องฟ้าแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่เป็แค่ลูกเลี้ยงของพี่ชายผู้ปกครองแผ่นดินรุ่นก่อนนำมาซึ่งความเคียดแค้นเมื่อทุกอย่างไม่สมประสงค์
“ว่ายังไงไอ้เนเรน! ไอ้น้องรักของข้า”
“หุบปากสารเลวของเ้าซะ! ข้าไม่เคยคิดนับญาติด้วย” คนฟังถลึงตากร้าว แล้วก็ะเิเสียงหัวเราะบ้าคลั่งให้คนฟังยิ่งเดือดจัด
“แหม! เพิ่งรู้ ว่าเราต่างก็คิดเหมือนกัน วันนี้ล่ะคือวันพินาศของเ้าอยู่ไหนล่ะ..นางนาตาลีตัวดีนั่น นางคนรักที่เ้าลงทุนตามไปหามัน ฮึ! สุดท้ายคงไม่พ้นถูกข้าฆ่าตายอย่างทุกข์ทรมานเหมือนนางสายเนตร”
‘สายเนตร’ หญิงงามแห่งแผ่นดินจอมยาชีวิตหนึ่งต้องเสียไปเพื่อแลกกับความเข้าใจผิดของซิคาลว่าเป็ฝีมือตน
“ฝีมือเ้าเองเรอะ!”
“ใช่! นางพวกหน้าโง่นั่นมันอยากรักเ้าความตายเท่านั้นคือบทลงโทษ และคราวนี้ก็ถึงตานางนั่นละ” คนฟังกำมือแน่นความโกรธเกรี้ยวกราดราวกับทั้งร่างกำลังถูกเผากระหน่ำขึ้นอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนเหมือนชีวิตและจิติญญาถูกทำลาย มือหนายิ่งกระชับดาบจนแทบจะป่นเป็ผง
ต่อให้ตัวตายข้าก็ยอม..ขออย่างเดียวให้เ้าปลอดภัย!
คมดาบพุ่งตวัดเข้าใส่ไม่ยั้งชิงรับชิงส่งอย่างที่ใครก็มิอาจเข้าไปขวางเรี่ยวแรงมหาศาลไม่รู้พรั่งพรูมาจากไหน..เพียงแค่รับรู้ว่ามัน้าชีวิต นางเหมือนหัวใจถูกขยี้เป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
อย่าว่าแต่ชีวิตนางเลยหากมันกล้าแค่เืตกยางออก..โทษของมัน คือ ตาย สถานเดียวเช่นกัน!
“ไอ้คนเลว!อย่างเ้าอยู่ไปก็หนักแผ่นดิน” ฮามัวฝืนต้านพละกำลังคนบ้าคลั่งแทบไม่ไหว่จังหวะที่มันเสียหลักเพียงอึดใจจึงโดนคมดาบตวัดลำคอดังฉับให้หัวกับตัวได้แยกกันเป็การถาวร
ปลายดาบแดงฉานปักพื้นดินยันร่างที่เหนื่อยหอบให้ค่อยๆทรุดลงนั่ง ไม่รู้ว่าต้องรบรากับไอ้คนชั่วช้าสารเลวนี้มายาวนานแค่ไหน
…วันนี้ได้จบสิ้นกันเสียที…
“นาตาลี!” ชายหนุ่มหันขวับไปทางเปลวเพลิงที่บัดนี้โหมกระหนำจนน่าใจหายสองขาวิ่งไปยังห้องเล็กอย่างสุดกำลัง ยิ่งเข้าใกล้เปลวไฟก็ยิ่งลุกโชนท่ามกลางกลุ่มควันหนา..ร่างหนึ่งนอนหมดสติแน่นิ่ง
“ชวนทาย!” เ้าของชื่อค่อยๆปรือตาก่อนสำลักควันออกมาแทบทันที
“นาตาลีล่ะ”
“ข้างใน…ท่าน นางอยู่ข้างใน” คนร่างสูงรีบพุ่งตัวเข้าไปอย่างไม่เสียดายชีวิตหากต้องประสบกับมันทว่า..ภาพที่เห็นทำให้ชายหนุ่มแทบอยากฉีกอกชกตัวเสียให้ได้ ‘โซ่’ ทำให้นางหมดหนทางช่วยเหลือตัวเองพันธการแ่าที่ย้อนกลับมาทำร้ายเขาได้อย่างสาสม
ชายหนุ่มนำร่างไร้สติของหญิงสาวออกมาอย่างทุลักทุเลสภาพของนาตาลีทำให้ทุกคนใไม่น้อย เซออนเข้ามาขนาบข้างเพื่อช่วยพยุงร่างเล็กลงนอนกับพื้นอลันช่วยประคองศีรษะไว้อีกแรงพร้อมกับนำหลังมือสำรวจสัญญาณชีวิต
“นางไม่หายใจ”
“ไม่! นักยา! นักยาอยู่ไหน!” มือหนาช้อนร่างเล็กๆ ไว้แนบอก
“ขอโทษ! ข้าขอโทษ!”
ใจจะขาดอยู่แล้ว เขาไม่ควรล่ามนางไว้เลย! แรงเขย่าทำให้คนในอ้อมกอดสำลักพรวดออกมา..นั่นหมายถึงชีวิต
“นักยา! ทำไมช้านัก!” ทั้งที่วิ่งกันมาตัวปลิวแทบจะขาไม่ติดพื้น..ยังว่าช้าอีกหนอเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง ความเสียหายมีไม่มากเนื่องจากสามารถควบคุมเพลิงได้ทันก่อนลุกลามใหญ่โต
‘ฮามัว’ สิ้นชื่อไปแล้วก็จริงแต่ลูกน้องมือฉกาจของมันยังอยู่เซออนจึงรับหน้าที่ตามเก็บคนที่เหลือ หากแต่บ้างก็ล้มตาย บ้างก็าเ็ คุกใต้ดินจึงเปิดต้อนรับเหล่าทรชนเพื่อรอการไต่สวน
นักยาชาลเพิ่งออกไปหลังจากดูอาการหญิงสาวเป็ที่เรียบร้อยลินดากับวารีผู้รับ่ดูแลต่อจึงตามนักยาออกไปเพื่อฟังคำแนะนำทิ้งให้คนที่เหลือได้ทอดมองร่างที่ไร้วี่แววจะฟื้นด้วยแววตาเศร้า
มันเป็ความผิดของข้าเอง
เขาไม่น่าขังนางไว้อย่างนั้นหากช้าอีกเพียงนิดเดียว..อาจต้องสูญเสียคนที่รักไป จะไม่ให้อภัยตัวเองเลย มือหนากุมมือน้อยขึ้นแนบข้างแก้มกี่ครั้งแล้วที่อยากพูดอะไรมากมายให้ได้รับรู้แต่ทุกครั้งก็ไม่เคยมีโอกาส
แต่ครั้งนี้จะขอ..
“นาตาลี ข้ารักเ้า” ขอให้นางได้ยิน ““ข้ารักเ้านะ ได้ยินไหม”ทุกคำพูดถ่ายทอดผ่านริมฝีปากชื้นที่ประทับลงบนหน้าผากมนไล่เรื่อยยังข้างแก้มซีดขาวทว่าเนียนนุ่มน่าััอย่างทะนุถนอมสุดท้ายประทับลงบนริมฝีปากอิ่มที่เขาถวิลหาแทบขาดใจ
บานประตูห้องถูกแง้มออกจนดังกุกกักส่งผลให้คนข้างในต้องผละทุกกิริยาออกมา ก่อนรีบกะพริบตาถี่ขับไล่ความพร่าพรางทั้งพยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติ อลันก้าวผ่านประตูเข้ามาแล้วน้อมคำนับให้กับผู้เป็นาย
“นางเป็อย่างไรบ้าง”
“นักยาบอกว่าปลอดภัย”
“ค่อยโล่งใจ แต่เมื่อไหร่จะฟื้นขึ้นมาสักทีนะ”ท้ายประโยคอลันไม่ได้หมายถึงความห่วงใยในคนเจ็บหากเป็ความห่วงใยต่อคนเฝ้าที่ดูหนักหนากว่าเสียอีก
“คงไม่นาน”
“แล้ว..เมื่อนางฟื้น เ้าจะ…”
“นางก็ยังคงเป็นักโทษของที่นี่อยู่ ไว้ให้นางหายดีเมื่อไหร่ค่อยมาว่ากันเื่ที่ยังค้างคาอยู่”คนปากไม่ตรงกับใจประกาศมาดมั่น ไม่สนใจคนที่ยืนตาค้างเพราะทันเข้ามาเห็น..ว่าเมื่อครู่ท่านยังแทบขาดใจอยู่รอมร่อ
ท่านเนเรนไต่สวนสมุนเอกของฮามัวจนได้ความว่าพวกมันจับตัวแม่นางซินตาไว้ได้และนำไปซ่อนที่เชิงเขาไม่ห่างจากต้องฟ้าเท่าไหร่นัก การช่วยเหลือจึงตามมาเป็ลำดับในทีแรกซินตามีอาการเพ้อคลั่ง หวาดผวาต่อผู้คนรอบข้าง “มันขู่จะฆ่าข้า! มันจะฆ่าข้า! เหมือนกับที่มันฆ่าสายเนตรมันเป็คนฆ่านาง ท่านต้องช่วยข้านะ…ข้ากลัว” ต้องช่วยกันปลอบและดูแลอยู่พักใหญ่จึงยอมสงบลง
“จะทำอย่างไรดีกับนาง” เซออนหันมาปรึกษา
“ส่งข่าวให้พี่ชายนางรู้”
“แต่ว่าซิคาลจะ…”
“ความจริงก็คือความจริง ข้าไม่อยากเลี่ยงมันอีกต่อไปแล้วหากเขาจะโทษว่าเป็ผิดของข้าเพิ่มอีกสักเื่ก็คงไม่เป็ไร” ทั้งที่พูดไปอย่างนั้นแต่สีหน้าและแววตากลับหม่นลงวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงคำที่ตัวเองเคยกล่าวไว้ซึ่งตรงข้ามกับความจริง
“นางก็ยังคงเป็นักโทษของที่นี่อยู่ ไว้ให้นางหายดีเมื่อไหร่ค่อยมาว่ากันเื่ที่ยังค้างคาอยู่”
พูดไปอย่างนั้น..เพื่อรักษาแผ่นดินไว้เป็ที่ตั้งหากนางไม่ได้มาดี..บ้านเมืองนี้ก็ยังอยู่ ‘เสียใจ’ ย่อมเป็เื่ส่วนตัวเขาคือคนที่ต้องเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมิใช่หรือ
ยิ่งเลี่ยงยิ่งเจอ ยิ่งหนียิ่งใกล้ โดยเฉพาะ หัวใจเหมือนหนี ความจริง ไม่พ้นสักที
“ไม่ว่าซิคาลจะเข้าใจอย่างไร แต่สักวันเขาต้องรู้ได้ความจริง”
สองวันผ่านไป
ผู้คนจากทุกหมู่บ้านต่างทยอยกันกลับไปเกือบหมดราตรีกับสายรุ้งขออยู่ต่อเพื่อดูแลนทีและผู้นำทุกหมู่บ้านยังต้องหารือเื่งานบางอย่างกับบรรดาท่านซึ่งนั่นก็ทำให้มายาใช้อ้างขออยู่ต่อเพื่อดูแลบิดาส่วนอันนาหลังจากคืนนั้นนางกลายเป็แขกประจำที่ถูกรับเชิญโดยฟาลี
ท่านเนเรนรอจนนักยาชาลตรวจอาการหญิงสาวเสร็จสิ้นจึงได้หันมาบอกให้ลินดากับวารีกลับไปพักผ่อนที่ห้องเสียงทอดถอนใจดังยาวเมื่อบานประตูปิดลง คนที่ยืนนิ่งเกือบตลอดการรักษาเมื่อครู่กลับมาชันเค่าลงข้างเตียงแววตาเรียบเฉยก่อนหน้าแปรเปลี่ยนเป็ห่วงใย
“เ้าฟื้นสักทีสิ ลืมตามามองข้าสิ อย่าเป็อย่างนี้ได้ไหม” เขาก้มหน้าซบลงกับท่อนแขนของหญิงสาวด้วยความรู้สึกขมขื่นใจอย่างที่สุด หากนางเป็อะไรไปเขาจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย
“ข้าสั่งให้เ้าฟื้น! ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้ ได้ยินไหม! ลืมตาขึ้นมาสิ!” ความอัดอั้นตันใจทำให้เขาแทบบ้ามือหนาเขย่าร่างเล็กๆ คอยหลอกตัวเองเรื่อยมาว่านางแค่หลับ
“…เ..น..ล…” เสียงครางแ่เบาทำคนได้ยินได้สติ
“นาตาลี!”
“พี่ยุทธ..นัทอยากกลับบ้าน พี่ยุทธ..ช่วยนัทด้วย” เขาพยายามจะห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา“เนล เนล…ฉัน…ขอโทษ”
ขอโทษเื่อะไรเ้าจะขอโทษข้าเื่อะไร
นางมีสิ่งใดปิดบังไว้จริงๆ เพราะเมื่อยามร่างกายไร้สติควบคุมจิตใต้สำนึกจึงสารภาพออกมา
ที่ผ่านมานางโกหกข้าจริงๆอย่างนั้นหรือ
เหล่านักรบคนสนิทถึงกับแปลกใจเมื่อท่านสั่งขอดูหมายกำหนดการทำงานทั้งหมด
“ข้าถามว่าทางจอมยาส่งข่าวมาหรือยัง พวกเ้าไม่ได้ยินหรือ” เสียงตวาดดังลั่นห้องประชุมจนคนสนิทยังต้องผวาส่วนผู้นำหมู่บ้านและหัวหน้างานคนอื่นๆพากันปิดปากเงียบด้วยดูเหมือนจะขัดหูขัดตาท่านไปหมด
“ข่าวยังมาไม่ถึง หากคืบหน้ายังไงข้าจะรายงานท่านทันที” อลันออกโรงรับหน้าไปก่อน ขืนช้าคงได้ก่อพายุกลางห้องประชุมจะสาหัสกว่า
สายตาคมกร้าวตวัดขวับมาทางหัวหน้าคนงานผู้ดูแลเหมือง
“เื่ที่เหมืองก็เหมือนกัน ขอเตือนนะว่าอย่าให้เกิดขึ้นอีกไม่รู้ดูแลกันยังไงปล่อยให้คานรับน้ำหนักไม่ไหว มันน่านัก!” กำปั้นหนักทุบลงโต๊ะดังปังให้คนฟังสะดุ้งโหยงเสียวสันหลังไปตามๆ กัน
การประชุมในหลายครั้งต่อมาทำให้หลายคนเริ่มขยาดด้วยบรรยากาศไม่แตกต่างจากอยู่ท่ามกลางพายุฝนห่าใหญ่กว่าจะเสร็จสิ้นก็แทบแย่เพราะหายใจไม่ทั่วท้อง
“ท่านเป็อะไรไป เล่นเอาข้าใจหายใจคว่ำไปหลายหน”
“นั่นสิ! ดูท่านแปลกไปนะไม่เคยเห็นเคร่งเครียดอย่างนี้มาก่อน”
สามนักรบคนสนิทได้แต่กรอกตามองกันไปมาอย่างรู้ต้นสายปลายเหตุหากแต่จะทำอะไรได้เล่า..โดนลูกหลงกันทั่วหน้า
“ถ้าปล่อยเนเรนไว้อย่างนี้ ข้าว่าสักวันคงล้มทั้งยืน”
“เล่นโหมงานหนักหามรุ่งหามค่ำอย่างกับไม่อยากให้สมองว่างนี่ท่านคิดอะไรอยู่นะ”อลันนิ่งฟังคนทั้งสองเปิดฉากการสนทนาอยู่เงียบๆ ก่อนออกความเห็นเป็คนสุดท้าย
“คงไม่พ้นเื่นาตาลี นางมีปริศนามากเกินไปจนทำให้เนเรนอึดอัด”
“เฮ้อ! หน้าที่กับหัวใจ ไฉนถึงไปด้วยกันไม่ได้ข้าเคยคิดว่าเนเรนเป็ผู้ชายที่เพียบพร้อมและโชคดีที่สุดในแผ่นดินพอเจอแบบนี้เข้าชักเริ่มไม่แน่ใจ” ฟาลีตัดพ้อโชคชะตาที่เหมือนแกล้งกันอยู่นั่น
“เ้าสลบไปเกือบสองวันเต็มแน่ะ”
“เคราะห์ดีนะที่ท่านเนเรนช่วยไว้ทัน ไม่อย่างนั้นถูกไฟครอกตายไปแล้ว” ใบหน้าขาวซีดของคนรับฟังยังคงนิ่งเฉยไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็ความจริง
เขาน่ะหรือ..ช่วย
ช่วยให้เธอมีลมหายใจต่อไปเพื่อจะรับรู้ว่าเขาเกลียดเธออย่างนั้นหรือสู้ปล่อยให้ตายไปในกองไฟยังดีกว่า
ลินดากับวารีเห็นแต่สีหน้าหมองๆของคนที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาก็อดรู้สึกสงสารและเห็นใจไม่ได้
“อย่าโกรธพวกเราเลยนะที่ไม่เคยบอกให้รู้เื่ของท่านก็ท่านกำชับไว้เลยต้องทำตาม”
“ฉันไม่โกรธพวกเธอหรอก”
“ส่วนท่านเนเรน..” นาตาลีรีบส่ายหน้าพร้อมฝืนยิ้มให้คนทั้งสองสบายใจ
“ฉันไม่มีสิทธิ์โกรธใครทั้งนั้น ก็ทุกคนย่อมมีเหตุผลของตัวเอง” ยกเว้นเธอกระมังที่เหตุผลไม่ช่วยอะไร
..ไม่มีใครเชื่อ
..ไม่มีใครเข้าใจ
..ไม่มีใครอยากฟัง
เธอลอบระบายลมหายใจเหยียดยาวดูเหมือนจะยาวกว่าครั้งไหนๆ เท่าที่เคยผ่านมา
“แล้ว ‘ฮามัว’ นี่ใครน่ะ ได้ยินคนโน้นคนนี่พูดถึงบ่อย”เปลี่ยนเื่ไปเลยดีกว่า จะได้ไม่เรียกน้ำตาจากเื่เดิมๆอีกทั้งั้แ่ลืมตาตื่นขึ้นมาเธอได้ยินชื่อคนๆ นี้ถี่เชียว
“ฮามัวเคยอยู่ที่นี่ เขาเป็ลูกพี่ลูกน้องของท่านเนเรน”
“แบบว่าห่างมากๆ” สองสาวช่วยกันกางสุดแขนหากเทียบไม่ได้กับน้ำเสียงที่ลากยาวราวกับว่าไม่นับญาติจะง่ายกว่านาตาลีพยักหน้าเข้าใจ
“พี่ชายของท่านพ่อท่านเนเรนสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงจึงต้องมีนักยามาดูแลอย่างใกล้ชิดนั่นก็คือไขแสง สุดท้ายคนทั้งสองก็รักกันแต่นักยาไขแสงเป็แม่ม่ายนะ มีลูกติดมาคนหนึ่งคือฮามัวนี่แหละ”
“กระทั่งหมดยุคของท่านคนก่อน ฮามัวหวังขึ้นครองแผ่นดินคนูเาแต่ถูกคัดค้านจากหลายฝ่ายเพราะเขาไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของผู้สืบเชื้อสายนักปกครองผู้ทรงคุณวุฒิทุกคนต่างลงความเห็นว่าท่านเนเรนต่างหากเหมาะสมที่สุดตอนนั้นท่านเพิ่งอายุได้สิบห้าปีเอง ฮามัวจึงก่อกบฎหวังโค่นน้องชายแต่ตัวเองกลับเป็ฝ่ายพ่ายแพ้จนต้องระเห็ดหนีไปพร้อมกับพรรคพวกนับสิบไปก่อตั้งตัวเองเป็กลุ่มโจรเล็กๆ คอยก่อกวนชาวบ้าน”
“แต่ท่านก็คอยตามปราบอยู่ตลอดนะไม่ยอมให้ใครต้องเดือดร้อนโดยเฉพาะคนในปกครอง ใครๆ ถึงได้รักท่านไง”
รัก
คำท้ายประโยคทำคนฟังสะอึก
“ท่านผ่านเื่ร้ายมามาก ใครๆ ที่ว่าท่านดุและน่ากลัวน่ะถ้าลองได้ฟังเื่ของท่านแล้วจะเข้าใจ เพราะต่อมาท่านแม่ของท่านก็เกิดล้มป่วยั้แ่ฮามัวคิดก่อการร้ายคราวนั้นยาจะใช้รักษาก็หายากมาก ต้องไปขอซื้อจากแผ่นดินจอมยา แต่พอไปก็ได้เื่มาอีก”สองสาวผลัดกันเล่าเหตุการณ์อย่างไม่ขาดปาก พอได้ขาด่ไปนิด คนฟังกลับออกปากท้วงด้วยความสนใจ
“เกิดอะไรขึ้น เล่าต่อซิ” ทำสองสาวเผยยิ้มแฉล้ม
“ก็ความรูปงามของท่านน่ะซิ ทำแม่นางซินตาคลั่งไคล้ชนิดแทบอยากตามมาต้องฟ้าด้วยแต่พอเห็นท่านเนเรนแบ่งรับแบ่งสู้เลยเอาข้อได้เปรียบเื่ยามาต่อรอง ร้ายกาจจริงๆ”
“แล้วที่แย่กว่านั้นนะแม่นางสายเนตรซึ่งเป็ที่หมายปองของท่านซิคาลก็เกิดต้องใจท่านเนเรนด้วยเหมือนกันแต่รายนี้ใจกล้ามากยอมหนีตามมา แต่ระหว่างทางถูกฆ่าตายเสียก่อนท่านซิคาลโกรธมากเพราะคิดว่าเป็ฝีมือของท่านเนเรน จึงบาดหมางกันมาถึงทุกวันนี้” คนฟังปล่อยหยาดน้ำใสลงอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ รู้สึกหดหู่และเ็ปไปกับเื่ราวของเขา..ผู้เป็หนึ่งในแผ่นดิน
เป็หนึ่งในหัวใจของเธอด้วยเช่นกัน